การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 697 ปิดบังหลิวยวน
การที่จะ “ล้อมศัตรูให้แน่นหนา” จำต้องใช้กำลังคนจำนวนมากถึงจะถูก
หากกำลังคนไม่เพียงพอหรือไม่มั่นใจมากเพียงพอ คนเหล่านี้ย่อมไม่ให้เฉิงซู่เอาตัวรอดจากภูเขาลูกนี้ไปได้ ขอ
เพียงกำลังเสริมตามมาสมทบอย่างเพียงพอ ถึงตอนนั้นพวกเขาอาจจะบุกลงมาก็เป็นได้
สีหน้าของต้วนชิงหมิงกัหลิวยวนต่างร้อนผ่าวขึ้นมา
ทั้งสองคนโตไม่มีความจำเป็นต้องถามเด็กที่อายุน้อยกว่าอย่างต้วนอวี้ ทว่าตอนนี้พวกเขากลับไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่
น่าขายหน้าแต่อย่างใด ต้วนชิงหมิงจึงเอ่ยปากถามขึ้น “อวี้เอ๋อร์ คนพวกนั้นต้องการจับตัวแค่เฉิงซู่ โดยไม่เกี่ยวข้องกับ
พวกเราใช่ไหม? เช่นนั้นพวกเราก็สามารถไปจากที่นี่ได้แล้วไม่ใช่หรือ?”
ต้วนอวี้ยิ้มเจื่อนๆ “ท่านพี่ช่างคิดไร้เดียงสาเหลือเกิน……”
แท้จริงแล้ว ต้วนชิงหมิงมิได้ไร้เดียงสา แค่มองโลกในแง่ดีที่ริบหรี่เท่านั้น แต่คำพูดเพียงประโยคเดียวของต้วนอวี้
กลับดับฝันของนางจนสิ้น
ทางด้านหลิวยวนเห็นว่ารอบข้างเงียบสงัดลง พลันถามเสียงแหบแห้งว่า “เฮ้อ… ทำไมคนพวกนั้นเอาแต่ยิงธนู ไม่
มาค้นหาตัวทางนี้เล่า?”
ต้วนอวี้หันมองหลิวยวน เอ่ยขึ้นว่า “เพราะว่าคนพวกนั้นอยู่ห่างจากที่นี่ไกลไปหน่อย… แต่อีกไม่นานก็ต้องมาค้น
ถึงที่นี่แน่นอน”
หลิวยวนยังอยากถามต่อ แต่ต้วนอวี้กลับช่วงชิงพูดขึ้นก่อน “พี่หลิว พวกเราต้องเก็บแรงเอาไว้ใช้ อย่าได้พูดอะไร
ที่ไม่จำเป็นเลย ดีไหม?”
หลิวยวนหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา
ม้าของหลิวยวนกับต้วนชิงหมิงไม่เห็นแล้ว ต้วนอวี้จึงคิดใช้หินในมือเขวี้ยงไปที่บั้นท้ายม้าของเฉิงซู่ เพื่อให้มันวิ่ง
เตลิดด้วยความเจ็บปวดไปขึ้นเขาไปข้างหน้า
จากนั้นเมื่อม้าวิ่งขึ้นผ่านทางแคบเท่านั้น ลูกธนูต่างกระหนํ่ายิงจนร่างของมันพรุนจนไม่เหลือที่ว่างแม้แต่น้อย ล้ม
ฟุบสิ้นใจกับพื้นในทันที
หลังจากม้าสิ้นใจลงก็มีเสียงร้องกู่ร้องขึ้นมา จนน่าหวาดกลัว
สีหน้าของต้วนอวี้ซีดขาวจนไร้เลือดฝาด เขากัดริมฝีปากแน่น หยิบก้อนหินอีกก้อนหมายเขวี้ยงไปม้าตัวเล็กสีแดง
ต้วนชิงหมิงรีบคว้ามือของเขาไว้ “อวี้เอ๋อร์อย่าข้ามันเลย”
หลิวยวนเห็นม้าตัวใหญ่สิ้นใจอย่างอนาถเบื้องหน้า สีหน้าของเขาก็ดูแทบไม่ได้เลย จึงพูดสำทับต้วนชิงหมิง “ใช่
แล้ว อวี้เอ๋อร์ ม้าตัวนี้เก็บไว้อาจมีประโยชน์ก็เป็นได้!”
ต้วนอวี้เห็นทั้งสองคนเข้ากันเป็นปีเป็นขลุ่ย จึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ออกมา “อวี้เอ๋อร์บอกแล้วหรือว่าจะฆ่า
มัน?”
หลิวยวนกะพริบตาปริบๆ ต้วนชิงหมิงปล่อยมือของต้วนอวี้ออก
ในที่สุด ต้วนอวี้ยอมที่จะทิ้งก้อนหินในมือลง และชี้ไปที่ม้าตัวเล็กสีแดง “พี่หลิว อวี้เอ๋อร์ตัวเล็กวิ่งไม่ไว ท่านพี่ก็
เป็นสตรีวิ่งไม่เร็ว อย่างนั้นถือโอกาสที่คนพวกนั้นยังมาไม่ถึง ขี่ม้ากลับไปขอความช่วยเหลือให้พวกเราทีได้ไหม?”
หลิวยวนลังเลใจอยู่ชั่วขณะ ก่อนเอ่ยขึ้น “แต่ว่าพวกเจ้าสองคนอยู่ที่ พี่ไม่วางใจเลย”
ต้วนอวี้หันยิ้มตาหวานให้หลิวยวน “พี่หลิววางใจได้ ท่านพี่อยู่กับอวี้เอ๋อร์ต้องปลอดภัยแน่นอน ที่สำคัญพวกเรา
ตัวเล็กหาที่หลบซ่อนตัวได้ง่ายมาก”
หลิวยวนหันมองไปที่ต้วนชิงหมิงและมองไปทางลงเขาด้านล่าง จากนั้นฝืนกัดแฟั่นแน่นพูดขึ้น “อย่างนั้นก็ได้
พวกเจ้าทั้งสองคนอยู่พี่อยู่ที่นี่ พี่จะรีบไปรีบกลับ”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับ จากนั้นก้มหยิบก้อนกินขึ้นมาปาไปที่ม้าตัวเล็กสีแดง ด้วยความเจ็บมันวิ่งมาทางนี้ เสียงเท้าที่
วิ่งได้ส่งเสียงไปโดยรอบ แต่ครั้งนี้อีกฝังกลับไม่มีเสียงความเคลื่อนไหวใด ราวกับเสียงม้าตัวเล็กสีแดงไม่มีผลต่อคนพวก
นั้น
ต้วนอวี้เห็นม้าตัวเล็กสีแดงวิ่งมาทางนี้ จึงหันไปรีบพูดกับหลิวยวน “พี่หลิว ไปเร็วเข้า……”
หลิวยวนรีบจับบังเหียนกระโดดขึ้นม้า วิ่งแหวกพุ่มหญ้าไป เมื่อเห็นรอบข้างไม่มีคนซู่มอยู่ เขาจึงดึงบังเหียนให้ม้า
เร่งฝีเท้าสุดกำลัง
ต้วนชิงหมิงจับจ้องหลิวยวนจากไปอย่างปลอดภัยถึงจะโล่งใจ นางหันไปพูดกับต้วนอวี้ “หวังว่าหลิวยวนจะตาม
คนกลับมาช่วยพวกเรา”
ต้วนอวี้มองไปที่ต้วนชิงหมิงเผยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา “ท่านพี่คิดมากเกินไปแล้ว”
ต้วนชิงหมิงตกตะลึงในคำพูดของน้องชาย จึงอยากถามหาเหตุผล ทันใดนั้นได้ยินเสียงธนูถูกยิงออกจากคันศร
แล้วมีเสียงร้องอย่างโหยหวนร้องขึ้นมา พร้อมกับของบางสิ่งร่วงหล่นลงพื้น
นางตกใจสุดขีดหมายลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ทว่าต้วนอวี้กับมือไวคว้าไว้ได้ทัน ถึงถามเสียงตํ่าขึ้น
“ท่านพี่จะทำอะไร?”
ต้วนชิงหมิงตอบอย่างใจร้อน “พี่จะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลิวยวน”
ต้วนอวี้ส่ายหน้าและพูดห้ามปราม “ไม่มีอะไรหรอก… ลูกศรยิงโดนม้าตวเล็กสีแดง หลิวยวนแค่ตกลงม้าเท่านั้น
เอง……”
ต้วนชิงหมิงใช้สายตาที่แปลกใจมองไปที่ผู้เป็นน้องชาย “ทำไมหลิวยวนถึงกลับออกไปไม่ได้?”
ต้วนอวี้ผายมืออกพลางตอบว่า “เพราะเส้นทางถูกคนล้อมไว้หมดทุกทิศทางแล้ว ทั้งยังมีคนคอยจับตาอยู่ ดังนั้น
เขาลูกนี้ไม่ว่าใครก็มิอาจขึ้นลงได้”
สายตาของต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ นางใช้สายตาที่ห่างเหินจ้องไปที่ต้วนอวี้ “ทำไมเจ้ารู้ทุกอย่างเลย?”
ต้วนอวี้ล่วงรู้ทุกอย่าง กลับส่งหลิวยวนไปเจอภยันตรายอีก
นางนึกไม่ถึงว่าต้วนอวี้จะส่ายหน้าปฏิเสธ พูดด้วยเสียงที่หนักแน่น “ไม่ใช่อย่างนั้น ท่านพี่ประเมินอวี้เอ๋อร์เก่งเกิน
ไปแล้ว อันที่จริงอวี้เอ๋อร์ไม่รู้อะไรสักอย่างเดียว”
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเปั้นเพียงการคาดเดาของต้วนอวี้เพียงเท่านั้น เขาไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องจริงๆ
สายตาต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้เปลี่ยนไปแล้ว นางพูดอย่างเย็นชาขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์รู้อะไรมา พี่หวังว่าอวี้เอ๋อร์จะ
บอกความจริงทั้งหมดให้พี่ฟัง”
ต้วนอวี้เห็นส่ายตาที่มองมาอย่างจริงจัง จึงถอดใจออกมา “ก็ได้ อวี้เอ๋อร์จะบอกทุกอย่างที่รู้ให้ท่านพี่ฟัง… อวี้เอ๋
อร์รู้เพียงว่าเฉิงซู่ไปขโมยของลํ้าค่าคนอื่นมา แต่องค์หญิงกลับถูกใจเขา อยากให้มาเป็นราชบุตรเขย เฉิงซู่มิเต็มใจ เรื่องนี้
จึงถูกรายงานกลับเข้าไปที่เมืองหลวง บัดนี้ องค์หญิงมิอยากได้เขาเป็นราชบุตรเขยแล้ว ต้องการของลํ้าค่าและปลิดชีพ
ของเขาเท่านั้น”
ถึงแม้นํ้าเสียงของต้วนอวี้เล่าอย่างสบายๆ แต่ต้วนชิงหมิงเดาว่าของที่เฉิงซู่ไปขโมยมานั้นต้องเปั้นของลํ้าค่า
มหาศาลและสำคัญยิ่งนัก มิอย่างนั้นกลุ่มชายชุดดำคงไม่ขี่ม้าสะกดรอยตามเฉิงซู่ มาเอาชีวิตถึงที่นี่เป็นแน่
ต้วนชิงหมิงจ้องมองไปที่ต้วนอวี้โดยไม่ได้เอ่ยคำใด
ต้วนอวี้จึงพูดต่อจากนางว่า “ท่านพี่แอย่าถามอวี้เอ๋อร์อีกว่าไปล่วงรู้เรื่องนี้มาได้ยังไง เพราะอวี้เอ๋อร์คงบอกได้ว่า
องครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนเล่าให้ฟัง ส่วนเรื่องเมื่อครู่นั้น……”
ต้วนอวี้หันมองไปทางที่หลิวยวนขี่ม้าวิ่งไป พร้อมพูดเสียงเรียบว่า “อีกฝั่ายเห็นคนก็ยิงธนูออกมาทันใด เห็นชัดว่า
รอบข้างต่างมีคนซุ่มอยู่รอบด้าน ในเมื่อพวกเรามาอยู่ที่นี่แล้วย่อม คนพวกนั้นไม่มีทางปล่อยให้รอดชีวิตไปได้… ส่วนเรื่อง
หลิวยวนนั้น อวี้เอ๋อร์แค่อยากให้เขาไปจากพวกเราเท่านั้นเอง……”
ต้วนชิงหมิงหลับตาลงอย่างเชื่องช้า นางนึกไม่ถึงว่าต้วนอวี้ที่อายุน้อยเพียงนี้ กลับมีแผนการที่ลุ่มลึกขนาดนี้ เขา
กลัวว่าหลิวยวนอยู่ที่นี่จะกลายเป็นเปั้าหมายสามคน ซึ่งจะพาภัยอันตรายมาถึงตัวได้ง่าย
ต้วนชิงหมิงหันหน้ากลับไปมองเห็นม้าอีกตัวหนึ่ง วิ่งลงภูเขาต่อโดยไม่หยุด จากนั้นวิ่งหายลับสายตาไป
ต้วนชิงหมิงฉงนใจขึ้นมา ก่อนเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ที่แท้คนพวกนั้นไม่ยิงม้าให้ตาย เพราะม้ามักจำแต่เจ้าของ
คนพวกนั้นจึงปล่อยให้ม้านำทางไปหาเจ้าของของมัน!
ม้าตัวนี้เป็นของเฉิงซู่ หากมันสามารถนำทางไปหาเฉิงซู่ได้ คนพวกนั้นก็ไม่ต้องเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์
ส่วนม้าตัวเล็กสีแดงของหลิวยวนเมื่อถูกยิงก็สิ้นใจทันใด ถึงแม้ต้วนชิงหมิงอยากมองหาหลิวยวนว่าเป็นอย่างไร
บ้าง แต่นางรู้ว่าการทำแบบนั้นเสี่ยงอันตรายมาก ในที่สุด ต้วนชิงหมิงจึงล้มเลิกความคิดนี้ โดยเลือกภาวนาให้หลิวยวน
เป็นอย่างที่ต้วนอวี้พูด แค้เจ็บนอดหน่อยจากการหล่นจากหลังม้า
ความเป็นห่วงเป็นใยที่ต้วนชิงหมิงมีให้หลิวยวน เป็นเพียงความรู้สึกสหายร่วมทางมาด้วยกัน หากสหายร่วมทาง
เกิดเป็นอะไรขึ้นมา นางควต้องเสียใจเป็นอย่างมาก
ต้วนอวี้ย่อมรู้ว่าม้าตัวนั้นจะตามไปหาเจ้าของอย่างเฉิงซู่ เขาจึงชี้ไปทางที่ม้าวิ่งไปและพูดขึ้นว่า “ท่านพี่จับตาให้ดี
ล่ะ คนพวกนั้นไม่มีทางปล่อยเฉิงซู่แน่นอน!”