การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 662 ล่อเสือออกจากถํ้า (2)
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งแน่นิ่งไม่ติงไหว ทางด้านหลิวหรงก็แสยะยิ้มอย่างสาแก่ใจ พูดขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่ตู้เป็นถึงบุตร
สาวจวนตู้ ที่ยังไม่ได้ออกเรือนกับผู้ใด มาบัดนี้ จวนตู้ถูกสังหารล้างตระกูลจึงไม่มีผู้สืบทอดสายเลือดได้อีกแล้ว ฉะนั้นคุณ
หนูใหญ่ตู้ก็ควรกลับไปที่จวนตู้ มิอย่างนั้นจะไปไหนได้?”
ชุนถาวฟังแล้วจึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ออกมา “หลิวอี๋เหนียงหมายความว่ายังไง? ในเมื่อคุณหนูจากไปแล้ว เรื่อง
งานศพของคุณหนูคงไม่ใช่หน้าที่หลิวอี๋เหนียงจะเข้ามากะเกณฑ์กระมัง?”
หลิวหรงได้ฟังแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนสีทันควัน “ข้าก็แค่พูดไปด้วยความเคารพคุณหนูใหญ่ตู้ก็เท่านั้นเอง”
ชุนถาวรีบเอ่ยด้วยนํ้าเสียงเย็นชาแข็งกร้าว “หลิวอี๋เหนียงเป็นคนปรับตัวไปตามทิศทางลมได้เก่ง จุดนี้จึงมิต้อง
รบกวนหลิวอี๋เหนียงหรอกเจ้าค่ะ”
หลิวหรงได้ฟังก็เดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของต้วนเจิ้ง นางกลับเลือกกลํ้ากลืนฝืนทนโดยไม่
โต้ตอบ
ชุนถาวก็เป็นเพียงบ่าวใช้คนหนึ่งเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องแยแสนาง ขอเพียงต้วนเจิ้งยังไม่ปลดหลิวหรง คนที่มี
อำนาจรองลงมาในจวนต้วนก็คือนาง
ต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่ด้านข้างต้วนเจิ้ง กำลังปรายตามองดูหลิวหรงที่แสยะยิ้มให้นาง
ตอนนี้การโต้เถียงกันไปกันมาย่อมหาข้อสรุปอะไรไม่ได้ ต้องรอการตัดสินใจของต้วนเจิ้งเพียงผู้เดียว
ต้วนเจิ้งดูเหมือนไม่มีกระจิตกระใจตัดสินเรื่องนี้ เขาเอาแต่โบกมือไปมา พูดด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย “เอาล่ะ พวก
เจ้าไม่ต้องเถียงกันแล้ว เรื่องนี้ข้าตัดสินใจแล้ว… ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ชิงหรวนก็เป็นภรรยาที่ยังไม่ได้แต่งเข้าจวนอย่างเป็น
ทางการเท่านั้น บั้นท้ายของชีวิตของนางย่อมต้องอยู๋ที่นี่นี่แหละ”
พอหลิวหรงได้ยินเท่านั้น สีหน้าก็เปลี่ยนสีโดยฉับพลัน
เป็นที่รู้ว่าติงโหรวได้ฝังร่างร่วมกับบรรพบุรุษในฐานะภรรยาเอกของต้วนเจิ้ง อีกทั้งนางยังได้ให้กำเนิดบุตรสาว
และบุตรชาย จึงสามารถอยู่ในตำแหน่งภรรยาเอกได้อย่างมั่นคง ส่วนหลิวหรงมิกล้าแย่งตำแหน่งนี้มาด้วยรู้ตัวดีว่าแย่งไม่
ได้ด้วย แต่สำหรับตู้ชิงหรวนนั้นมิใช่ปัญหาที่จะแย่งทุกอย่างกลับมา
หากนำตู้ชิงหรวนที่ยังไม่ได้ตบแต่งอย่างเป็นทางการ ได้เข้าไปฝังร่วมกับบรรพบุรุษจวนต้วน เช่นนั้น วันข้างหน้า
ถ้าหลิวหรงได้ให้กำเนิดบุตรชายและยกตำแหน่งเป็นภรรยาเอกแล้ว ศาลบรรพชนคงไม่มีที่เหลือไว้สำหรับฝังร่างของนาง
อีกกระมัง
ในราชวงศ์ต้าเซี่ยนับแต่โบราณกาลมามีกฏที่ล้าสมัยอยู่บ้าง นั่นคือสามีจะฝังร่างร่วมกับภรรยาเอกได้เพียงสองคน
เท่านั้น หากติงโหรวและตู้ชิงหรวนต่างฝังร่างในศาลบรรพบุรุษ วันข้างหน้าหากหลิวหรงไม่อยู่แล้ว ก็คงไม่มีที่สำหรับฝัง
ร่างของนาง
ทั้งชีวิตของหลิวหรงต่างได้มาจากการแย่งชิง โดยเริ่มจากใจของต้วนเจิ้ง ตามมาด้วยร่างกายของต้วนเจิ้ง พอมา
ถึงตอนนี้ดูเหมือนนางจะไม่เหลืออะไรเลย ในใต้หล้าแห่งนี้ย่อมมีเรื่องที่เกินความคาดหมาย จนทลายแผนการที่วางไว้
ทั้งหมด “สิ่งที่เหนือความคาดหมาย” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด หลิวหรงมิมีทางยอมให้มันเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลิวหรงก็ฝืนพูดยิ้มๆ ออกมา “ท่านพี่ไม่มีใครอยู่คํ้าฟั้าหรอกเจ้าค่ะ ในเมื่อคุณหนูใหญ่ตู้ตัดสิน
ใจเอาร่างฝังร่วมกับศาลบรรพชนจวนตู้ ท่านพี่ก็อย่าได้คัดความตั้งใจสุดท้ายของนางดีกว่าเจ้าค่ะ”
นํ้าเสียงหลิวหรงฟังแล้วดูค่อนข้างร้อนรน สายตาของนางเหลือบมองไปที่ตู้ชิงหรวนี่นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ เดิมที
นางคิดว่าจะไม่มีใครขวางทางหลิวหรงได้อีกแล้ว นึกไม่ถึงว่าตู้ชิงหรวนตายไปยังกลับสร้างปัญหาทิ้งท้าย
ต้วนเจิ้งชายตามองหลิวหรงก่อนเอ่ยขึ้น “เจ้าเคยเห็นสตรีคนไหนที่ยังไม่ได้แต่งงานจะสามารถเข้าศาลบรรพบุรุษ
ได้หรือ? แต่ถ้าได้ตกลงหมั้นหมายจะแต่งงานกัน ก็สามารถนำร่างเข้าไปฝังในศาลบรรพบุรุษได้”
หลิวหรงถึงกับผงะถอยหลังไปสองก้าว เมื่อได้ยินที่ต้วนเจิ้งพูดออกมา
ถูกต้องแล้ว! สตรีที่ยังไม่ได้แต่งงานต้องเอาร่างไปฝังที่อื่น แต่หากแต่งงานออกจากตระกูลไปแล้ว ก็ให้ฝังร่วมกับ
ตระกูลสามี ห้ามนำกลับมาฝังร่วมกับตระกูลเดิม
สิ่งที่ต้วนเจิ้งต้องการบอกก็คือตู้ชิงหรวนถือเป็นภรรยาจวนต้วนคนหนึ่งจึงต้องเอาร่างฝังรวมกับศาลบรรพบุรุษ
จวนต้วน อย่างนั้น ชื่อเสียงของหลิวหรงจะไปอยู่ที่ไหน วันข้างหน้าร่างของนางจะไปฝังที่ไหน ในใจของต้วนเจิ้งอยากให้
หลิวหรงอยู่ในฐานะแค่อนุภรรยาไปจนตายอย่างนั้นหรือ?
ไม่ จะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด หลิวหรงไม่มีทางยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ทว่าจะทำอย่างไรจึงให้ต้วนเจิ้งเปลี่ยนใจได้ หลิวหรงพยายามรวบรวมสมาธิครุ่นคิด จากนั้นได้ฝืนยิ้มออกมา
“ท่านพี่……”
แต่ต้วนเจิ้งมิอยากรับฟังอะไรทั้งนั้น เขาจึงโบกมือหันมองไปทางร่างตู้ชิงหรวนที่มีผ้าคลุมหน้าอยู่ ยื่นมือออกไป
เปิดอย่างเบามือ จากนั้นพูดอย่างเสียใจว่า “เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ทุกคนจงออกไปก่อน ข้ามีเรื่องที่จะพูดกับตู้ชิงหรวน
ตามลำพังสักหน่อย”
ชุนถาวอยากจะเล่าเรื่องราวต่อ แต่เมื่อต้วนชิงหมิงขยิบตาให้ นางก็จำยอมต้องเดินออกไปอย่างจำใจ
หลิวหรงได้แต่ยืนกัดฟันกรอดๆ จากนั้นเดินลงเสียงเท้าตึงตังออกไป ในเมื่อต้วนเจิ้งตัดสินใจแล้ว คงยากจะ
เปลี่ยนใจ แต่กระนั้น การตัดสินใจของต้วนเจิ้งก็ยากจะเปลี่ยนแปลงเช่นกัน บัดนี้ นางต้องหาวิธีมิให้ร้างของตู้ชิงหรวน
เข้ามาฝังในศาลบรรพบุรุษจวนต้วนให้ได้
ทุกคนภายในห้องต่างออกไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงต้วนเจิ้งเพียงลำพัง ภายในห้องเงียบสงัดได้ยินแค่เสียงลม
หายใจอันแผ่วเบาของต้วนเจิ้ง กับเสียงลมพัดนอกหน้าต่าง
ต้วนเจิ้งยืนห่างจากเตียงแค่ระยะหนึ่งช่วงแขน เขาอยากจะก้าวเข้าไปแต่ขาเจ้ากรรมดันไร้เรี่ยวแรง ที่บอกว่าห่าง
เพียงแค่ปลายมือ กลับดูเหมือนห่างไกลกันสุดล้าฟั้าเขียวเป็นความรู้สึกเช่นนี้นี่เอง
ในที่สุด นางได้จากโลกนี้ไปแล้วจริงๆ หรือ?
ชิงหรวน เรื่องระหว่างเขา ติงโหรวและตู้ชิงหรวนล้วนมีปมในใจต่อกัน เมื่อสิบปีก่อน เขาไม่ได้เลือกอยู่ข้างกายตู้
ชิงหรวน มาบัดนี้พวกเขากลับกางกั้นด้วยความเป็นและความตาย เช่นนี้ ต้วนเจิ้งจะทำใจได้อย่างไรกัน
ต้วนเจิ้งขบฟันแน่นพร้อมกับมองตู้ชิงหรวนด้วยสายตาอาลับอาวรณ์
ต้วนชิงหมิงจับมือชุนถาวเดินออกมาหลบมุมข้างนอก ชุนถาวจึงถาอย่างเป็นกังวล “ชิงหมิง เจ้ากับพี่เดินออกมา
แล้ว ไม่กลัวท่านพ่อของเจ้ามองแผนการออก?”
ตู้ชิงหรวนแค่ดื่มยาที่ทำให้ดูเหมือนไร้ลมหายใจและร่างกายแข็งทื่อ พูดได้ว่านางยังมีชีวิตอยู่บนโลกอยู่ แต่ถ้าต้วน
เจิ้งยืนอยู่ใกล้ละก็อาจพบความผิดปกตินี้ได้ เช่นนั้น ความพยายามที่ตั้งใจมาทั้งหมดก็เท่ากับสูญเปล่านะสิ
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “พี่ชุนถาววางใจได้ ท่านพ่อกำลังเสียอกเสียใจอยู่ ย่อมไม่ทันสังเกตเห็นความผิด
ปกติหรอก… เพียงแต่ว่าพวกเราต้องตามไปดูหลิวหรง เพราะนางอาจมีแผนการทำให้แผนที่เราทำมาต้องพังลงได้……”
ท่าทางที่ทะนุถนอมและห่วงใยของต้วนเจิ้งที่มีต่อตู้ชิงหรวนนั้น ล้วนอยู่ในสายตาของต้วนชิงหมิงทั้งสิ้น
ชุนถาวได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดมาก็พยักหน้าเห็นด้วย “ชิงหมิงพูดได้ถูกต้อง พวกเจ้าตามไปดูหลิวหรงกันดีกว่า
เพื่อนางมีแผนชั่วร้ายอะไรอีก”
ระหว่างที่พูดอยู่นั้น หลิวหรงได้เดินผ่านหน้าห้องไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังมองหา
ของบางอย่าง
ต้วนชิงหมิงกับชุนถาวต่างหน้ามาสบตากันโดยมิได้นัดหมาย “ไปกัน ตามไปดูกันเถอะ”
เมื่อหันกลับมาก็เห็นเงาคนแวบผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว เงาคนนั้นเห็นหลิวหรงก็รีบยกมือประสานทำความ
เคารพ จากนั้นพูดคุยเสียงค่อยกัน เสียดายตำแหน่งที่หลิวหรงยืนนั้นดันบังใบหน้าของเงาดำนั้นพอดิบพอดี แต่ดูจาก
ท่าทางแล้วเงานั้นไม่ใช่คนในจวนต้วนแน่นอน
เนื่องจากยืนห่างออกมาไกลพอสมควรจึงไม่ได้ยินบทสนทนาอย่างชัดถ้อยชัดคำ แต่หูของชุนถาวกลับไวต่อเสียง
กระซิบกระซาบจึงได้ยินที่หลิวหรงพูดคุยกับเงาดำนั้น “ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เจ้าไปเอาผ้าห่มผืนนั้นกลับมามาให้ได้
ก่อนที่จะเอาร่างตู้ชิงหรวนใส่โลง จำเอาไว้อย่าให้ใครเห็นใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด เข้าใจไหม?”
เงาดำนั้นก้มหน้ารับคำสั่ง และเอ่ยถามขึ้นว่า “หรือว่าตู้ชิงหรวนจะถูกฝังร่างเข้าศาลบรรพบุรุษจวนต้วน?”
หลิวหรงกัดฟันพูดอย่างแค้นเคือง “ข้าไม่มีทางยอมให้นางสมปรารถนาได้เป็นอันขาด!”