การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 641 งานวันเกิดท่านย่าเนี่ย
เจ้าลองคิดดูสิ ท่านย่าเนี่ยที่องอาจภูมิฐานขนาดนี้ สำหรับหลานสาวคนหนึ่งที่อ่อนแอปวกเปียก นอกจากหวาด
กลัวขี้ขลาดก็ไม่มีสิ่งใดดีเลย แต่เนี่ยไฉ่เยวี่ยในวันนี้ได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่จนดูดี ตรงข้ามกับเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยืนอยู่ตรงประตูโถงหลัก เหมือนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาแล้ว นางก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว
เหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสูงสตรีดังขึ้นมาจากด้านข้าง “แหม นี่ใช่น้องไฉ่เยวี่ยหรือเปล่านะ…
เจ้ากะเวลามาได้พอดิบพอดีเลยล่ะสิ นี่แขกเพิ่งจะมากันครบ เจ้ามาได้ทันเวลาเผยโฉมพอดีเลยนะ”
เสียงนี้ก็คือเสียงของเนี่ยเซียงซิ่วที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่ที่ผ่านมา ตอนนี้นางนั่งอยู่ข้างกายสตรีงามคนหนึ่ง กำลัง
ปรายตามองเนี่ยไฉ่เยวี่ย สายตานั้นราวกับกำลังบอกว่า หากไม่ได้ทำให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยอับอาย ในใจนางก็จะรู้สึกไม่ผ่อน
คลายอย่างนั้นแหละ
สีหน้าของเนี่ยไฉ่เยวี่ยฉายแววเย็นชาปรากฏมาอยู่ครู่เดียว เพียงครู่เดียวเท่านั้น มือของนางก็ถูกคนจับไว้เบาๆ
ข้างหูมีเสียงกระซิบของต้วนชิงหมิงดังมา “นางกำลังยั่วโมโหเจ้า… อดทนเอาไว้”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยถอนหายใจเบาๆ เดินไปข้างหน้าสองก้าว แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ ว่า “เป็นพี่หญิงซิ่วที่มาเร็วเกิน
ไป… เพียงแต่ว่า พี่หญิงซิ่วนี่ก็มาเร็วเหมือนกัน เมื่อครู่นี้น้องยังเจอพี่อยู่ที่ด้านหน้าอยู่เลย แต่ดูจากท่าทางของพี่ตอนนี้
เหมือนจะมาตั้งนานแล้ว… พี่หญิงฝีเท้าไว น้องสาวได้แต่ทอดถอนใจจนเทียบไม่ติด”
ที่จริงแล้ว หากเป็นสตรีในตระกูลใหญ่ จะให้ความสำคัญกับกิริยามารยาทที่สุด เช่นยิ้มโดยไม่เผยฟัน เดินโดย
กระโปรงไม่ขยับ แต่ตอนนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยจะชมว่าเนี่ยเซียงซิ่วได้อย่างว่องไว เช่นนั้น คำพูดนี้ก็ชัดเจนแล้ว ไม่ใช่
กำลังแอบตำหนิว่าเนี่ยเซียงซิ่วมีกิริยามารยาทไม่เหมาะสม ไม่เหมือนบุตรสาวของตระกูลใหญ่หรอกหรือ?
เมื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยกล่าวเช่นนี้ออกมา ทุกสายตาก็จับจ้องไปบนใบหน้าเนี่ยเซียงซิ่วทันที
เดิมที แขกมากันเต็มโถงจัดงานแล้ว ทุกคนกำลังอวยพรวันเกิดและหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนาน แต่คุณหนูจวน
เนี่ยท่านนี้กลับพูดจาเสียมารยาท ราวกับอยากจะโค่นล้มใครอย่างนั้นแหละ แบบนี้จะไม่ให้ทุกคนรู้สึกว่ากำลังจะมีละคร
ฉากเด็ดให้ดูได้อย่างไร
เนี่ยเซียงซิ่วกำเริบเสิบสานจนเคยตัว ตอนนี้นางเลิกคิ้วพร้อมกล่าวอย่างอาจหาญว่า “นั่นก็แน่นอนอยู่แล้ว วันนี้
เป็นงานวันเกิดของท่านย่าเนี่ย ข้าก็ย่อมต้องมาเร็วๆ หน่อย รีบมาอวยพรวันเกิดให้ท่านย่าเนี่ยก่อน ไม่เหมือนคนบางคน
หรอก รู้อยู่แท้ๆ ว่าเป็นวันมงคล กลับทำตัวชักช้ายืดยาด เห็นแล้วน่ารำคาญสิ้นดี”
สีหน้าของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเริ่มเปลี่ยนเป็นแย่ลง
นางบอกว่าเนี่ยเซียงซิ่วกิริยาไม่เหมาะสม แต่เนี่ยเซียงซิ่วกลับบอกว่านางไม่เห็นความสำคัญของงานวันเกิดท่าน
ย่าเนี่ย นางได้เปรียบกับคำว่า “กิริยาไม่เหมาะสม” แต่กลับแพ้ให้คำว่า “กตัญู” ซึ่งมีความสำคัญยิ่ง บรรดาคนที่อยู่ใน
งานไม่มีใครมองไม่ออก ใครๆ ก็มองออกทั้งนั้นว่าสองคนนี้ใครสำคัญกว่ากัน
ดังนั้น ตอนนี้หางตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยมองเห็นแล้ว ว่าท่านย่าเนี่ยเริ่มไม่สบอารมณ์เล็กน้อย นางจึงอดไม่ได้ที่จะ
ร้อนใจ รีบก้าวเข้ามาเพื่ออธิบาย
ทว่า ต้วนชิงหมิงออกแรงดึงแขนนางไว้ แล้วกล่าวเสียงตํ่าว่า “พี่เนี่ย คำนับและอวยพรวันเกิดให้ท่านย่าเนี่
ยก่อน”
ต้วนชิงหมิงหันกลับมายิ้มให้เนี่ยเซียงซิ่วด้วยสีหน้าสดใส พร้อมกล่าวว่า “คำพูดของคุณหนูเซียงซิ่ว ชิงหมิงไม่เข้า
ใจจริงๆ ถ้าทุกคนพากันอ้างความกตัญูแล้วมาอวยพรวันเกิด โดยไม่สนใจความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่นนั้น ระเบียบ
แบบแผนยังจะมีอยู่ไหม?”
เมื่อได้ฟังคำพูดของต้วนชิงหมิง เนี่ยเซียงซิ่วก็หลุดปากพูดอย่างอดเสียมิได้ “เจ้าพูดจาเหลวไหล ข้าไม่เรียบร้อย
ตรงไหน?” พอพูดจบ เนี่ยเซียงซิ่วก็ยังไม่ลืมที่จะมองเสื้อผ้าของตัวเองแวบหนึ่ง
ต้วนชิงหมิงยิ้มให้และบอกว่า “เช่นนั้น ชิงหมิงก็ยิ่งนับถือคุณหนูเซียงซิ่วแล้ว… ขนาดรีบมาเครื่องประทินโฉมยัง
ไม่หลุดจากหน้าเลยสักนิด ต้องบอกเลยว่าคุณหนูเซียงซิ่วเป็นคนแรกที่ชิงหมิงได้เห็นจริงๆ”
พอเนี่ยเซียงซิ่วได้ยินทั้งนั้น ก็ร้อนใจทันที นี่ไม่ใช่กำลังด่ากันหรอกหรือ……มาบอกว่านางหยาบคายจนเคยตัวแล้ว
รีบร้อนจนเคยตัวอีก ถึงได้มาถึงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งภาพลักษณ์ เครื่องประทินโฉมยังติดแน่นแกะไม่ออกอีก
ส่วนทางเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ถูกต้วนชิงหมิงเตือน นางชะงักเล็กน้อย ก่อนได้สติขึ้นมาในทันที นางไม่สนใจเนี่ยเซียงซิ่ว
แล้ว รีบร้อนหันตัวมาอวยพรให้ท่านย่าเนี่ยอย่างจริงใจ
ท่านย่าเนี่ยเหมือนจะไม่รู้สึกดีกับหลานสาวคนนี้เสียเท่าไร ขณะที่ฟังเนี่ยไฉ่เยวี่ยคำอวยพรอย่างจริงใจ ก็เพียง
ขานรับอย่างเย็นชาว่า “อืม” แล้วหันหน้าไปคุยกับบรรดาฮูหยินที่สนิทกัน
เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ได้รับความสำคัญ ผนวกกับถูกเนี่ยเซียงซิ่วยั่วโมโหก่อนหน้านี้ บัดดลนั้น ดวงตาเริ่มมีนํ้าตาคลอ
ออกมาแล้ว
ต้วนชิงหมิงแอบบีบมือเนี่ยไฉ่เยวี่ย บอกใบ้ให้นางทำตัวสุขุมเยือกเย็น แต่ตัวเองกลับเดินไปข้างหน้า ไปคำนับ
ท่านย่าเนี่ย อย่างเคารพนอบน้อม “ชิงหมิงขออวยพรให้ท่านย่าเนี่ย องอาจภูมิฐานยิ่งขึ้น ขอให้อายุยืนพันๆ ปีเจ้าค่ะ”
ท่านย่าเนี่ยที่กำลังคุยกับบรรดาฮูหยินถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
ต้องทราบไว้ว่าการอวยพรคนชราเหล่านี้ ปกติจะบอกว่า “มีโชคลาภดุจทะเลบูรพา” บ้าง บอกว่ า “อายุยืนยาว
เหมือนเขาทักษิณ” บ้าง แต่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้กลับอวยพรว่า “ขอให้องอาจภูมิฐานยิ่งขึ้น” กับ “ขอให้อายุยืน
พันๆ ปี” อย่างนั้นหรือ?
ต้องบอกเลยว่า ช่างเป็นสาวน้อยที่ทำให้คนรู้สึกโปรดปรานมากจริงๆ
ท่านย่าเนี่ยหันหน้ามา มองประเมินต้วนชิงหมิง
สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้านี้อายุประมาณสิบปีเท่านั้น นางสวมชุดกระโปรงผ้ามุ้งสีฟั้าอ่อน ผิวขาวดุจหิมะ และสิ่งที่
หายากกว่านั้นก็คือ ใบหน้างามเลิศลํ้าของนางกลับเก็บงำอารมณ์ความรู้สึก เมื่อยืนอยู่ในตำแหน่งของท่านย่าเนี่ย เห็น
เพียงกลิ่นอายความสง่าภูมิฐานสดใสประกายออกมา
ท่านย่าเนี่ยมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่อยู่ข้างๆ แวบหนึ่ง อีกฝั่ายเหมือนจะหลบสายตาไปครู่เดียว แต่ชั่วขณะนั้น รอยยิ้ม
อันอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง ไม่แข็งกร้าวและไม่ถ่อมตัวเกินไป กำลังพอเหมาะพอดี
ท่านย่าเนี่ยอ่านคนมาแล้วนักต่อนัก แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเฉลียวฉลาดและมีแผนการใน
ใจ นางกลับไปนั่งตรงเก้าอี้ของตัวเอง แล้วถามด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “เจ้าเป็นคุณหนูของจวนไหนล่ะ?”
ต้วนชิงหมิงยังคงก้มหน้า เมื่อได้ยินท่านย่าเนี่ยเอ่ยถาม นางก็เงยหน้าขึ้น ทำให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน กับ
ปริเวณริมฝีปากท่านย่าเนี่ย จากนั้นต้วนชิงหมิงยิ้มเรียบๆ ตอบอย่างมีมารยาทและสุภาพเรียบร้อยว่า “เรียนท่านย่าเนี่ย
ผู้น้อยต้วนชิงหมิง บิดาคือต้วนเจิ้ง รู้ว่าวันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของท่านย่าเนี่ย ท่านพ่อจึงให้ผู้น้อยมาอวยพรให้ท่านย่า
เนี่ยองอาจรุ่งเรือง อายุยืนตลอดไปเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงไม่พูดถึงฐานะของวงศ์ตระกูล บอกเพียงชื่อของบิดาเท่านั้น ที่จริงนี่ก็คือจุดที่เฉลียวฉลาดของนาง
หากพูดถึงฐานะวงศ์ตระกูล ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนจวนต้วนก็เทียบจวนเนี่ยได้แม้แต่น้อย แต่ชื่อของต้วนเจิ้งเป็น
แม่ทัพใหญ่ที่โด่งดังไปทั่วสารทิศ ท่านย่าเนี่ยไม่มีทางไม่รู้จัก ดังนั้น การที่นางตอบอย่างคลุมเครือเช่นนี้ ทั้งยังอ้างชื่อต้วน
เจิ้งว่าส่งคำอวยพรมาให้ ท่านย่าเนี่ยจึงไม่สะดวกจะถามต่อไปแล้ว
ท่านย่าเนี่ยมองต้วนชิงหมิงปราดหนึ่ง แล้วพยักหน้าบอกว่า “เป็นเช่นนี้เอง ฝากขอบคุณต้วนเจิ้งแทนข้าด้วย…
เจ้ายืนขึ้นเถอะ”
ต้วนชิงหมิงกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็ยืนขึ้น ตรงจุดที่นางยืนเป็นข้างกายของเนี่ยไฉ่เยวี่ยพอดี สาวน้อยสองคนยืน
อยู่ด้วยกัน คนหนึ่งสวมชุดสีฟั้าอ่อน คนหนึ่งสวมชุดสีแดงอ่อน นอกจากจะเติมเต็มความโดดเด่นให้กันและกันแล้ว ยังทำ
ให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยดูมีชีวิตชีวา สดใสเปล่งประกายยิ่งขึ้นอีก
ท่านย่าเนี่ยมองเพียงแวบเดียว แล้วก็แอบชมต้วนชิงหมิงในใจ เพียงเพื่อจะทำตัวเป็นเหมือนใบไม้ที่คอยขับให้
ดอกไม้อย่างเนี่ยไฉ่เยวี่ยโดดเด่นขึ้นมา เด็กคนนี้ก็ไม่เสียดายที่จะยอมแต่งกายด้วยชุดสีอ่อน ลำพังแค่นํ้าใจส่วนนี้ ก็ไม่ใช่
สิ่งที่สาวน้อยทั่วไปคิดจะทำได้แล้ว เห็นได้ว่าแม้สาวน้อยคนนี้มีแผนการในใจ แต่ก้นบึ้งของหัวใจก็ยังดีงามและคำนึงถึงผู้
อื่น
เมื่อมองไปที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยอีกครั้ง ท่านย่าเนี่ยก็เลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างอดเสียมิได้
โดยปกติแล้ว ท่านย่าเนี่ยไม่ได้โปรดปรานเนี่ยไฉ่เยวี่ย เพราะไม่ชอบท่าทางกึ่งเป็นกึ่งตายของนาง แต่เนี่ยไฉ่เยวี่ย
ในวันนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการแต่งหน้าหรือเป็นเพราะการแต่งกาย กลับทำให้นางดูกระฉับกระเฉง เมื่อดูมองสีหน้าของ
นาง ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีความสดใสออกมามิน้อย
ขณะที่ท่านย่าเนี่ยกำลังมองนาง ก็แอบปรายตามองต้วนชิงหมิงอีก พร้อมกับแอบครุ่นคิดในใจ ว่าสาวน้อยคนนี้มี
ความคิดที่ลึกซึ้ง
สายตาของท่านย่าเนี่ยไปอยู่บนตัวต้วนชิงหมิงและเนี่ยไฉ่เยวี่ยอีกครั้ง เนี่ยเซียงซิ่วที่อยู่ข้างๆ กลับเริ่มไม่สบ
อารมณ์ขึ้นมาแล้ว
นางเบะปาก เดินไปข้างหน้า พิงแขนท่านย่าเนี่ยพร้อมบอกว่า “ท่านย่า วันนี้คืองานฉลองวันเกิดของท่านนะ
เจ้าค่ะ ท่านดูแขกเหรื่อเต็มโถงที่มาอวยพรให้ท่านย่าสิ ท่านย่าจะเมินเฉยพวกเขาไม่ได้นะเจ้าค่ะ”
เนี่ยเซียงซิ่วยิ้มเล็กน้อย ด้วยท่าทางหยิ่งยโสเหมือนยามปกติเสียที่ไหนกัน นางพูดไปพลางยิ้มไปพลาง “ท่านย่า อี๋
เหนียงกับหลานที่อยู่ทางนั้นกำลังว่างอยู่ แต่พอเห็นท่านย่ายุ่งก็ร้อนใจยิ่งนักที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ท่านย่าเดินเล่นก่อนดี
กว่า แล้วมอบหมายงานให้หลานสาวกับอี๋เหนียงทำแทนเถอะเจ้าค่ะ”
เนี่ยเซียงซิ่วพูดไปพลางเขย่าแขนท่านย่าเนี่ยไปพลาง แสดงความออดอ้อนผ่านสีหน้าและคำพูด ท่านย่าเนี่ยได้ฟัง
แล้วหัวเราะเสียงดังออกมา “ฮ่าๆ” นางจิ้มหน้าผากเนี่ยเซียงซิ่ว แล้วบอกว่า “ลิงน้อยอย่างเจ้าคิดอะไรในใจ คิดว่าข้า
ไม่รู้หรือ คงรู้สึกว่าที่นี่น่าเบื่อล่ะสิ อยากจะออกไปเดินเล่นใช่ไหม ก็ได้ เจ้าไปหาพวกคุณหนูที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับ
เจ้า แล้วพาพวกนางไปเล่นที่สวนด้านหลังเถอะ”