การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 658 รอหรือไม่รอดี?
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างไม่เกรงใจ “ถ้าไม่ได้เจอหน้าตอนนี้ก็เป็นเพียงชั่วครั้งก็คราว แต่ถ้าไม่ขยันหมั่นเพียรอ่าน
หนังสือเตรียมสอบ ก็คงไม่มีทางได้นางมาครองหรอก!”
ต้วนอวี้ยกมือเกาจมูกไปมา “ท่านพี่พูดแรงเกินไปแล้ว ทำไมท่านพี่คิดว่าน้องคนนี้ทำไม่ได้ละ?”
ต้วนชิงหมิงตอบกลับเพียงว่า “พี่ไม่เพียงจะพูดรุนแรงแบบนี้ หนำซํ้ายังอยากตีเจ้าอีกด้วย… ไม่ตั้งใจอ่านหนังสือ
เอาเวลามาคิดนู้นคิดนี้ ถ้าพี่เป็นหนิงหรานจะให้ท่านปั้าเชวียหาคนแต่งใหม่ดีกว่า……”
ในครั้งที่แล้ว ต้วนชิงหมิงรู้ว่าเชวียหนิงหรานช่วยพูดแทนต้วนอวี้ แต่เขากลับไม่รับรู้ พอมาเห็นต้วนอวี้เอาแต่
ชะล่าใจ ต้วนชิงหมิงจึงรู้สึกโกรธขึ้นมา
ต้วนอวี้ฟังแล้วถึงกับร้อง “อ่ะ” เสียงดังลั่นออกมา เขาชี้นิ้วไปทางจวนเชวีย พูดอย่างโกรธเคือง “เชวียหย่งเฉียง
ลองดูสิ ถ้าผิดคำสัญญาที่ให้กันไว้!”
ต้วนชิงหมิงเอ่ยอย่างไม่แยแส “ทำไมเชวียหย่งเฉียงจะไม่กล้าด้วย เชวียหนิงหรานเป็นบุตรสาวของเขา เขาอยาก
ให้แต่งกับใครก็ย่อมได้ทั้งนั้น หรือว่าในใต้หล้าแห่งนี้มีต้วนอวี้เป็นบุรุษเพียงคนเดียว… ต่อให้มีเจ้าเป็นบุรุษเพียงผู้เดียว ก็
สามารถเลือกไม่แต่งได้มิใช่หรือ?”
“น้องขอสาบานตรงนี้เลย ถ้าจวนเชวียให้หนิงหรานแต่งกับบุรุษอื่น น้องจะไปทำลายงานแต่งและให้จวนเชวียอยู่
อย่างไม่สงบอีกเลย!” ต้วนอวี้เกรี้ยวกราด
สายตาของต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นพูดอย่างเย็นชา “เอาล่ะ เจ้าไปก็ไปเล่นงานจวนเชวียเดี๋ยวนี้ได้เลย
จะได้ทำลายคำสัญญาที่มีไว้กับเชวียหย่งเฉียง ถึงตอนนั้นนางอาจอับอายกับคนอื่นที่เลือกเจ้าจนอาจคิดสั้นได้… หากเจ้า
เจ้าคิดว่าการไปอาละวาดที่จวนเชวีย ทำเพื่อหนิงหรานก็จงทำให้เต็มที่ไปเลย พี่สนับสนุนเจ้า!”
ต้วนอวี้ได้ฟังเหมือนถูกพูดแทงใจดำ จนเอ่ยปากไม่ถูกเลย
ทำแบบนี้ก็ไม่ได้ ทำแบบนั้นก็ไม่ได้ หรือว่าจะต้องคอยมองหนิงหรานถูกยกให้แต่งกับคนอื่นไป?
ไม่ ไม่ได้ จะให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด เรื่องนี้ต้วนอวี้ไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น!
พอคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนอวี้ก็รีบเดินกลับออกไปอย่างชุนเชียว… เชอะ เชวียหย่งเฉียงไม่รักษาสัญญาขึ้นมา แล้วจะ
ให้เขารักษาสัญญาไปทำไม… ไม่ได้การแล้ว ตอนนี้เขาต้องไปพบหน้าหนิงหรานให้ได้ ตอนนี้เลย ต้องไปตอนนี้เลย!
เมื่อเห็นต้วนอวี้กลับตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ต้วนชิงหมิงก็มีได้ห้ามตามแต่อย่างใด เพียงแต่เอ่ยลอยๆ ขึ้นมา
“ไปเถอะ ถ้าเจ้าคิดไปพบหนิงหรานที่จวนละก็ นางต้องไม่มีทางพบหน้าเจ้าเป็นแน่ และนับจากนั้นพรุ่งนี้เป็นต้นไป จวน
เชวียก็จะไม่แอบไปหาคู่ให้หนิงหราน แต่จะเปิดตัวไปหาคู่อย่างหน้าชื่นตาบาน… น่าเสียดาย พี่ได้ยินหนิงหรานขอร้อง
ท่านปั้าเชวียตั้งนาน กว่าจะยับยั้งการดูตัวกับบุตรชายใต้เท้าจางได้ หากเจ้าไปอาละวาด หนิงหรานคงต้องเสียใจจนผูก
คอตายไม่มีหน้าไปพบใครได้อีก”
ต้วนอวี้หยุดฝีเท้าลงทันใด เขาหันหลังกลับมามองต้วนชิงหมิง พูดตะกุกตะกักว่า “ท่านพี่ แต่ข้าคิดถึงหนิงหราน
ใจจะขาด แค่อยากพบหน้านางจริงๆ หรือไม่ท่านพี่ไปกับข้าดูหนิงหรานให้เห็นกับตา ได้หรือไม่?”
แววตาของต้วนอวี้เต็มไปด้วยความวิงวอนขอร้อง ทำเอาใจของต้วนชิงหมิงอ่อนลงมาบ้าง นางจึงเดินเข้าไปจับมือ
น้อยๆ ของต้วนอวี้ ถอดถอนใจออกมา “อวี้เอ๋อร์เอ๋ย หนิงหรานเป็นสหายที่ดีที่สุดของพี่ ส่วนเจ้าเป็นน้องชายคนเดียว
ของพี่เช่นกัน มีหวังเพียงให้พวกเจ้าได้สมหวัง ไม่เคยคิดร้ายด้วยเลย… ถ้าเจ้ายังเชื่อในตัวพี่ก็จงกลับไปอ่านหนังสือ อีกไม่
กี่วันพี่จะหาวิธีไปพบหน้าหนิงหราน และจะสอบถามสารทุกข์สุขดิบให้เจ้าแทน…”
ต้วนอวี้แววตาเปล่งประกายออกมา “ท่านพี่พูดจริงหรือ?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับ “จริงเสียยิ่งกว่าจริงอีก”
ต้วนอวี้เผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า “อย่างนั้น อวี้เอ๋อร์จะรอฟังข่าวดีจากท่านพี่”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับและพูดอย่างจริงจัง “อวี้เอ๋อร์ ถึงแม้ว่าเจ้าจะแบกความกดดันที่ต้องสอบให้ผ่าน แต่พี่เชื่อ
ว่าหนิงหรานก็กำลังแบกความรู้สึกกดดันไม่น้อยไปกว่าเจ้าเลย ดังนั้น เจ้าจงจำให้ขึ้นใจ ในเวลานี้คนที่ต้องอดทนไม่ได้มี
เพียงเจ้า ยังรวมถึงหนิงหรานด้วย… นางก็อดทนที่จะมาอยู่ข้างกายเจ้า เจ้าก็อย่าทำให้นางต้องผิดหวังเข้าใจไหม?”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับทราบ ก่อนจะทำหน้าบูดเบี้ยวออกมา “ท่านพี่… แต่ว่าข้าคิดถึงนางเหลือเกิน”
“พี่รู้ว่าเจ้าคิดถึงหนิงหราน หนิงหรานก็คงไม่ต่างไปจากเจ้าหรอก… แต่บุรุษเอ่ยลั่นวาจาออกไปแล้ว มิอาจกลับ
คำได้ พี่คิดว่าหนิงหรานต้องการบุรุษที่รักษาคำสัญญาดั่งภูผาที่หนักแน่น”
ต้วนอวี้โค้งตัวทำความเคารพแล้วเดินออกไปด้วย พูดพึมพำไปด้วย “ใช่แล้ว ข้าต้องขยันและอดทน ข้าต้องรักษา
สัญญาที่ให้ไว้ มิให้หนิงหรานต้องเสียใจ”
ต้วนชิงหมิงมองแผ่นหลังของต้วนอวี้เดินจากไป ด้วยความรู้สึกถอดใจ
ชิวหนิงที่ยืนอยู่ด้านข้างต้วนชิงหมิง เดินเข้ามาพูดยิ้มๆ “คุณหนู คุณชายใหญ่เชื่อฟังคำพูดของคุณหนูมากจริงๆ
แค่พูดคุณชายใหญ่ก็ไปทำตามเยเจ้าค่ะ”
“เขาไม่ได้ฟังคำพูดของข้าหรอก แค่ข้าพูดถูกจุดเท่านั้น ถ้าเขาอยากอยู่กับหนิงหราน จำเป็นต้องขยันและอดทน
มากกว่านี้ สิ่งสำคัยคือต้องรักษาสัญญาให้จงได้ มิอย่างนั้น แม้แต่ตัวเขาเองคงต้องดูแคลนตัวเอง” ต้วนชิงหมิง เอ่ยเสียง
เรียบ
ทางด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองตามต้วนอวี้ออกไป ก่อนพูดอย่างเจ็บปวดหัวใจ “คุณหนู คุณชายใหญ่อายุไม่เท่าไหร่
เอง ทำแบบนี้ยุติธรรมแล้วหรือเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา “แม้อายุน้อยแต่ก็นับเป็นบุรุษอยู่ดี ในเมื่ออวี้เอ๋อร์เลือกทางเดินของตัวเองแล้ว สิ่งที่พี่
สาวอย่างข้าทำได้คือช่วยเขาให้เดินอยู่บนเส้นทางได้อย่างมั่นคงเท่านั้นเอง……”
พอได้ยินที่ต้วนชิงหมิงเอ่ยออกมา ทั้งชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่างเงียบไม่พูดไม่จา
จากนั้นต้วนชิงหมิงยืนอยู่หน้าประตูอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องดังเดิม
ต้วนชิงหมิงนั่งอยู่หน้า
โต๊ะเครื่องแปั้งในห้องตั้งอยู่ฝังตรงข้ามของหน้าต่าง ต้วนชิงหมิงเดินเข้ามาหมายเปลี่ยนชุด แต่เมื่อหางตาเหลือบ
เห็นของบนโต๊ะเครื่องแปั้งถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ จึงอดแปลกใจเสียมิได้
มีหวี?
เดิมทีหน้าโต๊ะเครื่องแปั้งมีหวีอยู่หลายอัน แต่หวีอันนี้กลับมีความยาวประมาณสามชุ่น[1] ดูแล้วโค้งรับกับมือได้
พอดี ซี่ฟันของหวีดูแหลมมน ทำอย่างประณีต ที่สำคัญคือหวีผมได้ลื่นไหล ทั้งยังมีตัวอักษรสลักอยู่ “หวีได้ไหลลื่น เข้าไป
ในหัวใจ”
ส่วนหน้าต่างภายในห้องแง้มเอาไว้เพียงครึ่งบาน ให้พอมีแสงตะวันสาดส่องเข้ามาได้บ้าง หวีอันนั้นที่ทำจากไม้ทั้ง
ชิ้น ในสายตาของต้วนชิงหมิงให้ความรู้สึกหวนระลึกถึงบางสิ่งในอดีตขึ้นมา
จู่ๆ ลมด้านนอกพัดโกรกจนให้ขัดต่างหน้าสั่นสะเทือนไปมา กลิ่นไม้จากหวีได้โชยกลิ่นหอมตลบอบอวลภายใน
ห้อง เห็นได้ว่าเป็นไม้ชั้นดีที่ราคาสูงลิบลิ่ว
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปหยิบหวีขึ้นมาดูอย่างพินิจ พร้อมกับนํ้าตาที่เอ่อคลอเบ้าขึ้นมา
ไม่ต้องบอกต้วนชิงหมิงก็พอทราบได้ นี่เป็นของที่เหยียนหลิ่งอวี๋ให้คนเอามาวางไว้
ช่วงที่ผ่านมา เหยียนหลิ่งอวี๋หายตัวไปไม่มีปีไม่ขลุ่ย แต่นางกลับรู้สึกเหมือนเขามาวนเวียนอยู่ข้างกาย มิได้หายไป
ไหนเลย
ต้วนชิงหมิงเป็นคนไม่ชอบเครื่องประดับที่หรูหราราคาแพง แต่นางกลับชอบของที่ทำจากไม้ ของโบราณต่างๆ ที่
ทำอย่างประณีต
เมื่อหวีที่ได้ผ่านกระบวนการทำจากช่างฝีมือ ทำให้เวลาสางลื่นไหลเสมือนนางล่องลอยไปบนนภา
ยามนี้ หวีที่นางกำอยู่ในมือ ทำให้อดคิดถึงมือการจับมือที่เย็นเฉียบของใครบางคน
ต้วนชิงหมิงหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องเเปั้ง เริ่มบรรจงหวีผมจากด้านบนอย่างเบามือ ผมแต่ละเส้น
ต่างลื่นไหลสอดรับไปกับหวีอันนี้เหลือเกิน
ชิวหนิงเดินเข้ามาในห้อง เห็นต้วนชิงหมิงกำลังหวีผม ก็ชะงักไปชั่วขณะรีบเข้าไปหมายช่วยต้วนชิงหมิงหวีผมให้
เรียบร้อย
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า “ไม่ต้องหรอก ข้าอยากหวีผมด้วยตัวเองสักครั้ง”
ใช่แล้ว ได้ใช้หวีที่เหยียนหลิ่งอวี๋ให้คนนำมาให้ เหมือนได้ยินเสียงของเขาพูดพึมพำอยู่ด้านหลัง
ชิวหนิงถอยหลังกลับสองก้าวให้ต้วนชิงหมิงหวีผมด้วยตัวเอง เนื่องจากติดตามรับใช้ต้วนชิงหมิงมานาน ชิวหนิงจึง
พอเดาใจเจ้านายได้ว่ากำลังหวนคิดถึงเหยียนหลิ่งอวี๋เข้าแล้ว
[1] ชุ่น เป็นหน่วยความยาวของจีน 1 ชุ่น ประมาณ 3.33 เซนติเมตร