การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 684 แผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวของต้วนอวี้หราน
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 684 แผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวของต้วนอวี้หราน
อย่างไรเสีย ต้วนชิงหมิงเป็นคนส่งเยวี่ยเจียไปหาแม่นมสีด้วยตัวเอง ถึงตอนนั้น หากเยวี่ยเจียเป็นอะไรไปต้องไป
เอาเรื่องกับแม่นมสี มิใช่ต้วนอวี้หราน
ในเวลานี้ต้วนชิงหมิงยังคงไม่เข้าใจเท่าไหร่ เหตุใดต้วนอวี้หรานไปทรมานเยวี่ยเจียถึงที่ แม่นมสีกลับไม่แจ้งนาง
แม้แต่คำเดียว
เยวี่ยเจียส่ายหน้าไปมา “เรียนคุณหนู แม่นมสีมิทราบเรื่องนี้เจ้าค่ะ… ในวันนั้น บ่าวสลบไป มีไข้สูง แม่นมหนิงยัง
เรียกบ่าวใช้ให้เอายามาให้… ส่วนเรื่องทะเลาะเบาะแว้งของบ่าวใช้ด้วยกันเองนั้น แม่นมสีก็มิอาจยื่นมือเข้ามายุ่งได้”
การที่บ่าวใช้เข้ามายุ่งเรื่องของเจ้านายนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่แม่นมสีกลับไม่หือไม่อือกับสิ่งที่ต้วนอวี้
หรานทำ สงสัยนางเป็นคนของหลิวหรงมาตั้งนานแล้ว
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอดใจ เห็นทีสิ่งของที่นางส่งให้แม่นมสีช่าไร้ประโยชน์เสียจริง
ชิวหนิงร้องไห้สะอึกสะอื้น “เยวี่ยเจียเจ้านี่โง่เสียจริง เจ้าก็แค่นำเรื่องนี้ไปบอกแม่นมสีก็ได้นี่หน่า ทำไมต้องเก็บไว้
มิให้ใครรู้ด้วย?”
หากแม่หนุ่มตี๋ทราบเรื่องนี้เข้า แม้ว่าอาจมิได้ช่วยออกหน้าให้เยวี่ยเจีย แต่อย่างน้อยคงช่วยให้ไม่ต้องโดนลงโทษ
หนักหนาถึงปานนี้
“พี่ชิวหนิงเข้าใจผิดไปแล้ว เรื่องลงโทษนี้มิสามารถบอกให้แม่นมสีรู้ได้ พี่ลองคิดดูนะว่า ถ้าแม่นมสีรู้เรื่องเข้า นาง
จะออกหน้าก็ไม่ได้ ไม่ออกหน้าก็ไม่ได้… เพราะคุณหนูรองยืนเฝั้าดูการลงโทษอยู่ ถ้าแม่นมไม่เข้ามาจัดการอาจแสดงว่า
กลัวเกรงคุณหนูรอง แต่ถ้ายื่นมือเข้ามาจัดการ คุณหนูรองอาจเปลี่ยนเปั้าหมายมาเล่นงานนางแทน อย่างนั้นก็เท่ากับหา
เกาใส่หัวมิใช่หรอกหรือ?” เยวี่ยเจียตอบกลับ
คราวนี้ต้วนชิงหมิงหลับตาลงอย่างช้าๆ ไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
หลังจากชิวหนิงเช็ดนํ้าตาเรียบร้อยแล้ว นางก็รีบคุกเข่าวิงวอนร้องขอต้วนชิงหมิง “คุณหนูดูสิเจ้าค่ะ เยวี่ยเจียตก
อยู่ในสภาพอย่างนี้แล้ว คุณหนูรีบเรียกนางกลับมาที่เรือนเถอะเจ้าค่ะ… ถ้าปล่อยนางไว้ที่เรือนแม่นมสี บ่าวกลัวว่าชีวิต
ของนางอาจไม่เหลือเจ้าค่ะ”
ทางด้านชิวจวี๋ก็พลอยคุกเข่าลงตามขอร้องต้วนชิงหมิงอีกคน “ใช่แล้ว ใช่แล้ว… คุณหนูยอมให้เยวี่ยเจียถูกลงโทษ
หนักหนาถึงปานนี้หรือเจ้าค่ะ นี่แค่ออกมาไม่กี่วันยังอนาถถึงเพียงนี้ ถ้าปล่อยให้กลับไป คุณหนูรองคงอาจลงโทษเยวี่ย
เจียถึงตายได้นะเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงปรายตามองชิวจวี๋ อีกฝั่ายรีบก้มตาหลบตาทันที ต้วนชิงหมิงจึงมองไปที่เยวี่ยเจียถามขึ้นว่า “เยวี่ย
เจีย เจ้าเห็นว่ายังไง?”
เยวี่ยเจียขบฟันแน่นก่อนเอ่ยขึ้น “เรียนคุณหนูใหญ่… คุณหนูรองมาทรมานบ่าวเพื่อระบายความแค้นเมื่อสามวัน
ก่อนแล้วเจ้าค่ะ แต่ช่วงนี้ไม่เห็นคุณหนูรองปรากฏตัวอีก ดังนั้นบ่าวคิดว่านางคงลดความแค้นลงไปได้มาก คงไม่มาจับ
บ่าวไปทรมานแล้วเจ้าค่ะ……”
ระหว่างที่พูดไปนั้น เยวี่ยเจียแอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิงแวบหนึ่ง “อย่างไรเสียบ่าวเป็นคนทำผิดเอง คงทำผิด
ต้องได้รับการลงโทษถึงจะถูกต้อง เพราะฉะนั้นบ่าวคิดว่ายังต้องกลับไปอยู่ที่เรือนแม่นมสี เพียงแต่ว่าต้องเพิ่มความ
ระมัดระวังเพิ่มขึ้นก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเห็นด้วย “เจ้าคิดได้ถูกต้องแล้ว เอาล่ะ ชิวหนิงพานางไปทายา จากนั้นให้นางกลับไปที่เรือน
แม่นมสีได้”
ทางด้านชิวหนิงกับชิวจวี๋ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับตะลึงงันจนพูดมิออก
เหตุใดคุณหนูถึงได้ให้เยวี่ยเจียกลับไปที่เรือนแม่นมสีทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องโดนทรมานด้วย?
หรือว่าคุณหนูมิได้สนใจว่า หากเยวี่ยเจียไปครั้งนี้จะไม่มีลมหายใจกลับมาได้อีก?
ชิวหนิงพาเยวี่ยเจียออกไปทายาแล้ว ภายในห้องจึงเหลือเพียงชิวจวี๋กับต้วนชิงหมิงเพียงสองคน
ชิวจวี๋ยืนมองต้วนชิงหมิงอยู่เงียบๆ นางมียางอย่างที่อยากเอยถามให้กระจ่างแจ่ง แต่ดูเหมือนมิกล้าเอ่ยออกมา
ส่วนชิวหนิงหลังจากทายาให้เยวี่ยเจียและส่งกลับไปเรียบร้อยแล้ว นางก็รีบกลับมารับใช้ต้วนชิงหมิงดังเดิม
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ชิวจวี๋หนึ่งที และมองไปที่ชิวหนิงอีกหนึ่งที จากนั้นได้เอ่ยถามขึ้นว่า “พวกเจ้ากำลังคิดว่าให้
ข้าไปรับเยวี่ยเจียกลับมาที่เรือนดังเดิมใช่ไหม?”
ชิวหนิงกะพริบตาปริบๆ โดยไม่ได้ตอบคำใดทั้งสิ้น
ทว่าชิวจวี๋กลับร้อนตัวเหมือนคุณหนูรู้ใจนางจึงรีบก้มหน้าทันใด ด้วยรู้ดีว่าเจ้านายคิดทำอะไร มิใช่กงการที่ต้องมา
อธิบายให้บ่าวใช้รับรู้ การที่คุณหนูเปรยขึ้นมาเช่นนี้ เท่ากับกำลังตำหนิชิวจวี๋ทางอ้อมอยู่กระมัง
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ชิวจวี๋กับชิวหนิง เอ่ยถามอย่างเนิบนาบ “พวกเจ้ารู้หรือไม่ ทำไมคุณหนูรองถึงต้องทรมานเย
วี่ยเจียหนักหนาด้วย?”
ชิวจวี๋คิดอยู่ประเดี๋ยวก่อนตอบกลับว่า “เนื่องจากคุณหนูเคียดแค้นพี่เยวี่ยเจียเจ้าค่ะ”
จากนั้นต้วนชิงหมิงหันไปถามชิวหนิงบ้าง “ชิวหนิงแล้วเจ้าคิดยังไง?”
ชิวหนิงพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “เรื่องที่คุณหนูรองเคียดแค้นเยวี่ยเจียเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนอีกเรื่อง
หนึ่งคือ ต้องการหาเรื่องเล่นงานคุณหนูแหละเจ้าค่ะ”
ในเรือนของต้วนชิงหมิงมีหัวหน้าบ่าวใช้เพียงสามคน ในตอนนี้ เยวี่ยเจียถูกลดขั้นและส่งไปอยู่เรือนอื่น แต่ต้วนชิง
หมิงยังมิได้ตั้งหัวหน้าบ่าวใช้คนใหม่ขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าผิดแปลกจากปกติ ดังนั้นชิวหนิงรู้ว่าเยวี่ยเจียเพียงแค่ถูกลงโทษ
เพียงชั่วคราว วันข้างหน้าอาจกลับมาอยู่ข้างกายต้วนชิงหมิงได้อีกครั้ง
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ คนอย่างชิวหนิงยังคิดได้ มีหรือที่ต้วนอวี้หรานจะคิดไม่ได้ ฉะนั้นต้วนอวี้หรานจึงลงมือทรมาน
เยวี่ยเจีย ประการแรกเพื่อระบายความเคียดแค้นในใจ ประการที่สองเพื่อหยามหน้าต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธไล่เลี่ยกัน “บางอย่างพวกเจ้าพูดได้ถูกต้อง บางอย่างอาจยังไม่
ถูกต้อง……”
เมื่อเห็นบ่าวใช้ทั้งสองคนเบิกตาโตด้วยความงงงวย ต้วนชิงหมิงจึงชี้แจงแถลงไข “การที่คุณหนูรองลงโทษเยวี่ย
เจียเช่นนี้ เพื่อต้องการให้ข้าเรียกนางกลับมารับใช้ที่เรือนดังเดิม ทางที่ดีที่สุดคือเรียกกลับมาตอนนี้ เดี๋ยวนี้ได้เลยยิ่งดี!”
ชิวจวี๋กะพริบตาปริบๆ ส่วนชิวหนิงกลับก้มหน้าก้มตาแทน
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ชิวหนิงถามขึ้นว่า “เรื่องนี้ ข้าคิดว่าชิวหนิงคงเข้าใจมากกว่าเดิมขึ้นมาบ้าง ไหนลองอธิบาย
เพิ่มเติมให้ข้าฟังหน่อยสิ?”
“เรียนคุณหนู ถ้าบ่าวคาดเดาตรงไหนไม่ถูกต้อง ขอให้คุณหนูช่วยแก้ไขให้กระจ่างด้วยเจ้าค่ะ” ชิวหนิงตอบกลับ
ต้วนชิงหมิงรีบพยักหน้าเห็นด้วย
ด้านชิวจวี๋กลับมองชิวหนิงด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าอีกฝั่ยกำลังจะพูดสิ่งใดออกมา
ชิวหนิงได้พูดขึ้นว่า “หากคุณหนูถามขึ้นแบบนี้ บ่าวก็เข้าใจแล้วเหมือนกัน เพียงแต่มิทราบว่าจะคิดถูกต้องไหม
เท่านั้นเจ้าค่ะ”
ชิวหนิงพูดเสริมต่อไป “เยวี่ยเจียล่วงเกินคุณหนูรองจึงได้รับการลงโทษ โดยลดขั้นจากบ่าวใช้ระดับหนึ่งเป็นระดับ
สามแทน การลงโทษเช่นนี้นับว่าไม่หนักไม่เบา ด้วยเหตุนี้คุณหนูรองแม้ว่าจะเคียดแค้นเยวี่ยเจียมากเพียงใด ก็ทำได้เพียง
แอบลอบเล่นงานเยวี่ยเจียลับหลัง โดยไม่ให้คนอื่นรับรู้… บัดนี้ คุณหนูรับทราบเรื่องที่เยวี่ยเจียถูกทรมานแล้ว ตามนิสัย
ของคุณหนูจะต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ก็เรียกให้เยวี่ยเจียกลับมาที่จวนทันที หากทำเช่นนี้คุณหนูรองก็จะมีข้ออ้างทันที
เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงหันไปถามชิวหนิง “ไหนเจ้าลองบอกมาสิ คุณหนูรองจะใช้เป็นข้ออ้างได้ยังไง?”
ชิวหนิงเดินขึ้นหน้าหนึ่งก้าว พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ “คุณหนูรองจะนำเรื่องนี้ไปปั่าวประกาศจนทั่ว ว่าหัวหน้าบ่าว
ใช้ของคุณหนูใหญ่จับนางเป็นตัวประกันจนเกือบถึงแก่ชีวิต แต่ได้รับโทษเพียงไม่กี่วันก็ถูกคุณหนูใหญ่เรียกกลับไปรับช้ดัง
เดิม เห็นได้ชัดว่า คุณหนูใหญ่มิได้เห็นแก่ความเป็นพี่น้องที่มี หากพูดให้หนักข้อขึ้นอาจพูดเป็นว่าคุณหนูใหญ่บงการให้
หัวหน้าบ่าวใช้สังหารคุณหนูรองเจ้าค่ะ… เรื่องแบบนี้คนจะเล่าปากต่อปากจากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย ถึงตอนนั้น
ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่จะปั่นปี คุณหนูรองก็ได้ประโยชน์โดยมิต้องออกแรงเลยเจ้าค่ะ”
พอชิวจวี๋ได้ฟังก็เข้าใจกระจ่างแจ้งทั้งหมด “อ๋อๆๆ บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูรองต้องการทรมานเยวี่ยเจีย เพื่อ
คอยเวลาเล่นงานคุณหนูใหญ่อีกทีนี่เอง นางหมายยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว……”
ชิวจวี๋ร้องขึ้นมาด้วยเสียงดังลั่น ยังดีที่ต้วนชิงหมิงมิได้หัวร้อน ใจเร็วเหมือนพวกนาง มิอย่างนั้น ชื่อเสียงที่สั่งสม
มาคงปั่นปีไม่มีชิ้นดี เพราะคุณหนูรองได้วางกับดักรอแล้ว
ถึงตอนนั้นหากเรื่องนี้ไปเข้าหูต้วนเจิ้ง ไม่เพียงเยวี่ยเจียจะถูกลงโทษหนัก มิหนำซํ้าต้วนชิงหมิงอาจพลอยซวยติด
ร่างแหไปด้วย
ต้วนชิงหมิงหันหน้ามองชิวหนิง ถามเสียงเรียบขึ้น “ยังมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหม?”
ชิวหนิงหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา นางส่ายหัวเป็นการแสดงว่าไม่มีอะไรพูดเพิ่มเติมอีกแล้ว
ต้วนชิงหมิงจึงวางถ้วยนํ้าชาในมือลง จู่ๆ ก็ถามชิงหนิงขึ้นมาว่า “ช่วงนี้ในจวนมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นบ้าง เจ้ารู้
บ้างไหม?”
ชิวหนิงพยักหน้าและตอบอย่างพาซื่อ “บ่าวก็พอได้ทราบมาบ้างเจ้าค่ะ… หลิวหรงแอบลอบทำร้ายคุณหนูใหญ่
และลอบทำร้ายคุณหนูตู้ชิงหรวน บัดนี้นางถูกขับออกจากจวนต้วนไปแล้ว……”
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ชิวหนิงถึงกับตาโตเป็นไข่ห่านและร้องขึ้นว่า “ใช่แล้ว เรื่องหลิวอี๋เหนียงนี่เอง……”
ทำไมชิวหนิงถึงลืมเรื่องที่หลิวอี๋เหนียงถูกลดตำแหน่งและขับออกจากจวนต้วนไปได้?