การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 638 ความลนลานของเนี่ยไฉ่เยวี่ย
ต้วนชิงหมิงมิทันได้ตั้งตัวกลับถูกเนี่ยไฉ่เยวี่ยเข้ามาลากตัวไป ลมหนาวเข้ากระทบใบหน้า ทำให้ต้วนชิงหมิงสติตื่น
ทั่วพร้อม
พอวิ่งตามไปได้สักครู่ ต้วนชิงหมิงก็พยายามสะบัดมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยออก พลางตำหนิออกขึ้นว่า “พี่เนี่ย แม้เรื่องรีบ
ร้อนก็มิควรลนลานแบบนี้นี่หน่า พี่อย่าลืมนะว่าวันนี้เป็นวันเกิดของท่านย่า บรรดาแขกเหรื่อผู้ใหญ่มากันหมด หากพี่ยัง
ลนลานแบบนี้ หากไปทันเวลาก็จริง แต่อาจถูกตำหนิเข้าได้ หรือไม่ก็ท่านย่าคงไม่อยากเห็นสภาพเสื้อผ้ายับยู่ยี่ ผมเผ้า
รุงรังของพี่แน่นอน”
เดิมทีเนี่ยไฉ่เยวี่ยต้องการให้ต้วนชิงหมิงรีบไปให้ทันเวลา ทว่าได้ยินที่ต้วนชิงหมิงกลับชะงักขึ้นมาทันใด
ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันสำคัญของท่านย่าจวนเนี่ย การเข้าไปแสดงคำอวยพรและคำยินดี เสื้อผ้าต้องเป็นระเบียบ
เรียบร้อย หากเนี่ยไฉ่เยวี่ยเข้าไปแบบนี้ มีหวังคงโดนเอ็ดอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ท่านย่าจวนเนี่ยมีหรือจะยอมให้ คุณหนูน้อยสองคนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย วิ่งกระหืดกระหอบ
เข้าไปแสดงคำอวยพรและคำยินดี มิหนำซํ้าหนึ่งในคุณหนูยังเป็นหลานที่ท่านย่าไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ หากเป็นอย่างนั้น
ท่านย่าต้องตำหนิและใช้โอกาสไล่นางกลับเรือนไป
ต้วนชิงหมิงพูดยิ้มๆ “เอาล่ะ ไฉ่เยวี่ย ในเมื่อยังไงก็ไปสายแล้ว พวกเราควรแต่งหน้าแต่งตัวให้เรียบร้อยเสียหน่อย
จากนั้นค่อยไปหาท่านย่า ถึงตอนนั้น หากท่านย่าถามขึ้นก็รีบบอกไปว่ามัวหายอดนํ้าค้างมาชงชาจึงเลยเวลา อย่างไรเสีย
ท่านย่าไม่มีทางตำหนิในเรื่องนี้อย่างแน่นอน”
หายอดนํ้าค้างมาชงชา?
เนี่ยไฉ่เยวี่ยถามด้วยความฉงน “แต่ว่าตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นสายโด่เด่แล้ว ไม่เหลือยอดนํ้าค้างอีกต่อไปแล้ว
ฉะนั้นจะปิดบังเรื่องนี้ได้อย่างไร?”
ต้วนชิงหมิงหันไปมองชิวหนิง ส่วนเยวี่ยเจียได้เดินเข้ามาพร้อมกับโถที่ด้านในบรรจุนํ้าบริสุทธิ์ ต้วนชิงหมิงพยัก
หน้าส่งสัญญาณให้ชิวหนิงเปิดผาโถ ก็ได้กลิ่นของเหลวด้านในโชยออกมา เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงถามอย่างแปลกใจ “ชิงหมิง นี่
คือยอดนํ้าค้าง?”
ต้วนชิงหมิงเอาแต่อมยิ้มไม่ตอบอะไร
ทางด้านชิวหนิงที่เปิดฝาออกได้เอ่ยขึ้น “เรียนคุณหนูเนี่ย นี่เป็นยอดนํ้าค้างก่อนอรุณ คุณหนูพาพวกบ่าวออกไป
รอง เนื่องจากคุณหนูเนี่ยเคยบอกว่า ท่านย่าชอบดอกเหมย จึงไปรองนํ้าค้างจากผลชิงเหมยกับต้นหว่านเหมยมาให้ ซึ่งมี
กลิ่นหอมรันจวนใจ หากนำไปชงชา ท่านย่าต้องชอบใจแน่นอน”
ต้วนชิงหมิงเอ่ยว่า “พี่เนี่ยไปกันเถอะ อีกประเดี๋ยวก็บอกไปตามนี้แล้วกัน”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเรียกให้บ่าวใช้ที่ชื่อเจี้ยงเอ๋อร์เข้าไปโถมา พร้อมกับพูดอย่างติ้นตันใจ “ชิงหมิงทำแบบนี้เพื่อพี่โดย
เฉพาะเลยหรือ?”
ต้วนชิงหมิงอมยิ้ม “แค่ตื่นเช้าหน่อยก็เท่านั้นเอง ยอดนํ้าค้างนี้หาไม่ได้ยากเลย”
ใบหน้าเนี่ยไฉ่เยวี่ยเต็มไปด้วยความสุข ในขณะเดียวกัน ก็อดอิจฉาความเฉลียวฉลาดของต้วนชิงหมิงมิได้ นางจึง
พูดขึ้นว่า “โชคดีที่ชิงหมิงคิดได้รอบคอบ มิอย่างนั้นพี่อาจต้องขายหน้าต่อหน้าท่านย่าแน่นอน”
“พี่เนี่ยจำไว้ให้ดีนะ สิ่งใดที่ท่านย่าชอบต้องทำให้ดี วันนี้เป็นวันสำคัญของท่านย่า จึงให้ความสำคัญกับเวลาเป็น
อย่างมาก แต่ท่านย่ากลับให้ความสำคัญของหน้าตาและการแสดงออกของพวกหลานๆ มากกว่า ในเมื่อพวกเรามาสาย
แล้วอาจมิใช่เรื่องดี ทว่าดีกว่าไปตรงเวลาแล้ว ไม่มีของอะไร จะเป็นที่ขบขันของคนอื่นได้ ตอนนี้ พี่ไฉ่เยวี่ยมียอดนํ้าค้าง
จากดอกเหมยแล้ว คนอื่นก็มิอาจหัวเราะเยาะได้แล้ว” ต้วนชิงหมิงพูดยิ้มๆ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองโถยอดนํ้าค้างในมือเจี้ยงเอ๋อร์อย่างเบิกบานใจ
จากนั้น ต้วนชิงหมิงได้มองซ้ายมองขวาก่อนถามขึ้นว่า “ใช่แล้ว พี่เนี่ย หนิงหรานมาที่นี่หรือยังเอ่ย?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังรีบยู่ปากทันที “เจ้ายังกล้ามาพูดอีก พี่ให้คนไปส่งใบเทียบเชิญถึงจวนหนิงหรานตั้งนานแล้ว แต่
ว่าไม่มีการตอบกลับแต่อย่างใด มีแค่ฮูหยินเนี่ยที่ให้บ่าวใช้มาบอก ว่าหนิงหรานปั่วย ไม่สะดวกมาร่วมงานได้ สงสัยวันนี้
คงไม่มาแล้ว”
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจออกมา “สงสัยไม่ใช่หนิงหรานปั่วยหรอก แต่เพราะท่านปั้าเชวียไม่อยากให้เจอกับชิงหมิง
ต่างหาก”
ความหมายของฮูหยินเชวียคงต้องรอให้การสอบผ่านไปก่อน เชวียหนิงหรานถึงจะเจอหน้าต้วนชิงหมิงได้ มิอย่าง
นั้น หารที่เชวียหนิงหรานมาเจอหน้าต้วนชิงหมิง อาจนำหรือเอาคำพูดใดมาบอกให้เชวียหนิงหรานแทนต้วนอวี้ได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงละเหี่ยใจกับการกันคนของฮูหยินเชวีย
เนี่ยไฉ่เยวี่ยที่เป็นคนติดจวนไม่ออกไปไหน จึงมิทราบเรื่องที่เล่าลือกันไปต่างๆ นานาในเมืองหลวง
หลังจากที่ได้ฟังต้วนชิงหมิงพูดเช่นนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยรีบถามขึ้นทันใด “จะเป็นไปได้ยังไง? ชิงหมิงเป็นสหายคนสนิท
ของหนิงหรานมิใช่หรือ?”
ความสนิทสนมของเชวียหนิงหรานกับต้วนชิงหมิงเป็นที่อิจฉาของเนี่ยไฉ่เยวี่ย แต่บัดนี้ ฮูหยินเชวียกลับห้ามมิให้
นางสองคนพบหน้ากัน เรืองนี้ต้องมีที่มาที่ไป ที่มิอาจให้ใครล่วงรู้หรือเปล่า
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มตอบว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับชิงหมิง แต่เพราะอวี้เอ๋อร์กับหนิงหรานจะหมั้นหมายหลังจาก
สอบจอหงวนได้ ฮูหยินเชวียกลัวว่าชิงหมิงจะเอาคำพูดของอวี้เอ๋อร์มาบอกหนิงหราน ฮูหยินจึงห้ามมิให้หนิงหรานออก
จากเรือนไปไหน”
ชั่วพริบตาเดียว เนี่ยไฉ่เยวี่ยคิดขึ้นมาได้ เหมือนว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริง ที่ว่าเชวียหนิงหรานถูกคุณชายที่นิยม
ในตัวบุรุษด้วยกัน ต่อว่าสาดเสียเทเสียไปยกใหญ่… พอเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังเรื่องเล่าก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทนขึ้นแทน… สิ่ง
สำคัญในตอนนี้ คือการให้ต้วนอวี้กับเชวียหนิงหรานได้สมหวังกัน
เนี่ยไฉ่เยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดอย่างเป็นเดือดเป็นร้อนแทนขึ้น “ท่านปั้าเชวียทำแบบนี้กับทั้งสองคนได้ยัง
ไง?”
การที่คนเรารักใครสักคนนั้น ย่อมคาดหวังได้พานพบกันโดยเร็ว แต่กลับถูกแยกอย่างไม่จำใจ นี่ช่างโหดร้ายเกิน
ไปแล้ว
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมาก่อนพูดขึ้นว่า “ไฉ่เยวี่ย พี่คงยังไม่รู้ว่าคำสัญญานั้น คนที่สาบานคืออวี้เอ๋อร์ว่าจะรัก
หนิงหรานไปทั้งชีวิต พี่ไฉ่เยวี่ยลองคิดดู ก่อนที่จะสอบได้สำเร็จ หริงหรานกับอวี้เอ๋อร์ห้ามพบหน้ากัน ถ้าเกิดอวี้เอ๋อร์
แอบมาพบหน้าหนิงหราน ถือว่าคำสัญญาเป็นโมฆะ ถึงตอนนั้น อวี้เอ๋อร์อยากแต่งงานกับหนิงหรานคงเปั้นไปไม่ได้อีก
แล้ว ด้วยเหตุนี้ ชิงหมิงจึงมิกล้าพาอวี้เอ๋อร์มาด้วย แต่ฮูหยินเชวียก็ช่วยหนิงหรานรักษาสัญญามิให้พบหน้ากันก่อน นี่คง
เป็นนิมิตหมายที่ดีมิใช่หรอกหรือ?”
ต้วนชิงหมิงแอบต้วนอวี้ออกมาร่วมงานที่จวนเนี่ยเพียงลำพัง ด้วยกลัวเขาจะได้พบหน้าหนิงหราน ในเมื่อต้วนอวี้
มาไม่ได้ ต้วนชิงหมิงก็เตรียมตัวมาพบหน้าสหายคนสนิทแทน แต่กลับต้องผิดหวังไป
“ชิงหมิง ไม่ต้องห่วงไป ถ้าเจ้าอยากพบหน้าหนิงหราน ข้าสามารถนัดหนิงหรานออกมาได้ จากนั้น พวกเจ้าก็ไป
พูดคุยกันตามลำพังดีไหม?” เนี่ยไฉ่เยวี่ยถามขึ้น
ต้วนชิงหมิงได้แต่ส่ายหน้าไปมา “ช่างเถอะ ไฉ่เยวี่ย หากต้องการช่วยข้าจริง เจ้าก็ไปหาเชวียหนิงหรานถึงจวน
แล้วกัน อย่างนั้น ฮูหยินเชวียถึงจะวางใจ หากข้าไปพบหน้าตามลำพังกับหนิงหราน อาจถูกคนสงสัยมากกว่านี้ ยังไงเรื่อง
นี้ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็นแล้วกัน”
“ข้าเข้าใจความหมายที่ชิงหมิงต้องการพูดแล้ว อย่างไรเสีย เจ้าก็เป็นสหายคนสนิทของนาง หากต้องการพบหน้า
ก็ไปหาที่จวนอย่างเปิดเผยก็สิ้นเรื่อง ไม่จำเป็นต้องทำลับๆ ล่อๆ” เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
ต้วนชิงหมิงรีบตอบกลับทันใด “ถูกต้องแล้ว! แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ข้าขอรอให้ผ่านการสอบจอหงวนไป
ก่อนค่อยนัดหนิงหรานมาพบหน้า แบบนี้จะได้ไม่ต้องลำบากใครทั้งนั้น”
เรื่องทั้งหมดนี้เกี่ยวพันถึงความสุขของต้วนอวี้กับเชวียหนิงหรานไปทั้งชีวิต อีกทั้งสองคนนี้ยังเป็นคนที่สำคัญในชี
วิตต้วนชิงหมิงอีกด้วย ฉะนั้น นางเลือกจะอดทนเพื่อรอวันเวลาที่เหมาะสม