การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 637 รักเดียวใจเดียวไปชั่วชีวิต
ต้วนเจิ้งได้ยินที่ต้วนอวี้พูดออกมาพลันรู้สึกเป็นกังวล ก่อนจะหัวเราะออกมา เด็กอายุไม่เท่าไหร่ กลับกล้าสาบาน
หนักแน่นนเช่นนี้ กลัวว่าพอถึงวัยรุ่นมีสตรีรูปงามมายั่วยวนเสียหน่อย ต้วนเจิ้งไม่เชื่อหรอก ว่าต้วนอวี้จะรักษาคำสัญญา
ที่มีได้ไปจนแก่เฒ่า
ยิ่งไปกว่านั้น เชวียหนิงหรานกับต้วนอวี้ยังมีช่องว่างระหว่างวัยอีก การทำตามที่ให้สาบานไว้ ยากที่จะทำให้ต้วน
เจิ้งเชื่อได้ เขาจึงหัวเราะออกมา
ต้วนอวี้เห็นท่าทางของต้วนเจิ้ง พลันเกิดความไม่พอใจขึ้นมา จึงหันไปพูดกับต้วนเจิ้งว่า “ท่านพ่อ อวี้เอ๋อร์ขอถาม
อะไรเสียหน่อย… ท่านพ่อรักปั้าตู้ แต่กลับมาแต่งงานกับท่านแม่ ในใจของท่านพ่อสบายใจดีหรือไม่… ตอนนี้ร่างกายของ
ปั้าตู้ยังมีโรคพัวพันอีก หรือว่าท่านพ่อไม่มีความรู้สึกผิดในใจบ้างเลยหรือ… ท่านพ่อยังมีอี๋เหนียงอีกหลายคนอีก อวี้เอ๋อร์
ขอถามหน่อยว่า ท่านพ่อรักใครจริงบ้าง หรือในใจของท่านพ่อ ความรักคืออะไรกันแน่ จุดประสงค์ในการรับอี๋เหนียงเพื่อ
อะไร เพื่อความต้องการอันบริสุทธิ์ หรือต้องการรักษาหน้าตาขอรับ?”
เดิมทีการรับอี๋เหนียงมากมาย เพื่อเป็นการบ่งบอกฐานะที่รํ่ารวย แต่มาถึงเวลานี้ กลับกลายเป็นความกังวลใจ
ทุกข์ใจไปเสียมากกว่า
ต้วนอวี้ยังจำได้ ว่าในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดนั้น การรักเดียวใจเดียวอยู่ด้วยกันเพียงสอง ไปจนแก่เฒ่าถือเป็นเรื่อง
ปกติในสังคม แต่สำหรับการมามาอยู่ในยุคโบราณที่มีอนุภรรยาเป็นโข กลับสร้างความไม่พอใจให้กับภรรยาน้อยใหญ่
มากกว่าความสุขที่ควรได้รับ
หากต้วนอวี้มีลูก เขาไม่อยากให้ลูกของเขา ต้องมีชีวิตแบบนี้
ต้วนเจิ้งสะอึกกับสิ่งที่ต้วนอวี้พูดออกมา เขาอยากจะอ้าปากแย้ง ทว่ากลับพูดอะไรไม่ออก
เนื่องจาก เด็กน้อยอายุเจ็ดปี กลับมีความคิดที่ลํ้าลึก จนเขามิอาจโต้แย้งได้
ในช่วงวัยรุ่นนั้น ต้วนเจิ้งรชอพลอกับตู้ชิงหรวน แต่ด้วยการพระราชทานงานอภิเษกจากฝั่าบาท เขาจึงจำใจต้อง
แต่งกับติงโหรวบุตรสาวเสนาบดีอย่างจำใจ จากนั้น เขาเพิกเฉย มองข้าวติงโหรว เอาแต่ถวิลหาตู้ชิงหรวนเพียงอย่าง
เดียว
แต่ชีวิตของคนเรานั้นไม่มีอะไรแน่นอนยั้งยืนยง จุ่ๆ ติงโหรวก็จากไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ในตอนนั้น ต้วนเจิ้ง
คิดถึงความดีของติงโหรว ทว่าหลงเหลือเพียงความเสียใจและรู้สึกผิดแทน
ในชีวิตของต้วนเจิ้งนั้น สตรีที่เขารักมีเพียงคนเดียว คนคนนั้นหายตัวไปกว่าสิบปี และกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง
คนนั้นก็คือตู้ชิงหรวน
หากไม่มีตู้ชิงหรวน ต้วนเจิ้งมีหรือจะรู้จักเรียนรู้การปล่อยวาง และปล่อยทุกอย่างเปั้นไปตามธธรมชาติ
หลังจากที่ติงโหรวจากไปแล้วในตอนนั้น จวนต้วนไม่มีฮูหยินคอยจัดการดูแล ต้วนเจิ้งจึงต้องให้หลิวหรงทำหน้าที่
ไปก่อน ด้วยความจำใจ เพราะตอนนั้นไม่มีใครเหมาะสม อีกอย่างเขาก็เห็นหลิวหรงติดตามติงโหรวมานาน จึงยอมให้ทำ
หน้าที่นี้
ส่วนอี๋เหนียงเรือนอื่นนั้น ต้วนเจิ้งยังจำรูปร่างหน้าตาของพวกนางไม่ได้เลย เนื่องจากอี๋เหนียงเหล่านี้ ถ้าไม่ได้มา
จากการเลือกสรรเข้ามาของติงโหรว ก็เป็นการที่คนอื่นยัดเยียดให้เขา อี๋เหนียงเหล่านี้อย่างมากเป็นได้แค่คนนอนชั่วครั้ง
กินข้าวด้วยชั่วคราว ส่วนเรื่องความรักนั้น เขาไม่เคยมีให้พวกนาง ฉะนั้น หลายปีมานี้ ทั้งความรักและความใส่ใจแทบจะ
ไม่ได้หยิบยื่นให้เลย
บัดนี้ คำพูดของต้วนอวี้ทำเอาต้วนเจิ้งไปไม่ถูกแล้ว หนึ่งบุรุษกับหลายสตรีกลายเป็นเรื่องปกติของสังคม หากจวน
ไหนไม่มีอนุภรรยา กลับถูกมองว่าภรรยาเอกจิตใจคับแคบ และอาจถูกติฉินนินทาเอาได้ แต่สิ่งที่ต้วนอวี้พูดออกมานั้น
การที่บุรุษมีอนุมากมายเพื่ออะไรกัน?
ไม่ว่าด้วยเหตุผลด้านความรัก หรือการมีลูกหลานสืบสายตระกูล เรื่องนี้ต้วนเจิ้งจนปัญญาที่จะตอบ
แต่หลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่นานสองนาน ได้หัวเราะขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์… เรื่องนี้……”
ต้วนอวี้รีบพูดขัดต้วนเจิ้งขึ้นมา “ท่านพ่อ เรื่องนี้ถูกหรือผิด ลูกมิกล้าตัดสิน ลูกคิดเพียงว่าหากลูกเติบโตเป็น
ผู้ใหญ่จะยึดความคิดแบบนี้ในการดำรงชีวิต หวังว่าท่านพ่อจะไม่เข้ามาแทรกแซง แต่ลูกก็มิอาจให้ท่านพ่อไม่สบายใจ
ขอรับ”
ต้วนเจิ้งมองไปที่ต้วนอวี้ด้วยแววตาราบเรียบ “อวี้เอ๋อร์ แต่ลูกอาจเสียใจภายหลังได้รู้ไหม?”
“ไม่ขอรับ ลูกไม่มีวันเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน” ต้วนอวี้พูดอย่างหนักแน่น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ต้วนเจิ้งไม่รู้จะถามอะไนต้วนอวี้อีกแล้ว จึงยิ้มกลบเกลื่อน “อวี้เอ๋อร์เป็นถึงบุตรชายภรรยาเอก
จวนต้วน ความคิดของลูกส่งผลต่ออนาคตของจวนต้วน ฉะนั้น เรื่องบางเรื่องอย่าได้ด่วนตัดสินใจเร็วจนเกินไป”
คำพูดที่พยายามโน้มน้าวของต้วนเจิ้ง ทำให้ต้วนอวี้รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
ต้วนอวี้คิดว่าต้วนเจิ้งจะพยายามโน้มน้าว ชักจูงต้วนอวี้ให้ล้มเลิกความคิดมีภรรยาเพียงคนเดียว แต่เขากลับนึกไม่
ถึงว่า ต้วนเจิ้งกลับปล่อยตามใจที่ต้วนอวี้ต้องการ
สิ่งที่ต้วนอวี้ไม่รู้คือ ช่วงนี้ต้วนเจิ้งเอาเวลาส่วนใหญ่ไปดูแลตู้ชิงหรวนที่หัวแข็งดื้อรั้น จนลำบากอยู่มิน้อย บางครั้ง
เขาคิดว่า หากตอนนั้นเขาไม่ได้แต่งกับติงโหรว แต่เป็นตู้ชิงหรวน เขาก็จะไม่มีอนุเป็นโขยงแบบนี้
แน่นอนว่าเรื่องนี้ ต้วนเจิ้งไม่กล้าเอ่ยถามนาง เพราะไม่รู้เมื่อใด ติงโหรวได้กลายเป็นอีกคนที่เข้ามาอยู่ในหัวใจของ
เขา ทั้งต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องนี้ หากถามขึ้นมาก็คงไร้ประโยชน์สิ้นดี
ตอนนี้ ต้วนอวี้วางใจได้แล้ว การยืนหยัดที่จะมีภรรยาเพียงคนเดียวของเขา ทำให้ต้วนเจิ้งนึกถึงเรื่องราวในอดีต
ขึ้นมา ช่วงเวลาที่ผันผ่านไป คำสัญญาที่เขาเคยมีใครตู้ชิงหรวน เรื่องสุขใจ เรื่องทุกข์ใจ กลับหวนเข้ามาในมโนทวารอีก
ครั้ง
ดังนั้น ต้วนเจิ้งตัดสินใจจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น หากต้วนอวี้อยากมีอนุภรรยา
หลากคนย่อมเป็นเรื่องดี แต่หากเขาตัดสินใจมีภรรยาเพียงคนเดียวก็ได้ อย่างไรเสีย ในฐานะคนเป็นพ่อ หวังเพียงให้บุตร
ชายมีความสุข ส่วนเขาจะไปชดใช้สิ่งที่ติดค้างกับใครบางคนในอดีต
เมื่อเห็นว่าต้วนเจิ้งไม่ได้คัดค้านหัวชนฝา ต้วนอวี้ถึงกับดีใจมิน้อย รีบลุกขึ้นพูดออกมา “เรียนท่านพ่อ ลูกจำขึ้นใจ
แล้วขอรับ”
“อวี้เอ๋อร์ พ่อหิวแล้ว ไปทานอาหารกลางวันกันเถอะ” ต้วนเจิ้งตบไหล่ต้วนอวี้เบาๆ
ต้วนอวี้รีบตอบรับอย่างดีใจ จากนั้นสาวเท้าก้าวไปทานอาหารด้วยกัน
อาหารกลางวันในวันนี้ค่อนข้างเรียบง่าย ประกอบกับการทานเพียงสองคนของพ่อลูก ทำให้บรรยากาศเต็มไป
ด้วยความผ่อนคลาย โดยมิได้เอ่ยถึงเรื่องต้วนอวี้หราน ต้วนชิงหมิงขึ้นมาเลย หลังจากทานเป็นที่เรียบร้อย ต้วนอวี้ก็ไปนั่ง
จิบนํ้าชาในห้องอ่านหนังสือของท่านพ่ออย่างสบายใจ
ต้วนเจิ้งกับต้วนอวี้ทานอาหารกลางวันอย่างสบายใจ แต่ทางด้านต้วนชิงหมิงกลับไปไม่ได้สบายอกสบายใจเช่นนี้
ตั้งแต่ที่นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนเนี่ย บรรยากาศด้านในทำให้นางต้องระมัดระวังในทุกฝีก้าว
เรื่องนี้ต้องเริ่มเล่า หลังจากที่ต้วนชิงหมิงก้าวเข้าไปในจวนเนี่ย
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยืนรอต้วนชิงหมิงตั้งแต่เช้า พอเห็นต้วนชิงหมิงเดินเข้าจวนเนี่ยทางประตูใหญ่ นางรีบวิ่งเข้าไปจับไม้
จับมือถามไถ่ “เร็วเข้า ชิงหมิง ใกล้เลยเวลาแล้ว”