การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 661 ล่อเสือออกจากถํ้า (1)
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงก็ถอนหายใจยาวออกมา หันมองไปที่ชุนถาวพูดอย่างจริงจังขึ้นมาว่า “พี่ชุนถาว เชื่อใจชิงห
มิงหรือไม่?”
ชุนถาวพยักหน้ารับ พร้อมพูดอย่างมั่นใจกับต้วนชิงหมิง “คุณหนูตู้เชื่อใจชิงหมิง ดังนั้นพี่ก็เชื่อใจเจ้าเหมือนกัน”
เรื่องนี้เกิดกับตู้ชิงหรวนในจวนต้วน เพราะฉะนั้นต้องเป็นคนในจวนนี่แหละที่เป็นคนลงมือ ตอนนี้ชุนถาวเริ่มจะ
หวาดระแวงทุกคนที่เข้าใกล้ ยกเว้นต้วนชิงหมิงที่นางเชื่อใจ
ต้วนชิงหมิงเข้าใจหัวอกของชุนถาว จึงพูดอย่างถอดใจออกมา “ท่านปั้าตู้เกิดเรื่องในจวนต้วน ดังนั้นเรื่องนี้ชิงหมิ
งมีส่วนต้องรับผิดชอบ ขอแค่พี่ชุนถาวทำตามที่ชิงหมิงบอก พวกเราก็จะหาทางช่วยท่านปั้าตู้ได้อย่างแน่นอน”
ชุนถาวครุ่นคิดเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดก็พยักหน้ารับรู้
ต้วนชิงหมิงจึงเรียกชิวหนิงเข้ามาสั่ง “ชิวหนิงรีบทำความสะอาดตรงนี้ให้เรียบร้อย เอาปลิงพวกนี้กับผ้าห่มไป
ซ่อนอย่าให้ใครเห็น แต่อย่าเอาไปทิ้งละ”
เพราะว่าของเหล่านี้จะใช้เป็นหลักฐานมัดตัว หากทิ้งไปหรือทำลายไป ก็จะจับตัวคนทำไม่ได้อีกเลย
ชิวหนิงรับคำและไปหากล่องใบเล็กจับปลิงที่น่ารังเกียจพวกนี้ใส่เข้าไป และพับผ้าห่มม้วนจากนั้นก็เอาไปซ่อนที่
อื่น
ต้วนชิงหมิงได้เรียกบ่าวใช้อีกสองคนเข้ามาทำความสะอาดพื้นห้องให้สะอาดอีกครั้ง ก่อนจะเรียกชุนถาวนั่ง
ปรึกษาหารือถึงแผนการรับมือ
ไม่นานนัก เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็รีบวิ่งอย่างรีบร้อนกลับมา ในมือของนางถือผ้าห่มของต้วนชิงหมิงกลับมา ต้วนชิงหมิง
รับผ้าห่มมาคลุมตัวตู้ชิงหรวน เพื่อไม่ให้โรคที่เป็นกำเริบขึ้นกว่าเก่า โดยที่นางยังคงหลับตาโดยไม่ได้สติรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น
แม้แต่น้อย
ชุนถาวยืนอยู่ด้านข้างเตียงมองตู้ชิงหรวนที่ซูบผอมจนซีดเหลือง นางเอื้อมมือเข้าไปจับชีพจรตู้ชิงหรวน พบว่า
อ่อนโรยรินลงไปเรื่อยๆ ได้แต่ร้อนใจจนพูดมิออก
สภาพร่างกายตู้ชิงหรวนไร้เรี่ยวแรงที่จะดื่มยาลงไปได้ แม้แต่จะกลือนยาก็ยังทำได้ลำบาก ขืนเป็นอย่างนี้โรคที่
เป็นจะหายได้อย่างไรกัน
ต้วนชิงหมิงกัดฟันพูดเสียงตํ่าออกมา “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าไปเอาเกลือกับนํ้าตาลผสมลงไปในนํ้าคนให้เข้ากัน แล้ว
เอาปั้อนให้ท่านปั้าตู้ดื่ม”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รับคำสั่งแล้วรีบเดินไปทำอย่างว่องไว
เกลือกับนํ้าตาล?
ถึงแม้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่รู้ว่าจะ่วยอะไรได้ แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของคุณหนู นางจึงยอมทำแต่โดยดีไร้ข้อกังหา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินออกไปเตรียมแล้ว ต้วนชิงหมิงก็รินนํ้าใส่แก้วยกดื่มจนหมด ด้านชุนถาวที่ยังโกรธคนที่ทำเรื่องชั่ว
ช้านี้อยู่ ทว่าเห็นต้วนชิงหมิงใช้วิธีการนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างฉงน “ชิงหมิงจะทำอะไรนะ?”
ต้วนชิงหมิงตอบเสียงเบาว่า “ท่านปั้าตู็เสียเลือดไปมาก ร่างกายจึงอ่อนแอซูบเหลืองแบบนี้ สิ่งเร่งด่วนในเวลานี้
คือต้องเติมพลังให้ท่านปั้าตู้อย่างเร่งด่วน”
ต้วนชิงหมิงเคยเห็นต้วนอวี้ใช้วิธีนี้กับเหยียนหลิ่งอวี๋เห็นว่าได้ผลเป็นอย่างยิ่ง นางจึงเคยถามต้วนอวี้ถึงวิธีการนี้ ต้
วนอวี้จึงอธิบายอย่างละเอียดให้นางฟัง ตอนนี้นี่กลายเป็นวิธีที่จะช่วยเติมพลังให้คนเสียเลือกมากอย่างตู้ชิงหรวน
เกลือกับนํ้าตาลสามารถเติมพลังให้ร่างกายได้?
ชุนถาวได้ฟังก็ส่ายหน้าไปมา “แต่ว่าคุณหนูตู้คงดื่มลงไปไม่ได้กระมัง?”
ต้วนชิงหมิงพูดว่า “ถ้าดื่มเองไม่ได้ ก็ต้องจับกรอกปาก มิอย่างนั้นชีวิตของท่านปั้าตู้อาจแขวนอยู่บนเส้นด้าย”
“ก็ได้ ประเดี๋ยวพี่จะช่วยชิงหมิงอีกแรง” ชุนถาวกล่าว
ชุนถาวนั่งช่วยกรอกเกลือผสมนํ้าตาลสองชามให้ตู้ชิงหรวนดื่มจนเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงยามอู่เกิง[1]แล้ว
ชุนถาวที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนล้าจึงหันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “ชิงหมิง ถ้าเหนื่อยละก็กลับไปพักผ่อนเถอะ ประ
เดี่ยวพี่จะเฝั้าคุณหนูตู้เอง”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าและพูดว่า “ไม่ ชิงหมิงไม่นอน ให้นอนตอนนี้ยังไม่ได้ เพราะพวกเรายังมีเรื่องที่ต้องทำอยู่”
“เรื่องอะไรงั้นหรือ?” ชุนถาวถามขึ้น
“พวกเราควรให้โอกาสคนร้ายออกมาแสดงอีกครั้งหนึ่ง” ต้วนชิงหมิงแสยะยิ้มอย่างมีแผนในใจ
ชุนถาวพูดขึ้น “ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของหลิวหรง เพราะคุณหนูตู้จะไปสั่นคลอนตำแหน่งของนางนะ
สิ”
“หากใช้คาดเดาคงไม่มีประโยชน์ พวกเราต้องวางแผนให้หลิวหรงมาติดกับ ค่อยเอาหลักฐานที่มีมามัดตัวนางจะ
ได้แน่นหนาดิ้นยังไงก็ไม่หลุด” ต้วนชิงหมิงตอบ
ชุนถาวมองต้วนชิงหมิงที่มีแผนการที่แยบคายคอยรับมืออยู่ นางจึงพูดขึ้นว่า “ดีเลย อย่างนั้นเอาตามที่ชิงหมิงว่า
แล้วกัน”
แสงตะวันค่อยๆ ย่างยํ่าเข้าสู่รุ่งอรุณของวันใหม่ ต้วนชิงหมิงใช้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปแจ้งต้วนเจิ้งให้รีบมาเรือนจิ้งย่วน
โดยเร็ว จากนั้นค่อยไปแจ้งทุกคนในจวน ว่าท่านปั้าตู้ได้จากไปกลางดึกแล้ว
เนื่องจากเยวี่ยเจียถูกส่งไปอยู่กับแม่นมสี ต้วนชิงหมิงจึงขาดลูกมือข้างกาย ฉะนั้น เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จะต้องทำอะไร
อย่างฉับไวรวดเร็ว ชิวหนิงรีบเอาปลิงกับผ้าห่มผืนนั้นกลับมา เมื่อชิวหนิงเห็นผ้าห่มที่คลุมตัวตู้ชิงหรวนอยู่ จึงเอ่ยถาม
อย่างสงสัย “คุณหนู สีของผ้าห่มผืนบนเตียงกับที่ให้บ่าวเอากลับมาช่างเหมือนกันราวกับแกะเลยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเห็นด้วย “มันก็ต้องเหมือนกันนั่นแหละ มิอย่างนั้นจะล่อคนร้ายให้ติดกับได้อย่างไรกัน”
ในที่สุด เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ร้องขึ้นมาอย่างเข้าใจเรื่องทุกอย่าง ว่าเหตุใดต้วนชิงหมิงต้องให้นางไปหยิบผ้าห่มผืนที่ใช้
อยู่ในปัจจุบันมาด้วย
แท้ที่จริงแล้ว ต้วนชิงหมิงต้องการใช้ของที่เหมือนกันหลอกสายตาของคนร้ายให้สับสน
แผนทุกอย่างถูกเตรียมการไว้เป็นอย่างดี พบดิบพอดีกับแสงตะวันโผล่พ้นขอบฟั้าขึ้นมา
ต้วนเจิ้งรีบเดินมาที่เรือนจิ้งย่วนอย่างว่องไว พร้อมกับได้ยินเสียงร้องห่มร้องไห้ สะอึกสะอื้นเจียนขาดใจดังขึ้นมา
“คุณหนู คุณหนู ทิ้งบ่าวไปทำไม แล้วชุนถาวจะอยู่ยังไง… วันข้างหน้า บ่าวตัวคนเดียวจะไปทำอะไรได้เจ้าค่ะ……”
ชุนถาวคุกเข่าตรงหน้าตู้ชิงหรวน พลางร้องไห้อย่างเสียอาการ ราวกับฟั้าจะถล่มดินจะทลายลงมาอย่างไรอย่าง
นั้น
ต้วนเจิ้งรีบก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ประคองชุนถาวขึ้นมา และถามอย่างร้อนใจ “ชิงหรวนเป็นอะไรไป?”
ชุนถาวสะอื้นไห้เจียนขาดใจ นางหันมองตู้ชิงหรวนที่ใช้ผ้าคลุมหน้า พูดอย่างเจ็บปวดรวดร้าว “คุณหนู… กลับสู่
สรวงสวรรค์แล้วเจ้าค่ะ”
ตู้ชิงหรวนสิ้นใจไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
ต้วนเจิ้งโซเซจนแทบประคองตัวไว้ไม่อยู่ หลิวหรงที่ยืนด้านหลังจึงรีบเข้าไปประคองทันที พลางพูดเสียงเเผ่วเบา
“ท่านพี่ทำใจเถอะเจ้าค่ะ”
จากนั้นต้วนเจิ้งได้แต่มองอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ “ชิวหรวน นาง… จากไปแล้ว
จริงๆ หรือ?”
สตรีผู้นี้รักเขามาทั้งชีวิต และเกลียดเขามาทั้งชีวิตเช่นกัน บัดนี้ ได้มีโอกาสจะได้กลับมาอยู่เคียงข้างกัน แต่นาง
กลับทิ้งเขาเอาไว้ข้างหลัง โดยรีบด่วนจากไปก่อน
ด้านต้วนชิงหมิงได้แต่พยักหน้ารับ และพูดเสียงราบเรียบ “ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ คุณปั้าตู้จากไปก่อนฟั้าสางแล้ว
เจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งคว้าเก้าอี้ไปนั่งข้างตู้ชิงหรวนที่นอนแน่นิ่ง พร้อมกับพูดเสียงแผ่วเบา “นางมีอะไรสั่งเสียไว้ไหม… นางได้
กล่าวถึงพ่อบ้างไหม?”
ต้วนชิงหมิงกลับหันมองไปที่ชุนถาวครั้งหนึ่ง
ชุนถาวยกมือปาดนํ้าตาที่ไหลอาบหน้า เดินเข้ามายืนด้านหน้าต้วนเจิ้ง “คุณหนูมิได้สั่งเสียอะไรไว้เลย ก็ด่วนจาก
ไปก่อนแล้วเจ้าค่ะ…”
ไม่ว่านางจะสั่งเสียไว้ก็ดี พูดถึงต้วนเจิ้งก็ดี ในเวลานี้มันไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดกำลังจะเริ่ม
หลังจากนี้ต่างหาก
สีหน้าของต้วนเจิ้งบูดเบี้ยวด้วยความระทมจนดูแทบมิได้เลย… การจากไปของตู้ชิงหรวน ไม่ได้ทิ้งคำสั่งเสียถึงเขา
บ้างเลยหรือ? ไม่รู้ว่านางจะไม่มีทางให้อภัย หรือว่าเจ็บกระดองใจจนมิอยากเอ่ยถึงกันแน่?
ทางด้านหลิวหรงที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ด้านหลังต้วนเจิ้ง กลับพูดขึ้นมาว่า “ชุนถาว… คุณหนูใหญ่ตู้ได้สั่งเสีย
อะไรไว้บางไหม? อย่างเช่นเรื่องงานของนางหลังจากที่นางจากไปแล้ว?”
ชุนถาวที่ร้องไห้จนตาแดงกํ่าได้หันไปมองหลิวหรง แล้วตอบกลับเพียงว่า “คุณหนูเคยกล่าวไว้ว่านางเป็นบุตรสาว
จวนตู้ ยังไงก็ต้องกลับไปที่นั่น… ส่วนหลุมศพของคุณหนูจะถูกฝังอยู่ในหลุมข้างบรรพชนเจ้าค่ะ”
สายตาของหลิวหรงเปล่งกระกายบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
ต้วนชิงหมิงรับไม้ต่อจากชุนถาว “เรื่องนี้ปล่อยให้เห็นการตัดสินใจของท่านพ่อแล้วกัน เพราะอย่างไรเสีย ก่อนที่
ท่านปั้าตู้จะจากไปก็ไม่ได้มีคำสั่งเสียใดไว้ เช่นนั้นเรื่องนี้แล้วแต่ดุลพินิจของท่านพ่อเลยเจ้าค่ะ”
จากนั้นต้วนชิงหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อไปว่า “ลูกคิเว่า วิญญาณของท่านปั้าตู้คงหวังให้ท่านพ่อช่วยตัดสิน
อย่างเป็นธรรมเพื่อนางเสียหน่อย”
ต้วนเจิ้งหลับตาลงอย่างเชื่องช้า มิได้โต้ตอบให้ใครได้ฟังอีก
[1] ยามอู่เกิง คือ การนับเวลาในสมัยโบราณ เวลาประมาณตีสามถึงตีห้า