การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 700 แผนการชั่วร้ายโยงกับอวี้หลัว
ทันใดนั้น ด้านหลังของพวกเรามีเสียงม้าร้องโอดครวญด้วยความทรมานเหมือนได้รับบาดเจ็บมา
ต้วนชิงหมิงหันหน้ากลับไปมองเห็นม้าตัวนั้นวิ่งลงมาจากภูเขา แล้ววิ่งเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง
ม้าตัวนั้นที่ถูกไล่ต้อนมากำลังวิ่งไปทางที่เจ้าของมันอย่างเฉิงซู่หลบซ่อนตัวอยู่ แต่ว่าม้ากลับวิ่งไปอีกทาง เพราะ
เจอตัวเฉิงซู่เข้าแล้ว? หรือว่าเกิดอะไรกันขึ้นแน่?
ในหัวของต้วนชิงหมิงกลับมีความคิดมากมายนับร้อยผุดขึ้นมา นางจ้องมองไปที่ม้าตัวนั้นกลับไม่พบว่าถูกยิงเข้า
ตามตัว นั่นแสดงว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บจะเป็นเฉิงซู่
เหตุผลทั้งหมดง่ายดายมาก เฉิงซู่กลัวม้าจะวิ่งไปทางที่เขาซ่อนตัวอยู่ จึงทำให้ม้าบาดเจ็บเพื่อจะได้วิ่งไปอีกทาง
ดึงความสนใจของคนพวกนั้นไปอีกทาง
แต่กระนั้น สถานที่ที่เฉิงซู่ซ่อนตัวก็ถูกพบเข้าจนได้
ชั่วพริบตาเดียวลูกธนูถูกยิงดั่งห่าฝน แต่กลับไม่พบเงาของใครเลย
ต้วนชิงหมิงรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า จนเผลอกุมมือต้วนอวี้ไว้จนแน่น
ต้วนอวี้ก็รู้สึกตกใจจนต้องมองไปทางที่ธนูยิงไป แต่ที่ตรงนั้นกลับไม่มีเสียงร้องของคนที่ได้รับบาดเจ็บ ดูท่าแล้ว
เฉิงซู่ผู้นี้ก็ไม่โง่เขลา เขาได้ทำร้ายม้าของตัวเอง จากนั้นก็หลีกหนีไปที่อื่นแทน
ภายใต้ภูเขาที่เงียบสงบแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยคลื่นใต้นํ้า แม้แต่สายลมที่พัดผ่าน ยังแฝงไปด้วยความอาฆาตมาด
ร้าย
สายลมได้พัดแรงจากทิศตะวันออก จนพุ่มหญ้าพริ้วไหวเผยให้เห็นพลธนูชุดดำซุ่มเรียงรายเป็นแถว
คนพวกนั้นต่างสวมชุดสีดำ มีผ้าดำปิดบังใบหน้า ถือคันศรและลูกธนูพร้อมที่จะยิงทุกเมื่อ ไม่ว่าผู้ใดอยากจะ
ขัดขืนต่อสู้ ผลสุดท้ายก็มีเพียงสองอย่าง ถ้าไม่บาดเจ็บหนัก ก็ถูกยิงพรุนจนสิ้นใจ
แสงตะวันยามเที่ยงได้สาดกระทบบนตัวคนพวกนั้น จนเห็นแววตาแห่งความอาฆาตเลือดเย็นปรากฏออกมา
ชุดเสื้อผ้าสีดำสนิท แววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต ลูกธนูที่แหลมคม หากมีใครเห็นเป็นอันต้องวิ่งหนีเอาชีวิต
รอด
ต้วนชิงหมิงแอบถอนหายใจออกมา “คนพวกนี้เป็นใครกัน? ทำไมดูน่าหวาดกลัวเช่นนี้?”
ต้วนอวี้ตอบนิ่งๆ เพียงว่า “คนพวกนี้เป็นเป็นพลธนูแนวหน้าของแคว้นอื่น… ส่วนคนที่อยู่ข้างหลังนั้น น่าจะเป็น
หัวหน้าขันที”
หัวหน้าขันทีมีหน้าที่ดูแลบัญชาองครักษ์ ส่วนองครักษ์แนวหน้ามีหน้าที่ถวายความปลอดภัย
ระหว่างที่พูดอยู่นั้น ชายชุดดำต่างชักดาบยาวพุ่งตรงเข้าไป
ที่บ่าและคอเสื้อของชายชุดดำใช้ด้ายสีทองปักรูปเหยี่ยว แสดงให้เห็นว่าความรับผิดชอบและหน้าที่แตกต่างจาก
องครักษ์ทั่วๆ ไป
ในสายตาของต้วนอวี้เผยแววตาซ่อนเร้นบางอย่างออกมา… แม้คนพวกนั้นก็ยังต้องชะงักไป เมื่อไหร่คนที่เหยียน
หลิ่งอวี๋เขียนมาบอกมาปรากฏกายเข้ามาช่วย?
ระหว่างที่ต้วนอวี้รอคอยอยู่นั้น บนภูเขามีเงาคนคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นมา
เงาของคนนั้นสูงใหญ่ กำยำ แข็งแกร่งและน่าเกรงขาม
เขายืนย้อนแสงจนเห็นรูปร่างชัดเจน แต่กลับเห็นใบหน้าได้ไม่ชัด ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ความน่าเกรงขาม
ความน่าหวาดกลัวจนทำให้อีกฝั่ายหายใจไม่ทั่วท้อง
ภายใต้แสงตะวันยามเที่ยงที่ร้อนแรงได้สาดส่องกระทบเสื้อเกราะสีดำของเขา แต่ที่น่าแปลกใจกลับเป็นเสื้อเกราะ
นั้นไม่สะท้อนแสงกลับไป หากดูไม่ดีอาจคิดว่าเป็นเงาธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
ชายคนนั้นยืนอยู่บนเขา พร้อมกับเอ่ยเสียงไม่ดังพูดบางอย่างออกมา
ผู้คนที่อยู่รอบข้างเขาต่างก้มหน้าลงมิกล้าสบตา จากนั้นเขาจึงค่อยก้าวเท้าเดินลงมาจากภูเขา
ต้วนชิงหมิงถามเสียงเบาขึ้นมา “คนผู้นี้เป็นใครกัน?”
ต้วนอวี้ตอบกลับว่า “เขาคือถ่าถูข่าน[1]” `
ถ่าถูข่าน?
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดสิ่งที่ต้วนอวี้ตอบกลับมา พลางรู้สึกถึงความไม่ปกติบางอย่าง… เฉิงซู่ขโมยของลํ้าค่าของคนอื่น
จนอีกฝั่ายต้องมาตามไล่ล่าเขา ฟังดูแล้วก็สมเหตุสมผลอยู่ แต่ถ้าคิดให้ละเอียดแล้ว กลับรู้สึกมีบางจุดที่ยังไม่กระจ่าง…
ประการแรก เฉิงซู่ขโมยของคนอื่นกลับมาที่เมืองหลวง หากคนพวกนั้นอยากได้ของคืน ข้อแรกสามารถแจ้งให้กับฝั่าบาท
ราชวงศ์ต้าเซี่ย บีบบังคับให้เฉิงซู่คืนของกลับมา ข้อสองพวกเขาสามารถจับดาบคาดเค้นจากปากเฉิงซู่ได้โดยตรง แต่ไม่
ว่าอย่างไร คนพวกนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องส่งกลุ่มชายชุดดำขี่ม้าและพลธนูมาที่นี่ เพื่อโอบล้อมเฉิงซู่และคนที่ไม่
เกี่ยวข้องอย่างพวกเขานี่หน่า?
หากต้วนชิงหมิงจำไม่ผิดละก็ ที่แห่งนี้เป็นเขตนอกเมืองหลวงแห่งต้าเซี่ย แต่คนพวกนี้กลับใจกล้าบ้าบิ่นมาวางกับ
ดักซุ่มโจมตี?
หรือว่าคนพวกนี้ไม่กลัวกองทหารรักษาพระองค์ของต้าเซี่ย?
ไม่กลัวฝั่าบาทแห่งต้าเซี่ยเอาผิดอย่างนั้นหรือ?
เห็นได้ชัดว่า สิ่งเหล่านี้เปั้นความคิดที่ต้วนชิงหมิงกลั่นกรองออกมาได้
ต้วนชิงหมิงหันหน้าถามต้วนอวี้ขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์ คนพวกนี้เข้ามาที่ต้าเซี่ยได้ยังไง?”
ต้วนอวี้กลับตอบอย่างเย็นชา “คนพวกนี้ครึ่งหนึ่งแอบลักลอบเข้ามา ส่วนอีกครึ่งเข้ามาอย่างเปิดเผย”
เข้ามาอย่างเปิดเผยงั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงกะพริบตาปริบๆ ช่วงนี้ไม่มีข่าวคราวว่ามีราชฑูตมาที่ต้าเซี่ยนี่หน่า เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้ใจกล้ายิ่งนัก?
ต้วนอวี้แอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิง ไม่คิดจะบอกเล่าความจริง แต่เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว ไม่บอกก็คง
ไม่ทันการ
ต้วนอวี้จึงสูดหายใจลึกๆ รวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยออกมา “ท่านพี่ยังจำชิงตั๋วกับองค์หญิงอวี้หลัวได้ไหม?”
ช่วงก่อนหน้านี้ข่าวการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของชิงตั๋วกับองค์หญิงอวี้หลัว?
สองคนนั้นหายตัวไปยามคํ่าคืน ทั้งไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ทิ้งจดหมายลาให้กับต้วนชิงหมิง ทำเหมือนกับ
ว่าทั้งสองคนไม่เคยมีตัวตนมาก่อน แต่ทำไมจู่ๆ ต้วนอวี้ถึงเอ่ยถามขึ้นได้
ต้วนชิงหมิงตกใหญ่สะดุ้งโหยง จนเผลร้องเสียงดังออกมา “ชิงตั๋วกับอวี้หลัวเป็นอะไรไป?”
ต้วนอวี้ตอบยิ้มๆ เพียงว่า “พวกเขาสบายดีมาก……”
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงทำท่าทำทางไม่ถูก ต้วนอวี้ถึงกับส่ายหน้าไปมา โดยยังเลือกไม่บอกความจริงทั้งหมดออกมา
เขาตอบแค่ว่า “อีกประเดี๋ยวท่านพี่จะได้พบหน้าพวกเขาแล้ว”
ต้วนชิงหมิงจ้องไปหาคนที่ชื่อถ่าถูเค่อหานตาไม่กะพริบ พลางเอ่ยขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์มิได้จะบอกพี่ว่า ถ่าถูข่านผู้นี้คือ
ท่านพ่อของอวี้หลัวและชิงตั๋วใช้ไหม?”
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงเริ่มสับสนไปหมดแล้ว… นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เฉิงซู่ไปขโมยสิ่งของลํ้าค่าจากท่านพ่ออวี้หลัวกับชิง
ตั๋ว อีกทั้งการหายตัวในยามคํ่าคืนของทั้งสองคน ทำให้ต้วนชิงหมิงอดนำมาร้อยเรียงกันมิได้ ถ่าถูข่านผู้นี้มาต้าเซี่ยเพื่อ
บุตรชายและบุตรสาว หรือมาเพื่อเฉิงซู่กัน
แต่ต้วนอวี้พูดว่าองค์หญิงอวี้หลัวกับชิงตั๋วจะปรากฏตัวขึ้น เช่นนั้น พวกเขาคงปรากฏตัวข้างกายประมุขถ่าถูใช่
ไหม?
ตามหลักแล้ว ต้วนชิงหมิงกับองค์หญิงอวี้หลัวและชิงตั๋วเป็นสหายกันมา จึงไม่ควรมาทำร้ายนางกับต้วนอวี้ แต่
ตอนนี้ ต้วนชิงหมิงกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่นางคิดมาก
ต้วนชิงหมิงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์… ชิงตั๋วกับอวี้หลัวอยู่กับท่านพ่อของพวกเขาไหม?”
ต้วนอวี้ครุ่นคิด จากนั้นพยักหน้ารับ “ท่านพ่อของชิงตั๋วกับอวี้หลัวส่งพวกเขามาที่นี่ ตอนนี้ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว
ย่อมกลับไปอยู่ข้างกายท่านพ่อของพวกเขาตามเดิม”
ต้วนชิงหมิงหันมองต้วนอวี้ ด้วยรู้เขายังไม่ได้พูดความจริงออกมาไม่หมด
ต้วนอวี้รู้ดีว่าต้วนชิงหมิงไม่ใช่คนธรรมดา บางเรื่องที่อยากปกปิดนางจะทำไม่ได้ตลอดรอดฝัง ดังนั้นต้วนอวี้ตัดสิน
ใจจะเล่าความจริงที่เหลือออกมา เพื่อจะได้ไม่โดนตำหนิหนักในภายหลัง
[1] ข่าน คือ ตำแหน่งประมุขชนเผ่ามองโกล