การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 652 คำแก้ต่างของเสี่ยวซิว
เสี่ยวซิวจับชายเสื้อของนางไว้แนบแน่น ชำเลืองตาแอบมองเนี่ยไฉ่เยวี่ย พูดอย่างละลํ่าละลักว่า “ถ้าคุณหนูรอง
ไม่เชื่อ สามารถไปถามแม่ครัวจางได้เจ้าค่ะ”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจ้องหน้าเสี่ยวซิวโดยไม่ละสายตา ถอนหายใจแล้วพูดขึ้น “เอาล่ะ ถ้าเสี่ยวซิวบอกว่าไม่ได้ออกจาก
ห้องครัว ข้าก็จะเชื่อ… อย่างนั้นข้าขอถามเจ้าหน่อย วันนี้ก่อนเที่ยง คนที่ทำถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านแตกคือเจ้าใช่ไหม… อย่า
บอกนะว่าไม่ใช่เจ้า เพราะแม่นมหลงบอกข้า ว่ามีคนแอบย่องเข้าทำถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านหล่นแตก ตอนที่ทุกคนออกมา
แล้ว แต่ว่าจับตัวไม่ได้ว่าใครเป็นทำเท่านั้นเอง จากนั้นช่วงบ่ายทุกคนจ่างแห่ไปดูงานวันเกิดของท่านย่าเนี่ย จึงเหลือบ่าว
ใช้ในห้องครัวเพียงคนเดียว นั่นก็คือเจ้าใช่หรือไม่?”
การทำถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านแตก ถือว่ามีโทษหนักหนายิ่งนัก
เสี่ยวซิวลนลานอย่างเห็นได้ชัด รีบโบกมืออย่างร้อนรน “คุณหนูรองใส่ร้ายบ่าว บ่าวอยู่ในห้องครัวตลอด แต่ไม่ใช่
คนที่ทำถ้วนนํ้าชาชีเปั่าจ่านแตกเจ้าค่ะ……”
สายตาของเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับแข็งกร้าวขึ้น นางพูดว่า “เสี่ยวซิวไม่ต้องรีบปฏิเสธหรอก แม้ถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านจะ
ราคาสูงลิบลิ่วหาซื้อยาก แต่สิ่งที่เจ้ากระทำไปนั้น ยากที่จะหนีพ้น… ในเมื่อเจ้าบอกว่าอยู่ในห้องครัวตลอด ในขณะที่
แม่นมหลงยืนยันว่ามีบ่าวใช้ตัวเล็กทำแตก อย่างนั้น บ่าวใช้คนนั้นต้องเป็นเจ้า เหตุใดจึงปฏิเสธคอเป็นเอ็นด้วย?”
เสี่ยวซิวได้ฟังดังนั้น จู่ๆ นํ้าตาก็ไหลพรากๆ ออกมา “เรียนคุณหนูรอง มิใช่บ่าวทำเจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้ทำแตกจริงๆ
นะเจ้าค่ะ”
“เจ้าไม่ต้องปฏิเสธไปหรอก… ถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านเป็นของที่ฮูหยินเอามาด้วยตอนแต่งงาน และได้มอบมันให้กับ
ข้าแล้ว แต่เสียดายที่ข้าดูแลได้ไม่ดีเอง ไม่ว่าใครเป็นคนทำแตก ข้าต้องนำตัวมารับผิดชอบให้จงได้… เสี่ยวซิว ข้ารู้ว่าเจ้า
ไม่มีเงินทองมากมายจะซื้อคืนได้ แต่ไม่เป็นไร เจ้าเขียนสัญญาขายชีวิตเอาไว้แล้วนี่ ถ้าไม่มีเงินทองมาชดใช้ ก็ให้ลูกหลาน
ของเจ้ามาใช้หนี้แทนแล้วกัน……” เนี่ยไฉ่เยวี่ยหันไปมองหน้าเสี่ยวซิว
เนี่ยไฉ่เยวี่ยใช้สายตาแห่งความเกรี้ยวโกรธจ้องเขม็งไปที่เสี่ยวซิ่ว ก่อนจะพูดเสียงเย็นยะเยือก “เสี่ยวซิว ตอนนี้
ไม่มีธุระอะไรของเจ้าแล้ว เจ้ากลับไปหาแม่นมหลงให้แก้สัญญาใหม่ตามที่ข้าบอกเมื่อครู่……”
“คุณหนูรอง บ่าวไม่ใช่คนทำแตกเจ้าค่ะ บ่าวยังไม่เคยได้เห็นถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านอะไรนั่นเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวซิว
คุกเข่าลงกับพื้นวิงวอนขอร้อง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหันหลังกลับไป โดยไม่แม้แต่ชายตามอง
เสี่ยวซิวรู้สึกร้อนใจขึ้นมา จึงรีบเข้าไปจับมือของเจี้ยงเอ๋อร์ และใช้มือปาดนํ้าตาทั้งสองข้าง พูดสะอึกสะอื้นกับ
เนี่ยไฉ่เยวี่ย “คุณหนูรอง บ่าวแค่ต้องหาพยานมายืนยันว่าไม่ได้ออกจากห้องครัว ก็เท่ากับว่าไม่ใช่คนทำแจกันแตกใช่ไหม
เจ้าคะ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้าตอบเสียงเรียบ “ใช่แล้ว”
เสี่ยวซิวจึงคำนับเนี่ยไฉ่เยวี่ยอยู่หลายครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เรียนคุณหนูรอง บ่าวมิได้อยู่ในห้องครัวตลอด
เจ้าค่ะ แต่ออกมาไปสวนดอกไม้ด้านหลังหนึ่งครั้ง เนื่องจากแม่ครัวจางบอกว่าจะไปกลีบดอกไม้มาชงชาให้เจ้านาย ดัง
นั้นบ่าวจึงติดตามไปเด็ดด้วยเจ้าค่ะ”
“แต่เมื่อครู่เจ้ายืนกรานหนักแน่น ว่าไม่ได้ออกจากครัวแม้แต่ก้าวเดียว ตอนนี้กลับบอกว่าไปโผล่สวนดอกไม้ด้าน
หลัง… เสี่ยวซิว เจ้าพูดกลับกลอกไปมาเช่นนี้ จะให้ข้าเชื่อคำพูดเจ้าได้ยังไง?” เนี่ยไฉ่เยวี่ยมองเสี่ยวซิวด้วยสายตาเปลี่ยน
ไป
เสี่ยวซิวเม้มปากแนบแน่น พูดเสียงอ่อยๆ “บ่าวกลับว่าคุณหนูจะคิดว่าบ่าวเป็นคนเอาตลับยาไปให้ จึงมิกล้ายอม
รับเจ้าค่ะ”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงปรายตามองนางอยู่พักใหญ่ๆ จู่ๆก็พรวดขึ้นมาว่า “เสี่ยวซิว เจ้ายังพูดโกหกอยู่ดี……”
เสี่ยวซิวเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า ไม่รู้จะอธิบายให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยเข้าใจได้อย่างไร
เนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับพูดขึ้นว่า “เสี่ยวซิว เจ้าไปที่สวนดอกไม้ด้านหลัง แล้วรู้หรือไม่ว่าลุงหลงเห็นเข้าแล้ว เพราะเจ้า
เหยียบไปโดนดอกไม้ที่ลุงหลงเพิ่งรดนํ้า รอยเท้าปนดินจึงติดตามทางเดินไปทั่วจนโดนเอ็ดเข้าใช่หรือไม่?
เสี่ยวซิวพยักหน้าให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย… การเหยียบดอกไม้ในสวนนั้น โทษยังเบากว่าทำถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านเป็นไหนๆ
เสี่ยวซิวเอ๋ย เจ้าพลาดไปแล้ว!
ทันใดนั้นเมื่อสิ้นเสียงเสี่ยวซิว เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็หัวเราะขึ้นมา “อย่างนั้น ถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านไม่ใช่เจ้าเป็นคนทำแตก
ดังนั้นไม่ต้องใช้เงินคืนแล้ว”
เสี่ยวซิวได้ฟังก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก… วันนี้นางรีบวิ่งอย่างรีบร้อนกลับมา ได้ยินแม่ครัวจางพูดคุยกัน ว่าถ้วย
นํ้าชาชีเปั่าจ่านแตกเป็นเสี่ยงๆ แล้ว ที่สำคัญยังเป็นของคุณหนูรองอีก ที่จริง เสี่ยวซิวไม่ได้เอาเรื่องราวมาร้อยเรียงผูกเข้า
กับเรื่องนี้ จนตอนนี้ที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยถามขึ้น เสี่ยวซิวจึงต้องสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาไว้ก่อน
เสี่ยวซิวหันไปทำความเคารพเนี่ยไฉ่เยวี่ย “ขอบพระคุณคุณหนูรองที่ช่วยให้ความบริสุทธิ์กลับคืนเสี่ยวซิวเจ้าค่ะ”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเดินขึ้นไปข้างหน้าสองก้าว เอื้อมมือไปจับแขนของเสี่ยวซิวและพูดขึ้น “ข้าไม่มีทางให้ร้ายคนดี และ
ไม่มีทางปล่อยให้คนชั่วลอยนวล… ใช่แล้วเสี่ยวซิว วันนี้คนที่เอาตลับยามาให้ข้า รีบเข้ามาและจากไปอย่างรีบร้อน จนถุง
หอมตกอยู่บนพื้น ข้าจึงให้เจี้ยงเอ๋อร์ไปหยิบขึ้นมา ดีจริงที่เจ้าอยู่ที่นี่ด้วย ประเดี๋ยวข้าจะสั่งเจี้ยงเอ๋อร์เอาไปให้แล้วกัน”
หลังจากที่เสี่ยวซิวฟังแล้ว รีบดึงมือกลับอย่างรีบร้อน นางแอบลูบมือกระซิบเบาๆ “ไม่มีนิเจ้าค่ะ ถุงหอมของบ่าว
ไม่ได้ตกอยู่หลังสวนดอกไม้เสียหน่อย อีกอย่างบ่าวเพิ่งดูถุงหิมของตัวเอง ก็ยังอยู่นะเจ้าค่ะ……”
เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้ เสี่ยวซิวก็เงียบลง เงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า แสดงสีหน้าซีดขาวเหมือนไก่ต้ม ไม่รู้จะอธิบายคำ
ใดออกมา
ทางด้านเนี่ยเซียงซิ่วได้ยินว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของเนี่ยอี๋เหนียง แต่เมื่อฟังสิ่งที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยถามอะไรที่ไร้ประโยชน์
นางจึงพูดอย่างรำคาญใจ “น้องรอง ต่อให้เสี่ยวซิวไปอยู่ที่สวนดอกไม้ด้านหลังจริง ก็ไม่ได้แสดงว่านางเป็นคนเอายาตลับ
นั้นให้เจ้า… น้องรองรีบยอมรับผิดไปเสียเถอะ เหตุใดต้องยึกยักใส่ความเสี่ยวซิวด้วยเล่า……”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหันไปยิ้มจางๆ ให้เนี่ยเซียงซิ่ว “ท่านะี่คงยังไม่เข้าใจสินะ?”
“ไม่เข้าใจเรื่องอะไร?” เนี่ยเซียงซิ่วถามอย่างฉงน
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงสวนกลับไป “ก็ยาตลับนั้นคนส่งคือเสี่ยวซิวยังไงล่ะ……”
ประโยคด้านหลัง เนี่ยไฉ่เยวี่ยยังไม่ได้พูดออกมาให้จบประโยค ก็ได้หันไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ท่านย่าเนี่ย “เรียน
ท่านย่า หลานได้ถามจนเสร็จสิ้นแล้วเจ้าค่ะ”
ท่านย่าเนี่ยหันมองเสี่ยวซิวด้วยแววตาแน่นิ่ง “เสี่ยวซิวจงยอมรับแต่โดยดีเสียเถอะ สรุปแล้วใครใช้ให้เจ้าเอายาไป
ให้คุณหนูรอง?”
เสี่ยวซิวคุกเข่าทั้งสองข้างดัง “ฟุบ” ลงกับพื้นตรงเบื้องหน้าท่านย่าเนี่ย โดยไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหันมองท่านย่าเนี่ยด้วยใบหน้ายิ้มจางๆ ที่รู้ทุกอย่างอยู่แก่ใจ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าระคน
ทุกข์ใจ
……
หลังจากนั้น เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เดินออกจากห้องโถงไป กลับไปที่เรือนของนาง เจี้ยงเอ๋อร์พูดอย่างไม่ยอมใจ “บ่าวไม่
เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมเนี่ยอี๋เหนียงถึงต้องให้ร้ายคุณหนูด้วย ทำไมท่านย่าเนี่ยถึงไม่ลงโทษเนี่ยอี๋เหนียง แต่กลับต้องเป็น
เสี่ยวซิวด้วยเจ้าคะ?”
ด้านอิ๋นเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างเสริมขึ้น “ใช่แล้วๆ ดูสิวันนี้คุณหนูของพวกเราถูกนํ้าร้อนลวก ท่านย่าเนี่ยยังไม่ตกใจ
ขนาดนี้เลย แต่พอคุณหนูใหญ่เกิดเรื่องเท่านั้นแหละ ท่านย่าเนี่ยตกใจเสียขวัญอะไรขนาดนั้นด้วย!”
……
เจี้ยงเอ๋อร์รีบยกนิ้วชี้ไปทางเนี่ยไฉ่เยวี่ย พลางทำปากขมุบขมิบให้อิ๋นเอ๋อร์เงียบปากได้แล้ว
เมื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับมาถึงก็เอนกายลงบนเก้าอี้ หลับตาลงปิดสนิทด้วยความเหนื่อยล้าอ่อนแรง
ในที่สุดเรื่องในวันนี้ก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น นับว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยมีชัยชนะแล้ว แต่ในใจของนางกลับระบายความ
เศร้าโศกเสียใจออกมาไม่ได้
วันนี้ เนี่ยเซียงซิ่วจ้องหาเรื่องเนี่ยไฉ่เยวี่ยสารพัด หนำซํ้ายังถูกนํ้าชาราดรดตัวอีก แต่ท่านย่ากลับไม่ได้ปลอบใจ
แม้แต่คำเดียว ส่วนเรื่องยาตลับปลอมนั้นก็เป็นนางที่ไหวพริบดี ปาดยาตรงขอบๆ ด้านบนมาใช้เล็กน้อยจึงไม่ทำให้
บาดแผลแย่ไปกว่านี้ แต่คนที่เอายามาให้คงมิปรารถนาให้นางหายในเร็ววัน… เรื่องทั้งหมดต้องขอบใจต้วนชิงหมิงที่มอง
ปราดเดียวก็แยกได้ว่ายาดีหรือยาพิษ
ส่วนเรื่องถ้วยนํ้าชาชีเปั่าจ่านนั้น เป็นการสั่งให้อิ๋นเอ๋อร์ทำแตก และนัดแนะกับแม่นมหลงให้ผลักโทษไปให้เสี่ยว
ซิว… เสี่ยวซิวเข้ามาตกลงกับดักที่วางไว้แล้ว เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เค้นจนทราบความจริง แต่ในใจกลับมีแต่ความเศร้าโศกเสียใจ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยทำตัวดีกับท่านย่าเนี่ยจากใจจริงมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ พอเรื่องเกี่ยวโยงไปถึงเนี่ยเซียงซิ่วกับเนี่ยอี๋
เหนียงเมื่อใด ท่านย่าเนี่ยจะมีการเปลี่ยนสีหน้าในทันที
ใช่แล้ว เนี่ยไฉ่เยวี่ยแค่อยากได้การยอมรับจากท่านย่าเนี่ย ทว่าการยื่นมือไขว่คว้าอยู่ฝั่ายเดียว ก็ทำให้คนยื่นรู้สึก
เหนื่อยล้าท้อแท้ใจ จนกระทั่งไร้เรี่ยวแรงกำลังที่จะพยายาม