การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 634 ต้วนอวี้หรานใช้ไม่ได้
ครั้งนี้คนพี่พูดออกมาคือเสี่ยวเหอ นางหน้าซีด ตัวสั่นสะเทิ้ม เสียงสั่นเครือ ดูท่าแล้ว นางรวบรวมพลังที่มีพูดออก
มาทั้งหมด
เสี่ยวเหอคุกเข่าเงยหน้ามองต้วนเจิ้ง “นายท่าน เรื่องนี้เสี่ยวอวี้ได้เห็นกับตาได้ฟังกับหูด้วยตัวเอง หลังจากนั้นพี่
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินที่เสี่ยวอวี้ถอนหายใจและกลัดกลุ้ม จึงมาถามไถ่อย่างห่วงใย จากนั้นพาบ่าวไปพบคุณหนูใหญ่ คุณหนู
ใหญ่ได้จัดแจงเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อยเป็นอย่างดี แต่เมื่อคุณหนูรองได้ได้ยินว่าเรื่องนี้ แพร่งพรายมาจากปากบ่าว จึง
ลงโทษบ่าวอย่างหนัก และบอกว่าจะไปจัดการพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เพราะเป็นตัวการนำเรื่องไปแพร่งพรายเจ้าค่ะ”
เสี่ยวเหอรู้อยู่แก่ใจ ไม่ว่าครั้งนี้ต้วนอวี้หรานจะโดนลงโทษหรือไม่ นางกับเสี่ยวอวี้ก็หนีไม่พ้นแล้ว จึงไม่มีความ
จำเป็นที่จะต้องช่วยต้วนอวี้หรานปกปิดอีกต่อไป
คำพูดของเสี่ยวเหอทำเอาต้วนเจิ้งหน้าชา หดเหลือสองนิ้วในทันตา
เดิมที การมาที่นี่ของต้วนเจิ้งเป็นเพราะต้วนอวี้หรานมาเอาคืนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ที่เอาเรื่องต้วนอวี้หรานไปแร่งพราย
แต่มาตอนนี้ เบื้องหลังทั้งหมดเหมือนมีความฉาวโฉ่บางอย่างซ่อนเร้นไว้ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ต้วนเจิ้งที่เป็นเจ้าของจวนต้วน รู้สึก
ถึงความอับอายขายขี้หน้า ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นนี้จะปล่อยให้ต้วนอวี้หรานลอยนวลไปไม่ได้เป็นอันขาด
ทันทีที่ต้วนอวี้เห็นสีหน้าต้วนเจิ้งยู่ยี่ เขาก็รู้สึกหัวเราะเยาะในใจ การที่ต้วนอวี้หรานมาถึงเรือต้วนชิงหมิง เพื่อถีบ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
ต้วนเจิ้งเริ่มโกรธตัวสั่นจนลมออกหู เขายื่นมือชี้หน้าต้วนอวี้หราน แต่กลับพูดมิออก
ต้วนอวี้พยายามมองหาสิ่งที่จะช่วยใส่ไฟให้โหมแรงขึ้น ตอนนั้นเอง ต้วนอวี้เห็นบ่าวใช้ที่ชื่อชิวหนิง เดินเข้ามาริน
นํ้าชาเขาจึงกลับไปนั่งลงกับที่ และสังเกตเห็นนํ้าชาที่ไหลย้อยลงในถ้วย ทันใดนั้น ต้วนอวี้เหมือนคิดบางอย่างออก
นํ้าชาร้อนๆ ส่งไอนํ้าแผ่ออกมารอบถ้วย ต้วนเจิ้งหยิบถ้วยนํ้าชานั้นขึ้นมาจิบช้าๆ จู่ๆ เขาวางถ้วยนํ้าชากระแทก
กับโต๊ะดัง “ตึ้ง” ก่อนด่าขึ้น “ลูกชั่ว เจ้าทำแต่เรื่องงามหน้า!”
เศษถ้วยนํ้าชาร้อนๆ ได้กระเด็นไปโดนหน้าผากของต้วนอวี้หรานจนเลือดไหลอาบลงมา ต้วนอวี้หรานตกใจสุดขีด
แต่พยายามฝืนให้คุกเข่าโดยไม่ขยับ
ครั้งนี้ ต้วนอวี้หรานนํ้าตารินไหลออกมา จนลืมร้องขอความเมตตา
ต้วนเจิ้งชี้หน้าต้วนอวี้หราน กล่าวอย่างขัดเคือง “เจ้า… เจ้ามัน……”
ดูเหมือนต้วนเจิ้งพูดยํ้าแต่คำว่า “เจ้า” อยู่นานสองนาน โดยไม่รู้จะว่าคำใดต่อไป
ด้านต้วนอวี้ที่นั่งดูอย่างสงบนิ่ง กลับพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ท่านพ่ออย่าโกรธเลยขอรับ เรื่องนี้ พี่ใหญ่จัดการ
เรียบร้อยหมดแล้วมิใช่หรือขอรับ?”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจัดการเรียบร้อยหรือไม่เรียบร้อย… เจ้าลองคิดดู เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงชีวิตคนทั้งคน… บ่าวใช้
คนนั้นก็มีแม่ของนาง เจ้ามัน……” ต้วนเจิ้งโมโห
ต้วนเจิ้งโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ด้วยความผิดหวัง เขานึกไม่ถึงว่าบุตรสาวของเขา จะทำเรื่องอับอายขายขี้หน้าจวน
ต้วน ด้วยเกี่ยวพันไปถึงชีวิตคน
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งโกรธขัดขึ้นกว่าเดิม ต้วนอวี้ที่เงียบนิ่งจึงพูดขึ้นมา “ท่านพ่อ เรื่องนี้ผ่านไปแล้วขอรับ ท่านพ่ออย่า
ได้โกรธอีกเลย พี่รองตกใจจนขวัญเสียหมดแล้วขอรับ”
ต้วนเจิ้งถลึงตาจ้องต้วนอวี้หราน พูดขึ้น “ตกใจจนตายไปเลยก็ดี ตายไปพร้อมๆ กับบ่าวใช้นั้น จะได้ใช้ชีวิตของ
นางชดใช้ชีวิตบ่าวใช้!”
“ท่านพ่อ… หรานเอ๋อร์เป็นบุตรสาวแท้ๆ ของท่าน เรื่องการตายของบ่าวใช้ ลูกไม่ได้ชดใช้ด้วยเงินเท่านั้นเอง เหตุ
ใดท่านพ่อถึงต้องทำแบบนี้กับลูกด้วยเจ้าคะ?” ต้วนอวี้หรานสะอึกสะอื้น
ต้วนเจิ้งโกรธจนเหมือนคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ “เจ้าฟังให้ดี นับจากวันนี้ไป ถ้าไม่ได้รับอนุญาต ห้ามออกจากเรือน
แม้แต่ก้าวเดียว ประเดี๋ยวต้องไปแจ้งเรื่องราวกับทางการให้หมด จากนั้ค่อยดูว่าศาลสุ่นเทียนจะจัดการอย่างไรกับเรื่อง
นี้”
ต้วนอวี้หรานหน้าซีดสนิทที่ได้ยินต้วนเจิ้งกล่าวเช่นนั้น
อันที่จริง เรื่องที่เจ้านายทำให้บ่าวใช้ถึงแก่ชีวิตนั้น อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ แค่เเจ้งทางการให้ติดต่อ
ครอบครัวคนตาย จากนั้นจัดหาโลงศพ ดำเนินการตามพิธีก็เรียบร้อยแล้ว จึงไม่เคยมีเรื่องที่เจ้านายทำให้บ่าวใช้ตายแล้ว
ต้องมารับโทษ
แต่เมื่อปีที่แล้ว คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์คนหนึ่งทารุณกรรมบ่าวใช้อย่างหนัก จนต้องรับโทษในสิ่งที่กระทำ
หัวหน้าศาลสุ่นเทียนเป็นคนเที่ยงตรงอย่างมาก เมื่อครอบครัวบ่าวใช้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ เขาจึงตัดสินลงโทษ
คุณหนูสูงศักดิ์อย่างหนัก แม้ว่าตระกูลของคุณหนูจะช่วยให้พ้นผิด แต่นั่นกลายเป็นตราบาปและที่หัวเราะเยาะของผู้คน
จนกระทั่งนางอายุได้สิบแปดปี ก็ยังไม่มีผู้ใดอยากแต่งงานกับนาง หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น บรรดาคุณหนูต่างปฏิบัติ
ต่อบ่าวใช้ดีขึ้น ตั้งแต่นั้นมาปีกว่าก็ไม่เคยได้ยินเรื่องเจ้านายทำให้บ่าวใช้ถึงแก่ชีวิตอีกเลย
แต่บัดนี้ ต้วนเจิ้งต้องไปศาลสุ่นเทียน เพื่อเล่าเรื่องตามความเป็นจริง พูดก็พูดเถอะ เหมือนเป็นการทำให้ชื่อเสียง
ต้วนอวี้หรานต้องเสื่อมเสียจนหมดสิ้น
ต้วนอวี้หรานหาได้สนใจเลือดที่ไหลแล้วอีกต่อไปแล้ว นางรีบคลานเข่า ร้องไห้วิงวอนไม่หยุด “ท่านพ่อ ขอร้องละ
เจ้าค่ะ อย่าทำแบบนี้กับลูกเลย ลูกสำนึกผิดแล้ว ลูกผิดไปแล้ว ขอร้องท่านพ่อเจ้าค่ะ……”
ต้วนเจิ้งรีบสะบัดมือนางออกอย่างไร้เยื่อใย “มาคิดได้ตอนนี้ มันสายไปแล้ว ถ้าเจ้าจัดการเรื่องนี้ให้ถูกต้องตั้งแต่
แรก โดยไม่ต้องให้พี่ใหญ่ของเจ้าจัดการแทน พ่อคงไม่ตัดสินใจอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้”
ตอนนี้ สายตาของต้วนเจิ้งที่จ้องต้วนอวี้หรานเปลี่ยนไป บุตรสาวคนนี้ทำให้ต้วนเจิ้งผิดหวังอย่างหนัก… นางทำ
บ่าวใช้ตายทั้งคน แต่ไม่คิดถึงความผิดของตน และความรับผิดชอบที่ต้องทำ กลับมาหาเรื่องเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ หากเซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์นำเรื่องนี้ไปบอกต้วนชิงหมิง จนจัดการเป็นที่เรียบร้อย เกรงว่าเรื่องยุ่งยากคงตามต้วนอวี้หรานมาอีกมาก
แต่นี่คือสิ่งที่ต้วนอวี้หรานตอบแทนต้วนชิงหมิง โดยการให้บ่าวใช้ถือไม้มาเพื่อหวังตีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้ถึงแก่ชีวิต?
พูดก็พูดเถอะ ต้วนเจิ้งในเวลานี้ รู้สึกผิดหวังกับต้วนอวี้หรานสุดใจ จนมิรู้จะอธิบายออกมาอย่างไร
ทันทีที่เห็นต้วนเจิ้งกำลังจะเดินจากไป ต้วนอวี้รีบหันไปพูดกับเขา “ท่านพ่อ ลูกอยากทราบขอรับ บ่าวใช้เซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ที่ทำผิดจะลงโทษยังไงดีขอรับ?”
ต้วนเจิ้งมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ก้มหน้าก้มตาไม่แก้ตัวใดๆ เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา “เรื่องนี้ให้พี่ใหญ่เจ้าเป็นคน
ตัดสินแล้วกัน นางตัดสินได้อย่างเป็นธรรมและมีเหตุมีผล”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็พยักหน้ารับทราบ “เช่นนั้น เอาตามที่ท่านพ่อว่ามาขอรับ”
ต้วนอวี้ปรายตาเห็นต้วนอวี้หรานกำลังร้องห่มร้องไห้ จึงอดพูดขึ้นมิได้ “ท่านพ่อ ในเมื่อพี่ใหญ่ช่วยพี่รองจัดการ
เรื่องราวจนเรียบร้อยแล้ว ตามความเห็นของลูก ท่านพ่อไม่จำเป็นต้องไปศาลสุ่นเทียนแล้วขอรับ… อย่างไรเสีย พี่รอง
อายุยังน้อย และเป็นครั้งแรกที่ทำผิดถึงชีวิตคน หากเรื่องนี้ทำจนใหญ่โตคงไม่เป็นเรื่องงามหน้าของจวนต้วน หวังว่าท่าน
พ่อจะเมตตาพี่รองขอรับ”
ต้วนอวี้หรานที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นพูดไม่เป็นภาษา ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองต้วนอวี้อย่างเชื่องช้า นางคิดไม่ถึงว่า นา
งกับค้วนอวี้ไม่ได้สนิทสนมกัน แต่เหตุใดต้วนอวี้ถึงต้องช่วยขอร้องแทนนางด้วย?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนอวี้หรานคลานขึ้นมาจับชายเสื้อต้วนอวี้ พูดขึ้น “อวี้เอ๋อร์ ขอร้องล่ะ ช่วยพี่ด้วย พี่ไม่
อยากไปศาลสุ่นเทียน……”
ต้วนอวี้สะบัดชายเสื้อให้หลุดออกจากมือนางอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ จากนั้น เจาถอยหลังไปสองก้าวและพูดขึ้น
“พี่รองใจเย็นก่อน พี่มีแผลตรงหน้าผาก รีบกลับเรือนไปทายาพันแผลให้ดี แล้วหลับพักผ่อนเสียเถอะ ส่วนท่านพ่อ เดี๋ยว
น้องจะช่วยขอร้องให้พี่รองเอง”