การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 680 บาดแผลเยวี่ยเจียมาจากไหน?
ต้วนชิงหมิงตบไปที่ไหล่ของเยวี่ยเจียอย่างเบามือ จากนั้นลูบไล้อย่างสงสาร พวกบ่าวใช้ของนางถูกให้ท้ายจนเกิน
ตัว มาตอนนี้ไปอยู่กับแม่นมสี นับว่าเป็นการฝึกฝนตนเองอย่างหนึ่ง… ต้วนชิงหมิงจู่ๆ รู้สึกสงสัยขึ้นมา การที่นางลงโทษ
เยวี่ยเจียไปอยู่ที่นั่นเป็นสิ่งที่รุนแรงเกินไปไหม?
แต่เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว เสียใจภายหลังก็ไร้ประโยชน์ ต้วนชิงหมิงหวังเพียงให้ตู้ชิงหรวนแต่งเข้าจวนต้
วนโดยเร็ววัน ถึงตอนนั้นค่อยหาเหตุผลช่วยเยวี่ยเจียกลับมาอยู่ข้างกายดังเดิม
ต้วนชิงหมิงยื่นมือไปปลอบเยวี่ยเจีย โดยมองไม่เห็นรอยย่นบนหน้าของเยวี่ยเจีย ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทม
ยากจะทนได้… เยวี่ยเจียเม้มปากแน่นและแอบถอนหายใจออกมา
ความอบอุ่นจากอ้อมแขนคุณหนูทำให้เยวี่ยเจียอยากอยู่อย่างนี้ไปให้นานขึ้น เมื่อเยวี่ยเจียหลับตาลงพลันมีภาพ
ความทรงจำที่โหดร้ายผุดขึ้นมาในหัว “เจ้าบ่าวตัวดี หากเจ้ากล้าเอาเรื่องนี้ไปบอกเจ้านายละก็ ดูสิครั้งหน้าว่าข้าจะ
จัดการเจ้าอย่างไร……”
บาดแผลบนร่างกายที่โดนแส้ฟาดและราดนํ้าเกลือช่างเจ็บปวดแสนทุกข์ทรมาน แต่การทุกข์ทรมานนี้ เยวี่ยเจีย
ต้องยอมก้มหน้ารับอย่างใจสู้ เพราะสักวันนางจะได้กลับไปอยู่บ้างกายเจ้านายเหมือนที่เคยเป็นมา… ฝันร้ายนี้มาเพียง
ชั่วคราว ความทุกข์ทรมานก็มาไม่จีรัง ทุกอย่างเกิดขึ้นและดับไปไม่จีรังยั่งยืน……
เยวี่ยเจียรู้สึกว่าเหงื่อไหลแตกพล่านไปทั่วแผ่นหลัง เหงื่อที่มีส่วนผสมของเกลือเมื่อไหลย้อนไปสัมผัสกับบาดแผล
นางกลั้นความเจ็บแสบเอาไว้ภายใน ฝืนพูดยิ้มๆ ออกมาว่า “บ่าวคิดถึงคุณหนูเหลือเกินเจ้าค่ะ……”
แสงตะวันสาดส่องรอดเข้ามาทางหน้าต่างกระทบลงใบหน้าจิ้มลิ้มของเยวี่ยเจียพอดิบพอดี สีหน้านางซีดขาวเป็น
อย่างมาก คิ้วทั้งสองข้างกระตุกขึ้นลงมิหยุด จนต้วนชิงหมิงสงสารจับใจ
ภายในใจของต้วนชิงหมิงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากเยวี่ยเจีย นํ้าตาจึงไหลจากภายในมิหยุดจนต้วนชิงหมิงมิรู้ว่า
จะเอ่ยปากพูดออกมาอย่างไรดี
ต้วนชิงหมิงละมือออกจากตัวของเยวี่ยเจีย นางผายมือให้สัญญาณชิวหนิงไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาช่วยซับใบหน้าที่
เปรอะเปือนของเยวี่ยเจีย
ต้วนชิงหมิงนั่งยืนตัวตรง รวบรวมแรงพูดเสียงเบาออกมา “เจ้านี่ก็ดื้อดึงอยู่ดี… ข้านึกว่าเจ้าจะลืมเจ้านายอย่างข้า
ไปแล้ว บอกตามตรงถ้าข้าไม่ให้ชิวหนิงเอาของไปให้ เจ้าก็จะไม่มีทางมาหาข้าใช่ไหม?”
เยวี่ยเจียรับผ้าเช็ดหน้าจากมือชิวหนิงมากับนํ้าตา พลางหัวเราะหึหึออกมา “คุณหนูพูดอะไรอย่างนั้นเจ้าค่ะ บ่าว
มาหาคุณหนูทุกวันเลย เพียงแต่ว่า……”
เวลาในการมาหาต้วนชิงหมิงในแต่ละครั้งมีไม่มาก ด้วยเหตุนี้เยวี่ยเจียจึงไม่ทันรอจนต้วนชิงหมิงตื่นจากงีบกลาง
วัน
เยวี่ยเจียใช้ผ้าซับหน้า แต่นํ้าตาเจ้ากรรมกลับยิ่งรินไหลอาบหน้าลงมา ราวกับว่าเช็ดอย่างไรก็ไม่มีวันหมดสิ้น เย
วี่ยเจียรู้สึกจุกคอจนเลือกยืนหันหลังให้ต้วนชิงหมิง พูดสะอึกสะอื้นว่า “คุณหนู บ่าวขอไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะเจ้าค่ะ”
“รีบไปล้างเร็วเข้า ข้ารอเจ้าอยู่ตรงนี้” ต้วนชิงหมิงพยักหน้าตอบรับ
ชิวหนิงเข้าไปจับมือเยวี่ยเจียเดินออกไปด้านนอก
ต้วนชิงหมิงหันไปกวักมือเรียกชิวจวี๋ที่ยืนอยู่ด้านข้างมาใกล้ๆ “ไปเร็วเข้า เจ้ารีบไปหยิบอาหารที่ข้าแบ่งไว้ ให้เย
วี่ยเจียกินให้เรียบร้อยก่อนกลับมาหาข้า”
ชิวจวี๋ก้มหน้ารับคำ รีบไปหยิบถาดอาหารที่ต้วนชิงหมิงตั้งใจแบ่งเอาไว้ ไปส่งให้ที่ห้องของชิวหนิง
เมื่อชิวจวี๋เดินไปถึงก็เห็นเยวี่ยเจียกำลังร้องไห้ไปด้วย หัวเราะไปด้วย กอดชิวหนิงไว้แน่น “พี่ชิวหนิงคงไม่รู้ ตั้งแต่
ที่พี่ไปหาแม่นมสี นางก็ปฏิบัติต่อข้าดีขึ้นมาหน่อย ถึงแม้งานจะไม่ได้น้อยกว่าเมื่อก่อน แต่ว่ายังมีคนถูกแบ่งเบางานในมือ
ของข้าไปบ้าง บ่าวใช้เหล่านั้นมิมีใครกล้ามากลั่นแกล้งข้าอีก จึงค่อยหายใจโล่งอกไปได้มาก”
เยวี่ยเจียยังยืนหมุนตัวให้ชิวหนิงดูให้เห็นกับตา “พี่ชิวหนิงดูสิ ตอนนี้ข้าดีขึ้นมากเลย มีเวลามาหาคุณหนูดีใจจน
บอกไม่ถูกเลย”
นิสัยเวลาดีใจพูดอย่างไม่หยั่งคิด เสียใจร้องไห้เสียงดังของเยวี่ยเจียยังคงอยู่เหมือนเดิม นิสัยนี้ทำให้ชิวหนิงอดมิได้
ที่จะอิจฉานาง ทว่าเห็นเยวี่ยเจียหัวเราะออกมาได้ ชิวหนิงก็พลอยสบายใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
ช่วงนี้เริ่มเข้าไปต้นหน้าร้อนแล้ว เสื้อผ้าชุดใหม่ของบรรดาบ่าวใช้ได้เสร็จหมดแล้ว แม้แต่บ่าวใช้ระดับสองอย่างชิ
วจวี๋ก็เปลี่ยนเป็นชุดหน้าร้อนแล้ว แต่เยวี่ยเจียยังคงสวมชุดเก่าที่แขนเสื้อยาวปิดอำพรางข้อมือของนาง
ชิวหนิงเห็นเยวี่ยเจียจึงถามอย่างฉงนใจ “เยวี่ยเจีย เจ้าไปรับชุดเสื้อผ้าน่านอนแล้วมิใช่หรือ? ทำไมไม่หยิบมาใส่
เล่า?”
เยวี่ยเจียก้มหน้ามองชุดที่นางใส่ พลางฝืนพูดเจื๋อนๆ ออกมา “พี่ชิวหนิงก็รู้นี่ว่างานที่ข้าทำนั้นเป็นแบบไหน…
เสื้อผ้าชุดใหม่คงไม่เหมาะจะใส่ทำงานที่นั่นหรอก”
เป็นที่รู้กันในจวนว่าบ่าวใช้ก็มีการแบ่งระดับกันอีก เสื้อผ้าก็ถูกตัดแบ่งไปตามระดับเช่นกัน เมื่อก่อนนั้น เยวี่ยเจีย
สวมชุดหัวหน้าบ่าวใช้ของคุณฆนูใหญ่ เนื้อผ้าจึงค่อนข้างดีหน่อย แต่บัดนี้นางตกมาเป็นบ่าวใช้ระดับสาม เนื้อผ้าที่ได้จึง
แตกต่างกันจากเมื่อก่อน
อีกทั้งเสื้อผ้าของเยวี่ยเจียที่พอใส่เป็นหน้าเป็นตาได้ ก็ถูกคนอื่นใช้กรรไกรตัดบ้าง อีกบ้าง จนไม่เหลือสภาพที่จะ
ใส่ได้
ชิวหนิงกลับอดไม่ได้จึงพูดขึ้นว่า “เจ้าก็กระไร… เสื้อผ้าชุดใหม่ของเจ้า คุณหนูมิได้ลืมเลย เรียกให้คนไปตัดให้เจ้า
ถึงสองชุด ฝากไว้ที่ห้องของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ อย่างนั้นครั้งหน้าพี่จะเอาไปให้เจ้าเอาไหม?”
ชิวหนิงครุ่นคิดไปมา จากนั้นพูดเสริมขึ้นมา “เยวี่ยเจียช่วงนี้เจ้ายังรีบร้อนใช้เงินไหม? เบี้ยหวัดเดือนก่อนยังอยู่ที่
พี่อยู่เลย… ครั้งหน้าพี่จะเอาไปให้พร้อมกับเสื้อชุดใหม้แล้วกัน”
เยวี่ยเจียได้ฟังสีหน้าพลันชะงักทันใด “ไม่ต้อง……”
ชิวหนิงจึงหันมองเยวี่ยเจียด้วยความงงงวย “เยวี่ยเจีย เจ้าเปั้นอะไรไป?”
เยวี่ยเจียรู้สึกว่าการตอบของนางค่อนข้างแข็งกร้าวเกินไป นางจึงพูดเสียงเบาออกมาว่า “พี่ชิวหนิง ชุดผ้าพวกนั้น
ข้าใส่ตอนนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะสม เอาเป็นว่าฝากไว้ที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก่อน ส่วนเรื่องเงินนั้น……”
เยวี่ยเจียมิรู้ว่าจะเอ่ยปากอย่างไรดี จึงพูดขอร้องเชิงวิงวอน “พี่ชิวหนิง ทุกวันนี้ข้าทำงานทุกวัน จึงไม่มีเวลาออก
ไปนอกจวน… เอาเป็นว่าเบี้ยหวัดเหล่านั้นฝากไว้ที่พี่ก่อน หากมีเรื่องที่ต้องใช้เมื่อไหร่ ข้าจะมาเอาจากพี่แล้วกัน……”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ถ้าเจ้าต้องการใช้เมื่อไหร่ก็บอกพี่แล้วกัน… ยังมีเสื้อผ้าชุดใหม่อีก เอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่ไปเอามาไว้
ด้วยกันเลย รอเจ้ากลับมาเรือนมาแล้วจะได้มีเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่แล้วกัน” ชิวหนิงพูดอย่างหวังดี
เยวี่ยเจียก้มหน้าลงหยิบผ้าซับนํ้าตา โดยที่ชิวหนิงมองไม่เห็นรอยยิ้มทแห่งความดีใจ
เสื้อผ้าชุดใหม่นางมิกล้าเอาไปหรอก ด้วยกลัวคนอื่นจะแย่งเอาไปตัดบ้าง ฉีกบ้างด้วยความอิจฉาริษยา ส่วนเงิน
และเครื่องประดับที่นำนางติดตัวไปด้วย เพียงข้ามคืนก็อันตรธานหายไปมิเหลือ… บ่าวใช้ที่นอนร่วมห้องกับเยวี่ยเจียมีตั้ง
แปดคน หากถามว่าใครเอาไป ย่อมมิมีคนยอมรับหรอก
เพราะฉะนั้นฝากไว้กับพี่ชิวหนิงย่อมปลอดภัยกว่าเป็นไหนๆ อย่างน้อยนางอยากใช้เมื่อไหร่ก็ยังบอกให้พี่ชิวหนิง
เอามาให้ได้
หลังจากที่เยวี่ยเจียครุ่นคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา นางยกมือขึ้นลูบผมที่ยุ่งเหยิง ด้วยความลืมตัวแขนเสื้อของ
นางก็เลิกขึ้นมา สายตาที่แหลมคมของชิวหนิง พลันเห็นรอยจํ้าเลือดแนวยาวหลายต่อหลายรอย
ชิวหนิงเคยได้ยินมานานแล้ว ไม่ว่าแม่นมสีหรือบ่าวใช้พวกนั้นต่างมีแผนการเล่นงานคนอื่นมากมาย บัดนี้ สิ่งที่
เคยได้ยินได้ฟังเป็นดังที่รู้มาจริง ชิวหนิงจึงไม่ปริปากถามขึ้น ด้วยกลัวจะทำให้เยวี่ยเจียเสียใจขึ้นมา นางได้แต่กัดฟันกร
อดๆ แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
ไม่นานนัก ชิวจวี๋ก็ยกถามอาหารเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นเยวี่ยเจียก็รีบวางถาดลงอย่างรีบร้อน ถามขึ้นว่า “พี่เย
วี่ยเจีย นี่เป็นอาหารที่คุณหนูตั้งใจแบ่งเอาไว้ให้… พี่รีบทานตอนยังร้อนๆ เลยเถอะ”
อาหารเหล่านั้นที่ต้วนชิงหมิงแบ่งเอาไว้ให้มีทั้ง หน่อไม้ผัดพริก ขาหมูนํ้าแดง กระดูกหมูผัดเปรี้ยวหวาน……
ปกติแล้ว รายการอาหารในแต่ละมื้อของต้วนชิงหมิงทำมาค่อนข้างมาก แต่นางกลับทานน้อยและชอบกินผัก
มากกว่า ด้วยเหตุนี้เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ต้วนชิงหมิงมักเหลือเอาไว้ บางครั้งก็ให้เยวี่ยเจียกับบ่าวใช้เอาไปแบ่งกัน บาง
ครั้งก็ให้บ่าวใช้คนอื่นๆ หากเป็นเมื่อก่อนอาหารเหล่านี้ เยวี่ยเจียกินจนชินไปแล้วจึงไม่รู้สึกอะไร แต่มาบัดนี้ นางกลับ
รู้สึกว่าอาหารพวกนี้เลิศรสจนอธิบายเป็นคำพูดออกมามิถูกเลย