การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 670 ใครสำคัญกว่ากัน?
ชายชุดดำคนนี้บอกว่าเขาเป็นคนจากจวนเมิ่งจิน ดังนั้นเขามาเพราะเขาถูกจ้างมาและโลภในเงิน ดังนั้นเขาโลภใน
เงินของผู้ใด แล้วต้องการเอาชีวิตใครกัน
ตราบใดที่เขาคิดถึงเรื่องสกปรกที่เกิดขึ้นในจวน ต้วนเจิ้งก็รู้สึกโกรธ
แม้ว่า ก่อนหน้านี้ชายชุดดำจะบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ร่วมมือกับหลิวหรง แต่ก็ยังคงรู้สึกโชคดีอยู่ เพราะ
สำหรับต้วนเจิ้งแล้วเขาไม่ต้องการให้นางสนมของเขาสมรู้ร่วมคิดกับพวกกลุ่มคนอันธพาลเหล่านี้ ดังนั้นจึงมีบางสิ่งที่เขา
ไม่ต้องการพูดในที่สาธารณะ และถามในที่สาธารณะ
ต้วนเจิ้งโบกมือให้เถี่ยเฟิงและพูดว่า “เอาตัวเขาลงไป เดี๋ยวข้าค่อย ๆ สอบปากคำเขา
เถี่ยเฟิงตอบรับคำหนึ่ง แล้วจับชายชุดดำจากไป
ต้วนอวี้เหลือบมองต้วนเจิ้ง แต่ว่าต้วนเจิ้งโบกมือแล้วเดินจากไปแล้ว
ต้วนชิงหมิงรีบโบกมือให้ต้วนอวี้ส่งสัญญาณให้เขาไม่ต้องส่งเสียง เมื่อรอต้วนเจิ้งจากไปไกลแล้ว ถึงหันหลังกลับ
และพูดว่า “อวี้เอ๋อร์ พวกเราไปกันเถอะ”
ต้วนอวี้กล่าวว่า “ท่านพี่ พวกเราจะไปไหน?”
ต้วนชิงหมิงยิ้มและพูดว่า “ในจวนเกินมีเรื่องใหญ่เช่นนี้ พวกเราจะไม่ไปดูหลิวหรงหน่อยเลยหรือ?”
ใช่แล้ว หลิวหรงทำเรื่องเก่งเช่นนี้เอาไว้ ทำเรื่องชั่วช้าใหญ่เช่นนี้ ตอนนี้เรื่องนี้เป็นจริงแล้วความปรารถนาก็เป็น
จริงแล้ว ถ้าต้วนชิงหมิงไม่ไปพบหลิวหรงหน่อย มันจะทำให้เสียเวลาเขานางไปโดยเปล่าประโยชน์มิใช่หรือ?
ต้วนอวี้เหลือบมองไปในทางที่ต้วนเจิ้งกับชายชุดดำหายตัวไป และหันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “ท่านพี่ ในความคิด
ของท่าน ท่านพ่อจะทำเช่นไรกับหลิวหรง?”
ใช่แล้ว! หลิวหรงทำเรื่องสกปรกเช่นนี้ เพื่อลอบสังหารตู้ชิงหรวน บวกกับความโกรธของต้วนเจิ้ง คาดว่าคงต้อง
บดขยี้ร่างของหลิวหรงเป็นหมื่นชิ้นก่อนเขาถึงจะมีความสุขจริง ๆ อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นต้วนเจิ้ง เอาตัวชายชุดดำนั้นไป
ในใจของต้วนอวี้ก็รู้สึกแปลกใจ เขาอยากรู้จริง ๆ ต้วนเจิ้งจะจัดการกับผู้กระทำผิดที่ทำร้ายตู้ชิงหรวนอย่างไร
ต้วนชิงหมิงครํ่าครวญเล็กน้อยและพูดว่า “แค่ต้องดูว่าหลิวอี๋เหนียงในใจของท่านพ่อนางอยู่ในตำแหน่งใด ก็จะรู้
ว่าหลิวหรงจะมีชะตากรรมแบบไหน”
ใช่แล้ว หลิวหรงลอบสังหารตู้ชิงหรวน สวรรค์คงทนไม่ได้กับเหตุนี้ แต่ถ้าต้วนเจิ้งทำเป็นไม่สนใจเรื่องนี้แล้วล่ะก็
ถ้าเช่นนี้ ก็สามารถเข้าใจได้ว่า ในใจของต้วนเจิ้ง ตู้ชิงหรวนไม่ได้สำคัญอะไรเท่าหลิวหรง
แต่หากว่า ต้วนเจิ้งโกรธแล้วลงโทษหลิวหรง ถ้าเช่นนั้น ก็แสดงว่าตู้ชิงหรวนที่อยู่ในใจของต้วนเจิ้ง ก็ยังมีตำแหน่ง
สำคัญในใจเช่นกัน
สรุปแล้วจากเหตุการณ์นี้ สามารถแยกแยะได้ว่าหลิวหรง อีกทั้งตู้ชิงหรวนที่อยู่ในใจของต้วนเจิ้ง ยุติธรรมเท่า
เทียมกัน จะลำเอียงไปทางฝังไหนกัน
ต้วนอวี้ไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของสักเท่าไร เขาพยักหน้าและพูดว่า “อืม อืม ท่านพี่ข้าคิดว่าข้าน่าจะเข้าใจแล้ว”
ใช่แล้ว สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ มักจะเหมือนเรารักใครสักคนแล้วเราก็จะรักสิ่งรอบตัวเขาไปด้วย ดังนั้นถ้าคราวนี้การ
จัดกับหลิวหรงของต้วนเจิ้ง เป็นเรื่องใหญ่มาก ก็สามารถทำให้รู้ว่าตู้ชิงหรวนอยู่ตำแหน่งไหนของหัวใจ ถ้าหากว่าในใจ
ของต้วนเจิ้ง ความสำคัญของตู้ชิงหรวนมีมากกว่าหลิวหรง เช่นนั้น หลิวหรงก็จะได้รับผลที่สมควรได้รับ แต่ว่า ถ้าพูด
กลับกัน ถ้าในใจของต้วนเจิ้ง หลิวหรงสำคัญกว่าตู้ชิงหรวน ถ้าอย่างนั้น การลงโทษของวต้วนเจิ้งที่มีต่อหลิวหรงก็คงจะ
เบามาก
มนุษย์เรา ในความเป็นจริงก็ไม่สามารถทำทุกเรื่องให้เกิดด้วยความยุติธรรมและเที่ยงธรรมได้ และบ่อยครั้งจิตใจ
ของผู้คนนั้นบอบบาง และเปลี่ยนแปลงได้ และบ่อยครั้งที่การตัดสินใจของสิ่งต่าง ๆ อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่
ละเอียดอ่อนนี้
สำหรับต้วนเจิ้งแล้ว หลิวหรงเป็นผู้หญิงข้างกายเขา ช่วยจัดการบ้านเรือนให้เขา และมีลูกสาวให้เขา คนแบบหลิว
หรงนี้ ในใจของต้วนเจิ้งถือว่าเป็นคนในครอบครัว
แต่ตู้ชิงหรวนเป็นเพียงเงาที่เหลืออยู่ในช่วงเวลาที่ห่างไกล แม้ว่ามันจะอยู่ในส่วนลึกของหัวใจต้วนเจิ้งมาโดยตลอด
แต่สำหรับต้วนเจิ้งแล้ว แม้ว่าเงานั้นจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้ทรงพลังเท่ากับคนที่มีชีวิตที่มีอยู่ในความเป็นจริง ดังนั้นในใจ
ของต้วนเจิ้ง เขาจะคิดถึงตู้ชิงหรวน แต่ในแง่ของความคิดเขาก็มีแนวโน้มที่จะเอียงไปทางหลิวหรงมากกว่าอย่างไม่ต้อง
สงสัย แม้ว่าต้วนเจิ้งจะไม่ยอมรับมัน แต่ว่าสิ่งที่อยู่ในใจของชิงหมิงนั้น การไม่ต้องสงสัยนั้นมีอยู่แล้ว ดังนั้น ต้วนชิงหมิง
ถึงได้พูดว่า ต้วนเจิ้งจะจัดการกับหลิงหรงในความเป็นไปได้นั้น ต้องขึ้นอยู่ว่าหลิวหรงกับตู้ชิงหรวนนั้นอยู่ในตำแหน่งใด
ของเขา
อย่างไรก็ตามคราวนี้ ต้วนชิงหมิงตัดสินใจที่จะลงโทษหลิวหรง ดังนั้นนางจะยอมให้หลิงหรงหลบหนีไปได้อย่าง
ง่ายดายท่ามกลางความช่วยเหลือของต้วนเจิ้งหรือ?
ไม่ มันจะเป็นไปไม่ได้
เช้าตรู่ของวันนี้ ต้วนชิงหมิงพาต้วนอวี้ไปกับเขา และเดินอย่างรวดเร็วไปยังเรือนของต้วนอวี้หราน ข้างหลังพวก
เขามีเซี่ยเฉาเอ๋อร์และชิวจิ๋วสองคน ในมือของชิวจิ๋วถือผ้าห่มผืนใหม่ลายดอกไม้สีฟั้าอ่อน ๆ และมีขอบข้างเป็นผ้าสีขาวที่
ถือไว้ในมือของชิวจิ๋ว เรียงรายไปด้วยใบไม้สีเขียว มีความรู้สึกสง่างามที่มิอาจจะอธิบายออกมาได้
ผ้าห่มที่ต้วนชิงหมิงนำมานี้ ถือต้องการจะนำไปมอบต้วนอวี้หราน
และจุดประสงค์ของต้วนชิงหมิงที่มอบผ้าห่มให้ต้วนอวี้หราน ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดได้ และผ้าห่มนี้ต้วนอวี้หราน
จะรับไว้หรือไม่รับล่ะ……เหอะ เหอะ แม้ว่าต้วนอวี้หรานไม่อย่ารับไว้ นางก็คงไม่มีสิทธิ์
ไม่นานหลังจากนั้น ต้วนชิงหมิงก็มาถึงเรือนของต้วนอวี้หรวน ตอนที่ต้วนชิงหมิงมา ต้วนอวี้หรานยังคงแต่งตัวอยู่
และเมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมา บ่าวใช้ทุกคนต่างมาคำนับ แต่ต้วนอวี้หรานกลับ เหอ แค่คำเดียว ทำเหมือนไม่เห็นสักงั้น
ต้วนชิงหมิงไม่สนใจการปฏิบัติของต้วนอวี้หรานแต่อย่างใด เมื่อนางยิ้มแล้วมองไปที่ใบหน้าที่บึ้งตึงของต้วนอวี้
หราน ให้เยวี่ยหวารับผ้าห่มที่ต้วนชิงหมิงยื่นมา สีหน้าของต้วนอวี้หรานก็เหมือนกับหมอกที่ลอยออกมาตอนที่มีฝนตก
ซึ่งทำให้ผู้คนที่มองไปอยากจะสูญเสียความกระหาย
แต่ต้วนชิงหมิงไม่ได้สนใจที่จะไปดูสีหน้าของต้วนอวี้หราน นางก็แค่ยื่นผ้าห่มให้กับต้วนอวี้หราน จากนั้นก็หันหลัง
กลับและจากไป
ผ้าห่มผืนนี้ต้วนชิงหมิงส่งให้ในนามของต้วนเจิ้ง ยิ่งไปกว่านั้นในสามวันมานี้ นางได้ส่งมาให้แล้วถึงสามผืนต่อเนื่อง
กัน และส่งในนามของต้วนเจิ้ง ดังนั้น ต้วนอวี้หรานอยากรับ ก็ต้องรับ ไม่อย่ารับ ก็ต้องรับ ตอนนี้ ผ้าห่มได้รับแล้วต้วน
ชิงหมิงก็สมควรไปแล้ว
ต้วนชิงหมิงจับมือเล็ก ๆ ของต้วนอวี้ แล้วเดินไปที่ประตูด้วยรอยยิ้ม เมื่อต้วนชิงหมิงกำลังที่จะก้าวออกจากประตู
หลิวหรงที่ด้านนอกเรือนก็รีบร้อนเดินเข้ามา ทันทีที่นางเห็นผ้าห่มในมือของเยวี่ยหวา ก็รีบคว้ามันมาทันที และเห็นว่า
ผ้าห่มยังอยู่ ดูเหมือนต้วนอวี้หรานจะยังไม่ได้จับมัน หลิวหรงถึงถอนหายใจเบา ๆ นางกอดผ้าห่มและหันหลังกลับ แล้ว
พูดอย่างดุเดือดกับต้วนชิงหมิง “ต้วนชิงหมิง เจ้ากำลังทำอะไรกันแน่?”
ต้วนชิงหมิงส่งผ้าห่มมาให้ต้วนอวี้หรานทุก ๆ วัน ดูแล้วน่าจะเป็นผ้าห่มผืนที่สามแล้ว ผ้าห่มก่อนหน้าสองผืน
หลิวหรงไม่แม้แต่ให้มือของต้วนอวี้หรานสัมผัสเลย แล้วรีบนำไปเผาทิ้ง และผืนที่สามนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรกัน แต่ว่า เจ้าต้
วนชิงหมิงนี้ เงินเยอะเกินไป หรือว่าว่างเกินจนไม่มีอะไรทำ อะไรนิดหน่อยก็วิ่งมาส่งผ้าห่มให้ต้วนอวี้หราน
แน่นอน เหตุผลนี้มีเพียงหลิวหรงกับต้วนชิงหมิงที่รู้กัน แต่ในขณะเดียวกัน ดูเหมือนว่าทั้งคนจะมีเจตนาที่จะไม่
พูดอะไร
ต้วนชิงหมิงถูกหลิวหรงกระแทกเข้าอย่างแรง หากไม่ใช่เพราะเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหนึ่งประคองนางไว้ นางก็
เกือบจะล้มลงไปจริง ๆ ในเวลานี้นางจับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แล้วยืนตรงได้ มองไปที่หลิวหรงและพูดด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ
“ข้าเพียงแค่รับคำสั่งจากท่านพ่อนำผ้าห่มมาส่งให้น้องรองก็เท่านั้นท่านปั้า ท่านสงสัยว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่รึ ผ้าห่มผืนนี้
มีอยู่ในมือของท่าน ท่านพูดสิว่าข้ายังจะทำอะไรได้อีก?”
ต้วนชิงหมิงดูเฉยเมยมาก มีเพียงหลิวหรงเท่านั้นที่ดูออกถึงการพูดเสียดสี หลิวหรงมองไปที่ต้วนชิงหมิงที่ตัวเหมือ
นม่มีอะไรเกิดขึ้น อดไม่ได้ที่จะกระตุกปาก กดฟันพูดเสียงเบาว่า “ถ้าเจ้ามีใจที่หวังดีเช่นนั้นก็ถือว่าดีแล้ว……ต้วนชิงหมิง
ทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว เจ้าจะทำเช่นนี้เพื่ออะไรกันเล่า?”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่หลิวหรงเบา ๆ ทันทีที่เปลี่ยนการหยุดมอง เขาก็ยิ้มเล็กน้อย “ท่านหลิวอี๋เหนียงกำลังพูดถึง
อะไรกัน ข้าฟังไม่เข้าใจ……ตอนนี้ ผ้าห่มก็นำม่ส่งให้แล้ว ข้าก็สมควรกลับแล้ว น้องอวี้หรานไว้เจอกัน……”
หลิวหรงยื่นผ้าห่มในมือให้กับแม่นมหวาง นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาร้อนแรง ดูสีท่า
แล้ว ราวกับว่าจะจับต้วนชิงหมิงฉีดเป็นครึ่ง……จากนั้น จากนั้นหลิวหรงกดฟันพูด “ต้วนชิงหมิง ตราบใดที่ข้ายังอยู่วัน
หนึ่ง ไม่ว่าสมองเจ้าอยากคิดทำอะไร ข้าจะไม่มีวันให้เจ้าสมหวังเด็ดขาด……”