การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 678 ทุกอย่างเปลี่ยนไป?
เยวี่ยหวาถูกต้วนอวี้หรานเร่งจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว เยวี่ยหวาจึงกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ หมายจะเดินไปทางห้อง
หนังสือของต้วนเจิ้ง
หากคุณหนูรองออกจากจวนไปโดยไม่ได้บอกกล่าวนายท่านสักคำ หากกลับมามีคนรู้เรื่องนี้เข้า สามารถเอามา
เป็นประเด็นเล่นงานคุณหนูรอง เพื่อให้นายท่านตำหนิอย่างรุนแรงเมื่อกลับมา
ในเมื่อเรื่องหลิวอี๋เหนียงเพิ่งจะเกิดขึ้น หากต้วนเจิ้งยังมิให้ต้วนอวี้หรานทำนู้นทำนี่ มีหวังชีวิตในจวนของต้วนอวี้
หรานคงขมขื่นมากขึ้นไปอีก
เมื่อเห็นเยวี่ยหวากำลังจะเดินไป ต้วนอวี้หรานรีบคว้านางเอาไว้ได้ทัน “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
เยวี่ยหวาชี้นิ้วไปทางห้องอ่านหนังสือ เอ่ยว่า “บ่าวจะไปแจ้งเรื่องนี้แทนคุณหนูรองเจ้าค่ะ… ถ้าไม่มีการแจ้งล่วง
หน้าก่อน ย่อมไม่มีใครจะผ่านเข้าออกจวนได้เจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้หรานหันค้อนไปที่เยวี่ยหวาหนึ่งยกและพูดเสียงเย็นชา “ไม่ต้องแล้ว ข้าบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อไปตั้งนาน
แล้ว”
เยวี่ยหวาได้ยินถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
อะไรนะเจ้าคะ? คุณหนูรองไปบอกนายท่านแล้ว? ทำไมบ่าวอย่างนางถึงไม่ทราบเรื่องด้วย?
ระหว่างที่เยวี่ยหวากำลังเคลือบแคลงสงสัย ต้วนอวี้หรานจึงเอยปากพูดอย่างช้าๆ “ท่านพ่อจะแต่งฮูหยินคนใหม่
เข้าจวน ลูกสาวอย่างข้าทำไมจะออกไปเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ให้มิได้เล่า จะได้ใช้โอกาสนี้อวยพรให้ทั้งคู่อยู่คู่กันเป็น
ร้อยปี มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง”
นํ้าเสียงของต้วนอวี้หรานเต็มไปด้วยการระงับอารมณ์ให้นิ่งสงบ ทว่าเยวี่ยหวาที่รับใช้ต้วนอวี้หรานมายาวนาน
พอได้ฟังนํ้าเสียงของต้วนอวี้หราน ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าภายในใจของนางยังเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
หลิวหรงถูกขับออกจากจวนต้วน ท่านพ่อรีบแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าจวน เรื่องนี้ไม่ว่าเกิดขึ้นกับใครก็ตาม ล้วนยาก
ที่จะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้
เยวี่ยหวาส่ายหัวไปมา ดูท่าแล้วการออกไปนอกจวนต้วนคราวนี้ คงไม่เพียงไปหาของขวัญมาอวยพรนายท่านอ
ย่างธรรมาดาทั่วไปแล้ว
ต้วนอวี้หรานเห็นเยวี่ยหวายังคงยืนนิ่งอยู่ จึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้านี่มันซื่อบื่อเสียจริง ยังไม่รีบไปบอกให้
คนเตรียมรถม้า มายืนนิ่งเป็นท่อนไม้ไร้ประโยชน์ตรงนี้ทำไม?”
เยวี่ยหวาได้ฟังพลันได้สติสัมปชัญญะกลับมา นางรีบก้มหน้าก้มตา ตอบรับว่า “จะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
เมื่อพูดจบเยวี่ยหวาก็สาวเท้าไปทันที บัดนี้คุณหนูรองเป็นเหมือนที่คุณชายใหญ่พูดไว้ไม่มีผิดว่า “คุณหนูรองเป็น
เหมือนระเบิดที่รอเวลาระเบิดออกมา” ถ้าใครไปอยู่ใกล้ชิดข้างนางก็ต้องพลอยจบชีวิตไปด้วย ดังนั้น “จงพูดให้น้อย
ทำงานให้มาก” ได้กลายเป็นคติจำขึ้นใจเยวี่ยหวาไปแล้ว
ต้วนอวี้หรานแอบแสยะยิ้มอยู่ข้างหลัง “นับจากนี้ต่อไป เจ้าต้องเบิกเนตรให้กว้าง เตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา
ไม่ว่าต้วนชิงหมิงทำอะไรก็ตาม ต้องมารายงานข้าทุกเรื่อง… เจ้าเข้าใจไหม?”
เยวี่ยหวารีบพยักหน้ารับงกๆ อยู่หลายครั้ง “บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ”
ในเวลานี้ ฮูหยินคนใหม่ใกล้ตบแตงเข้าจวนต้วน คุณหนูใหญ่จะมีอำนาจท่วมท้น มีหรือที่คุณหนูรองจะยอมได้
เห็นทีต้วนอวี้หรานกำลังวางแผนเล่นงานคุณหนูใหญ่กับฮูหยินคนใหม่ของท่านพ่อ
“หึๆๆๆ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าสองคนนั้น คนหนึ่งปั่วยใกล้ตาย อีกคนกลายเป็นคนไร้นํ้ายา จึงไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของ
ข้าได้” ต้วนอวี้หรานพูดอย่างเย็นชา
เยวี่ยหวาได้ฟังก็แอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จนลืมตอบรับกลับไป
เมื่อต้วนอวี้หรานเห็นเยวี่ยหวายืนเปั้นท่อนไม้ไม่เอ่ยวาจา จึงสะบัดผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือ แสยะยิ้มออกมา “จะ
ยืนบื่ออยู่อีกทำไม… ไม่รีบไสหัวไปทำอีก?”
เยวี่ยหวารีบก้าวเดินอย่างรีบร้อน จนเกือบชนเข้าข้างหลังต้วนอวี้หรานอย่างจัง ต้วนอวี้หรานจึงรีบถลึงตาโต
ต่อว่ากลับไป “เจ้าไม่แหกตาดูเลยเหรอ? ยังไม่รีบไสหัวขี้เลื่อยไปเรียกคนเตรียมรถม้าอีก!”
เยวี่ยหวาได้ยินเช่นนั้นก็รีบสาวเท้าวิ่งไปอย่างว่องไว
ต้วนอวี้หรานได้แต่ส่ายหน้าให้กับท่าทางของเยวี่ยหวา นี่หรือคือบ่าวใช้ที่หลิวหรงคัดสรรมาเป็นพิเศษให้กับนาง
ดูท่าแล้วไม่ต่างอะไรกับพวกซื่อบื้อคนหนึ่ง นี่ยังไม่ต้องเอาไปเปรียบกับชิวหนิง เอาแค่เทียบกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แลัชิวจวี๋บ่าว
ข้างกายต้วนชิงหมิงก็คนละชั้นแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ต้วนอวี้หรานก็รีบเม้มปากแนบแน่น… บ่าวใช้ไร้ความสามารถ ช่วยอะไรก็ไม่ได้ ช่างเป็นปัญหา
ใหญ่เหลือเกิน!
ในเวลานี้หลิวหรงถูกถอดอำนาจไปหมดสิ้น ยากที่จะฟืนกลับมาได้อีกครั้ง ถึงแม้ต้วนเจิ้งเห็นแก่ที่นางเป็นบุตร
สาวแท้ๆ จึงไม่ได้พาลลงโทษไปด้วย แต่ความรักที่เคยได้รับกลับมิเหมือนวันเก่าก่อน ในไม่ช้า ตู้ชิงหรวนจะก้าวเข้ามามี
อำนาจในจวนต้วน ไม่ต้องคิดเลยว่าพวกบ่าวใช้จะปฏิบัติต่อต้วนอวี้หรานเช่นไร
หรือว่าต้วนอวี้หรานจะนั่งรอความซวยโดยไม่ทำอะไรสักอย่าง?
ไม่! นี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้วนอวี้หรานต้องการ นางต้องการแก่งแย่ง ช่วงชิงและพร้อมทำลายในสิ่งที่นางไม่ได้ เพื่อให้ทุก
อย่างในจวนต้วนวุ่นวายจนไม่เป็นอันสงบสุข
ต้วนอวี้หรานก้าวออกจากประตูไป ต้วนชิงหมิงถึงจะยกมือขึ้นขยี้จมูกไปมา ด้วยรับไม่ได้กับกลิ่นที่ฉุนอย่างรุนแรง
จากร่างกายต้วนอวี้หราน โชคยังดีที่ต้วนอวี้หรานไม่หน้าด้านหน้าทนนั่งอยู่ต่อ หากนางนั่งจนถึงมื้อกลางวัน มีหวังต้วน
ชิงหมิงคงทานอาหารมิลง
แต่ว่ากลิ่นหอมจนฉุนไปหมดนี้ต้วนอวี้หรานไปนำมาจากไหน สิ่งนี้ต้วนชิงหมิงยังคงครุ่นคิดไม่ออก
ชิวหนิงเดินเข้ามาหยิบถ้วยนํ้าชาและเก้าอี้ที่ต้วนอวี้หรานนั่งออก
ระหว่างที่ยกเก้าอี้กลับไปวางที่เดิมนั้น ชิวหนิงได้พูดอย่างพลั้งปากขึ้นมา “ไม่รู้ว่าคุณหนูรองไปทาอะไรนะเจ้าค่ะ
ขนาดตัวไม่อยู่แล้ว เก้าอี้ยังคงหอมฉุนถึงเพียงนี้อยู่เลยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงรีบเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน “ชิวหนิง เจ้ารีบไปบอกท่านพ่อ หลังจากทานอาหารกลางวัน พวกเราจะ
ออกไปข้างนอก”
เมื่อก่อนต้วนชิงหมิงออกจวนไม่จำเป็นต้องไปแจ้งต้วนเจิ้ง แต่ยามนี้สุขภาพของนางมิสู้ดีนัก ประจวบกับตู้ชิงห
รวนเตรียมตัวแต่งเข้าจวนต้วน ต้วนชิงหมิงจึงมิอยากให้ใครมาบอกว่านางไม่รักษากฏของจวน เพราะฉะนั้นกรรออกไป
นอกจวนจึงจำเป็นต้องแจ้งให้ต้วนเจิ้งได้ทราบ
สีหน้าของชิวหนิงเปียมด้วยความเป็นห่วงเป็นใย นางมองต้วนชิงหมิงพลางส่ายหัวไปมา “คุณหนูมิได้เจ้าค่ะ นาย
ท่านกำชับกำชานักหนา ห้ามมิให้คุณหนูที่ปั่วยอยู่ออกนอกจวนเจ้าค่ะ”
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงได้ยินชื่อของต้วนเจิ้ง สายตาของนางก็เกิดความสับสนบางอย่างขึ้น ก่อนจะพูดเสียงตํ่าออกมา
“ไม่เป็นไรหรอก ดูสิข้ายังสบายดีไม่ใช่หรือ?”
ชิวหนิงวางเก้าอี้กลับที่เดิมเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นเดินมายืนเบื้องหน้าต้วนชิงหมิง พูดออกมาว่า “คุณหนูต้องจำ
ให้ขึ้นใจนะเจ้าค่ะ สุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงถึงกับผงะขึ้นมา เหตุใดเรื่องที่นางคิดอยู่ใจ ชิวหนิงถึงสามารถเดาออกได้ มิน่าเล่า เมื่อครู่ที่ต้วนอวี้เดิน
ออกไปได้หันกลับมามองด้วยสายตาที่ห่วงหา
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงยิ้มจางๆ ออกมา “ข้าไม่เป็นไรมากหรอก แค่ร่างกายเหนื่อยล้าไม่ค่อยมีแรงนิด
หน่อย”
ชิวหนิงเป็นบ่าวใช้ที่ติดตามปรนนิบัติต้วนชิงหมิงใกล้ครบปีแล้ว ไม่ว่าต้วนชิงหมิงจะมีอารมณ์เช่นไร แค่ชิวหนิงม
องปราดเดียวก็ทราบได้ทันใด ต้วนชิงหมิงพยายามแสดงกลบเกลื่อนความปั่วยในตัวของนาง ชิวหนิงจึงเอ่ยขอร้องขึ้น
“คุณหนูเวลานี้ทุกคนต่างยุ่งกับงานมงคลระหว่างนายท่านกับคุณหนูใหญ่ตู้ หากคุณหนูอยากออกไปข้างนอก รออีกสอง
วันให้งานแต่งงานผ่านพ้นไปก่อนก็แล้วกัน อย่างนี้พอจะได้ไหมเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วอดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มิได้ “ชิวหนิงจอมซื่อ เจ้าคิดมาบ้างหรือไม่ ถ้าข้าเอาแต่นั่งอยู่ในเรือนไป
ไหนไม่ได้ จะไปซื้อหาของขวัญอวยพรงานแต่งงานได้ยังไง?”
ชิวหนิงอ้าปากค้างด้วยความอื้ออึง
ถูกต้องแล้ว! ต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนจะแต่งงานกัน ตามหลักแล้ว ต้วนชิงหมิงต้องไปเตรียมของขวัญแต่งงาน แต่
พอดูสีหน้าแววตาของต้วนชิงหมิง เห็นทีไม่ได้ออกไปเพื่อเตรียมของขวัญเพียงอย่างเดียว… พูดก็พูดเถอะ ความคิดความ
อ่านของต้วนชิงหมิงช่างยากแท้หยั่งถึงเสียจริง
ต้วนชิงหมิงก้มหน้าก้มตาครุ่นคิดอยู่ประเดี๋ยว ถามขึ้นมาว่า “เอ่อ… แล้วช่วงนี้เยวี่ยเจียเป็นยังไงบ้าง?”
การลงโทษเยวี่ยเจียให้ไปเรียนกฏระเบียบกับแม่นมสีใหม่ทั้งหมดมา ไม่รู้ว่าปั่านนี้ นางจะเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อพูดถึงชื่อเยวี่ยเจียขึ้นมา ชิวหนิงกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมา
เมื่อได้ยินเรื่องที่ต้วนชิงหมิงเป็นลมไป เยวี่ยเจียก็หาเวลาวิ่งมาดูให้เห็นกับตา ทางด้านชิวหนิงเห็นเยวี่ยเจียหน้า
บวม มือบวมขึ้นมา แม้แต่เดินยังโซซัดโซเซไปมา… ดูจากท่าทางของเยวี่ยเจียคงโดนแม่นมสีลงโทษอย่างหนัก และใช้ชีวิต
อย่างยากลำบาก
ชิวหนิงกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่างเห็นท่าทางของเยวี่ยเจีย จึงอดมิได้ที่จะต้องเสียนํ้าตาตามออกมา แต่เยวี่ยเจียกลับไม่
แยแสบาดแผลบนร่างกาย นางยืนยิ้มและพูดเสียงเรียบๆ “สองสามวันมานี้เอาแต่ขลุกตัวอยู่กับแม่นมสีตลอดเวลา พี่ชิว
หนิงกับพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ พวกพี่ต้องระวังเสียหน่อย หากน้องรอดกลับจากนํ้ามือแม่นมสีได้ ถึงตอนนั้นพวกพี่ก็มิใช่คู่ต่อสู้ที่
จะชนะเยวี่ยเจียได้”