การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 659 ตู้ชิงหรวนเกิดเรื่องแล้ว?
ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่น่าพิศวงคนหนึ่ง ส่วนใหญ่นางสามารถควบคุมอารมณ์และความอดทนที่เป็นเลิศ เพียงแต่
บางครั้งที่นางก็ใจอ่อนคล้อยไหวง่ายไปตามอารมณ์ จึงไม่แปลกที่บางครั้งอาจมีการย้อนแย้งในตัวเองไปบ้าง
ต้วนชิงหมิงเป็นคนมือไวทำอะไรรวดเร็ว ไม่นานนางก็หวีผมแล้วเกล้าเป็นสองจุก เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเนียน
สดใสเปล่งประกายของสตรีที่กำลังเจริญวัย
ชิวหนิงหยิบปินที่ร้อยลูกปัดสองชิ้นเข้าไปเสียบให้ต้วนชิงหมิง ก่อนจะมองนางผ่านกระจกและอมยิ้มออกมา
“เดิมทีคุณหนูผิวขาวผ่องเป็นยองใยอยู่แล้ว ตอนนี้ยังเกล้าผมเป็นสองข้างคล้ายทรงเด็กน้อยอีกเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงวางหวีงอย่างเบามือ ตอบยิ้มจางๆ “ก็ใช่นะสิ อีกสองปีข้าจะทำผมทรงนี้ไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นวันนี้จึง
อยากลองดูสักครั้งหนึ่ง… ฮ่าๆๆๆ”
ต้วนชิงหมิงคว้ามือของชิวหนิงเดินออกไปอย่างรีบร้อน “ไปกัน วันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าออกไปเดินเล่น”
ชิวหนิงได้ยินว่าไปเที่ยวก็แอบดีใจขึ้นมา “ดีเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวบ่าวจะไปตามเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปด้วยกันเจ้าค่ะ”
“อืม ข้าจะพาพวกเจ้าไปกินของอร่อย” ต้วนชิงหมิงพูดขึ้น
ที่บอกว่าของอร่อยนั้น คือของสองข้างทางที่บรรดาบ่าวใช้ชอบกินกัน โดยยอมต่อแถวรอกินกันอย่างมิขาดสาย
คิดไม่ถึงว่าระหว่างที่ต้วนชิงหมิงก้าวออกจากจวนได้เพียงไม่กี่ก้าว เถี่ยเฟิงกลับรีบวิ่งเข้ามาทำความเคาระอย่าง
รีบร้อน และเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่ตู้ปั่วยหนัก รีบไปดูหน่อยดถอะขอรับ”
ต้วนชิงหมิงตกใจกับสิ่งที่ได้ยินถึงกับพูดเสียงหลง “คุณปั้าตู้สองสามวันก่อนก็ยังดีๆ อยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงปั่วยได้?”
เถี่ยวเฟิงอยากพูดแต่ละลํ่าละลักอยู่นาน “คุณหนูใหญ๋รีบไปดูเถอะ สถานการณ์มิค่อยจะสู้ดีขอรับ”
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงก็เดินอย่างใจร้อนและถามไปด้วย “เถี่ยเฟิง คุณปั้าตู้ของข้าอยู่ที่ไหน?”
เถี่ยเฟิงตอบเสียงเรียบ “เรียนคุณหนูใหญ่ คุณปั้าตู้ของคุณหนูอยู่ที่จิ้งย่วนขอรับ”
ต้วนชิงหมิงถึงกับหน้าเสียที่ได้ยินดังนั้น
จิ้งย่วนเป็นเรือนที่อยู่ไกบที่สุดในจวน มิค่อยมีผู้คนไปที่นั้น บัดนี้ ตู้ชิงหรวนกลับไปอยู่ที่นั่น แสดงว่าจะมีเรื่องไม่ดี
เกิดขึ้นกับนางอย่างนั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงจึงพูดอย่างร้อนรนใจเป็นที่สุด “เร็วเข้า รีบพาข้าไปที่จิ้งย่วน”
ชิวหนิงรีบสาวเท้าก้าวตามไปติดๆ ส่วนบ่าวใช้ที่ตามมาก็เร่งฝีเท้าเช่นกัน
ขณะที่ต้วนชิงหมิงเดินออกไปอย่างรีบร้อน คานไม้ในเรือนกลับมีชายคนหนึ่งโรยตัวลงมาหยิบหวีขึ้นมาอยู่อย่าง
พินิจพิเคราะห์ ก่อนแสยะยิ้มออกมา หลังจากนั้นชายคนนั้นก็หยิบกระดาษที่อกออกมา พร้อมกับเขียนอย่างบรรจง “หวี
ได้ส่งมาถึงแล้ว หวังว่าคุณหนูต้วนจะเก็บรักษาเป็นอย่างดี!”
เมื่อชายคนนั้นเขียนเรียบร้อยแล้วก็กระโดดออกนอกหน้าต่าง เพียงแค่ผิวปากดังหนึ่งครั้ง กลับมีนกพิราบสีขาว
บินลงมาเกาะที่ไหล่ เขาเอาม้วนกระดาษผูกติดกับขานกพิราบเอาไว้ ก่อนจะชูมือให้นกพิราบโบยบินไปส่งสาร
ชายคนนั้นหันกลับไปมองห้องนอนของต้วนชิงหมิง จากนั้นหันกลับมามองทางที่นกพิราบบินออกไป เขาบ่นระงม
ขึ้น “เจ้าเหยียนหลิ่งอวี๋ ดูสิมาใช้ข้าบุกเข้าห้องส่วนตัวของสตรีเช่นนี้ รอให้กลับมาก่อนข้าจะเอาคืนเจ้า……”
เมื่อชายคนนั้นพูดจบก็กระโดดลอยตัว หายเข้าไปในสวนดอกไม้ โดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลย
เมื่อต้วนชิงหมิงเดินมาถึงเรือนจิ้งย่วน ก็เห็นบรรดาบ่าวใช้ผุดเข้าผุดออกอยู่ตลอด ดูท่าแล้วกำลังยกนํ้าชายกนํ้า
เข้าไปให้ไม่หยุด
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปยืนหน้าประตู เห็นใบหน้าที่เศร้าสร้อยเคล้านํ้าตาของต้วนเจิ้ง ดูแล้วไม่เหมือนนายท่านเจ้า
ของจวนต้วนที่น่าเกรงขามคนนั้น ต้วนชิงหมิงมองดู รู้สึกถึงต้วนเจิ้งแก่ขึ้นไปสิบปี เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมาแล้ว เขาจึงตึก
กวักมือเรียกต้วนชิงหมิงเข้ามา “คุณปั้าตู้บอกว่าคิดถึงหมิงเอ๋อร์เหลือเกิน”
ต้วนชิงหมิงก้าวเข้าไปข้างในอย่างร้อนใจ เมื่อเห็นชุนถาวยืนอยู่ด้านข้าง พร้อมกับปาดนํ้าตาและพึมพำไม่หยุด ต้
วนชิงหมิงมองเห็นตู้ชิงหรวนนอนนิ่งอยู่บนเตียง
เพียงเห็นแค่แวบเดียว ต้วนชิงหมิงถึงกับตกใจสุดขีด วิ่งเข้ามายืนข้างเตียง “คุณปั้าตู้ ทำไมท่านถึงเป็นแบบนี้ไป
ได้?”
ตู้ชิงหรวนมีใบหน้าสีเหลืองซูบผอมผิดตา ช่างไม่เหมือนที่คนไว้มาดวางตัวเมื่อก่อนเลย
ต้วนชิงหมิงเรียกอย่างใจร้อนเป็นที่สุด “ท่านปั้าตู้ๆๆๆ”
ไม่มีเสียงรับใดๆ ทั้งสิ้น นางยังคงนอนหายใจโรยรินโดยไม่ขยับเปลือกตาแม้แต่น้อย
ต้วนชิงหมิงจึงหันไปถามชุนถาวอย่างกระวนกระวาย “พี่ชุนถาวเกิดอะไรขึ้นกับคุณปั้าตู้?”
ชุนถาวปาดนํ้าตาพลางพูดสะอึกสะอื้น “ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น สองสามวันก่อนคุณหนูยังดีๆ อยู่เลย แต่
พอย้ายมาที่นี่ไม่กี่วัน คุณหนูก็เป็นแบบนี้ไปแล้วเจ้าค่ะ”
“อย่างนั้น คุณปั้าตู้มีโรคเก่ากำเริบเหรอ!” ต้วนชิงหมิงถามอย่างใคร่รู้
ชุนถาวอํ้าอึ้ง “คุณหนูร่างกายอ่อนแอประกอบกับโรคเก่ากำเริบ บ่าวต้มยาให้ แต่คุณหนูกลับไม่ยอมดื่ม จน
กระทั่งร่างกายทรุดแบบนี้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงหันมองตู้ชิงหรวนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง นางพูดอย่างถอดใจ “คุณปั้าตู้ทำไมช่างหัวแข็งอย่างนี้
ด้วย……”
ตู้ชิงหรวนเป็นคนหัวแข็งมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อปีที่แล้ว ต้วนเจิ้งบอกความในใจว่าอยากแต่งงานด้วย แต่ตู้ชิงหรวน
กลับปฏิเสธอย่างไม่ลังเลใจ จากนั้นต้วนเจิ้งพยายามโน้มน้าวอยู่หลายครั้ง ในที่สุดตู้ชิงหรวนก็ยอมตบปากรับคำ แต่นับ
จากนั้นมา โรคเก่าที่ตู้ชิงหรวนเป็นก็เริ่มปรากฏขึ้นจนนางไม่มีกระจิตกระใจทานอะไรจนอยู่ในสภาพอย่างที่เห็น
ต้วนชิงหมิงถามอย่างปวดใจขึ้นว่า “ข้าเข้าใจความคิดของคุณปั้าตู้ คุณปั้าตู้คงรู้สึกผิดต่อท่านแม่… แต่ท่านแม่
จากโลกนี้ไปนานแล้ว ก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องคิดถึง อีกอย่างข้ากับน้องชายอายุยังน้อย ต้องการคนคอยดูแลเอาใจใส่ เหตุ
ใดคุณปั้าตู้จึงไม่คิดถึงจุดนี้บ้าง?”
“ถ้าคุณหนูตู้ไม่คิดถึงคำสัญญาที่เคยสาบานเอาไว้ ก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรอกเจ้าค่ะ” ชุนถาวตอบ
ตู้ชิงหรวนเป็นคนที่รักษาสัจจะ ตอนแรกเลือกจากต้วนเจิ้งไปโดยไม่คิดข้องเกี่ยวอีกแล้ว แต่นางเคยให้สัจจะกับติง
โหรวเอาไว้ว่าจะดูแลต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ให้แทน ดังนั้นจึงไม่คิดไปไหน ยอมให้วันเวลาผลาญเวลาในชีวิตไปวันๆ
ต้วนเจิ้งเดินเข้ามาเห็นสภาพของตู้ชิงหรวนก็รู้สึกเสียใจยิ่งนัก จนเขาเอ่ยปากว่า “หรือเป็นเพราะข้าบีบบังคับนาง
มากเกินไป นางจึงใช้วิธีทรมานตัวเองเพื่อลงโทษข้า… ครั้งนี้ หากนางหายดี หากนางอยากทำอะไร ก็ทำได้ตามใจเลย
แล้วกัน!”
ก่อนหน้านี้ที่ตู้ชิงหรวนยังดีๆ อยู่ ต้วนเจิ้งคะยั้นคะยอและโน้มน้าวให้นางแต่งงานด้วย แต่พอมาถึงเวลานี้ ตู้ชิงห
รวนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ต้วนเจิ้งจึงเข้าใจทะลุปรุโปร่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือขอเพียงตู้ชิงหรวนยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เขายอม
ละทิ้งการแต่งงานในครั้งนี้
ระหว่างที่ต้วนเจิ้งกำลังเสียอกเสียใจอยู่นั้น เถี่ยเฟิงก็เดินเข้าไปกระซิบกระซาบข้างหู จากนั้นสายตาของต้วนเจิ้งก
ลับชะงักขึ้นมา ต้วนชิงหมิงเห็นเช่นนั้น จึงเอ่ยขึ้นว่า “หากท่านพ่อมีธุระเร่งด่วน ลูกจะดูแลท่านปั้าตู้จนกว่าจะได้สติ
และช่วยพูดให้คุณปั้าตู้ให้เจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งมองตู้ชิงหรวนที่นอนแน่นิ่งอยู่นานสองนาน ก่อนพยักหน้าอย่างลังเล “ถ้าหมิงเอ๋อร์คอยดูอยู่ที่นี่ พ่อก็
ค่อยวางใจได้หน่อย… ถ้าท่านปั้าตู้ได้สติขึ้นมา ก็ช่วยพูดโน้มน้าวให้นางใจร่มๆ ก่อนแล้วกัน……”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับทราบ จากนั้นเดินออกไปส่งต้วนเจิ้งที่หน้าเรือนจิ้งย่วน
ต้วนชิงหมิงเดินกลับเข้ามาในห้อง จึงหันหน้าไปถามชุนถาวที่กำลังจะหยิบยาในห่อออกมาต้ม ถามอย่างอดเสีย
มิได้ “ท่านปั้าตู้เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ยอมบอกชิงหมิงเลย?”
ชุนถาวแยู่อย่างเสียใจ “ทั้งหมดเป็นเพราะคุณหนูตู้สั่งเอาไว้ ไม่ให้ไปบอกชิงหมิง เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาเป็น
กังวลกับสุขภาพของนางนะสิ……”