การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 676 คนในแผนและแผนซ้อนแผน
แผนการที่ต้วนชิงหมิงช่วงวางให้เป็นการช่วยระบายความแค้นแคืองให้ตู้ชิงหรวน ทั้งยังเป็นการเผยความเจ้าเล่ห์
ที่ซ่อนอยู่ในตัวของหลิวหรงปรากฏออกมา พูดก็พูดเถอะ นับได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ที่จริงแล้ว แผนการนั้นเป็นอะไรที่แสนธรรมดาง่ายดายเหลือเกิน
ต้วนชิงหมิงเริ่มจากการส่งผ้าห่มที่ต้วนอวี้หรานใช้ได้อย่างไม่หมดให้ก่อน เพื่อให้หลิวหรงเกิดการระวังตัวมากขึ้น
เพราะว่าหลิวหรงย่อมทราบดี ว่าต้วนชิงหมิงไม่มีทางให้ผ้าห่มต้วนอวี้หรานอย่างไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง เห็นได้ชัดว่า
เป็นการใช้แผนการที่หลิวหรงเคยใช้เล่นงานตู้ชิงหรวน โดยนำกลับมาเล่นงานต้วนอวี้หราน ซึ่งในใจของหลิวหรงนั้น ต้วน
อวี้หรานเป็นสิ่งที่คนอื่นห้ามเข้ามาแตะต้อง แต่ต้วนชิงหมิงกลับไม่สนใจ เลือกที่จะส่งผ้าห่มให้ต้วนอวี้หรานถึงมือไปหนึ่ง
ผืน ทำให้หลิวหรงถึงกับตกใจหน้าเปลี่ยนสี รีบเข้าไปหยิบผ้าห่มที่ต้วนชิงหมิงให้มาฉีกออกเป็นชิ้นๆ กระจุยกระจายเต้ม
พื้นไปหมด
แต่สิ่งที่หลิวหรงคาดไม่ถึง นั่นก็คือผ้าห่มผืนแรกที่ต้วนชิงหมิงให้ต้วนอวี้หรานกลับเป็นผ้าห่มที่ยัดฝั้ายมาธรรมดา
ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในแผนการที่ต้วนชิงหมิงวางไว้ จุดประสงค์เพื่อให้หลิวหรงร้อนรนใจ หวาดกลัวและเปิดเผยสิ่งชั่วร้ายที่
เคยทำไว้ออกมา
ต้วนเจิ้งเห็นสิ่งที่หลิวหรงทำกับของที่ต้วนชิงหมิงให้ไป พลันเกิดความโมโหขึ้นมา ดังนั้นหลิวหรงจึงต้องรีบแก้ตัว
ทันควัน โดยบอกให้ต้วนอวี้หรานรับของทุกชิ้นที่ต้วนชิงหมิงนำไปให้
นี่เป็นเพียงแผนการแรกที่เอามาใช้ หลิวหรงก็ถึงกับดิ้นพล่านด้วยความหวาดระแวงสงสัย นับว่าต้วนชิงหมิงชนะ
ในครั้งแรกแล้ว
หลังจากนั้น ต้วนชิงหมิงก็ส่งผ้าห่มผืนที่สองให้กับต้วนอวี้หราน
ผืนที่สองนั้นนอกจากผ้าฝั้ายแแล้ว ต้วนชิงหมิงยังสั่งให้คนเอาปลิงหนึ่งตัวใส่เข้าไปด้วย โดยที่ปลิงนั้นมาจากผ้าห่ม
ที่หลิวหรงเคยส่งให้ตุ้ชิงหรวนได้ใช้
ผ้าห่มผืนที่สองถูกหลิวหรงเอาไปเผาไฟเป็นที่เรียบร้อย โดยต้วนอวี้หรานยังไม่ทันได้ใช้มันเลย ผ้าห่มกลายเป็น
เหมือนชนักติดหลังหลิวหรงให้คอยหวาดระแวง ครั้งนี้หลิวหรงเริ่มสงสัยแล้วว่าต้วนชิงหมิงเล็งเปั้ามาที่ต้วนอวี้หราน ดัง
นั้นนางต้องปกปั้องและสกัดกั้นของทุกชิ้นที่ต้วนชิงหมิงส่งมา
หลังจากนั้น ผ้าห่มผืนที่สามก็ถูกส่งมาอีกแล้ว
ด้านในผ้าห่มผืนที่สามนั้น ต้วนชิงหมิงไม่เพียงใส่ปลิงตัวใหญ่ที่ดูดเลือดตู้ชิงหรวนจนท้องปั่องแล้ว นางยังใส่ผงยา
ที่ทำให้มึนงงเข้าไปอีกด้วย
ผงยาชนิดนี้ไม่ได้มีผลร้ายต่อร่างกายแต่อย่างใด อย่างมากก็ผสมกลิ่นหอมจากบุปผาลงไป จึงไม่ทำร้ายร่างกาย
ทว่าหากผงยานี้กับผ้าฝั้ายโดนความร้อนขึ้นมาจะมีผลต่อการกล่อมประสาท ทำให้สูดดมไปแล้วเกิดภาพลวงตาต่างๆ ขึ้น
มา และจะตอบความจริงจากจิตใต้สำนึกออกมาทั้งหมด จุดหมายเพื่อให้หลิวหรงที่ชอบกลับกลอกพูดความในใจออกมา
หากหลิวหรงสูดดมยาชนิดนี้เข้าไป นางจะตกอยู่ในภวังค์เหมือนคนเสียสติ กล้าพูดในสิ่งที่ปกติไม่กล้า แสดงสิ่งที่
ปกติไม่กล้าแสดงออกมา
ทั้งหมดนี้ต้วนชิงหมิงต้องการให้หลิวหรงเผยธาตุแท้ในด้านความเหี้ยมโหด อำมหิตและไม่สนหน้าอินทร์หน้า
พรหมที่ไหนออกมา
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่วางไว้ โดยต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนต่างรับรู้ และรอยื่นมือเข้าช่วยยามที่ต้วนชิงหมิ
งมีอันตรายถึงชีวิต
ที่จริงแล้ว แผนการนี้ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ต้องให้ต้วนชิงหมิงเป็นคนแสดงตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนจบ โดยค่อยๆ
ทำลายความอดทนอดกลั้นและการระมัดระวังของหลิวหรงให้หมดสิ้น เพราะในจวนต้วนมีแค่หลิวหรงที่ต้วนชิงหมิง
เกลียดเข้ากระดูกดำ หากแผนการนี้ไม่มีต้วนชิงหมิงคงดำเนินมาไม่ได้ถึงตรงนี้
ในชีวิตของทุกคนล้วนมีด้านที่เป็นจุดอ่อนด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งจุดอ่อนนี่แหละที่จะเป็นเครื่องมือให้คนอื่นเอามาเล่น
งานได้
ยกตัวอย่างเช่น จุดอ่อนของต้วนเจิ้งคือติงโหรวกับตู้ชิงหรวน
จุดอ่อนของต้วนชิงหมิงคือต้วนอวี้
และจุดอ่อนของหลิวหรงคือต้วนอวี้หรานนั่นเอง
ในจิตใจของแต่ละคนนั้น นอกจากจุดอ่อนแล้ว ความอดทนอดกลั้นก็มีอย่างจำกัด และต้วนชิงหมิงจะบีบเค้นให้
ความอดทนของหลิวหรงแตะถึงขั้นสูงสุด เพื่อให้นางคายสิ่งที่ไม่อยากพูดออกมาให้หมดสิ้น
นี่เป็นเปั้าหมายที่ต้วนชิงหมิงตั้งเอาไว้และต้องทำให้สำเร็จลุล่วง
ผลลัพธ์ในตอนสุดท้ายคือต้วนชิงหมิงประสบความสำเร็จในการกำจัดหลิวหรง บาดแผลในใจของตู้ชิงหรวนที่มีอยู่
มลายหายไป
แต่เหตุใดต้วนชิงหมิงกลับมิได้รู้สึกดีใจที่ทำได้สำเร็จแม้แต่น้อย?
ภายในใจของต้วนชิงหมิงกลับเหมือนมีเสียงพูดของหลิวหรงแว่วขึ้นมาในหู ทั้งยามหลับยามตื่น คอยหลอกหลอน
ทุกเมื่อ
ทุกคนต่างทราบดีว่า ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่เฉลียวฉลาดมาโดยตลอด แต่นางกลับมิอาจปกปั้องอวี้เอ๋อร์ที่อ่อนแอ
ให้รอดพ้นจากนํ้ามือคนใจโหดได้ มาในชาตินี้ นางจึงปกปั้องต้วนอวี้เต็มกำลังความสามารถที่มี และหลังจากที่ได้อยู่ร่วม
กับต้วนเจิ้งมาสักระยะหนึ่ง นางก็สัมผัสได้ถึงความรักจากบิดาที่มีให้บุตรสาว ซึ่งเป็นความรักที่นางไม่เคยได้รับมาในชาติ
ที่แล้ว
แต่คำพูดของหลิวหรงกลับทำให้ต้วนชิงหมิงเกิดความเคลือบแคลงใจขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ว่าในชาติที่แล้วหรือในชาตินี้ การที่หลิวหรงคอยทำร้ายและเล่นงานต้วนชิงหมิงนั้น ต้วนเจิ้งมิรับรู้เลยหรือว่า
แสร้งทำเป็นมิรู้กันแน่?
ต้วนชิงหมิงอยากเข้าไปถามความจริงจากปากต้วนเจิ้งให้รู้แล้วรู้รอด แต่นางก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าต่อให้ถามอย่างไรก็คง
ไม่ได้คำตอบ ต่อให้ต้วนเจิ้งรับรู้ เขาก็ไม่มีทางที่จะยอมรับอยู่อย่างแน่นอน
ด้านต้วนชิงหมิงก็อยากลบความทรงจำในส่วนนี้ออกจากสมองไปเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรกลับจดจำตรา
ตรึงมิมีวันลืมได้ จนถึงตอนนี้ต้วนชิงหมิงยังลังเลใจ ไม่รู้ควรทำเป็นลืมหรือว่าถามให้รู้ความจริงไปเลย
ชุนถาวมองต้วนชิงหมิงด้วยสีหน้าเป็นกังวล
ชุนถาวมองออกว่าต้วนชิงหมิงมีเรื่องที่ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก สำหรับเด็กที่อายุยังน้อยอย่างนาง กลับมีจิตใจที่
หนักแน่นเหมือนผู้ใหญ่ ต่อให้เจอเรื่องทุกข์ใจเพียงใดย่อมไม่มีทางปริปากพูดออกมาโดยง่าย
ชั่วพริบตาเดียว ต้วนอวี้ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเดินออกมาแล้ว
ทั้งต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงต่างเป็นเจ้านายที่รักความสะอาดสะอ้าน หากให้เปลี่ยนชุดแค่ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง พวกเขา
ไม่มีทางทำ แต่ยอมเลือกที่จะอาบนํ้าชำระร่างกาย และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ไปเลย
เส้นผมของต้วนอวี้ยังหมาดๆ อยู่ ชิวหนิงจึงหยิบผ้าเข้าไปซับนํ้าอย่างเบามือ ส่วนเสื้อผ้าของเขา ชิวจวี๋ได้นำชุด
ใหม่ที่สะอาดสะอ้านมาเปลี่ยนให้แล้ว
เนื่องจากในหน้าร้อนอากาศค่อนข้างร้อน เสื้อผ้าจึงต้องบางเบาและพริ้วไหวไปตามลมที่พัดมาปะทะ
ต้วนอวี้เป็นเจ้านายที่ไม่ชอบเสื้อผ้าสีฉูดฉาด ตัวเสื้อคลุมยาวสีม่วงอ่อนจึงไม่มีลวดลายใดๆ มีแค่แขนเสื้อที่ปักรูป
ก้านใบไผ่สองสามกิ่ง ที่เอวคาดด้วยผ้าสีม่วงเข้ม แขวนหยกเขียวมรกตสะท้อนแสงแกว่งไปมาตามการเดิน
ผ่านไปไม่กี่เดือน ส่วนสูงของต้วนอวี้ก็เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในเวลานี้ เมื่อยืนเทียบกับต้วนชิงหมิง เขาดูจะ
สูงกว่านิดหน่อย
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองต้วนอวี้ พลางพูดยิ้มๆ ออกมา “อวี้เอ๋อร์รีบอ่านหนังสือเสียเถอะ อีหไม่นาน
จะใกล้ถึงวันสอบแล้วนะ”
ทันทีที่ได้ยินคำว่าสอบ ต้วนอวี้รีบขมวดคิ้วขึ้นทันที ก่อนจะคลายออกอย่างช้าๆ และหันไปยิ้มให้ต้วนชองหมิง
“ท่านพี่วางใจได้ อวี้เอ๋อร์ทราบแล้ว”
ชิวหนิงยกเก้าอี้มาให้ต้วนอวี้นั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนนางก็เดินกลับไปซับนํ้าบนเส้นผมให้ต้วนอวี้ดังเดิมอย่าง
ตั้งอกตั้งใจ
ชุนถาวหาเรื่องพูดคุยกับต้วนชิงหมิงสองสามประโยค ก่อนจะขอตัวไปทำอย่างอื่น ส่วนต้วนอวี้ที่ซับนํ้าและหวีผม
เป็นที่เรียบร้อย ก็เตรียมตัวขอลาต้วนชิงหมิง