การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 681 ชิวจวี๋ขอร้องแทน
วันวานที่เคยเสพสุขอยู่ในเรือนคุณหนูใหญ่อย่างสุขสบาย มาถึงตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ทันทีที่เยวี่ยเจียได้กลิ่น
หอมอบอวลของอาหารเหล่านี้ นํ้าตาพลันไหลออกมาอย่างควบคุมมิได้
ชิวจวี๋เดินเอาถาดอาหารไปวางไว้บนโต๊ะโดยไม่ได้เห็นสีหน้าของเยวี่ยเจีย ระหว่างที่หยิบออกมาวางก็พูดขึ้นว่า
“พี่เยวี่ยเจียวันนี้มีลาภผากเหลือเกิน ทั้งขาหมู กระดูกหมูล้วนเป็นสิ่งที่คุณหนูคัดสรรด้วยตัวเอง ทั้งยังเป็นอาหารที่คุณ
หนูชอบทานมากที่สุด จึงอยากให้พี่เยวี่ยเจียได้บำรุงร่างกาย พออาหารทั้งสองจานถูกยกขึ้นโต๊ะ คุณหนูมิได้แตะแม้แต่
คำเดียว ใช้ให้ข้ายกแยกออกทันที… เดิมที คุณหนูกำลังครุ่นคิดอยู่ หากพี่เยวี่ยเจียไม่มา จะให้ส่งอาหารพวกนี้ไปให้ก็ดูไม่
เข้าท่า โชคดีที่พี่เยวี่ยเจียมาที่นี่ในวันนี้……”
เยวี่ยเจียได้ฟังแล้วนํ้าตารินไหลออกมา ต้วนชิงหมิงมักเป็นห่วงเป็นใยบ่าวใช้ของนางเสมอสิ่งนี้ทุกคนต่างรู้ดี อีก
ทั้งนางยังตั้งใจเก็บอาหารดีๆ ไว้ให้เยวี่ยเจีย ทำให้ทุกคนที่รับรู้เรื่องนี้ต่างซาบซึ้งใจกันทั่วหน้า
ชิวหนิงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เยวี่ยเจียใช้ซับนํ้าตาให้เรียบร้อย จากนั้นก็ยื่นตะเกียบตักข้าวให้เยวี่ยเจีย พลางพูดอย่าง
ปวดใจ “อาหารจะเย็นหมดแล้วยังไม่รีบกินเข้าไปอีก กินให้เรียบร้อยแล้วค่อยร้องไห้ต่อ……”
เยวี่ยเจียได้ยินพลันหัวเราะชอบอกชอบใจ “พี่ชิวหนิงมองข้าเป็นคนเห็นแก่กินหรืออย่างไร ถึงแม้แม่นมสีจะเข้ม
งวดมาก ทว่าไม่เคยปล่อยให้ข้าต้องหิวโหยเลย… แค่อาหารที่นั่นมิอาจเทียบได้กับอาหารคุณหนูเท่านั้นเอง”
ในตอนนี้เมื่อกลิ่นหอมของอาหารลอยโชยมา เยวี่ยเจียก็ท้องร้องเสียงดังกรอดๆ ขึ้นมา นางมิสนใจชิวหนิงแล้ว
ลงมือสวาปามอาหารอย่างหิวโซ ชิวหนิงจึงช่วยเข้าไปรวบผมที่ยุ่งเหยิงไปไว้ด้านหลังให้เยวี่ยเจีย พร้อมกับพูดว่า “เจ้านี่
นะ ยังหัวเราะออกอีก… เมื่อก่อนเจ้าเป็นถึงบ่าวใช้ระดับหนึ่ง! ดูสภาพของเจ้าตอนนี้ดูซิ……”
ชิวหนิงพูดไปก็ถอนหายใจออกมาอย่างระอา
การเป็นหัวหน้าบ่าวใช้เทียบเท่ามีอำนาจครึ่งหนึ่งของเจ้านายแล้ว งานหนักและใช้แรงจึงไม่ต้องลงมือทำเองกับ
มือ เพียงแค่ชี้นิ้วสั่งให้บ่าวใช้คนอื่นไปทำ ส่วนหัวหน้าบ่าวใช้ก็แค่ดูบัญชี ดูเรื่องการเงินและจัดงานให้บ่าวใช้ในเรือนทำ
ส่วนเรื่องปรนนิบัติเจ้านายเป็นของหัวหน้าบ่าวใช้ ที่จะรับคำสั่งและเอามาสั่งบ่าวใช้คนอื่นให้ทำต่อ
เมื่อก่อนนั้นเยวี่ยเจียเป็นคนที่ผิวบอบบาง มือไม้เรียบเนียนหมดจด แต่หลังจากออกจากเรือนต้วนชิงหมิงสั้นๆ
แค่สิบกว่าวันก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย
บัดนี้ มือของเยวี่ยเจียหยาบกร้าน บวมแดงและมีรอยปริแตก เนื่องจากต้องใช้มือชุ่มแช่ในนํ้าเป็นเวลานานจึง
เปือยเป็นธรรมดา อีกทั้งร่างกายของนางก็ซูบผอมผิดตา ใบหน้าแห้งตอบเหมือนไม้เสียบผี สีหน้าซีดขาว ตาเป็นโพลง
กว้าง เพียงแค่ลืมขึ้นบ่าวใช้ต่างอกสั่นขวัญแขวนไปหมด
เยวี่ยเจียที่กำลังคีบกระดูกหมูเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อได้ยินที่ชิวหนิงพูดจึงถามกลับไปว่า “พี่ชิวหนิงวางใจ
ได้ ตอนนี้ข้าอยู่อย่างสุขสบาย ขอเพียงอดทนอีกนิดหน่อย เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างแน่นอน”
ที่เยวี่ยเจียกล่าวว่าทุกอย่างจะดีขึ้นนั้น นางหมายถึงเรื่องมงคลระหว่างต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวน ซึ่งทุกคนในจวนต้วน
ไม่ว่าใครต่างก็ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง
ชีวิตของทุกคนในจวนนั้นต่างอยากทราบเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ และมักหลงลืมเรื่องเก่าที่เกิดขึ้น เช่น เรื่องที่
เยวี่ยเจียจับคุณหนูรองเป็นตัวประกันนั้น ดูเหมือนทุกคนค่อยๆ ลืมไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วยเรื่องที่หลิวอี๋เหนียงทำร้าย
ว่าที่ฮูหยินต้วนคนใหม่ ที่ใกล้จะแต่งงานเข้ามาอยู่ในจวนในอีกไม่นาน
ด้วยเหตุนี้เยวี่ยเจียรู้สึกว่านางโชคดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะอย่างน้อยที่สุดคุณหนูได้แบ่งอาหารให้นาง ดังนั้นหากเรื่อง
นี้ผ่านไปอีกระยะหนึ่ง ต้วนชิงหมิงย่อมเรียกนางกลับไปรับใช้ใกล้ชิดดังเดิม ไม่ว่าจะกลับไปในฐานะบ่าวใช้ระดับสามที่
ต้องทำงานใช้แรงกาย ก็ย่อมดีกว่าอยู่ในเรือนอื่นเป็นไหนๆ
เมื่อเห็นเยวี่ยเจียสวาปามอาหารอย่างไม่ลืมหูลืมตา ชิวจวี๋ก็รู้สึกอนาจใจมิน้อย
เนื่องด้วยต้วนชิงหมิงมีหัวหน้าบ่าวใช้ไม่กี่คน ชิวหนิงเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นคนเจ้าคิดเจ้า
แค้น มีเพียงเยวี่ยเจียที่ภายนอกนั้น นอกจากดูยิ้มแย้มแจ่มใสยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเจ้านาย ส่วนบ่าวใช้
ระดับสอง ระดับสามนั้น เยวี่ยเจียก็ดูแลเป็นอย่างดีเหมือนกัน
ยามปกติ ฮักบ่าวใช้ทำผิดในเรื่องเล็กน้อยก็แค่ถูกนางต่อว่านิดหน่อย ฉะนั้น ทุกคนที่เจอชิวหนิงจะทำทุกอย่าง
ด้วยความตั้งใจ หากเจอเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จะเพิ่มความระมัดระวัง หากเจอเยวี่ยเจียกลับรู้สึกผ่อนคลายสนิทสนมอย่างมาก
ในเวลานี้ ชิวจวี๋เห็นสภาพที่ทุกข์ทรมานของเยวี่ยเจียก็อดนํ้าตาไหลพรากออกมามิได้
ชิวจวี๋ซับนํ้าตาและพูดขึ้นว่า “พี่เยวี่ยเจียค่อยๆ ทานไม่ต้องรีบร้อน พี่กับพี่ชิวหนิงทานอยู่ที่นี่แล้วกัน พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์ออกไปข้างนอกจวน ทำให้ข้างกายของคุณหนูมิมีบ่าวใช้ดูแล ข้าต้องขอตัวกลับไปดูก่อน……”
เยวี่ยเจียรีบกลืนเนื้อติดกระดูกลงคอ จากนั้นหันไปโบกมือให้ชิวจวี๋ พูดอย่างคลุมเครือออกมา “รีบไป รีบไปเถอะ
จะปล่อยให้คุณหนูอยู่คนเดียวโดยไร้บ่าวใช้ปรนนิบัติมิได้เป็นอันขาด”
ชิวจวี๋หันขวับมองหน้าเยวี่ยเจีย จากนั้นเดินจากไปทั้งๆ ที่นํ้าตาคลอออกมาจนเกือบเอ่อล้น ส่วนเยวี่ยเจียกำลัง
ลงมือกับอาหารที่อยู่เบื้องหน้าต่อ ชิวหนิงยกนํ้าแก้วหนึ่งเข้ามาวางไว้ด้านข้างเยวี่ยเจีย และมองเยวี่ยเจียด้วยความ
สงสารจับใจ
หลังจากที่ชิวจวี๋รีบร้อนกลับไปที่ห้องต้วนชิงหมิงนั้น นางกำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ พอเห็นชิวจวี๋อาบนํ้า
นางก็ถามเสียงเรียบขึ้น “เยวี่ยเจียกินอิ่มแล้วหรือยัง?”
ร่างกายของเยวี่ยเจียซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ต้วนชิงหมิงจึงตั้งใจแบ่งอาหารออกมา โดยหวังให้เยวี่ยเจียได้กิน
อาหารอร่อยบ้าง
ชิวจวี๋แอบยกแขนเสื้อขึ้นมาปาดนํ้าตาบนใบหน้า จากนั้นหันไปตอบต้วนชิงหมิงกลับ “เรียนคุณหนู… เยวี่ยเจียกำ
ลังทานอาหารอยู่เจ้าค่ะ”
ชิวหนิงเกิดลังเลใจขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะเล่าเรื่องที่เห็นกับต้วนชิงหมิงฟังดีไหม?
หากเป็นเมื่อก่อน การขอร้องเจ้านาย เยวี่ยเจียจะรับหน้าที่บ่อยที่สุด ตอนนี้เยวี่ยเจียตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ
เหลือเกิน หากชิวหนิงไม่เล่าความเป็นจริงให้คุณหนูฟัง ถึงตอนนั้นเกิดเรื่องขึ้นมา ทุกคนก็อย่างได้คิดอยู่อย่างสุขสบาย
อีกเลย
ต้วนชิงหมิงยังคงก้มหน้าจิบชาต่อไปโดยไม่ตอลหรือถามกลับ
เมื่อเห้นต้วนชิงหมิงนิ่งเงียบ ชิวจวี๋จึงเอ่ยเสียงอ่อยออกมา “เรียนคุณหนู มีบางอย่างที่ปั่าวไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่
ควรพูดดีเจ้าคะ”
ต้วนชิงหมิงหันมองชิวจวี๋ที่ปกติเป็นคนไม่ชอบยุ่งกับคนอื่นก่อน นางมีผลงานจากการเปลี่ยนยาให้หลิวหรงจน
สำเร็จ ต้วนชิงหมิงจึงเลื่อนให้นางเป็นบ่าวใช้ระดับสองเพราะความซื่อสัตย์ซื่อตรง แต่เรื่องปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นนั้น ชิวจวี๋
มิอาจสู้เยวี่ยเจียกับชิวหนิงได้ด้วยขาดความกล้าหาญชาญชัย เพราะฉะนั้นหัวหน้าบ่าวใช้ต้องสามารถรับมือกับ
สถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ หากชิวจวี๋ผ่านการทดสอบและอบรมอีกหน่อยย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีมาก
ในบรรดาหัวหน้าบ่าวใช้ทั้งสามคน ชิวหนิงนิสัยละเอียดรอบคอบ มอบหมายงานให้ไม่ต้องห่วงเลย เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
นิสัยตรงไปตรงมา ทำเรื่องใดก็ตามฉับไว ไม่อืดอาดยืดยาด ส่วนเยวี่ยเจียนิสัยโผงผางแต่กลับเป็นที่รักของคนในเรือน
ตอนนี้ชิวจวี๋กำลังร้องไห้เสียอกเสียใจ ด้วยอยากเข้าไปขอร้องต้วนชิวหนิงให้แทนเยวี่ยเจีย
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงแปลกใจขึ้นมามิน้อย นางกำลังตั้งหน้าตั้งตาคอยรอดูว่าใครจะเอ่ยช่วยเหลือชิวจวี๋ก่อน
ต้วนชิงหมิงวางถ้วยนํ้าชาลง เอ่ยเสียงนิ่ง “มีอะไรก็รีบพูดออกมาให้หมด”
ชิวจวี๋พูดอย่างอํ้าๆ อึ้งๆ มือทั้งสองข้างบีบชายเสื้อสั่นสะเทิ้มไปหมด ตอบเสียงอ่อยๆ ว่า “มิทราบว่าหนูได้สังเกต
บ้างหรือไม่… บนตัวของเยวี่ยเจียมีรอยแผลเต็มตัวไปหมดเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นเพียงเล็กน้อย… บนตัวเยวี่ยเจียมีรอยแผลเต็มไปหมด?
ตอนที่เยวี่ยเจียมาถึงที่เรือนก็โผเข้ากอดขาของต้วนชิงหมิง จนนางมิทันได้สังเกตว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับเยวี่ยเจียบ้าง
ชิวจวี๋เห็นสีหน้าต้วนชิงหมิงเคร่งขรึมออกมา จนนางผงะถอยไปครึ่งก้าว ด้วยคิดว่าพูดบางอย่างผิดไป “บ่าวมิได้
ตั้งใจนะเจ้าค่ะ……”
ต้วนชิงหมิงกำมือแนบแน่นก่อนคลายออกช้าๆ นางมองไปที่ชิวจวี๋พูดเสียงหนักแน่น “บนตัวของเยวี่ยเจียมีแผล
ได้อย่างไร… มีใครทรมานนางหรือ?”
ชิวจวี๋ส่ายหัวไปมา พูดอย่างหวาดหวั่น “เรียนคุณหนู เยวี่ยเจียมิได้บอกบ่าวหรอกเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่บ่าวเดินเอา
อาหารเข้าไปให้พี่เยวี่ยเจีย บ่าวก็จับแขนให้นางมากินโดยเร็ว แต่นางกลับแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา… บ่าวจึงสังเกต
เห็นรอยจํ้าเลือดเป็นแนวยาวซึมผ่านเสื้อทะลุออกมา ดูน่าอดตกใจไม่ได้เจ้าค่ะ”