การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 650 ตาต่อตาฟันต่อฟัน
เนี่ยเซียงซิ่วโกรธเนี่ยไฉ่เยวี่ยจนแทบอยากกระโดนเข้าถีบ… ของอะไรที่ท่านย่าเนี่ยให้ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เนี่ยไฉ่เย
วี่ยกำลังให้ร้ายนาง โดยการเอายาพิษมาให้เนี่ยเซียงซิ่วทา มิอย่างนั้น ทำไมเนี่ยไฉ่เยวี่ยใช้แล้วไม่เป็นไร เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่
พูดออกมาเพ้อเจ้อทั้งนั้น
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยเซียงซิ่วก็หรี่ตาลง พร้อมกับนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้ฉับพลัน ตอนที่หงเอ๋อร์ลื่นล้มเหมือน
เหยียบบางอย่างจนลื่น พูดได้ว่า นี่เป็นแผนการที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยวางแผนไว้
ในที่สุด เนี่ยเซียงซิ่วก็ร้องเสียงดังออกมา “ข้าคิดออกแล้ว เนี่ยไฉ่เยวี่ยกับหงเอ๋อร์ลื่นล้ม เพื่อหวังให้นํ้าชาสาดมา
ที่ข้า เจ้าสองคนตั้งใจจะให้นํ้าชาลวกข้าใช่ไหม?”
เนี่ยเซียงซิ่วหันไปฟั้องท่านย่าเนี่ยด้วยความโกรธ “ท่านย่า ดูน้องรองสิ ตั้งใจเล่นงานหลาน ตอนนี้ยังผลักความ
รับผิดชอบให้กับท่านย่าอีก แถมยังให้บ่าวใช้สาดนํ้าชาใส่หลาน… เนี่ยไฉ่เยวี่ยคนนี้ จิตใจยากแท้หยั่งถึงเจ้าค่ะ”
ทางด้านเนี่ยอี๋เหนียงมองไปที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยด้วยแววตาเคลือบแคลง นางพูดขึ้น “คุณหนูรองกับคุณหนูใหญ่ก็เป็นพี่
สาวน้องสาวกันแท้ๆ… นิสัยของคุณหนูใหญ่ทำอะไรตรงไปตรงมา หากไปล่วงเกินคุณหนูรองจุดไหน สามารถบอกฮูหยิน
เนี่ยให้ลงโทษได้ เหตุใดคุณหนูรองต้องโหดเหี้ยมกับคุณหนูใหญ่เช่นนี้ด้วย?”
คำพูดของเนี่ยอี๋เหนียงช่างร้ายกาจเหลือทน… คุณหนูใหญ่นิสัยตรงไปตรงมา ส่วนคุณหนูรองกลับโหดเหี้ยม
อำมหิตเล่นงานพี่หญิง คุณหนูรองกำลังฐานะบุตรสาวภรรยาเอกในการกดขี่ เพื่อจะได้ให้ฮูหยินเนี่ยลงโทษเนี่ยเซียงซิ่ว
ได้… สรุปแล้ว ผลประโยชน์ทั้งหมดก็ตกเป็นของเนี่ยไฉ่เยวี่ย ช่างน่าสงสารเนี่ยเซียงซิ่วที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เสียจริง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังที่เนี่ยอี๋เหนียงพูดออกมาแล้ว นางจึงพูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “เนี่ยอี๋เหนียงพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก… น้อง
รองกับท่านพี่ต่างปรองดองรักใคร่มาแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยล่วงเกินผิดใจกันมาก่อน อีกทั้งท่านพี่ยังช่วยสอนไฉ่เยวี่ยใน
หลายๆเรื่อง ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงมิกล้าสร้างเรื่องให้เป็นที่กังวลของผู้หลักผู้ใหญ่หรอกเจ้าค่ะ”
สีหน้าของเนี่ยอี๋เหนียงถึงกับตะลึงงัน จนไปต่อไม่ถูก
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดต่อไป “เรื่องเล็ก” แค่นี้เองอย่าได้ต้องให้มารบกวนจิตใจของผู้ใหญ่เลย แต่ตอนนี้ เนี่ยเซียงซิ่วกลับ
ใช้ “เรื่องเล็ก” มาจุดประเด็นให้ไฟลุกโชติ
เนี่ยอี๋เหนียงเงียบงันลงไป ส่วนเนี่ยเซียงซิ่วกลับพูดเสียงดังแหลม “เนี่ยไฉ่เยวี่ย เจ้าให้บ่าวใช้เอานํ้าชามาราดข้าใช่
ไหม?”
“ท่านพี่ อย่าลืมนะว่าตำแหน่งที่นั่งเมื่อครู่เป็นอย่างไร ถ้าน้องเดินไปข้างท่านพี่จริง ก็ต้องใช้เวลาเสียหน่อย ยิ่งไป
กว่านั้น มือของน้องยังมีแผลนํ้าชาลวกมือ ขยับเขยื้อนไม่ได้ เช่นนั้นจะเล่นงานท่านพี่ได้อย่างไร?” เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดด้วย
หน้าเจื่อนๆ
เนี่ยเซียงซิ่วกลับไปสนใจคำพูดนั้นนั้น นางยังคงตวาดต่อไปว่า “ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้นแหละ เนี่ยไฉ่เยวี่ย แม่เจ้าทำ
เองไม่ไหวก็เรียกให้บ่าวใช้มาทำแทนละสิ เห็นชัดเจนอยู่แล้ว เจ้าต้องการเอายาพิษมาให้ข้าใช้ โดยอ้างชื่อท่านย่าเป็นคน
ให้ เรื่องแบบนี้เจ้าช่างคิดได้เนอะ?”
……
คำพูดของเนี่ยเซียงซิ่วในแต่ละคำตั้งใจพูดกระแทกแดกดันเนี่ยไฉ่เยวี่ย โดยที่ประโยคแรกกลับเลือกใช้ชื่อท่านย่า
เพื่อเปิดทางไปถึงเรื่องอื่นได้
เนี่ยอี๋เหนียงได้ยินที่บุตรสาวเล่าแล้วก็พลอยสนับสนุนอีกทาง เมื่อฮูหยินเนี่ยเห็นอนุกับบุตรสาวคนโตของนางช่าง
หน้าด้านไร้ยางอาย จนแทบระเบิดออกมา ฮูหยินเนี่ยจึงพูดเอ่ยขึ้น “เอาล่ะ ทุกคนไม่ต้องเถียงกันแล้ว… ทุกคนต่างทราบ
ดี สิ่งของใดที่ท่านย่ามอบให้แต่ละคน ย่อมสลักสัญลักษณ์เอาไว้ด้วย… ไฉ่เยวี่ย รีบเอาตลับยามาให้ท่านย่าดูหน่อย จะได้
รู้ว่าเคยมอบให้หรือเปล่า”
เนี่ยเซียงซิ่วได้ยินดังนั้นถึงกับเงียบกริบลงทันใด สายตาคู่นั้นได้จับจ้องไปที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยอย่างไม่วางสายตา ราวกับ
อยากเห็นตลับยากล่องนั้น
เนี่ยอี๋เหนียงยิ้มเยาะออกมาทางสายตา… เนี่ยไฉ่เยวี่ย คราวนี้ดูสิเจ้าจะเอาออกมา?
เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้ฟังแล้วก็พูดอย่างมั่นใจ “ข้าจำได้ว่า เวลาที่ท่านย่าเนี่ยให้ของใครนั้นมักจะทำสัญลักษณ์เอาไว้ ดัง
นั้น ข้าได้ใช้ก่อนถึงกล้าเอาให้ท่านพี่ใช้ อีกอย่างของที่ท่านย่าให้มา ข้าจะนำติดตัวตลอด ด้วยเกรงว่าของจะหล่นหาย”
ระหว่างพูดนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยได้หยิบตลับที่ทำอย่างประณีตออกมาจากกระเปั๋าหน้าอก จากนั้นก็หยิบขึ้นมา แล้ว
พูดว่า “นี่เป็นตลับยาที่ท่านย่ามอบให้”
คิดไม่ถึงว่ายาตลับนี้ไม่ได้อยู่ในมือของเจี้ยงเอ๋อร์ แต่กลับอยู่ที่เนี่ยไฉ่เยวี่ย?
ถ้าอย่างนั้น เหตุการณ์ที่เดินชนตรงทางเดินละ……
ทันใดนั้น เนี่ยอี๋เหนียงมิกล้าคิดเรื่องนี้ต่อไปแล้ว
สีหน้าของเนี่ยอี๋เหนียงถึงกลับซีดในทันใด หลังจากนั้น นางหันกลับไปจ้องเขม็งแม่นมทียืนด้านหลัง จนต้องผงะ
ถอยลงไปสองก้าว รีบก้มหน้าก้มตาทันที
เนี่ยเซียงซิ่วที่ไม่รู้เรื่องรู้ความยังคงจ้องเนี่ยไฉ่เยวี่ยอย่างเคียดแค้น ตะเบงดังขึ้น “เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นยาตลับนี้?
ถ้าไม่ใช่ขึ้นมาจะทำยังไง?”
เมื่อครู่เนี่ยเซียงซิ่วได้ยินที่เนี่ยอี๋เหนียงพูดออกมา ว่าให้บ่าวใช้ไปสลับยาตลับนั้นมา ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เนี่ยไฉ่เยวี่
ยก็ไม่สามารถหาตลับยาจากตัวเสี่ยวซิวได้ บัดนี้เมื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยหยิบตลับยาขึ้นมา เนี่ยเซียงซิ่วก็แสยะยิ้มพูดว่า “ใครจะ
ไปรู้ว่าเจ้าไม่ได้แอบสลับตลับยาอันใหม่?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยตอบอย่างจริงจัง “ของที่ท่านย่าเนี่ยให้ มีเพียงชิ้นเดียวและอยู่ในมือไฉ่เยวี่ยในตอนนี้แล้ว… ไม่มีทางที่
จะจำผิดอย่างแน่นอน”
แม่นมเหยียนที่ยืนด้านหลังท่านย่าเนี่ย รับตลับยานั้นเข้ามาพิจารณา จากนั้นค่อยยื่นให้ท่านย่าเนี่ย ท่านย่าเนี่ยม
องดูไม่ทันไร กลับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นว่า “ตลับยานี้อยู่ในห้องข้าเอง”
ยาตลับนี้อยู่ในห้องของท่านย่าเนี่ย แต่ว่ายาด้านในเป็นของท่านย่าเนี่ยด้วยหรือไม่?
คนในห้องโถงต่างจับจ้องท่านย่าเนี่ยเป็นสายตาเดียวกัน ราวกับจะดูว่าท่านย่าเนี่ยจะมาไม้ไหนกัน
ท่านย่าเนี่ยเปิดตลับยาดูด้านใน พบว่าตรงขอบถูกปาดใช้ไปเล็กน้อย ส่วนตรงกลางถูกปาดไปใช้ไปค่อนข้างมาก
ท่านย่าเนี่ยจึงถามเนี่ยไฉ่เยวี่ยขึ้นว่า “ได้ยินมาว่าเจ้าช่วยทายาให้พี่สาวของเจ้าหรือ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยอ่อมแอ่มว่า “เรียนท่านย่า ใช่แล้วเจ้าค่ะ… ยาตลับนั้นมีบ่าวใช้เอามาให้หลานหลังจากที่โดนนํ้าชา
ร้อนลวก โดยบอกว่าท่านย่าให้นำมาให้ เพียงปาดใช้ทาบางๆ ก็ได้ผลบรรเทาความเจ็บแสบไปมากกว่าครึ่ง แต่พอท่านพี่
โดนนํ้าชาลวก ไฉ่เยวี่ยด้วยความร้อนใจที่อยากให้ท่านพี่หายดี จึงปาดยาค่อนข้างมากไปทาให้เจ้าค่ะ”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดไปพลาง หน้าตาก็แดงระเรื่อขึ้นมา ราวกับว่ารู้ตัวว่าได้ทำเกินกฎระเบียบในจวน
ท่านย่าเนี่ยพยักหน้ารับทราบ จากนั้นปิดฝาตลับยา หันไปพูดกับแม่นมเหยียน “ไป ไปตามเสี่ยวซิวมาให้ข้าเดี๋ยว
นี้……”
แม่นมเหยียนคำนับรับทราบ ก่อนถอยออกไป
ในเมื่อตลับยามาจากห้องท่านย่าเนี่ย และเนี่ยไฉ่เยวี่ยบอกว่ายานี้เสี่ยวซิวเอาไปให้นาง ตอนนี้กุญแจสำคัญของ
เรื่องนี้ก็คือเสี่ยวซิว ที่รู้ว่ายาด้านในเป็นของท่านย่าเนี่ยที่สั่งให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยจริง หรือแอบโดนคนเล่นตุกติกก่อนเอาไปให้
เนี่ยไฉ่เยวี่ยกันแน่
ไม่นานนัก แม่นมเหยียนรีบไปตามเสี่ยวซิวมาอย่างว่องไว เสี่ยวซิวยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านหลังแม่นมเหยียนเพื่อ
รอฟังคำสั่ง นางไม่เคยเจอเหตุการณ์ใหญ่แบบนี้มาก่อน จึงทำตัวไม่ถูกหลบซ่อนด้านหลังแม่นมเหยียนด้วยความหวาด
กลัวสั่นสะเทิ้ม พอได้ยินเสียงท่านย่าเนี่ยเอ่ยเพียงเท่านั้น นางก็รีบคุกเข่าฟึบลงไปกับพื้นทันที พูดเสียงสั่นเครือ “บ่าว
บ่าวเสี่ยวซิวคารวะท่านย่าเนี่ยเจ้าค่ะ”
ท่านย่าเนี่ยปรายตามองเสี่ยวซิวที่คุกเข่า ด้วยสายตาที่เย็นชาและดุดัน ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างไร้เมตตา “เสี่ยวซิว เจ้า
เงยหน้าขึ้นมาให้ข้าดูสิ ข้าขอถามเจ้า ว่าเจ้าได้นำตลับยานี้ไปให้คุณหนูรอง แล้วบอกว่าข้าเป็นคนให้ไปส่งใช่ไหม?”
เสี่ยวซิวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นด้วยความกลัว แอบปรายตามองยาตลับนั้นในมือท่านย่าเนี่ย จากนั้นตอบอย่างชัดเจน
“เรียน… เรียนท่านย่าเนี่ย วันนี้บ่าวมาช่วยแม่ครัวจางอยู่ในครัวตั้งแต่เช้า จึงมิได้พบหน้าคุณหนูรองเลย มิหนำซํ้าบ่าวยัง
ไม่เคยให้ตลับยานี้กับคุณหนูรองมาก่อนเจ้าค่ะ……”