การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 646 เนี่ยเซียงซิ่วทายาตลับนั้น
เมื่อฮูหยินเนี่ยได้ยินว่ามียาให้ทา ทั้งยังเป็นยาที่ท่านย่าเนี่ยส่งมาให้ นางก็พยักหน้าซํ้าๆ ด้วยความอยากได้ “ดีจัง
เลย ดีมาก รีบนำออกมาเร็วเข้า”
ที่จริง ฮูหยินเนี่ยเองก็ไม่อยากให้นำยาทาในเรือนของตัวเองไปให้เนี่ยเซียงซิ่ว อย่างไรเสีย เนี่ยอี๋เหนียงที่ขี้ระแวง
ยังมีท่านย่าเนี่ยคอยหนุนหลังให้ท้าย ถ้ามีอะไรผิดพลาดไป ถึงตอนนั้นก็จะสร้างปัญหายุ่งยากให้ตัวเองเปล่าๆ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ยินแล้วไหวตัวเร็วมาก เอ่ยรับด้วยความยินดี จากนั้นก็ให้เจี่ยงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ นำยาทามา เมื่อเปิด
ตลับยาออก กลิ่นหอมเข้มข้นก็โชยเข้าจมูก ทำให้คนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอยู่พักหนึ่ง เนี่ยไฉ่เยวี่ยนำไม้เสียบอาหารแต้ม
แล้วทาบนแขนของเนี่ยเซียงซิ่ว พร้อมบอกว่า “เมื่อครู่ตอนที่น้องถูกนํ้าร้อนลวก ท่านย่าให้บ่าวใช้นำยานี้มาส่งให้ น้อง
เพิ่งใช้ไปนิดเดียว เห็นผลชัดเจน ไม่รู้สึกเจ็บแผลนํ้าร้อนลวกแล้ว ทั้งยังรู้สึกเย็นสบายมากขึ้นด้วยเจ้าค่ะ น้องก็เลยพก
ติดตัวมาด้วย เตรียมไว้ใช้ยามจำเป็น ตอนนี้ได้ใช้ทาให้พี่สาวพอดีเลย”
เนี่ยเซียงซิ่วได้ฟังคำพูดของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ก็อดตะลึงไม่ได้ นางถามว่า “เจ้าว่าอะไรนะ?ท่านย่าให้คนส่งมาให้เห
รอ?”
ทางด้านท่านย่าเนี่ยกำลังยุ่งอยู่ในโถงใหญ่ตลอด ต่อให้ส่งยามาให้ ก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนั้นสิ?อีกอย่างยังให้เสี่ยวซิว
ส่งมาให้ด้วย……แต่เสี่ยวซิวนั่น ก็เป็นแค่บ่าวใช้ทำงานจิปาถะคนหนึ่งในเรื่องของท่านย่าเนี่ยเท่านั้น จะเป็นคนส่งยาให้
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้อย่างไร?
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเงยหน้ามองเนี่ยเซียงซิ่ว แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ก็ใช่น่ะสิ… ท่านย่าเป็นคนส่งมาให้… ยานี้ปกติ
ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่แค่ลองดมดู ก็รู้แล้วว่าเป็นของดี”
เนี่ยเซียงซิ่วไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าเปลี่ยนไปฉับพลัน รีบส่ายหน้าและผลักมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่กำลังทายาอยู่
ออกไป พลางใช้แขนเสื้อบังแล้วบอกว่า “น้องรอง ข้าว่าช่างมันเถอะ……ในเมื่อท่านย่ามอบให้เจ้า เจ้าก็เก็บไว้ค่อยๆ ใช้
เองเถอะ ยังไงแผลนํ้าร้อนลวกนี้ก็ไม่ได้ร้ายแรงมาก เดี๋ยวข้ากลับไปทายาเองก็สิ้นเรื่องแล้ว”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พี่หญิงใหญ่ ท่านกับข้าเป็นพี่น้องกันแท้ๆ จะมาแบ่งแยกอะไรกันชัดเจน
เช่นนี้?แม้ยานี้จะได้มาจากท่านย่าเนี่ย แต่ก็นำมาใช้รักษาบาดแผลได้เท่านั้น หากท่านย่ารู้ว่าพี่ได้ถือโอกาสใช้ยานี้ด้วย ก็
จะไม่ว่าอะไรแน่นอน……พี่หญิงดูสิ หลังจากทาแล้ว อาการก็ดีขึ้นเยอะเลย พี่หญิงรีบทาสักหน่อยเถอะ ท่านต้องรู้นะว่า
ถ้าเวลาผ่านไปนานแล้ว เมื่อเกิดแผลเป็นขึ้นมาจะดูไม่ได้เลย”
เนี่ยเซียงซิ่วได้ฟังแล้วฝืนยิ้ม นางออกแรงดันเนี่ยไฉ่เยวี่ยออกไป ท่าทางเหมือนกำลังคิดจะหาทางหนี
ฮูหยินเนี่ยมองยาทาในมือเนี่ยไฉ่เยวี่ย แล้วก็มองสีหน้าเนี่ยเซียงซิ่ว รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเรื่องนี้มีลับลมคมใน แต่
เมื่อเห็นสีหน้าจริงใจและยืนหยัดของเนี่ยไฉ่เยวี่ยอีก ฮูหยินเนี่ยก็ไม่มีความมั่นใจแล้ว ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยมีลับลมคมในอะไรกัน
แน่
เนี่ยไฉ่เยวี่ยโน้มน้าวปากเปียกปากแฉะ เนี่ยเซียงซิ่วก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าไม่ต้องการ ทำให้ทั้งสองอยู่ใน
สถานการณ์ที่คุมเชิงกันอยู่ไม่มีใครยอมใคร
ในดวงตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยมีนํ้าตาคลอขึ้นมา นางมองเนี่ยเซียงซิ่วด้วยความเป็นห่วง พร้อมบอกว่า “ท่านพี่ ดูสิว่า
มือของพี่ใกล้จะบวมแล้ว แต่พี่กลับไม่ยอมใช้ยาทานี้ หากเรื่องนี้ไปถึงหูท่านย่า ก็จะทำให้นางคิดว่าข้าเห็นแก่ตัวเก็บไว้ใช้
คนเดียว ไม่ยอมแบ่งของที่มีให้กับพี่สาว………”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดอย่างจริงใจมาก ดูจากท่าทางของนาง เหมือนกำลังจะสื่อว่า ต่อให้เนี่ยเซียงซิ่วจะไม่ใช้ยาของนาง
แต่ก็ต้องเห็นแก่หน้านางสักหน่อย มิอย่างนั้นจะถือว่าไม่ไว้หน้าท่านย่าเนี่ย
เนี่ยเซียงซิ่วกินปูนร้อนท้อง ไม่ยอมใช้ยาทาพวกนั้นของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเด็ดขาด แต่คำพูดของเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เหมือนจะ
เสี้ยมความสัมพันธ์ระหว่างนางกับท่านย่าเนี่ย นางจึงทำได้เพียงฝืนยิ้ม “น้องสาว เจ้าพูดอะไรกัน?น้องเป็นคนมีความ
สุภาพมีมารยาทมาตลอด ทั้งยังใจกว้างมากด้วย แล้วพี่สาวจะคิดอย่างนั้นได้อย่างไรล่ะ……ข้าเชื่อว่าท่านย่าเนี่ยก็ไม่คิด
อย่างนั้นเช่นกัน เพียงแต่พี่สาวแพ้ยาหลายอย่าง จึงไม่กล้าใช้ของภายนอกซี้ซั้วจริงๆ ยาทานี้น้องเก็บไว้ใช้เองเถอะ เดี๋ยว
พี่ค่อยกลับไปทาเองอีกที”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมือหนึ่งถือตลับยายาทา ขณะมองหน้าเนี่ยเซียงซิ่ว ก็ถามด้วยสีหน้างุนงงว่า “นี่ท่านพี่กำลังจะบอกว่า
ท่านย่าเนี่ยเป็นคนนอก……สิ่งของของท่านย่าเนี่ยถือเป็นของภายนอกอย่างนั้นหรือ?”
หมดกัน ตอนนี้โดนข้อหาใหญ่เกินไป เนี่ยเซียงซิ่วแค้นจนกัดฟันกรอด แต่กลับเถียงอะไรไม่ออกเลย
เดิมทีเนี่ยเซียงซิ่วก็มีความอดทนไม่สูงอยู่แล้ว ตอนนี้มีความเจ็บและความกลัวเพิ่มขึ้นมา นางก็ยิ่งเริ่มลนลานมาก
ขึ้น เมื่อเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยเกาะแกะไม่เลิก จึงอดไม่ได้ที่จะถามอย่างหงุดหงิด “ตกลงเจ้าจะปล่อยหรือไม่ปล่อย?”
นํ้าตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยไหลพรั่งพรูออกมาทันที
เนี่ยเซียงซิ่วกล่าวยังทนรำคาญไม่ไหวแล้ว “ของของท่านย่าแล้วเป็นยัวไงกัน ข้าบอกว่าไม่ใช้ก็คือไม่ใช้ จำเป็น
ต้องให้เจ้ามาเสแสร้งหวังดีด้วยหรือ?”
บรรดาลูกคุณหนูที่อยู่ข้างๆ พอได้ยินคำพูดของเนี่ยเซียงซิ่วแล้ว ก็เริ่มพากันตำหนิอย่างอดไม่ได้ “คุณหนูใหญ่เนี่ย
นี่เป็นความผิดของเจ้านะ……น้องสาวเจ้าหวังดีทายาให้เจ้า นอกจากเจ้าจะไม่ยอมรับแล้ว แม้แต่ท่านย่าเนี่ยเจ้าก็ดูหมิ่น
ไปด้วยหรือ ถ้าคำพูดของเจ้าไปถึงหูท่านย่าเนี่ย เจ้าคิดว่านางจะรู้สึกอย่างไร?”
เนี่ยเซียงซิ่วไม่ได้คิดถึงขั้นนี้ บัดดลนั้น นางเหมือนโดนอุดปากจนพูดไม่ออก ส่วนเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็นํ้าตาตกอยู่ข้างๆ
ยืนถือยาทาอยู่อย่างนั้น เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ผู้หญิงอีกคนที่อยู่ข้างๆ ก็พูดเช่นกันว่า “ใช่แล้ว เจ้าดูสิว่าคุณหนูรองเนี่ยจริงใจขนาดไหน แต่คุณหนูใหญ่เนี่ย
นอกจากจะไม่รับนํ้าใจแล้ว ยังแสดงอารมณ์หงุดหงิดด้วย ดูท่าแล้ว ไม่ใช่ว่าคุณหนูใหญ่เนี่ยไม่อยากใช้ยาหรอก แต่อยาก
ฉวยโอกาสกลั่นแกล้งน้องสาวมากกว่ากระมัง……”
ทุกคนพากันวิพากษ์วิจารณ์ เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองเนี่ยเซียงซิ่วด้วยท่าทางน่าสงสาร ส่วนเนี่ยเซียงซิ่วก็เหมือนจะตัดสิน
ใจแน่วแน่ ไม่ยอมทายาของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ทั้งยังยื้อแย่งกันอย่างนี้อยู่นานสองนาน แผลนํ้าร้อนลวกบนมือเนี่ยเซียงซิ่วกลาย
เป็นแผลพุพองลามไปแล้วหลายส่วน เนี่ยเซียงซิ่วเริ่มเจ็บจนร้องโวยวายออกมา เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองเนี่ยเซียงซิ่ว กล่าวด้วย
แววตาตำหนิ “เป็นน้องเองที่ไม่ดี ไม่ควรนำของของท่านย่าเนี่ยมาให้ท่านพี่ ตอนนี้ทำให้ท่านพี่หงุดหงิดแล้ว… ท่านพี่ไม่
พอใจที่ท่านย่าเนี่ยไม่ได้มอบของให้ท่านพี่ ก็เลยโมโหใช่ไหมเอ่ย… แต่ถึงอย่างไร ยาทานี้ก็กินไม่ได้ และไม่ใช่ของใช้ด้วย
เพราะน้องบาดเจ็บ ท่านย่าเนี่ยถึงได้มอบให้น้อง ตอนนี้ท่านพี่ก็บาดเจ็บแล้วเช่นกัน ย่อมสามารถใช้ด้วยกันได้ เหตุใด
ท่านพี่ถึงมีท่าทางไม่พอใจขนาดนั้นล่ะ?อย่าบอกนะว่า ท่านพี่รังเกียจคิดว่าของที่ท่านย่าเนี่ยมอบให้ไม่ใช่ของดี?”
ของก็เป็นของท่านย่าเนี่ย แต่เนี่ยเซียงซิ่วยืนกรานไม่ยอมใช้ แบบนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเนี่ยเซียงซิ่วเห็นว่าเป็นของ
คนนอก แสดงว่ารังเกียจเห็นว่าของของท่านย่าเนี่ยไม่ดีน่ะสิ?
ต้องทราบไว้ว่า ข้อหานี้ใหญ่เกินไป สามารถทำให้ตั้งแต่นี้ไปเนี่ยเซียงซิ่วเงยหน้าไม่ขึ้นอีกเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าท่าน
ย่าเนี่ย
เนี่ยเซียงซิ่วได้ยินแล้วคิดจะอธิบาย แต่นางไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหน นางมองเนี่ยไฉ่เยวี่ย ร้อนใจจนนํ้าตา
แทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว
สตรีคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเนี่ยเซียงซิ่วมาตลอดบอกว่า “คุณหนูเนี่ย น้องสาวเจ้าก็หวังดีเหมือนกันนะ แล้วของ
นี้ก็ไม่ใช่ของนาง แต่ว่าท่านย่าเนี่ยให้คนนำมาให้ เจ้าทาก่อนแล้วค่อยกลับไปดีกว่า ถ้าเสียเวลาตอบไปแบบนี้ อาจจะเป็น
แผลเป็นขึ้นมาจริงๆ”
เนี่ยเซียงซิ่วคนนี้ปั้องกันน้องสาวตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า…ไม่น่าเชื่อว่าแม้แต่ของของท่านย่าเนี่ยก็ไม่กล้าใช้?
เนี่ยเซียงซิ่วยังคงส่ายหน้า ไม่ยอมใช้ยาในมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยเลย เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้สึกน้อยใจ นั่งก้มหน้าลงไปแล้วไม่พูด
อะไรอีกเลย
ฮูหยินเนี่ยที่อยู่ข้างๆ เห็นแล้วกล่าวเสียงเย็นชาว่า “เอาล่ะ เซี่ยงซิ่ว น้องสาวเจ้าพูดถึงขั้นนี้แล้ว อีกอย่างยานี้ท่าน
ย่าเนี่ยก็เป็นคนประทานให้ เจ้ายังคิดจะทำอะไรอีก… ยังไม่รีบทายาแล้วกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาอีก?เจ้าต้องรู้ไว้นะ
ว่าวันนี้คืองานวันเกิดของท่านย่าเนี่ย เราอย่าสร้างปัญหาเพิ่มให้ท่านย่าเนี่ยอีกเลย”
ในเมื่อเนี่ยเซียงซิ่วชอบนำท่านย่าเนี่ยมาอ้าง เช่นนั้น ตอนนี้นางก็นำท่านย่าเนี่ยมากดดันเนี่ยเซียงซิ่วที่ชอบยกตน
ข่มท่านเช่นกัน ตอนนี้ใช้ท่านย่าเนี่ยกดดันแล้ว นางอยากจะเห็นนักว่าเนี่ยเซียงซิ่วจะจบเรื่องนี้อย่างไร
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ยินแล้วปาดนํ้าตา “ใช่แล้ว ท่านพี่ดูสิ มือของข้าทายาจนดีขึ้นเยอะแล้ว ท่านรีบทายาดีกว่า แล้วก็
ไปเปลี่ยนชุด อย่าให้ท่านย่าเนี่ยรู้เรื่องนี้แล้วไม่สบายใจเลย”
เมื่อได้ยินฮูหยินเนี่ยอ้างชื่อท่านย่าเนี่ย เนี่ยเซียงซิ่วหน้าซีดเล็กน้อย จากนั้นแอบมองแขนของเนี่ยไฉ่เยวี่ยแวบหนึ่ง
และมองยาทาที่เป็นรอยแหว่งจากการควักไปใช้ นางกัดฟัน แข็งใจตอบว่า “ก็ได้ ทาก็ทา”
ขึ้นหลังเสือแล้วลงยาก นี่คือความคิดในใจเนี่ยเซียงซิ่วตอนนี้ นางเหมือนกดดันตัวเองให้จนมุม จำเป็นต้องทำตาม
ทิศทางที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยกำหนด……หากจะถอยก็ไร้ทาง หากจะบุกก็ติดกับดักของเนี่ยไฉ่เยวี่ยไปแล้ว