การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 647 แผนชั่วปรากฎ?
ที่จริงแล้ว เนี่ยเซียงซิ่วก็ไม่รู้เช่นกันว่ายาในมือเนี่ยไฉ่เยวี่ยมีปัญหาหรือไม่
ยาทาประเภทนี้ เนี่ยเซียงซิ่วเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่กลับไม่รู้ว่าสรรพคุณเป็นอย่างไร
ตอนนี้เนี่ยไฉ่เยวี่ยเคยทามาแล้ว หากนางไม่ใช้บ้าง ถึงตอนนั้นจะไม่กลายเป็นจุดอ่อนหรอกหรือ?ถึงอย่างไร ก็
ทายาที่นี่ รออีกประเดี๋ยวกลับไปล้างออกก็สิ้นเรื่องแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เคยทายานี้แล้วด้วยเหมือนกัน ตอนนี้
ไม่เพียงไม่เป็นอะไร กลับยังดูดีขึ้นพอสมควรอีกด้วย จะเห็นได้ว่ายาตัวนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ไม่แน่ว่าอาจจะไม่มี
ปัญหาอะไรเลยสักนิดก็เป็นได้
เนี่ยเซียงซิ่วคิดในใจ ยื่นมือออกไปหยิบตลับยาจากนั้นให้บ่าวใช้ช่วยทายาให้
พอเนี่ยไฉ่เยวี่ยส่งสายตา เจี่ยงเอ๋อร์อยู่ข้างๆ ก็ยื่นยาให้หงเอ๋อร์ หงเอ๋อร์ใช้ไม้ปั้ายยา มาทาบนมือให้เนี่ยเซียงซิ่ว
เมื่อนางทายาหมดแล้ว ก็ก้มหน้ากล่าวอำลาฮูหยินเนี่ย จากนั้นก็รีบร้อนเดินออกไป
เนี่ยเซียงซิ่วไม่เป็นอะไรแล้ว ฮูหยินเนี่ยก็เตรียมตัวจะไปเช่นกัน นางกำชับเนี่ยไฉ่เยวี่ยสองสามประโยคก่อนจะเดิน
ออกไป เนี่ยไฉ่เยวี่ยมาส่งฮูหยินเนี่ยถึงประตู เสร็จแล้วถึงได้หันตัวกลับมานั่งบนที่นั่งของตัวเอง
ในมุมที่คนอื่นมองไม่เห็น ในที่สุดบนใบหน้าของเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เผยรอยยิ้มที่อธิบายไม่ถูกออกมา……เนี่ยอี๋เหนียง
อีกประเดี๋ยวเจ้าก็จะรู้ถึงจุดจบกรรมตามสนองแล้ว
เนี่ยเซียงซิ่วทายาเสร็จแล้วกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า การรับประทานอาหารยังดำเนินต่อไป บรรดาคุณหนูต่างคนต่าง
ทานอาหารต่อไป เนื่องจากเรื่องเมื่อครู่นี้ ทุกคนเกิดความรู้สึกดีกับพฤติกรรมกลํ้ากลืนความไม่เป็นธรรมเพื่อรักษาหน้า
ทุกฝั่ายของเนี่ยไฉ่เยวี่ยขึ้นอีกหลายส่วน พวกนางพากันแสดงความปรารถนาดีต่อเนี่ยไฉ่เยวี่ย ราวกับว่าเวลาในอาหาร
มื้อเดียวนี้ ทุกคนจะสนิทสนมกันมากขึ้นแล้ว
อาหารเที่ยงมื้อนี้ เนี่ยไฉ่เยวี่ยเหมือนจะทานอย่างสบายมาก อีกทั้งนางยังเพิ่มข้าวอีกครึ่งจานด้วย ตอนที่นางหัน
ไปสบตากับต้วนชิงหมิง เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ยิ้มตอบเช่นกัน ตอนที่วางตะเกียบลง นางก็บอกต้วนชิงหมิงว่า “วันนี้มีความสุข
มากจริงๆ”
ต้วนชิงหมิงย่อมรู้ว่าเหตุใดเนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงมีความสุขขนาดนี้ นางได้แต่ยิ้มอย่างมีความสุขตอบกลับเช่นกัน จากนั้น
ก็เปลี่ยนเรื่องพูดคุยกัน
จนกระทั่งการรับประทานอาหารเสร็จสิ้นลง เนี่ยเซียงซิ่วก็ยังไม่ได้กลับมาเลย บรรดาคุณหนูเหล่านั้นต่างก็คิดว่า
เนี่ยเซียงซิ่วทำนิสัยเหมือนเด็กน้อย จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร มีเพียงต้วนชิงหมิงกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่รู้ว่า สาเหตุที่เนี่ยเซียงซิ่วไม่มา
คืออะไร เพียงแต่ทั้งสองรู้อยู่ในใจโดยไม่พูดออกมาก็เท่านั้นเอง
หลังจากอาหารมื้อเที่ยงผ่านไปแล้ว บรรดาคุณหนูเหล่านั้นก็ทยอยกันบอกลาเนี่ยไฉ่เยวี่ย เนี่ยไฉ่เยวี่ยกล่าวอำลา
กับทุกคนอย่างเปิดเผยจริงใจ ลักษณะท่าทางสุขุม ใจกว้างเหมือนสตรีจากตระกูลสูงศักดิ์ ยิ่งทำให้คนรู้สึกชื่นชมขึ้นไปอีก
เมื่อเห็นบรรดาคุณหนูไปหมดแล้ว ต้วนชิงหมิงที่อยู่ข้างกายเนี่ยไฉ่เยวี่ยมาตลอดก็บอกลาเนี่ยไฉ่เยวี่ย เพราะทาง
จวนต้วนเพิ่งส่งข่าวมา บอกว่าในเรือนของนางเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงตัดสินใจกระทันหันว่าจะกลับไปเร็ว
กว่าเดิมสักหน่อย
เนี่ยไฉ่เยวี่ยรู้ว่าต้วนชิงหมิงมีธุระ จึงไม่ได้ขัดขวาง ตอนที่นางจูงมือต้วนชิงหมิงเดินมาส่งจนถึงหน้าประตูใหญ่ เจี่
ยงเอ๋อร์ หัวหน้าบ่าวใช้ของเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็รีบร้อนตามมาข้างหลัง เมื่อเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับต้วนชิงหมิง เจี่ยงเอ๋อร์คำนับทั้ง
สองก่อน จากนั้นก็กล่าวอย่างร้อนใจเล็กน้อยว่า “คุณหนูเจ้าคะ แขนของคุณหนูใหญ่บวมเปั่งน่ากลัวมาก ท่านย่าเนี่
ยกับฮูหยินบอกให้ท่านรีบไปดูสักหน่อยเจ้าค่ะ”
แขนของเนี่ยเซียงซิ่วบวม?นึกไม่ถึงว่าจะเร็วเช่นนี้?เช่นนั้น ยาทานั่นเป็นของอันตรายอะไรกันแน่ล่ะ?
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเลิกคิ้วอย่างฉงนใจ จากนั้นก็พยักหน้ารับทราบ
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต้วนชิงหมิงก็ไม่ได้กล่าวลาอีกแล้ว นางบอกว่าไปเป็นเพื่อนเนี่ยไฉ่เยวี่ย เพื่อพบท่านย่าเนี่
ยกับฮูหยินเนี่ยด้วยกัน
ใครจะคิดว่า เนี่ยไฉ่เยวี่ยจะส่ายหน้าเล็กน้อย บอกว่า “ไม่ต้องแล้ว ชิงหมิง ครั้งนี้เจ้าช่วยข้ามาเยอะแล้ว ถ้ามีครั้ง
หน้าและครั้งต่อๆ ไปอีกละ?สุดท้าย คนเราก็ต้องพึ่งตัวเอง เริ่มต้นจากครั้งนี้ก็แล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงกล่าวอย่างเป็นห่วงเล็กน้อยว่า “แต่ว่าพี่ไปเผชิญหน้ากับท่านย่าเนี่ยเพียงลำพัง กลัวบ้างหรือเปล่า?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยฝืนยิ้ม “กลัวแล้วจะทำอย่างไรได้?ไม่กลัวแล้วจะทำอย่างไรได้?อย่างไรเสีย เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ข้าก็แค่
ไปเผชิญหน้า กลัวแล้วจะมีประโยชน์อะไร?”
ต้วนชิงหมิงคิดไปคิดมาแล้วก็เห็นด้วย นางถอนหายใจเบาๆ จากนั้นกำชับเนี่ยไฉ่เยวี่ยสองสามประโยค เสร็จแล้ว
ถึงได้เดินจากไปโดยหันกลับมามองเป็นระยะ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองคล้อยหลังต้วนชิงหมิงเดินจากไป แล้วหันตัวมามองไปทางโถงด้านหน้าอีกครั้งหนึ่ง นางกัดฟัน
กล่าวอย่างแน่วแน่ว่า “ไป พวกเราไปพบท่านย่ากันเถอะ!”
จะเป็นบุญหรือจะเป็นกรรม หากเป็นกรรมก็หลบไม่พ้น ตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นแล้ว หลบหลีกไปก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่ง
ไปกว่านั้น ทุกคนก็เกิดอยู่ในจวนเดียวกัน ต่อให้จะหลบหน้าหลบตาก็คงทำได้มินานหรอก ดังนั้นเนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงตัดสินใจ
แล้ว ว่าครั้งนี้นางไม่เพียงจะไม่หลบ ทั้งยังจะพึ่งพาตัวเองด้วย ทำให้เนี่ยอี๋เหนียงกับเนี่ยเซียงซิ่วนิ่งเป็นคนบ้าใบ้ จุกปาก
จนพูดมิออก
เจี่ยงเอ๋อร์อยู่ข้างหลังเนี่ยไฉ่เยวี่ย กลับรู้สึกเป็นห่วงนิดหน่อย นางทราบดีว่าความลำเอียงของท่านย่าเนี่ยเป็นสิ่งที่
เห็นได้ชัดเจนมาก ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นกับเนี่ยเซียงซิ่ว ก็พากันเอาเรื่องเป็นโขยง เชื่อว่าถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย ท่าน
ย่าเนี่ยก็อาจจะพูดแค่ประโยคเดียวว่า “เหตุใดจึงไม่ระวังตัว” แล้วก็ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป
พอนึกถึงตรงนี้ เจี่ยงเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะสายหน้า แม้เจ้านายของตัวเองจะเป็นุตรสาวของภรรยาเอกจวนเนี่ย แต่
นอกจากฮูหยินที่รักนางอย่างจริงใจแล้ว ก็ไม่มีใครปกปั้องนางแล้วจริงๆ เพียงแต่ว่า เจ้านายของตัวเองก็มีปณิธานแน่ว
แน่ ไม่ว่าจะประสบพบเจอกับเรื่องอะไร ก็ไม่เคยสร้างปัญหาเพิ่มให้ฮูหยินเนี่ยเลย แล้วครั้งนี้ล่ะ?ท่านย่าเนี่ยกับเนี่ยอี๋
เหนียงจะปล่อยฮูหยินเนี่ยกับนางไปง่ายดายอย่างนั้นหรือ?
จำเป็นต้องพูดเลยว่า เหมือนจะไม่มีความเป็นไปได้
ในโถงหลักบรรยากาศตึงเครียด เนี่ยเซียงซิ่วพิงตัวเนี่ยอี๋เหนียง กำลังร้องไห้โวยวาย พอมองบนแขนของเนี่ยเซียง
ซิ่ว ก็พบว่าบวมแดงเป็นแถบ ตุ่มนํ้าพุพองพวกนั้นก็แตกออกมาแล้วด้วย มีนํ้าซึมออกมาไม่หยุด ทั้งยังปล่อยกลิ่นที่ไม่
สบายจมูกออกมา แค่ได้กลิ่นไกลๆ ก็ยังรู้สึกแย่สุดๆ คนที่อยู่ข้างกายได้แต่มองตาปริบๆ ช่างน่าเวทนาจนมิอาจทนมองได้
จริงๆ
บนตัวของท่านย่าเนี่ยยังสวมชุดพิธีงานวันเกิดอยู่เลย ดูจากท่าทางของนางแล้ว เหมือนเพิ่งจะส่งแขกกลับไป ยัง
ไม่ทันได้เปลี่ยนชุด เป็นที่รู้กันในจวนเนี่ย ว่าท่านย่าเนี่ยให้ความสำคัญกับระเบียบและมารยาทมากที่สุด ดูจากท่าทาง
ตอนนี้แล้ว ก็อธิบายได้ชัดเจนเลยว่านางเครียดขนาดไหน ใส่ใจเรื่องนี้ขนาดไหน
ท่านย่าเนี่ยนั่งอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม นางมองในดวงตาของเนี่ยเซียงซิ่วกลับฉายแววโกรธเคืองออกมา
ฮูหยินเนี่ยกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ชอบเนี่ยเซียงซิ่ว เรื่องนี้นางรู้มาโดยตลอด ดังนั้น ในวันนี้เนี่ยเซียงซิ่วกลั่นแกล้ง
เนี่ยไฉ่เยวี่ย ในจุดนี้ท่านย่าเนี่ยก็รู้ชัดเจนเช่นกัน แต่หลานสาวของท่านย่าเนี่ยเป็นลูกอนุภรรยา ทำให้ท่านย่าเนี่ยรู้สึกไม่
ยุติธรรม ดังนั้นนางจึงลำเอียงไปฝังเนี่ยอี๋เหนียงกับเนี่ยเซียงซิ่วอย่างเห็นได้ชัดเจน กล่าวได้ว่าไม่สนใจความอยุติธรรมที่
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้รับ แต่สิ่งที่ท่านย่าเนี่ยนึกไม่ถึงเลยก็คือ เนี่ยไฉ่เยวี่ยคนนี้เพื่อที่จะล้างแค้น บังอาจอ้างชื่อนางเล่นตุกติกกับ
ยาทาแผลต่อหน้าฝูงชน ทำร้ายให้เนี่ยเซียงซิ่วกลายเป็นอย่างนี้ไปได้
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป หน้าตาและผิวพรรณคือศักดิ์ศรีของสตรี เนี่ยเซียงซิ่วที่ตกอยู่ในสภาพนี้ วันข้างหน้าจะ
ต้องถูกตระกูลของสามีดูถูก และเป็นได้แค่อนุภรรยา จากนี้ชะตาชีวิตของหลานสาวจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องคิดก็รู้ได้แล้ว
ตอนนี้เนี่ยเซียงซิ่วยังกลายเป็นแบบนี้อีก เช่นนั้น จะให้ท่านย่าเนี่ยไม่โมโหได้อย่างไร?
เนี่ยเซียงซิ่วกำลังร้องห่มร้องไห้ เนี่ยอี๋เหนียงก็ปาดนํ้าตาอยู่ข้างๆ เช่นกัน
เมื่อครู่นี้เพิ่งจะเชิญท่านหมอมาดูอาการ บอกว่ามือของเนี่ยเซียงซิ่วสัมผัสกับสิ่งที่ไม่ควรสัมผัส ตอนนี้เริ่มกลาย
เป็นหนองแล้ว หากไม่บำรุงดูแลให้ดี เกรงว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง แต่หลังจากอาการดีขึ้นแล้วจะเป็นแผลเป็นหรือไม่
แม้แต่โรงหมอที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงก็ไม่มีความมั่นใจ และไม่กล้ารับประกันอะไรด้วย
เมื่อทราบผลการตรวจสอบจากท่านหมอ เนี่ยอี๋เหนียงก็แค้นเคืองจนตาแดงกํ่า นางมองฮูหยินเนี่ยด้วยแววตาคับ
แค้น ราวกับอยากจะกระโจนเข้าไปฉีกเนื้อฮูหยินเนี่ยกัดกิน
แต่ภายใต้สายตาของท่านย่าเนี่ย เนี่ยอี๋เหนียงทำได้เพียงยอมก้มหัวให้
เมื่อดูสภาพเนี่ยเซียงซิ่วอีกครั้ง เห็นแขนของบุตสาวเป็นแผลแบบนี้ เนี่ยอี๋เหนียงก็ร้องไห้จนเจียนขาดใจ หลังจาก
นางร้องไห้โวยวายทวงความยุติธรรมให้บุตรสาวของนาง
ฮูหยินเนี่ยนั่งอยู่เบื้องล่างถัดไปจากท่านย่าเนี่ย นางเงียบกริบมาโดยตลอด ใช้สายตาเย็นชามองเนี่ยอี๋เหนียงที่
กำลังปวดใจสุดขีด แต่ในใจกลับอยากจะหัวเราะเยาะออกมาให้เสียงดังลั่น
เนี่ยอี๋เหนียงคนนี้เล่นละครเก่งมาทั้งชีวิต อีกทั้งฝีมือการแสดงของนางก็ยังยอดเยี่ยมไร้ที่เปรียบ แม้แต่พระนางใน
การแสดงงิ้วก็ยังเทียบไม่ติด