การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 712 ชีวิตของท่านพี่สำคัญกว่าข้า
นํ้าหนักตัวของหลิวยวนย่อมมีมากกว่าต้วนอวี้ ทำให้เขาปีนขึ้นมาได้ช้ากว่ามาก และในมือของต้วนอวี้ผงยากำอยู่
ในมือเพื่อช่วยกันค้างคาวไม่ให้บินเข้ามากัดหลิวยวน
ถึงแม้ต้วนอวี้จะมีอคติต่อหลิวยวนบ้าง แต่เมื่อต้องคิดถึงเรื่องในอนาคต ต้วนอวี้ยอมที่จะช่วยให้หลิวยวนหนีเอา
ตัวรอดไปพร้อมกัน
ตอนนี้เรี่ยวแรงของต้วนอวี้ใกล้อ่อนแรงเต็มที ทว่าปณิธานและจิตใจที่ดีงามของเขาไม้ได้แปรเปลี่ยนไปตามวัน
เวลา ต้วนอวี้ยังคงรักษาทั้งสองสิ่งไม่ว่าจะอยู่ในยุคโบราณหรือยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดก็ตาม
หลิวยวนปีนขึ้นมาอย่างช้าๆ โดยที่ใช้พละกำลังที่มีจนเกือบหมดสิ้น ระหว่างที่เขาปีนขึ้นมาได้และกระหืดกระ
หอบอยู่ด้านหลังต้วนอวี้ หลิวยวนได้พบบางอย่างเข้า เดิมทีผนังหินที่เขาคิดว่าราบเรียบนั้น กลับเต็มไปด้วยถํ้าเล็กๆ ที่
สามารถยืนได้หนึ่งคน หรือใหญ่หน่อยก็สามารถยืนได้เป็นห้องเลย
หลิวยวนมองต้วนอวี้ด้วยความประหลาดใจ ด้วยไม่รู้ว่าด้านบนจะยังมีถํ้าเล็กถํ้าน้อยซ่อนตัวอยู่ตามผนังหิน ถึง
ตอนนี้ต้วนอวี้มองหาทางหนีเอาชีวิตรอดได้แล้ว
จู่ๆ หลิวยวนพลันเกิดความเขินอายขึ้นมา หากไม่มีต้วนอวี้ช่วย เขาอาจนั่งรอความตายอย่างหวาดกลัวอยู่ในถํ้า
หินแห่งนี้
หลิวยวนยังนึกถึงคำพูดที่ต้วนชิงหมิงเคยกล่าวกับเขาขึ้นมาได้… หากมีทางเดินก็จงเดินไปตามทาง หากไร้หนทาง
จงเดินตามเสียงของหัวใจ
หรือว่านี่คือการเดินตามเสียงของหัวใจ?
หลิวยวนย้อนคิดถึงวันเวลาที่เข้าไปอยู่ในจวนเซี่ยง ที่ต้องต่อสู้กันด้วยเล่ห์กลให้ตายไปคนข้าง… มีหลายครั้งที่หลิว
ยวนถูกต้อนจนมุม มีหลายครั้งที่เขาต้องทำสิ่งที่ขัดต่อความปรารถนาในใจ มีหลายครั้งที่เขาลืมไปว่าแววตาสดใสที่เคยมี
ในช่วงที่อยู่จวนต้วนได้เลือนลางขึ้นมา
บนเส้นทางของชีวิตนั้น หากเลือกเดินไปแล้วย่อมต้องเดินหน้าต่อไป อย่างไม่มีวันได้กลับถอยหลัง… นี่คือคำพูดที่
หลิวยวนใช้ปลอบใจตัวเขาเองในทุกๆ ครั้ง
เมื่อก่อนเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และใช้ความวิชาความรู้เล่นงานคนที่ไม่ดี แต่มาตอนหลังเขากลับใช้เล่นงานคน
ที่เชื่อใจและคนที่อ่อนแอกว่า หากใครมีประโยชน์ต่อหลิวยวน เขายอมที่เข้าร่วม…ยกตัวอย่างเช่น เขาเริ่มมีความคิดว่า
‘เขาสามารถทำผิดกับทุกคนได้ แต่ไม่มีใครทำผิดกับเขาได้’ ยิ่งไปกว่านั้น เขาเริ่มวางแผนจัดการฮูหยินอัครเสนาบดี และ
น้องสาวต่างมารดาให้ทนทุกข์จนพูดไม่ออก
ที่สำคัญเขาเริ่มเสแสร้งเข้าไปใกล้ชิดองค์หฺงจิ่นซิ่ว เพื่อหลอกใช้นางให้ได้มาซึ่งอำนาจ อีกทั้งหลอกใช้เนี่ยไฉ่เยวี่ย
ที่หลงใหลในตัวเขา ให้ทำในสิ่งที่ยากเกินตัวสำหรับนาง
หลิวยวนยังเชื่อฟังคำหลอกล่อปันแต่งที่สวยหรูของเฉิงซู่ ให้หลอกต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้มาที่แห่งนี้……
หลิวยวนเคยคิดว่าท่านพ่อที่มีฐานะสูงศักดิ์จะทำให้เขาทำตัวไม่ถูก เขาเคยคิดว่าการทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้มี
ชีวิตอยู่ไม่ว่าจะแลกมาด้วยอะไรก็ตาม นับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว
แต่มาถึงตอนนี้ คำพูดของต้วนอวี้กะเทาะหัวใจที่ขึ้นสนิมของเขา ให้เกิดความละอายใจในสิ่งที่ทำไปทั้งหมด
เมื่อเห็นสายตาที่ยังคงสดใสเป็นประกายดังเดิมของต้วนชิงหมิง และเห็นแววตาที่อบอุ่นของต้วนอวี้ นี่เป็นครั้ง
แรก หลังจากที่หลิวยวนเข้าไปในจวนเซี่ยงแล้วเกิดความรู้สึกละอายใจเช่นนี้ จนเขามิอาจมีหน้าสู้จิตใจที่ปรารถนาดีของต้
วนชิงหมิง มิกล้าสบตาที่ดูแคลนของต้วนอวี้
หลิวยวนในอดีตที่คอยห้ามปรามต้วนชิงหมิงไม่ให้เล่นงานคนอื่นนั้น ได้ตายจากไปนานแล้ว เหลือไว้เพียงหลิว
ยวนที่ร้ายกาจกว่าต้วนชิงหมิงเป็นร้อยเท่าพันเท่าเสียแทน
หลิวยวนที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนอวี้ ได้ฝืนหัวเราะด้วยความละอายใจขึ้นมา… เหอะๆๆ หลิวยวนเอ๋ยหลิวยวน เจ้า
ยังเป็นหลิวยวนคนเดิมอยู่หรือเปล่า?
ทันใดนั้น มีเสียงลอยเข้ามาข้างหูของเขา “พี่หลิวมัวคิดอะไรอยู่นั่น รีบช่วยดึงพี่ชิงหมิงเร็วเข้า!”
หลิวยวนได้สติขึ้นมาและเห็นต้วนชิงหมิงถูกดึงขึ้นมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว โดยที่ต้วนอวี้ออกแรงดึงอย่างสุดกำลัง ชั่ว
พริบตาเดียว แสงจันทร์ได้สาดส่องเข้ามา หลิวยวนเห็นแขนต้วนอวี้บวมเปล่งไปทั้งแขน จนชํ้าม่วงชํ้าเขียวไปหมด ดูแล้ว
ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน
อีกทั้งต้วนอวี้ออกแรงดึงจนตัวสั่นไปหมด ราวกับศรที่ถูกดึงจนสายธนูจวนจะขาด หากเขายังยืนหยันจะดึงต้วนชิง
หมิงขึ้นมา มีหวังคงต้องกลิ้งตกลงไปด้านล่างเป็นแน่
หลิวยวนที่เห็นดังนั้นจึงถามขึ้นอย่างตกใจ “ต้วนอวี้เป็นอะไรไป?”
ต้วนอวี้จึงสบถออกมาด้วยความโกรธ “มัวทำห่าอะไรอยู่นั่น ยังไม่รีบมาช่วยดึงอีก?”
หลิวยวนรีบเดินขึ้นไปช่วยต้วนอวี้ดึงเถาวัลย์อีกแรง ให้ต้วนชิงหมิงขึ้นมาได้ปลอดภัย
อันที่จริง ต้วนชิงหมิงเป็นคนผอมและตัวเล็ก แต่เนื่องจากความสูงที่ค่อนข้างมาก จึงต้องใช้แรงที่มีมากตามไป
ด้วย จนแขนขาของหลิวยวนเริ่มอ่อนแอ
หลิวยวนหันกลับมามองต้วนอวี้ที่นั่งลงพันแผลอยู่อย่างสนใจ จึงถูกต้วนอวี้ต่อว่า “จะมองหาอะไรอยู่เนี่ย! รีบดึง
ท่านพี่ขึ้นมาเร็วเข้า!”
หลิวยวนกัดฟันออกแรงดึงต้วนชิงหมิงขึ้นมาได้จนสำเร็จ ด้านต้วนอวี้กลับหยิบมีดพกที่เหน็บกางเกงออกมา จาก
นั้นกรีดตรงแขนที่มีตุ่มบวมขึ้นมา เพื่อให้เลือดเสียขับออก
เลือดเสียไหลออกมาพร้อมกับกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่ว การเสียเลือดในครั้งนี้ของต้วนอวี้ทำให้เรี่ยวแรงของเขาลด
น้อยถอยลงไปมาก เขาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมกำลัง จากนั้นฉีกชายกางเกงมาพันแผลที่เพิ่งกรีด
แม้การฉีกชายกางเกงเป็นเรื่องง่าย แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงของต้วนอวี้ใกล้หมดลงเต็มที เขาพยายามคลำหายา
ถอนพิษแต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็หาไม่เจอ
ต้วนอวี้พยายามคลำผนังหินเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น แล้วพูดกับหลิวยวนว่า “เดี๋ยวท่านพี่ขึ้นมาแล้ว ห้ามพูดเรื่องนี้เด็ด
ขาด”
หลิวยวนพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นออกแรงดึงต้วนชิงหมิงขึ้นมา
ในระหว่างนั้น ค้างคาวตัวหนึ่งได้บินพุ่งลงมาจากด้านบน กัดเข้าไปที่แขนของหลิวยวน
ด้วยความตกใจเขากลับปล่อยเถาวัลย์ที่มือออก จนต้วนชิงหมิงเกือบร่วงลงไปด้านล่าง โชคยังดีที่ต้วนอวี้มือไวคว้า
ไว้ได้ทัน หลังจากนั้นหลิวยวนตั้งสติได้ก็รีบเข้ามาช่วยดึงดังเดิม
ต้วนอวี้จึงพูดเสียงตํ่าแฝงความโกรธเคือง “หลิวยวน แผนการชั่วร้ายที่เจ้าวางไว้ อย่าคิดว่าข้าจะไม่รู้… เจ้าหลอก
ท่านพี่ข้าให้มาที่นี่ เพื่อให้ตกอยู่ในอันตราย ถ้าท่านพี่เป็นอะไรไป ข้าจะให้คนในตระกูลเจ้าทั้งหมด ตายตามท่านพี่
ไป……”
นํ้าเสียงที่เลือดเย็นและเหี้ยมโหดของต้วนอวี้ ทำให้หลิวยวนตกใจจนขวัญหนีดีฝั่อ เขาหันมองใบหน้าจิ้มลิ้มของต้
วนอวี้เห็นความกังวล ความเจ็บปวด ความเคียดแค้นและความอาฆาตปะทุออกมาจากสายตา
เมื่อหลิวยวนเห็นสายตาของต้วนอวี้จึงรีบก้มหน้าไม่กล้าสบตา เขาลองเปรยถามเสียงอ่อยๆ ขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์
วางใจได้ ท่านพี่ของเจ้าไม่เหมือนกับคนอื่น… ถ้าพูดไปเจ้าอาจไม่เชื่อ ในใจของพี่นั้น ชีวิตของชิงหมิงสำคัญกว่าพี่มากนัก
พี่ไม่มีทางยอมให้นางเป็นอะไรอย่างแน่นอน……”
หลิวยวนสาบานอย่างหนักแน่น เขายินดีใช้ชีวิตเป็นประกัน จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องขึ้นกับต้วนชิงหมิงเป็นอันขาด!