การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 653 เยวี่ยเจียใจเต้นระรัว
เวลาล่วงเลยไปไม่นานนัก เจี้ยงเอ๋อร์เดินขึ้นมาด้านหน้า พูดเสียงแผ่วเบา “คุณหนู… ฮูหยินมาาแล้วเจ้าค่ะ”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยายามฝืดลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมา พลางหันพูดกับฮูหยินเนี่ย “ท่านแม่!”
ฮูหยินเนี่ยเข้าไปจับมือเนี่ยไฉ่เยวี่ย พูดอย่างสงสารจับใจ “เป็นเพราะแม่ไร้ความสามารถ……”
ถ้าไม่ใช่เพราะฮูหยินเนี่ยไร้ความสามารถ บุตรสาวภรรยาเอกอย่างเนี่ยไฉ่เยวี่ย มีหรือที่ต้องมาเป็นที่ระบายความ
โกรธให้กับบุตรสาวลูกอนุ
ถ้านางมีความสามารถมากกว่านี้ เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็มิต้องยืนลำบากอยู่หน้าท่านย่าเนี่ยอยู่นานสองนานเช่นนั้น เพื่อหา
โอกาสจัดการปัญหาด้วยตัวนางเอง
สรุปแล้ว ความผิดทั้งหมดทั้งมวลล้วนมาจากฮูหยินเนี่ยไร้สามารถ……
เนี่ยไฉ่เยวี่ยฝืนยิ้มพูดออกมา “ท่านแม่พูดอะไรกัน ดูลูกสิ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย?”
ฮูหยินมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยด้วยสายตาละห้อย พูดปลอบประโลมเสียงค่อย “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยตอบยิ้มๆ กลับไป “ใช่แล้ว ท่านแม่ วันนี้ที่จวนของชิงหมิงเกิดเรื่องขึ้น นางจึงต้องรีบกลับไปก่อน ไม่รู้
ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ขอให้ท่านแม่ช่วยส่งคนไปสอบถาม ว่ามีสิ่งใดที่จะช่วยได้บ้างหรือไม่”
“ชิงหมิงเป็นกุลสตรีที่ดีคนหนึ่ง” ฮูหยินเนี่ยพยักหน้ารับ
“ใช่แล้วท่านแม่ วันนี้ชิงหมิงช่วยลูกหลายเรื่องเลยทีเดียว” เนี่ยไฉ่เยวี่ยตอบเสียงเบา
หากไม่ได้ต้วนชิงหมิงเข้ามาช่วยเหลือ มีหวังเนี่ยไฉ่เยวี่ยคงไม่กล้าชนะใจตัวเอง ก้าวผ่านความกลัวมาได้แบบนี้
จนกระทั่งหลอกใช้เสี่ยวซิวในการเล่นงานเนี่ยอี๋เหนียงกลับ
ถึงแม้ท่านย่าเนี่ยยังไม่ได้บอกกล่าวว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร แต่ความจริงกลับมากระจ่างแจ้งเป็นที่เรียบร้อย
แล้ว ตอนนี้ เนี่ยอี๋เหนียงอยากใช้เรื่องนี้ในการใส่ร้ายเนี่ยไฉ่เยวี่ย แต่กลับทำให้เนี่ยเซียงซิ่วเป็นเดือเป็นร้อนแทน
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเชื่อมั่นว่าพวกนางต้องไม่ยอมลดราวาศอกอย่างแน่นอน ทว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับมิได้มีความหวาดหวั่น
และความกลัวแต่อย่างใด เรื่องใดถึงเวลาต้องเผชิญหน้าก็ต้องเจอยู่ดี สิ่งที่ทำได้ในคือการเตรียมตัวให้พร้อมรับมืออยู่
เสมอ
ระหว่างที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยก้มหน้าก้มตาลง จู่ๆ นึกขึ้นมาได้ “ใช่แล้วท่านแม่ ได้ยินว่าเกิดเรื่องขึ้นที่จวนของชิงหมิง จึง
ทำให้นางรีบไปอย่างรีบร้อน ลูกเกิดไม่วางใจยังไงบอกไม่ถูก ท่านแม่ช่วยส่งคนไปสอบถามหน่อยเถิด ว่าต้องการความ
ช่วยเหลือจากพวกเราไหม……”
เรื่องภายในของจวนต้วน ย่อมไม่สะดวกที่จะยื่นมือเข้าไปแทรก เพียงแต่ว่าเรื่องในวันนี้ดีที่ต้วนชิงหมิงช่วยเหลือ
ดังนั้นฮูหยินเนี่ยจึงเรียกคนไปขอบคุณ และสอบถามสถานการณ์ในจวนต้วน จากนั้นค่อยให้บอกว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยฝากความ
ระลึกถึงมาให้
ในความคิดของฮูหยินเนี่ย ปรากฏภาพในมโนทวารที่ชัดเจนของต้วนชิงหมิง ที่ทั้งความเฉลียวฉลาดและจิตใจ
กว้างขวาง นางคิดขึ้นได้ว่าบุตรสาวได้เจอสหายที่ดีอย่างต้วนชิงหมิงแล้ว ต้องให้นางคบหาจริงใจกับต้วนชิงหมิง เพียงแต่
ว่าชีวิตของต้วนชิงหมิงคงไม่ได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว… อี๋เหนียงจัดการดูแลจวน น้องสาวอนุวางอำนาจบาตรใหญ่ สองคนนี้ฮู
หยินเนี่ยเคยพบหน้ามาก่อน สงสัยว่าภายใต้สถานการณ์แบนี้ จึงทำให้ต้วนชิงหมิงต้องมีนิสัยเด็ดขาดและช่างวางแผน
เป็นที่สุด
ทว่า สาวน้อยที่ต้องใช้ชีวิตเยี่ยงสตรีที่โตเป็นผู้ใหญ่ ทำให้ฮูหยินเนี่ยได้แต่สงสารจับใจ ซึ่งชีวิตของต้วนชิงหมิงช่าง
คล้ายคลึงกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยเหลือเกิน
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฮูหยินเนี่ยถอดถอนหายใจ ยกมือขึ้นไปตบฝามือของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเบาๆ ก่อนพูดขึ้นว่า “ลูก
วางใจได้ ประเดี๋ยวแม่จะส่งคนไปสอบถามถึงสภาพของต้วนชิงหมิง ลูกพักผ่อนก่อนเถอะ ประเดี๋ยวตกเย็นแม่จะมาทาน
ข้าวเย็นด้วย”
ฮูหยินเนี่ยเตรียมตัวลุกขึ้นยืนจากไป ไฉ่เยวี่ยพยักหน้ารับและพูดว่า “” ท่านแม่ อย่าได้เป็นกังวลไป ลูกสาวคนนี้
โตเป็นผู็ใหญ่แล้ว นับจากนี้ไม่เพียงต้องปกปั้องตัวเอง ยังต้องช่วยปกปั้องท่านแม่อีกคน……
วันนี้ เนี่ยไฉ่เยวี่ยก็ได้พยายามคิดวิธีในการปกปั้องตัวเองแล้ว
ฮูหยินเนี่ยที่ได้ยินเรื่องราว พลันนํ้าตาขึ้นคลอจนเอ่อไหลออกมา นางใช้มือปาดนํ้าตา พูดสะอึกสะอื้นเสียงสั่น
เครือ “เยวี่ยเอ๋อร์ ลูกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ว่าแม่ไม่อยากให้เจ้ามาปกปั้อง แม่อยากปกปั้องให้เจ้าอยู่อย่างสุขกายสบายใจ
มากกว่า รู้ไหม?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้ารับอย่างรู้ความ “ท่านแม่ ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินเนี่ยลุกยืนขึ้นมาและเอ่ยว่า “เอาล่ะ ลูกพักผ่อนเสียเถอะ แม่จะให้คนไปบอกว่าลูกสบายดีแล้ว และถามชิง
หมิงว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องการความช่วยเหลือบ้างหรือไม่”
เมื่อเห็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้ารับโดยง่าย ในใจของฮูหยินเนี่ยกลับเจ็บปวดขึ้นมาเบาๆ
ฮูหยินเนี่ยรู้สึกว่า เนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นสตรีที่ดีมากคนหนึ่ง แต่ต้องก้าวข้าม ยืนหยัดและรักษาตัวให้ดีในทุกด้าน จน
บางครั้ง ฮูหยินเนี่ยปรารถนาในใจให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยโตเร็วกว่านี้ จะได้ปกปั้องตัวนางได้เอง
เมื่อคิดมาถึงตรงที่เนี่ยไฉ่เยวี่ยเติบโตปั้องกันตัวเองได้ ฮูหยินเนี่ยก็ได้ถอนหายใจอย่างไม่ทันตั้งตัว
ดูท่าแล้ว จิตใจของมารดาที่มีบุตรทุกคนย่อมมีความรู้สึกแบบนี้ขึ้น ยามที่บุตรยังเล็กย่อมปรารถนาให้บุตรเติบโต
เร็วไว แต่ถึงยามที่บุตรเติบใหญ่ จวนใกล้จากข้างกายไป กลับรู้สึกว่าวันเวลาผ่านไปแสนรวดเร็ว จนมิทันได้ปรับตัว……
ฮูหยินเนี่ยเดินออกไปแล้ว ภายในห้องจึงกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง
เนี่ยไฉ่เยวี่ยจึงหลับตาพักผ่อนลงอย่างช้าๆ ด้วยรู้สึกว่าเรี่ยวแรงของนางใช้จนแทบไม่เหลือแล้ว แต่ทันใดนั้น นาง
ได้เอ่ยขึ้นเสียงเบา “เจี้ยงเอ๋อร์ ช่วยข้าแต่งตัว……”
เจี้ยงเอ๋อร์เดินขึ้นมาตรงหน้า ตอบเสียงแผ่วเบา “คุณหนูจะไปข้างนอกหรือเจ้าคะ? แต่ฮูหยินบอกว่าจะมาทาน
อาหารเย็นด้วยมิใช่หรือเจ้าคะ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยลืมตาและขัดเจี้ยงเอ๋อร์ขึ้น “ข้าจะไปทานข้าวเป็นเพื่อนท่านย่าเนี่ย”
เจี้ยงเอ๋อร์ถึงกับตะลึงงัน จนต้องรีบไปจัดแจงเสื้อผ้าเตรียมให้เนี่ยไฉ่เยวี่ย
เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่ทันได้เห็นสีหน้าของเจี้ยงเอ๋อร์ แต่กลับกำมือแนบแน่น เผยแววตาที่ต่างจากอายุของนางโดยสิ้นเชิง
ในเมื่อนางตัดสินใจไปแล้ว จึงต้องรีบไปสร้างความประทับใจให้กับท่านย่าเนี่ยต่อ และในเมื่อนางตัดสินใจไปแล้ว
ว่าจะเปิดศึกกับเนี่ยอี๋เหนียง ตอนนี้กลายเป็นเวลาสำคัญที่สุดที่จะแสดงความใจกว้างของนาง และเปิดโอกาสให้ท่านย่า
เนี่ยรู้สึกผิด
ฉะนั้นเนี่ยไฉ่เยวี่ยเลือกมาทานอาหารเย็นกับท่านย่าเนี่ย เพราะอย่างน้อยที่สุดหากมีเวลานางจะเข้ามาบ่อยๆ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยไม่เชื่อหรอกว่า การตัดสินใจที่แน่วแน่ตั้งใจ จะมิสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจของท่านย่าเนี่ยได้
……
หลังจากช่วยเนี่ยไฉ่เยวี่ยเปลี่ยนชุดเป็นที่เรียบร้อย เจี้ยงเอ๋อร์ถึงกับถอนหายใจออกมา
คุณหนูเป็นถึงบุตรสาวภรรยาเอก แต่ทำไมต้องทำตัวให้ลำบากกว่าลูกอนุอย่างเนี่ยเซียงซิ่วด้วย
ดูอย่างในเวลานี้ คุณหนูสามารถนอนสบายๆ อยู่ที่เรือน แต่กลับเลือกไปปัหน้ายิ้มแย้มกับท่านย่าเนี่ย
เจี้ยงเอ๋อร์เหมือนรู้ว่า เจ้านายแบบนี้ถือว่าดีเยี่ยม ขอเพียงเจ้านายเข้าใกล้ท่านย่าเนี่ยได้ใกล้เท่าไหร่ เนี่ยอี๋เหนียง
กับเนี่ยเซียงซิ่วก็จะไม่มีโอกาสใส่ร้ายปั้ายสีนาง ต่อหน้าท่านย่าเนี่ยได้อีก
ปัญหาติดตรงที่ เนี่ยอี๋เหนียงกับเนี่ยเซียงซิ่วมีสายเลือดเดียวกับท่านย่าเนี่ย ท่านย่าเนี่ยจึงใจอ่อนให้เสมอ
เรื่องเหล่านี้เจี้ยงเอ๋อร์ยังไม่ทราบ แต่นางกลับเห็นลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนละคนของคุณหนู เช่นเดียวกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องโถงวันนี้ ทั้งท่าทางที่องอาจและใจกว้างก็สามารถทำให้ทุกคนสะพรึงขึ้นมาได้
เมื่อก่อนเจ้านายเป็นคนจิตใจดีอ่อนโยน แต่พอถูกกดหัวเข้าหนักข้อเข้า นางจึงเริ่มมีความคิดจะเหยียบคนเหล่า
นั้นจมให้ดินไปโดยไม่เกิดอีก
สาเหตุที่เจี้ยงเอ๋อร์ชอบเจ้านาย เป็นเพราะว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยมีนิสัยใจคอที่กว้างขวางและดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ทำให้เจี้ยงเอ๋อร์คิดว่า หากปกปั้องตัวเองได้ดี ก็ย่อมปกปั้องคนข้างกายได้ดีเช่นกัน
เจี้ยงเอ๋อร์เชื่อมั่นว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยต้องทำได้อย่างแน่นอน
ย้อนกลับมาที่จวนต้วน พอต้วนชิงหมิงเปิดจดหมายต้วนอวี้ที่มีคนนำมาส่งอ่าน ก็รีบร้อนกลับจวนต้วนในทันที
ส่วนเยวี่ยเจียก็คุกเข่าอยู่กลางเรือนโโยไม่ขยับเขยื้อน
ส่วนชิวหนิงยกนํ้าเปล่ามาหนึ่งชาม โน้มน้าวให้เยวี่ยเจียดื่ม เพราะว่าเยวี่ยเจียไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องตั้งแต่สายๆ จน
ท้องฟั้าใกล้มืดมิดต้อนรับราตรี คุณหนูก็ยังมิกลับมา ถ้าเยวี่ยเจียยังคงไม่ดื่มนํ้าเกรงว่าร่างกายจะรับไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
แต่ไม่ว่าชิวจวี๋จะโน้มน้าวอย่างไร เยวี่ยเจียก็ไม่รับฟังแม้แต่น้อย
โทษทั้งสาม เช่น ต่อต้าน ข่มขู่ ทำร้ายร่างกายเจ้านาย สามารถเอาชีวิตของเยวี่ยเจียได้ ตอนนี้ เยวี่ยเจียมิอยาก
คิดเลย หากต้วนชิงหมิงกลับมาแล้ว ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น คงต้องโกรธจนลมออกหูและสลบพับลงไปกับพื้นเลยทีเดียว