การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 640 เนี่ยเซียงซิ่ว
เนี่ยเซียงซิ่วเกิดจากเนี่ยอี๋เหนียง อนุภรรยาที่ได้รับความโปรดปรานที่สุด อีกทั้งฐานะของเนี่ยอี๋เหนียงผู้นี้ ก็ยังเป็น
หลานสาวของท่านย่าเนี่ยด้วย เนื่องจากความสัมพันธ์ระดับนี้ ยามปกติเนี่ยเซียงซิ่วจึงใช้อำนาจบาตรใหญ่ รังแกเนี่ยไฉ่เย
วี่ยทุกอย่าง
ต้วนชิงหมิงเห็นท่าทางเหย่อหยิ่งไม่แยแสของเนี่ยเซียงซิ่ว ก็พยักหน้าถามเสียงเบาว่า “เป็นอย่างไร?ไฉ่เยวี่ย ครั้ง
นี้เจ้าจะจัดการ หรือจะให้ข้าจัดการ?”
เนี่ยเซียงซิ่วคนนี้ชอบอวดฉลาด มีใจอิจฉาริษยาทั้งยังขาดพรสวรรค์ การรับมือกับสตรีเช่นนี้ ย่อมไม่ต้องให้ต้วน
ชิงหมิงพูดอะไรมากอยู่แล้ว แต่ต้วนชิงหมิงอยากให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยออกหน้าเองมากกว่า ให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองหวาด
กลัวจริงๆ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองสายตาที่จริงใจของต้วนชิงหมิง ปลุกความกล้าตอบว่า “ข้าเอง”
เมื่อเห็นท่าทางยืดอกอย่างกล้าหาญของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ต้วนชิงหมิงก็อดไม่ได้ที่จะกุมมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยไว้ แล้วถามเสียง
ตํ่าว่า “ไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน”
ไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน
หลังจากผ่านไปหลายปี สหายคู่นี้ที่แยกทางกันตอนยังเด็ก มิตรภาพจึงไม่มีเหลืออีกแล้ว แต่คำพูดของต้วนชิงห
มิงในตอนนี้ เนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับตราตรึงอยู่ในใจ
หลายปีหลังจากนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยที่อยู่ในฐานะสูงส่งแล้ว บางครั้งยามนั่งอยู่หน้ากระจกลำพังก็จะนึกถึงคำพูดที่ต้
วนชิงหมิงเคยกล่าวไว้ตอนเด็ก ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะหลั่งนํ้าตา
ในชีวิตของคนเรา มักจะมีคนอย่างนั้นอยู่หนึ่งคน นั่นก็คือยามที่เจ้าต้องการใครสักคน นางจะอยู่เสมอ ดังนั้น ใน
ภายหลังนางก็จะอยู่ตรงนั้นตลอดไป
เนี่ยไฉ่เยวี่ยก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว มองเนี่ยเซียงซิ่วพร้อมบอกว่า “วันนี้พี่หญิงซิ่วงดงามมากค่ะ”
เนี่ยเซียงซิ่วชะงักเล็กน้อย
นางสงสัยจริงๆ ว่าหูตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า นางกำลังหาเรื่องเนี่ยไฉ่เยวี่ย แต่ไม่น่าเชื่อว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะชมว่า
นางสวยอย่างนั้นหรือ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดต่อไปว่า “ชุดนี้ของพี่หญิงซิ่วงดงามมาก… ปินก็งามมาก วันนี้พี่หญิงซิ่วดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ แม้
ข้าจะยืนอยู่ตรงหน้าพี่หญิงซิ่ว ก็ยังรู้สึกละอายจนเทียบไม่ติด”
ความแปลกใจในตอนแรกกลายเป็นความอิ่มเอมใจแล้ว เนี่ยเซียงซิ่วเงยหน้า แล้วพยักหน้ากล่าวว่า “นั่นก็
แน่นอนอยู่แล้ว…”
ต้วนชิงหมิงที่อยู่ข้างๆ ได้ยินแล้วเม้มปากหัวเราะ
เนี่ยเซียงซิ่วคนนี้ไม่ฉลาดตรงไหนล่ะ?นางเป็นคนโง่เง่าโดยแท้ต่างหาก!
เนี่ยไฉ่เยวี่ยที่เป็นบุตรสาวภรรยาเอกออกปากชมเนี่ยเซียงซิ่วว่างามแปลว่างามจริงหรือ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยืนอยู่ตรงหน้านางพูดประชดยังไม่รู้ตัวอีก
มีที่ไหนกัน ชุดของบุตรสาวภรรยาเอกจะงดงามน้อยกว่าบุตรสาวลูกอนุ อย่าบอกนะว่า แค่ได้อยู่ต่อหน้าท่านย่า
เนี่ย เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็มีหน้ามีตาเชิดหน้าชูคอได้แล้ว?
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยิ้มเรียบๆ อีกครั้ง แล้วบอกว่า “แต่ว่า พี่หญิงซิ่วแต่งกายงดงามขนาดนี้ เหตุใดไม่ไปหาท่านย่าเนี่ย ให้
ท่านย่าเนี่ยดูเสียหน่อยล่ะ?ได้ยินว่าวันนี้มีแขกเหรื่อมาเยอะมาก หากพวกเขาได้เห็นพี่หญิงซิ่ว จะต้องตกตะลึงไร้ที่เปรียบ
แน่นอน”
ต้วนชิงหมิงได้ยินแล้วเริ่มหัวเราะเบาๆ
เนี่ยเซียงซิ่วแต่งกายจัดเต็มขนาดนี้ จะต้องเตรียมตัวแย่งชิงความโดดเด่นแน่นอน แต่เมื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดอย่างนี้
แล้ว เกรงว่าความโดดเด่นของนางจะมลายหายไปในไม่ช้า
เดิมที เนี่ยเซียงซิ่วไม่ได้สังเกตเห็นต้วนชิงหมิงที่ตัวเล็ก ตอนนี้พอได้ยินนางหัวเราะคิกคักอยู่ตลอด เนี่ยเซียงซิ่วก็
อดไม่ได้ที่จะถามอย่างอย่างหงุดหงิด “น้องสาวข้าชมข้าว่างดงาม แล้วเจ้าหัวเราะอะไรของเจ้า?”
หน้าผากของต้วนชิงหมิงเลิกขึ้นอย่างฉงน… เนี่ยไฉ่เยวี่ยชมว่าเนี่ยเซียงซิ่วงดงาม แต่แค่ต้วนชิงหมิงหัวเราะนิด
หน่อยกลับไม่อนุญาตอย่างนั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาแตกหักกับเนี่ยเซียงซิ่ว นางจึงตอบพร้อมรอยยิ้ม “ข้ารู้สึกว่าพี่เยวี่ยพูดถูก
จริงๆ วันนี้คุณหนูเซียงซิ่วจะต้องโดดเด่นเป็นสง่า มีเอกลักษณ์ไม่ซํ้าใครแน่นอน”
พอเนี่ยเซียงซิ่วได้ยินคำพูดของต้วนชิงหมิง ก็รู้สึกว่ามีบางจุดที่ไม่ค่อยปกติ แต่นางก็บอกไม่ถูก เมื่อเห็นว่าท่านย่า
เนี่ยบอกว่าถึงเวลาแล้ว นางก็ไม่สนใจคำพูดไร้สาระของเนี่ยไฉ่เยวี่ยอีก รีบสาวเท้าเดินไป
ขณะมองท่าทางภาคภูมิใจของเนี่ยเซียงซิ่ว ต้วนชิงหมิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอีก “พี่สาวบุตรของอนุคนนี้ของเจ้า
ช่างน่าสนใจ”
ข้างกายเงียบงันไร้เสียง ต้วนชิงหมิงจึงหันกลับไปมองอย่างแปลกใจ เห็นเพียงเนี่ยไฉ่เยวี่ยหน้าซีดขาวจนไม่เห็น
เลือดฝาดแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงหันกลับมา เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่า “ข้าเองก็นึกไม่ถึงเช่นกัน ว่านางจะเลิกหาเรื่อง
ง่ายขนาดนี้”
สิ่งที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยจะบอกก็คือ นึกไม่ถึงว่าเนี่ยเซียงซิ่วจะเดินออกไปง่ายดายขนาดนี้ ต้องทราบไว้ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่
ยกับเนี่ยเซียงซิ่วเป็นพี่น้องกันมาสิบกว่าปีแล้ว สำหรับนิสัยใจคอของเนี่ยเซียงซิ่ว นางกลับทั้งเกลียดทั้งกลัว
สาเหตุก็เป็นเพราะว่า เนี่ยเซียงซิ่วสามารถชี้หน้าด่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ตลอดราวกับเป็นผู้หญิงปากตลาด ด่าจนกระทั่ง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยร้องไห้ นอกจากนี้นางยังสามารถพูดจาตํ่าตมชั่วร้าย ทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เมื่อก่อนเนี่ยไฉ่เยวี่ยยังฝืนอดทนไว้ ตอนหลังพอฮูหยินเนี่ยรู้เรื่องก็ทำโทษเนี่ยเซียงซิ่ว แต่มารดาของเนี่ยเซียงซิ่ว
ไปฟั้องเรื่องนี้กับท่านย่าเนี่ย แต่เนื่องจากคำพูดที่เนี่ยเซียงซิ่วด่าทอนั้นหยาบคายตํ่าตมจนทนฟังไม่ได้ เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงไม่มี
ทางพูดให้ท่านย่าเนี่ยฟังได้เลย ตอนสุดท้ายกลับถูกตำหนิเหมือนเป็นคนผิดเสียเอง
ส่วนเนี่ยเซียงซิ่วก็จับจุดอ่อนจุดนี้ของเนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ ถึงได้วางอำนาจบาตรใหญ่ไม่เกรงกลัวใครมากขึ้น รังแกนาง
ตามใจชอบ ส่วนเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็รู้ถึงสถานการณ์ของฮูหยินเนี่ย ดังนั้น จึงพยายามไม่ขัดใจเนี่ยเซียงซิ่ว หากหลบได้ก็จะ
หลบ เลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง
ต้วนชิงหมิงมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยปราดหนึ่ง นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แต่กลับบอกว่า “เอาล่ะ พี่หญิงเนี่ย กลับไป
เถอะ ข้าจะช่วยหวีผมให้ท่าน จากนั้นพวกเราก็พยายามตามไปหาท่านย่าเนี่ยให้เร็วที่สุด”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยังคงหน้าซีดเหมือนเดิม นางพยักหน้าเบาๆ แล้วพาต้วนชิงหมิงเดินออกไป
งานเลี้ยงวันเกิดของท่านย่าเนี่ย ถือเป็นงานใหญ่งานหนึ่งในจวนเนี่ยเช่นกัน ตอนนี้แขกเหรื่อมากันเยอะแล้ว
บรรยากาศรื่นเริงเป็นมงคล แม้แต่ฮูหยินเนี่ยเองก็งานยุ่งจนเท้าแทบไม่ติดพื้น เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยมาด้วย
กัน ก็บอกเพียงว่า “เร็วๆ หน่อย เจ้ากำลังจะทำให้เสียเวลาแล้ว”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าทักทายฮูหยินเนี่ย แล้วก็เดินตามเนี่ยไฉ่เยวี่ยเข้าไป
ตอนที่ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไป ฮูหยินเนี่ยก็อึ้งเล็กน้อย
ยามปกติ การลงเครื่องประทินโฉมของเนี่ยไฉ่เยวี่ยล้วนเป็นหน้าที่ของเจี้ยงเอ๋อร์และบ่าวใช้อีกไม่กี่คน ดังนั้น ฮู
หยินเนี่ยจึงคุ้นชินกับท่าทางของนางแล้ว เสื้อผ้าสีอ่อน ผิวกายสีขาวหมดจด อีกทั้งการแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมที่แม้
จะประณีตงดงาม แต่กลับดูจืดจางเหมือนกลัวจะสดใสเกินไป
แต่เนี่ยไฉ่เยวี่ยในวันนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะสวมชุดที่แขนเสื้อเป็นสีแดงครึ่งหนึ่ง ด้านนอกสวมชุดคลุมผ้ามุ้งสีชมพูอ่อน
สีชมพูขับชุดสีแดงข้างในให้เด่น ความรู้สึกสดใสเหมือนสาวน้อยวัยแรกรุ่นปรากฏอยู่บนตัวนาง
พอมองมวยผมบนศีรษะเนี่ยไฉ่เยวี่ยอีก ดูเผินๆ แล้วไม่มีอะไรพิเศษ แต่พอรวมกับการแต่งหน้าที่ไม่อ่อนไม่เข้ม
เกินไปของนาง กลับเผยเสน่ห์เบาๆ ที่เหมาะสมพอดี
อีกทั้งดวงตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ดูสดใสเป็นพิเศษ ไม่เพียงแค่เป็นประกายวิบวับ ทั้งยังมีราศีแห่งความอ่อนโยนด้วย
ฮูหยินเนี่ยค้นพบบางสิ่งที่เรียกว่า “ความมั่นใจ” จากสีหน้าของบุตรสาวตัวเอง สิ่งนั้นแผ่ซ่านออกมาจากตัวบุตรสาว
อย่างเบาบาง
บุตรสาวในมาดแบบนี้ทำให้ฮูหยินเนี่ยทั้งดีใจทั้งประหลาดใจ แต่ฮูหยินเนี่ยเข้าใจมาก ว่าการที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยมีวันนี้
ได้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะต้วนชิงหมิง ดูท่าแล้ว วันนี้ต้วนชิงหมิงคงจะมาช่วยให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยดูโดดเด่นเหนือใคร
พอนึกถึงตรงนี้ ในใจฮูหยินเนี่ยพลันเกิดความรู้สึกทุกข์ใจขึ้นมา ขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกโชคดีแทนบุตรสาวของ
ตน ดูท่าแล้ว การที่บุตรสาวคบหาเป็นสหายกับต้วนชิงหมิงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วจริงๆ
เมื่อเห็นฮูหยินเนี่ยยืนเหม่ออยู่อย่างนั้น บ่าวใช้ที่อยู่ข้างกายก็เตือนว่า “ฮูหยิน ทางท่านย่าเนี่ยเตรียมตัวเรียบร้อย
แล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินเนี่ยได้ยินแล้วรีบเก็บสำรวมสายตาตัวเอง แล้วบอกว่า “ได้ ข้ารู้แล้ว เจ้ารีบไปดูหน่อยว่ามีอะไรที่ยังเตรียม
ไม่เสร็จหรือเปล่า?”
ชั่วพริบตาที่หันตัวมา พอฮูหยินเนี่ยเห็นใบหน้ายิ้มด้านข้างของเนี่ยไฉ่เยวี่ย นางก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พบว่า
บุตรสาวเติบโตแล้วจริงๆ
ตอนที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยพาต้วนชิงหมิงเดินเข้าไป ต้วนชิงหมิงมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่า คนที่นั่งอยู่ตำแหน่งบนก็คือท่าน
ย่าเนี่ย
ท่านย่าเนี่ยเพิ่งอายุประมาณห้าสิบปี แต่อายุก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนตัวนาง ต้วนชิงหมิงยืนมองอยู่ตรงประตู
โถงหลัก เห็นสตรีวัยกลางคนกำลังอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้น นางงดงามเสมือนดอกท้อเดือนสาม บริสุทธิ์ดุจดอก
เบญจมาศเดือนเก้า ดูเผินๆ เหมือนคนอายุสี่สิบกว่าเท่านั้น ดวงตาหงส์ทั้งคู่เย้ายวนโดยธรรมชาติ แต่กลับให้ความรู้สึก
น่าเกรงขาม ผมดำขลับทั้งศีรษะถูกเกล้าม้วนเป็นมวยผม งดงามภูมิฐาน เม็ดไข่มุกขนาดเท่านิ้วก้อยทั้งยังขาวใสดุจหิมะ
กำลังสะท้อนแสงวิบวับอยู่ระหว่างผมราวกับดวงดาว พอเห็นนางสวมชุดวันเกิดสีแดง คิ้วโก้ง จมูกโด่ง สีหน้าท่าทางสุขุม
เยือกเย็น โคมไฟระย้าแขวนสูงอยู่ในห้อง แสงไฟที่สว่างพร่างพราวช่วยขับให้ผิวของนางขาวใสดุจเกล็ดอัญมณียิ่งขึ้น มิมี
สิ่งใดเทียบได้ แม้จะยืนอยู่ในมุมของต้วนชิงหมิง แต่ก็ยังเห็นผิวนางขาวใสหมดจด เห็นเพียงแววตาเยียบเย็นที่ทำให้คน
รู้สึกเกรงกลัว
แค่มองแวบเดียว ต้วนชิงหมิงก็รู้ถึงสาเหตุที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว
พูดประโยคก็กระจ่างแล้ว สาเหตุที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ได้รับความโปรดปราน ก็ไม่ใช่เพราะว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยทำอะไรไม่ดี
แต่เป็นเพราะในสายตาท่านย่าเนี่ย หลานสาวคนนี้ไม่ใช่รสนิยมที่นางต้องการ……