การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 660 ปลิงที่น่าเกลียดน่ากลัว
ต้วนชิงหมิงได้ฟังเช่นนั้น ก็อดถอนหายใจออกมามิได้
ตู้ชิงหรวนช่างหัวแข็งและยึดมั่นอะไรปานนั้น หากนางก้าวผ่านปมในอดีตได้ คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เห็นที
ช่วงนี้ต้วนชิงหมิงได้ละเลยตู้ชิงหรวนไปมากจริงๆ จนนางร้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ นับจากนี้ ต้วนชิงหมิงต้องคอยหมั่น
หาเวลามาอยู่เป็นเพื่อนนางบ่อยๆ แล้ว
ต้วนชิงหมิงนั่งเฝั้าตู้ชิงหรวนอยู่ทั้งวันตกตะวันลับลาไปแล้ว ตู้ชิงหรวนก็ยังไม่ได้สติตื่นขึ้นมา ชุนถาวจึงให้ตู้ชิงหมิ
งกลับไปพักผ่อน ทว่าต้วนชิงหมิงกลับปฏิเสธขึ้นมา “ไม่ ชิงหมิงจะรอจนกว่าคุณปั้าตู้ตื่นขึ้นมา”
ในเมื่อตู้ชิงหรวนบอกให้นางมาหาที่นี่ เช่นนั้น นางจะคอยเฝั้าไม่ไปไหนทั้งนั้น รอจนกว่าตู้ชิงหรวนตื่นขึ้นมาค่อย
กลับไป
ชุนถาวเถียงสู้ต้วนชิงหมิงมิได้จำต้องปล่อยให้นางเฝั้าอยู่อย่างนั้น ส่วนชุนถาวกลับเผลองีบหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เนื่องจากนางดูแลตู้ชิงหรวนอยู่เพียงผู้เดียวโดยไม่ให้คาดสายตา อีกอย่างตู้ชิงหรวนไม่ได้เพิ่งปั่วยมาวันสองวันนี้ หากมี
คนมาช่วยดู ชุนถาวก็ต้องงีบเก็บแรงเอาไว้
หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ มาทั้งวัน ต้วนชิงหมิงก็รู้สึกอ่อนเพลียไม่น้อยเช่นกัน
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงยามดึกดื่น ต้วนชิงหมิงยังคงนั่งอยู่ข้างตู้ชิงหรวนแบบหลับๆ ตื่นๆ โดยที่มือข้างหนึ่งจับไปที่
มือของตู้ชิงหรวน
ในระหว่างที่ต้วนชิงหมิงกำลังนอนฝันหวานอยู่นั้น จู่ๆ นางก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างเหมือนกำลังกัดนางจนรู้สึกคันขึ้น
มา
ภายจิตใต้สำนึกนางเอื้อมมือไปเกาบริเวณนั้น แต่ดูเหมือนไม่ว่าจะเกาอย่างไรก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์อันใด
ต้วนชิงหมิงจึงลืมตาขึ้นมอง กลับไม่เห็นความผิดปกติอันใด
นางจึงมองไปที่ใบหน้าของตู้ชิงหรวนก็ยังดูเหมือนไม่ได้สติขึ้นมา
ชุนถาวจึงเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงสีหน้าอิดโรยจึงพูดขึ้นว่า “ชิงหมิงกลับไปพักผ่อนเถอะ
เดี๋ยวพี่จะดูคุณหนูตู้อยู่ที่นี่เอง”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ได้ ชิงหมิงรับปากท่านพ่อไปแล้ว จะรอจนกว่าท่านปั้าตู้ได้สติและอาการดีกว่า
นี้”
ตู้ชิงหรวนนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง โดยไม่ได้ขยิบตาแม้แต่น้อย สีหน้าของนางกลับดูซีดเหลือง จนดูเหมือนไม่มีท่าที
จะดีขึ้นได้อีก
พอมองไปที่ตู้ชิงหรวน นํ้าตาของชุนถาวก็เอ่อขึ้นมา “อันที่จริงคุณหนูตู้ดีใจอยู่มิน้อยที่เห็นชิงหมิงมีชีวิตเป็นสุข
อีกทั้งยังสามารถกลับมาอยู่ข้างกายต้วนเจิ้งอีก แค่นี้นางก็สามารถนอนตายตาหลับได้แล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงได้ฟัง จึงรีบพูดปลอบใจทันที “พี่ชุนถาวพูดอะไรน่ะ ท่านปั้าตู้เป็นส่วนหนึ่งของจวนต้วน อีกหน่อยจะ
ได้เป็นท่านแม่ของชิงหมิงกับอวี้เอ๋อร์ และเป็นภรรยาของท่านพ่อ… อย่างนั้นนางจะด่วนจากไปหาท่านแม่ติงโหรว ทิ้งเรา
สองคนไว้อย่างนั้นหรือ?”
ชุนถาวมิอาจกลั้นนํ้าตาให้ร่วงออกมาได้แล้ว นางจึงพูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า “คุณหนูตู้ก็มิอยากด่วนจากไป
หรอก… แต่ดูจากสภาพร่างกายจะทนอยู่ได้นานสักเพียงใด? ทุกวันนี้พี่มิกล้าปล่อยให้คุณหนูตู้คาดสายตาแม้แต่แวบเดียว
ด้วยกลัวว่าหากเผลอวูบหลับไป คุณหนูตู้อาจจากไปได้ทุกเมื่อ”
ต้วนชิงหมิงรีบตำหนิออกมา “พี่ชุนถาวพูดอย่างนี้ได้ยังไง คุณปั้าตู้อายุไม่มาก จะพูดว่าจากไปง่ายๆ มิได้”
ชุนถาวรีบก้มหน้าปาดนํ้าตา โดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใด
ในเวลานี้ ตู้ชิงหรวนเหมือนกำลังตกอยู่ในความฝัน คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน มือทั้งสองกำอย่างเกร็งๆ ดูท่า
แล้วเหมือนนางกำลังตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างไรอย่างนั้น
ต้วนชิงหมิงรีบเข้าไปจับมือตู้ชิงหรวนเพื่อให้ความอบอุ่น พร้อมกับพูดเสียงแผ่วเบา “ท่านปั้าตู้เป็นอะไรไป? รีบ
ตื่นเถอะ รีบตื่นขึ้นมาโดยเร็วเถอะ……”
จากนั้นภายในห้องก็ไร้เสียงคนพูดไปชั่วขณะ
ต้วนชิงหมิงจับมือตู้ชิงหรวนกำไว้แนบแน่น ราวกับจะถ่ายพลังลมปราณให้นาง กระทั่งเวลาล่วงเลยไปนาน ตู้ชิงห
รวนจึงสงบลงได้ ต้วนชิงหมิงจึงนั่งลงด้านข้างเพื่อเฝั้าอยู่อย่างนั้น
ต้วนชิงหมิงจับผ้าห่มที่ตู้ชิงหรวนถีบจนเปิดกลับไปห่มดังเดิม ระหว่างที่จับมือตู้ชิงหรวนกลับไปวางไว้บนผ้าห่ม ต้
วนชิงหมิงไม่ทันได้สังเกตถึงแรงที่ขัดขืนของตู้ชิงหรวน จนกระทั่งห่มผ้าเรียบร้อย ต้วนชิงหมิงถึงเห็นเลือกที่ไหลซิบๆ
ออกมาจากมือตู้ชิงหรวน
ต้วนชิงหมิงจึงรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าไปซับเลือดที่มือให้ตู้ชิงหรวน ในระหว่างนั้นเอง ต้วนชิงหมิงก็แวบเห็นเลือดไหล
ซิบๆ ออกมาตรงไหล่ของตู้ชิงหรวนอีกที่หนึ่ง
ต้วนชิงหมิงจึงร้องเสียงดังลั่นขึ้นมา “พี่ชุนถาวรีบมาดูเร็วเข้า มีเลือดไหลที่มือของคุณปั้าตู้”
“ตรงไหน มีตรงไหนอีก…” ชุนถาวถามอย่างลนลาน
นางเดินเข้ามาจับมือของตู้ชิงหรวน มองอย่างพินิจเหมือนจะเป็นรูที่เลือดซึมออกมา แต่หากมองผิวเปินไม่สังเกต
ก็อาจไม่พบ`
ชุนถาวรีบจับชีพจรให้ตู้ชิงหรวน พบเพียงชีพจรที่เต้นอ่อนแรง โดยที่ไม่พบความผิดปกติอื่น
ทว่าจุดที่น่าสงสัยมากคือ มือของตู้ชิงหรวนมีเลือดไหลออกมาได้ยังไง?
สายตาของชุนถาวชะงักไปชั่วขณะ ก่อนหันไปสบตากับต้วนชิงหมิงโดยเข้าใจกัน
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงยื่นมือออกไป เปิดผ้าห่มที่คลุมตัวตู้ชิงหรวนออก เป็นอันต้องตกตะลึงเพราะมีรอบแผล
เล็กๆ กระจายเต็มตัวตู้ชิงหรวนไปหมด
ทั้งต้วนชิงหมิงกับชุนถาวต่างไม่อยากจะเชื่อสายตาเบื้องหน้าที่เห็นเลย
เนื่องจากชุนถาวอยู่เฝั้าอาการตู้ชิงหรวนทั้งวันทั้งคืนแทบไม่คาดสายตา แต่บัดนี้ร่างกายตู้ชิงหรวนกลับมีเลือด
ไหลซึมออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
มียุงมากัด? หรือมีแมลงชนิดไหนมากัด?
ชุนถาวจำได้ว่าสิ่งของที่ตู้ชิงหรวนใช้นั้นต้องผ่านการตรวจจากนางทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นยุงหรือแมลงใด ไม่มีทางเข้า
มาแอบอยู่ได้… เมื่อย้อนคิดไปถึงตอนที่ย้ายเข้ามาในเรือนนี้ ภายในห้องก็เก็บกวาดทำความสะอาดอย่างเรียบร้อย ย่อม
ไม่มีโอกาสที่มีสิ่งแปลกปลอมปนเข้ามาได้
ชุนถาวส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
ต้วนชิงหมิงพยายามกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง ก็พบกำยานไล่ยุงจุดอยู่ ตามหลักแล้วเพิ่งเริ่มเข้าหน้าร้อนย่อม
ไม่มียุง ต่อให้มีก็ไม่มีทางกัดตู้ชิงหรวนทั่วตัวได้นี่หน่า
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงนึกขึ้นมาได้ แขนของนางก็ไม่มีรอยกัดอะไร แต่พอดึงแขนเสื้อออกมากลับพบรอยเส้นเลือด
เล็กปรากฏเหมือนกับตู้ชิงหรวนทุกอย่าง
ต้วนชิงหมิงนึกขึ้นได้ว่านางได้เท้าแขนไปที่ผ้าห่มจึงอาจถูกบางอย่างกัดได้……
พอคิดได้ดังนั้น ต้วนชิงหมิงก็ร้องขึ้นมาเสียงดังลั่น “พี่ชุนถาว ผ้าห่ม ต้องมาจากผ้าห่ม……”
แต่ว่าผ้าห่มทำมาจากผ้าฝั้ายจะเกิดปัญหาได้อย่างไร
ชุนถาวจึงรีบคว้าผ้าห่มออกมา จัดการใช้มือทั้งสองข้างฉีกออกอย่างสุดแรง กลับพบของบางอย่างเป็นตัวสีดำร่วง
หล่นลงพื้นและขยับตัวไปมา ราวกับพวกมันกำลังเสาะหาอะไรอย่างนั้น
ชุนถาวและต้วนชิงหมิงต่างก้มหน้าลงไปมองอย่างตั้งใจ ชั่วพริบตานั้น พวกนางทั้งสองถึงกับถอนหายใจออกมา
อย่างตกใจ
นี่มันคือปลิง
เป็นปลิงสีดำที่น่าขยะแขยง
ท้องของพวกมันปั่องเหมือนได้ดูดเลือดจนอิ่มท้อง
ปลายปากของพวกมันยังมีคราบเลือดติดอยู่เลย!
ต้วนชิงหมิงถึงกับยกมือขึ้นมาปิดปากด้วยความตกใจ ส่วนชุนถาวโกรธจนหน้าดำหน้าแดง นางฉีกผ้าห่มผืนนั้น
ขาดกระจุยกระจายเต็มพื้นไปหมด จึงพบปลิงที่มีขนาดตัวใหญ่กินจนท้องปั่องไปหมดแล้ว
ดทางด้านชิวหนิงกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ได้ยินเสียงโครมคราม จึงรีบวิ่งเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น พวกนางเห็นสิ่งมีชีวิตสี
ดำยั้วเยี้ยอยู่บนพื้นเกลื่อนกลาดไปหมด จนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
โชคดีที่ต้วนชิงหมิงยังคงสงบนิ่ง นางหันไปมองเตียงที่ตู้ชิงหรวนนอนอยู่ พูดเสียงตํ่ากับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “ไปเอา
ผ้าห่มที่เรือนข้ามาหน่อย”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบรับปากและสาวเท้าวิ่งออกไปอย่างว่องไว แต่ยังไม่ทันที่นางจะไปได้ไกล ต้วนชิงหมิงกลับสั่งเพิ่ม
ว่า “จำเอาไว้ ไปเอาผ้าห่มผืนที่ข้าใช้อยู่ตอนนี้มา”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้ารับทราบ สาวเท้าวิ่งออกไปเหมือนเมื่อครู่ ชิวหนิงที่ผ่านเรื่องราวหน้าสิ่วหน้าขวานมาเยอะ
จึงสงบท่าทีได้ไม่ยาก นางเดินเข้าไปถามต้วนชิงหมิงว่า “คุณหนู ตอนนี้จะทำยังไงดีเจ้าคะ?”