การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 635 ต้วนอวี้ขอร้องแทน
ต้วนอวี้จะช่วยขอร้องต้วนเจิ้งให้ต้วนอวี้หราน รอดพ้นจากการโดนต้วนเจิ้งลงโทษ
ต้วนอวี้หรานกำลังจะตอบกลับ ทว่าต้วนเจิ้งกลับพูดเย็นชาขึ้นว่า “พวกเจ้าฟังข้าให้ดี เรื่องนี้ไม่ว่าใครก็อย่าคิด
ขอร้องให้คนอื่น หากใครขอร้องแทนกันจะมีโทษเท่าคนทำผิด”
คราวนี้ ต้วนอวี้ถึงกับจนปัญญาจนต้องกะพริบตาปริบๆ โบกมือให้ต้วนอวี้หราน “พี่รองก็เห็นแล้วสินะ ไม่ใช่น้อง
ชายไม่อยากช่วย แต่เพราะคำสั่งของท่านพ่อ อยากช่วยก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี……”
ต้วนอวี้อยากช่วยต้วนอวี้หรานจากใจจริงและจริงใจ เพียงแต่ว่ายิ่งช่วยกลับทำให้เรื่องวุ่นวายมากขึ้นต่างหาก
หากเกิดเรื่องกับต้วนอวี้หราน หลิวหรงต้องโล่มาช่วยขอร้องอยู่แล้ว ดังนั้นต้วนอวี้แค่แสร้งทำเป็นขอร้องความ
เห็นใจ เพื่อจุดไฟความโกรธของต้วนเจิ้งให้โหมหนักขึ้น ต่อให้หลิวหรงมาขอร้องก็ต้องไร้ผล
ต้วนอวี้หรานเห็นต้วนเจิ้งลั่นวาจาอย่างเด็ดขาด นางก็เข่าทรุดลงกับพื้น ไร้เรี่ยวแรงพยุงตัวอีก คำพูดของต้วนเจิ้ง
ทำให้จิตใจของต้วนอวี้หรานไร้สิ้นความหวังทั้งปวง
ต้วนเจิ้งเดินจากไปแล้ว ภายในเรือนเหลือเพียงต้วนอวี้หรานและต้วนอวี้เพียงสองคน
ต้วนอวี้มองไปหน้าผากต้วนอวี้หรานที่มีผ้าพันแผลไว้ พูดอย่างสงสาร “พี่รองกลับไปก่อนเถอะ กลับไปแล้วเรียก
หมอให้มาดูแผลโดยเร็ว มิอย่างนั้นอาจทิ้งรอยแผลเป็นได้”
ต้วนอวี้หรานได้ฟังก็ก้มหน้าด้วยความเศร้า เดินจากไปด้วยความละห้อยหา
เมื่อต้วนอวี้หรานจากไปแล้ว บ่าวใช้ที่ยืนรออยู่นอกเรือนก็แยกย้ายกันไป ตอนนี้เหลือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ชิวจวี๋กับบ่าว
ใช้ในเรือนต้วนชิงหมิงกำลังเก็บกวาดพื้นที่ให้เรียบร้อย
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองไปที่ต้วนอวี้ด้วยใบหน้าที่อิดโรย จากนั้นรีบคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง “บ่าวขอบพระคุณ คุณชาย
ใหญ่ที่มาช่วยชีวิตไว้เจ้าค่ะ”
หากวันนี้ไม่ได้ต้วนอวี้ช่วยชีวิตเอาไว้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีหวังคงต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถเป็นแน่แท้
ไม่ต้องไปพูดถึงอย่างอื่นหรอก เอาแค่เรื่องที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จับต้วนอวี้หรานเป็นตัวประกัน ก็นับว่าเป็นความผิดร้าย
แรงแล้ว
ต้วนอวี้พยุงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ขึ้นมา พูดว่า “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ต้องคุกเข่าแล้ว ข้าก็แค่ได้ยินเรื่องมาอย่างงูๆ ปลาๆ ก็
เท่านั้น รีบลุกขึ้นเถอะ โชคยังดีที่เจ้าไม่ได้เป็นอะไร มิอย่างนั้น ข้าไม่รุ้จะตอบท่านพี่อย่างไรดี”
เมื่อต้วนอวี้พูดอย่างนั้น สีหน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็แดงระเรื่อขึ้นมา นางยืนพูดเสียงเบาว่า “บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ
เพราะบ่าวทำบุ่มบ่ามเกินไปป… ต่อให้คุณหนูรองอยากถีบบ่าวจนตาย บ่าวก็ไม่ควรจับนางเป็นตัวประกันเจ้าค่ะ”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คิดแล้วว่านางจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่นึกไม่ถึงว่าจะเอาชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้
ชิวจวี๋เดินเข้ามาพูดขอบคุณเป็นการใหญ่ “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ โชคดีที่คุณชายใหญ่มาพอดี ไม่อย่างนั้น พี่ต้องจบไม่
สวยอย่างแน่นอน”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จับมือของชิวจวี๋ไว้แน่น เอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว ข้าทราบแล้ว”
ต้วนอวี้โบกมือพูดขึ้น “เอาล่ะ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ข้าต้องกลับแล้ว… เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ในเมื่อไม่เป็นไรแล้ว เจ้าก็
รอท่านพี่กลับมาแล้วกัน แล้วก็จงสารภาพผิดอย่างตรงไปตรงมาก็เพียงพอแล้ว”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ส่ายหน้าไปมา “ไม่เจ้าค่ะ… เรื่องนี้นายหญิงต้องลงโทษบ่าวอย่างหนักแน่นอน… เพราะบ่าวทำให้ชื่อ
เสียงของคุณหนูเสื่อมเสีย ถ้าไม่ลงโทษบ่าวให้หนัก คุณหนูจะคุมบ่าวใช้คนอื่นได้ยังไงเจ้าคะ?”
ตอนนี้ ต้วนอวี้หรานถูกลงโทษ ส่วนหลิวหรงก็โกรธเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นฟืนเป็นไฟ ช่วยอะไรก็มิได้เลย พูดอีกอย่างก็
คือ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลายเป็นคนที่อาจถูกลงโทษจากเจ้านายทั้งสองคน เอาง่ายๆ แค่เรื่องเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ใช้ปินชี้คอเจ้านาย มี
หรือที่ต้วนชิงหมิงจะไม่ไถ่ถาม หากทราบเรื่องที่นางทำลงไป ต้วนชิงหมิงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้
ต้วนอวี้อาจไม่ได้คิดลึกถึงขั้นนั้นจึงชะงักไปนิดหน่อย ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เอาล่ะ ข้ายอมรับว่ายังคิดไม่รอบคอบ แต่
เจ้าวางใจได้ ข้าจะเป็นคนพูดกับท่านพี่เอง อีกอย่างนะ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ว่าท่านพี่จะลงโทษเจ้าอย่างไร ล้วนไม่ได้มาจาก
เจตนา เชื่อว่าเจ้าจะทนรับโทษไหว… เดี๋ยวต่อไปเรื่องก็จะผ่านไปแล้ว”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หันไปขอบคุณต้วนอวี้อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นต้วนอวี้ก็เดินจากไป
ทันทีที่ต้วนอวี้เดินไปได้ไม่ถึง เสี่ยวอวี้กับเสี่ยวเหอจึงตามไปติดๆ
“พวกเจ้าสองคนตามข้ามาทำอะไร?” ต้วนอวี้หันกลับไปมองอย่างแปลกใจ
เสี่ยวครุ่นคิด เสี่ยวอวี้พยักหน้างกๆ “บ่าวกับพี่เสี่ยวเหออยากขอร้องให้คณชายใหญ่ช่วยชีวิตเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้เลิกคิ้วขึ้น เอ่ยขึ้น “เรื่องเป็นมาเป็นไปยังไงกัน?”
เสี่ยวอวี้เงยหน้าขึ้นมองต้วนอวี้ “เรียนคุณชายใหญ่ ครั้งนี้บอกพูดความจริงออกมาทั้งหมด คุณหนูรองย่อมไม่
ปล่อยพวกบ่าวไว้อย่างแน่นอน มีเพียงคุณชายใหญ่ที่สามารถช่วยชีวิตบ่าวกับพี่เสี่ยวเหอได้เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้ได้ฟังกลับรู้สึกหนักใจ “แต่ว่า บ่าวใช้ในเรือนของข้าเต็มหมดแล้ว ทำไมเจ้าไม่ขอให้ท่านพี่รับไว้งทำงานที่
เรือนละ……”
วิธีการปกปั้องคนคนหนึ่งให้ที่ดีที่สุด คือการยืนอยู่ข้างกายเขา แต่ตอนนี้ พวกนางสองคนยังนับว่าเป็นบ่าวใช้ใน
จวนต้วน ดังนั้น เรื่องนี้ต้วนอวี้ไม่รู้ว่าควรจัดการอย่างไรถึงเหมาะสม
ด้านติงตังที่ได้ยินเรื่องทั้งหมด รีบเสนอขึ้นไป “คุณชายใหญ่ เรือนของพวกบ่าวกำลังขาดคนสองคนอยู่พอดี
เจ้าค่ะ!”
พอต้วนอวี้ได้ฟังก็เลิกตาโต “” เจ้ารู้ได้ยังไง?
ติงตังพูดเสียงเบา “คุณชายใหญ่ลืมแล้วหรือเจ้าคะ? แม่นมที่เก็บกวาดเพิ่งขอตัวลากลับบ้าน นางบอกว่าลูกสะใภ้
ของนางให้กำเนิดหลานชายเจ้าค่ะ ตอนนี้นางมิอาจได้ต่อไปจึงขาดคนถึงสองคนเจ้าคะ?”
“เจ้าไม่รู้หนังสือหรือยังไง… ถ้าขาดก็ขาดแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่เข้าใจเหรอ?” ต้วนอวี้พูดอย่างไม่สบอารมณ์
ติงตังยิ้มแหะๆ “คุณชายใหญ่ สงสัยลืมไปแล้วว่า เดิมทีก็ขาดคนทำความสะอาดมาแล้วหนึ่งคน ตอนนี้ออกอีก
หนึ่งคน เท่ากับสองคนพอดีเจ้าค่ะ คุณชายใหญ่ไม่ได้บอกคุณหนูใหญ่ เรื่องรับคนเพิ่มหรือเจ้าค่ะ?”
ติงตังหันหน้ากลับไปมองหน้าเสี่ยวอวี้และเสี่ยวเหอ เอ่ยขึ้น “ตรงนี้มีบ่าวใช้สองคนพอดี ประเดี๋ยวกลับไปบ่าวจะ
รายงานคุณหนูใหญ่ จะได้ไม่ต้องหาคนใหม่เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น “เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกเจ้าสองคนตามข้ากลับไปก่อน รอให้ท่านพี่กลับมา
แล้วค่อยปรึกษาว่าจะรับไว้หรือไม่”
การที่ต้วนอวี้ให้ไปอยู่ที่เรือนของเขาก่อน นับเป็นความเมตตาที่มีต่อนางทั้งสองคนเปั้นอย่างมาก เสี่ยวเหอกับเสี่ย
วอวี้จึงรีบโค้งตัวขอบคุณต้วนอวี้ จากนั้นก็เดินติดตามต้วนอวี้กับติงตังไปอย่างสุขใจ
ติงตังมีอายุมากกว่าต้วนอวี้สองสามปี ตอนนี้อายุสิบปีนิดๆ แล้ว ในเวลานี้ เมื่อเห็นเสี่ยวอวี้กับเสี่ยวเหอมีอายุไล่
เรี่ยกับเขา ติงตังก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงใช้ข้ออ้างขอตัวจากต้วนอวี้ออกมาก่อน ปล่อยให้ต้วนอวี้เดินกลับคนเดียวไป
ต้วนอวี้ออกจากเรือนต้วนชิงหมิงไปแล้ว ก็เดินไปที่สวนชาด้านหลัง ดูจากท่าทางของเขาไม่ค่อยมีความสุขเสียเท่า
ไหร่ เมื่อก้าวเดินผ่านประตูฉุยฮวาแล้ว ต้วนอวี้พึมพำกับตัวเองขึ้นว่า “เห้อ! ถ้าอยู่อย่างนี้ก็เปลี่ยนที่ไปแล้ว”
เรื่องนี้เป็นความคิดของเขาทั้งหมด แต่พอจบเรื่องแล้ว คนอาจต้องมองดูเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถูกทำโทษ จึงเกิดความรู้สึก
กังวลไม่สบายใจขึ้นมา
เมื่อได้ยินต้วนอวี้กำลังตำหนิตนเองอยู่ จู่ๆ มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง “คุณชายต้วนไม่ต้องกังวลไป ข่าวลือเป็น
เรื่องของคุณหนูรอง ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเสียหน่อย”
ต้วนอวี้รีบมองตาขวางทันใด “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร ท่านพี่ของข้าก็เป็นคุณหนูต้วน ต้วนอวี้หรานก็เป็นคุณหนูต้
วน หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ชื่อเสียงของท่านพี่ข้าจะเสีย หรือว่าต้วนอวี้หรานจะเสียกันแน่?”
บรรดาคุณหนูของทุกจวนนั้นต่างให้ความสำคัญของชื่อเสียงเกียรติยศกันทั้งนั้น หากต้วนอวี้หรานชื่อเสียงเสื่อม
เสีย เรื่องฉาวโฉ่ย่อมส่งผลกระทบต่อท่านพี่ของข้าด้วย
เหมือนที่โบราณกล่าวว่า ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งคอก หากต้วนอวี้หรานเน่าเฟะขึ้นมาแล้ว ท่านพี่ก็ข้าก็พลอย
โดนหางเลขไปด้วย