การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 649 ยาทาก่ออันตราย
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ท่านย่าเนี่ยก็กล่าวช้าๆ ว่า “ข้าไม่ได้ให้ใครส่งยาให้ไฉ่เยวี่ย ส่วนยาตลับนั้นใครเป็นคนส่งให้กัน
แน่ อีกประเดี๋ยวถามเสี่ยวซิวก็รู้แล้ว… ตอนนี้ รอให้ไฉ่เยวี่ยมาก่อน เดี๋ยวลองถามดูก็จะรู้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว”
ฮูหยินเนี่ยกลอกตาไปมา เหมือนจะเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นอะไร นั่งก้มหน้าเอ่ยรับ “เจ้าค่ะ” จากนั้นก็ถอยหลัง
สองก้าว กลับไปนั่งบนเก้าอี้ดังเดิม
ฮูหยินเนี่ยหันหน้าไป มองเนี่ยอี๋เหนียงอย่างเย็นชา ไม่น่าเชื่อว่าสายตาครั้งนี้ กลับทำให้เนี่ยอี๋เหนียงหัวหดเล็ก
น้อย ไม่กล้าสบตากับฮูหยินเนี่ยโดยตรง
ฮูหยินเนี่ยแอบขบฟันเบาๆ พลันนึกขึ้นได้ถึงตอนที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยดึงดันจะทายาให้เนี่ยเซียงซิ่วให้ได้ สงสัยเนี่ยไฉ่เย
วี่ยจะรู้ตั้งนานแล้วว่ายานั่นมีปัญหา ถึงได้ต้องการจะทาให้เนี่ยเซียงซิ่ว จากนั้นเรื่องราวก็กลายเป็นอย่างนี้ไปแล้ว
ตอนนี้สิ่งที่ฮูหยินเนี่ยร้อนใจที่สุดก็คือ เนี่ยเซียงซิ่วทายาตลับนี้ไปแล้ว ทว่าตอนนี้กลับเกิดเรื่องขึ้น มือของนาง
บวม แต่เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ทายาตลับนั้นไปด้วยหรือเปล่า
ในสังคมนั้น ผิวพรรณของสตรีนั้นคือสิ่งที่ลํ้าค่าที่สุด หากเนี่ยไฉ่เยวี่ยทายานี้ด้วยเหมือนกัน คงมิอาจกู้กลับคืนมา
ได้อีก แล้ว!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ฮูหยินเนี่ยก็แอบกำมือแนบแน่น……หากเกิดเรื่องขึ้นกับเนี่ยไฉ่เยวี่ย นางสาบานเลยว่า จะไม่
ปล่อยสตรีจิตใจโหดเหี้ยมอย่างเนี่ยอี๋เหนียงลอยนวลเป็นอันขาด
บนทางที่ทอดยาวเดินยาว เนี่ยไฉ่เยวี่ยกำลังรีบร้อนไปที่โถงหลัก
ทุกคนในเรือนเนี่ยต่างทราบกันทั่ว ท่านย่าเนี่ยไม่ใช่คนที่จะรอใครเป็นเวลานาน ยิ่งไปกว่านั้น ก็ยังมีเนี่ยอี๋เหนียงที่
ชอบใส่ไฟอยู่ข้างๆ ด้วย ตอนนี้ในโถงหลักไม่รู้วุ่นวายถึงขนาดไหนแล้ว เดิมทีท่านย่าเนี่ยยังไม่พอใจเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นทุน
เดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ ท่านย่าเนี่ยต้องมานั่งรอนางอยู่นานสองนานขนาดนี้ อีกประเดี๋ยวนางต้องเจอดีเป็นแน่
เจี่ยงเอ๋อร์ตามติดอยู่ข้างหลังเนี่ยไฉ่เยวี่ย ไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย ในมือของเจี่ยงเอ๋อร์ถือเพียงยาตลับนั้น เพราะรู้
ว่ายานี้สำคัญต่อคุณหนูมาก จึงถืออย่างระมัดระวังอยู่ตลอด ไม่ให้อยู่ห่างตัวแม้แต่น้อย ไม่กล้าให้ยานี้อยู่ห่างจากสายตา
แม้แต่แวบเดียว ในที่สุดใกล้จะได้พบเหล่าไท่จวินแล้ว นี่คือหลักฐานที่ทนโท่ นี่คือหลักฐานที่ทำให้คุณหนูพ้นจากการใส่
ร้ายปั้ายสี เจี่ยงเอ๋อร์จึงกำยาไว้แนบแน่น ไม่กล้าปล่อยให้ห่างมือแม้แต่น้อย
ระหว่างทางเดิน เมื่อบ่าวใช้เห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ย แต่ละคนก็หยุดงานในมือและทำความเคารพ เนี่ยไฉ่เยวี่ยยังสาวเท้า
เดินไม่หยุด คิดเพียงว่าจะรีบไปถึงโถงด้านหน้าให้เร็วที่สุด ทว่าตอนที่เดินผ่านมุมทางเลี้ยว กลับมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น
อีกด้านหนึ่งของหัวมุม มีบ่าวใช้ตัวเล็กคนหนึ่งถือตะกร้าเข็มกับด้ายเดินมาตรงหน้าอย่างว่องไว ทำให้ตอนที่เลี้ยว
ผ่านหัวมุมจึงทันได้ระวัง ชนจนเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่เดินมาจนโซเซไม่เป็นท่า
เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ทันได้ปั้องกัน จึงเซถอยหลังไปสองก้าวทันที แทบจะล้มใส่ขอบหน้าต่าง ส่วนเจี่ยงเอ๋อร์ที่ตาม
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมาติดๆ รีบประคองเนี่ยไฉ่เยวี่ยอย่างมือไว โดยที่เจี้ยงเอ๋อร์ถูกแรงจากภายนอกชนจนถอยหลังสองก้าวในรวด
เดียว จากนั้นตลับยาในมือก็กระเด็นลอยออกมือไป
เมื่อเห็นบ่าวใช้ตัวเล็กที่ชนเนี่ยไฉ่เยวี่ยพุ่งมาอีก เจี่ยงเอ๋อร์ก็รีบประคองเนี่ยไฉ่เยวี่ยถอยหลังสองก้าว ทำให้บ่าวใช้
คนนั้นไถลไปข้างหน้าอีกสองก้าว แล้วเจี่ยงเอ๋อร์ก็ตะคอกอย่างโมโหว่า “นี่เจ้าคิดจะทำอะไร?ถึงเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ
ขนาดนี้?ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าข้ากับคุณหนูกำลังเดินมา?”
บ่าวใช้ตัวเล็กคนนั้นยังอายุน้อย หน้าตาก็ไม่คุ้นหน้าอีก ตอนที่เห็นว่าตัวเองชนกับเจ้านาย เดิมทีก็ตกใจจนเสีย
ขวัญอยู่แล้ว ตอนนี้โดนเจี่ยงเอ๋อร์ตะคอกตำหนิอีก
พอเห็นอีกว่าเป็นบุตรสาวภรรยาเอกอย่างเนี่ยไฉ่เยวี่ย ก็รู้แล้วว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นแล้ว นางรีบเก็บตะกร้าที่
หลุดมือ แม้แต่เข็มกับด้ายที่ตกพื้นก็ไม่สนใจเก็บขึ้นมา นางรีบคุกเข่าเสียงดังตุ้บ โขกศีรษะกับพื้นสำนึกผิดซํ้าๆ “คุณหนู
รองได้โปรดยกโทษให้บ่าวด้วย เป็นความผิดของบ่าว ล้วนเป็นความผิดของบ่าวเองเจ้าค่ะ……”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยืนอย่างมั่นคงด้วยการประคองของเจี่ยงเอ๋อร์ นางรวบรวมสมาธิแล้วบอกว่า “ครั้งหน้าก็ระวังหน่อย
อย่าชนคนอีก”
เมื่อพูดจบ เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็โบกมือเล็กน้อย ให้บ่าวใช้คนนั้นเก็บของของตัวเองไป จากนั้นนางรีบสาวเท้าเดินต่อไป
ทันที
เจี่ยงเอ๋อร์เห็นว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่เป็นอะไรแล้ว บ่าวใช้ที่ลนลานคนนั้นก็ไปแล้ว นางถึงได้ไปตามหายาตลับนั้นที่
เผลอหลุดมือไป
เนื่องจากทิศทางที่ยาตลับนั้นกระเด็นไป เจี่ยงเอ๋อร์พอจะรู้ตำแหน่งคร่าวๆ นางใช้เวลาไม่นานก็เก็บยามากำไว้ใน
มือ
เจี่ยงเอ๋อร์หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดฝุั่นที่เปือนบนตลับยา จากนั้นบอกเนี่ยไฉ่เยวี่ยว่า “เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู
พวกเราไปกันเถอะ ท่านย่าเนี่ยยังรออยู่ในนั้นเจ้าค่ะ”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยลูบบ่าของตัวเองที่ถูกชน นางมองเจี่ยงเอ๋อร์ แล้วก็มองบนพื้นที่ตลับยาตกลงไป สายตานางเปล่ง
ประกายแวบหนึ่ง จากนั้นนางก็พยักหน้าบอกว่า “เอาล่ะ พวกเรารีบไปกันเถอะ”
บ่าวใช้ของเนี่ยไฉ่เยวี่ยคือคนที่ฮูหยินเนี่ยคัดสรรมาเองกับมือ หลังจากนั้นค่อยให้แม่นมเลี้ยงดูฝึกฝน พวกนางไม่
เพียงจงรักภักดีต่อเจ้านาย แต่ละคนยังรอบคอบเอาใจใส่มากด้วย เวลาจัดการเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมา ก็สามารถรับผิดชอบ
งานได้ด้วยตัวคนเดียว เจี่ยงเอ๋อร์กับหยินเอ๋อร์เป็นบ่าวใช้ที่โดดเด่น ไม่เพียงแค่สามารถแบ่งเบาความกังวลให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย
ได้เสมอ ที่มากกว่านั้นคือช่วยเพิ่มเกียรติยศเสริมบารมีให้นางอีกด้วย
ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ปรากฏตัวอยู่ตรงประตูโถงหลักแล้ว นางปรับลมหายใจของตัวเอง ลูบปัด
กระโปรงที่ยับของตัวเอง จากนั้นถึงได้ก้าวขึ้นไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยในวันนี้สวมชุดท่อนบนสีอ่อน กระโปรงยาวท่อนล่างสีเข้ม ตอนนี้นางยืนตัวตรงอยู่ตรงนั้น ด้วยท่าทาง
สุภาพเยือกเย็นเฉพาะตัวอย่างบอกไม่ถูก เนี่ยไฉ่เยวี่ยยืนอยู่กลางโถงใหญ่ นางเดินไปคำนับท่านย่าเนี่ยก่อน ตามด้วยฮู
หยินเนี่ย จากนั้นนางก็ก้าวไปข้างหน้า ยืนตรงหน้าท่านย่าเนี่ย
ท่านย่าเนี่ยยืนอยู่อย่างนั้น บนใบหน้ามีเพียงยิ้มราบเรียบ ดูเหมาะสมแต่ไม่คุ้นเคย ในความสุภาพเยือกเย็นแฝง
ความใจกว้างอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกแบบนั้น ราวกับลมฤดูใบไม้ผลิเดือนสามพัดแฉลบหน้าอย่างเงียบๆ ทำให้
บรรยากาศตรงนี้เปลี่ยนไปเล็กน้อยทันที
เมื่อมองบนใบหน้าเนี่ยไฉ่เยวี่ยอีกครั้ง ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องประทินโฉมอย่างประณีตกลับดูสดใส โดยเฉพาะ
ดวงตากลมโตสองข้าง สะท้อนให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและสุขุมลุ่มลึก
ท่านย่าเนี่ยมองประเมินหลานสาวคนนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยในวันนี้ราวกลับ
เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เนี่ยไฉ่เยวี่ยในอดีตนั้นขี้ขลาดที่สุด เมื่อเห็นท่านย่าของตัวเอง ก็ไม่ทำตัวสนิทสนมเลยสักนิด นอกจากนี้ ไม่ว่านาง
จะอยู่ที่ไหน ขอเพียงได้เห็นท่านย่าเนี่ย มักตกใจจนหน้าซีด แววตาลนลาน ราวกับว่าท่านย่าเนี่ยกลายเป็นเสือเฒ่าที่จะ
กินนางอย่างนั้นแหละ แต่เนี่ยไฉ่เยวี่ยวันนี้กลับตาเป็นประกาย ท่าทางสงบนิ่ง ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ในดวงตาที่สดใสของ
นางมีพลังงานที่ทำให้คนรู้สึกสงบใจ ตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าท่านย่าเนี่ย เผยเห็นถึงความถ่อมตัวถ่อมตน
ท่านย่าเนี่ยแอบพยักหน้า นี่สิถึงจะสมกับเป็นบุตรสาวภรรยาเอกของจวนเนี่ย นี่สิคือลักษณะของคนจากตระกูล
ใหญ่
ฮูหยินเนี่ยที่อยู่ข้างๆ มองบุตรสาวตัวเอง รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของนางเช่นกัน ขณะที่เป็นห่วงเนี่ยไฉ่เยวี่ย ฮู
หยินเนี่ยก็รู้สึกปลาบปลื้มอย่างอดไม่ได้ บุตรสาวของนางเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงชั่วข้ามคืน
ทางด้านเนี่ยเซียงซิ่วที่ได้เห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ย ก็เคียดแค้นจนกัดฟันกรอดๆ นางไม่สนใจแขนตัวเองที่มีนํ้าไหลออกมา
แล้ว นางยืนขึ้นชี้หน้าเนี่ยไฉ่เยวี่ย ตะคอกอย่างโมโหว่า “เนี่ยไฉ่เยวี่ย เจ้าจะกล้าทำร้ายข้า!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองเนี่ยเซียงซิ่ว แล้วถามเหมือนแปลกใจเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าเหตุใด ท่านพี่จึงกล่าวเช่นนี้?”
พอเนี่ยไฉ่เยวี่ยหันกลับมามองเห็นแขนของเนี่ยเซียงซิ่ว ทันใดนั้น นางรีบยกมือขึ้นปิดปากอุทานอย่างตกใจ “ท่าน
พี่…แขนของท่านเป็นอะไรไปแล้ว?”
เวลาผ่านไปประเดี๋ยวเดียว แขนของเนี่ยเซียงซิ่วบวมขึ้นอีกเท่าตัว ไม่ใช่แค่บวมเปั่ง ยังมีสีดำประหลาผสมกับถุง
นํ้าที่แตกออกมาจนดูน่าเกลียดน่ากลัวเป็นที่สุด
พอมองหน้าผากเนี่ยเซียงซิ่ว ก็เหมือนจะมีเหงื่อซึมออกมา ตอนนี้นางข่มใจสบสายตากับเนี่ยไฉ่เยวี่ยที่มองมา
พร้อมตะคอกอย่างเดือดดาลว่า “เนี่ยไฉ่เยวี่ย นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้านำยาปลอมมาทำร้ายข้า?
เนี่ยเซียงซิ่วเองก็ฉลาดมาก นางไม่เอ่ยถึงเรื่องที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยบอกว่าท่านย่าเนี่ยมอบยาให้เลย ได้แต่ใช้นํ้าเสียงดุดัน
ต่อว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยเพื่อระบายโทสะที่มี
ทีแรกเนี่ยไฉ่เยวี่ยงุนงงก่อน จากนั้นก็ส่ายหน้า นางบอกว่า “ข้าไม่รู้ว่าท่านพี่กลายเป็นอย่างนี้ได้อย่างไรกันแน่
แต่ข้ารับประกันได้ ว่ายาตลับนั้นไม่มีปัญหาแน่นอน… เพราะเป็นยาที่ท่านย่ามอบให้ข้า ของของท่านย่าจะมีปัญหาได้
อย่างไรกัน”
หลังจากชะงักไปประเดี๋ยวเดียว เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ดึงแขนเสื้อตัวเองขึ้นเล็กน้อย เผยแผลที่โดนนํ้าชาลวก แต่บาดแผล
ฟืนตัวได้ดีมาก ผิวเป็นรอยแดงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น “เมื่อครู่ท่านพี่ก็เห็นแล้ว น้องได้ทายาตลับนั้นไปแล้วเช่นกัน แต่ก็
ไม่มีปัญหาเลยสักนิดเดียว”