การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 713 ค้างคาวที่น่าหวาดกลัว
ต้วนอวี้ได้แต่ด่าทอหลิวยวนอยู่ในใจ… ไม่ใช่ทุกคำสาบานจะเชื่อได้ ยิ่งมาจากปากคนอย่างหลิวยวนด้วยแล้ว ต้วน
อวี้อยากจะหัวเราะเยาะให้เสียงลั่นไปทั่วใต้หล้า
ต้วนอวี้พูดโดยไม่ไว้หน้าหลิวยวนแม้แต่น้อย “หลิวยวน… อย่าพูดแบบนี้กับท่านพี่ของข้า… นับตั้งแต่ที่เจ้ากับองค์
หญิงจิ่นซิ่วร่วมมือกันทำเรื่องชั่ว เจ้าก็ไม่ควรค่ามาพูดคุยกับท่านพี่ของข้าแล้ว ดังนั้น จงจำไว้ให้ดีครั้งนี้ข้าช่วยชีวิตเจ้า
เจ้าเป็นหนี้ชีวิตข้าครั้งหนึ่ง ตอนนี้ข้าให้เจ้าใช้หนี้ชีวิต โดยดึงท่านพี่ข้าขึ้นมาให้ได้…”
ต้วนอวี้พูดมาตั้งมากมายจนรู้สึกเหนื่อยล้า หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว “หลิวยวน ข้าขอบอกไว้ตรงนี้เลย หากท่านพี่
เป็นอะไรไป ข้าขอสาบานว่าตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ข้าจะทำให้ให้ท่านแม่และคนที่เจ้ารักอยู่อย่างตายทั้งเป็น”
ความตายไม่ใช่การลงโทษที่หนักที่สุด แต่สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือการอยู่อย่างตายทั้งเป็นต่างหาก
คำพูดของหลิวยวนเปียมไปด้วยความอาฆาต เหมือนทะเลคลื่นที่บ้าคลั่ง ต้วนอวี้จ้องมองคนที่เคยเป็นทั้งอาจารย์
และพี่ชายด้วยความไม่คุ้นเคยอีกต่อไป เวลาเพียงครึ่งปีสามารถเปลี่ยนให้หลิวยวนกลายเป็นคนละคนไปได้อย่างไม่น่า
เชื่อ
เด็กน้อยเอ่ยขึ้น “หลิวยวน อย่าให้ข้าดูแคลนเจ้าไปทั้งชีวิตเลย!”
หลิวยวนรู้สึกกระอักกระอ่วนจนบอกไม่ถูก เขาไม่ได้โกรธเคืองแค่ไร้เรี่ยวแรงที่จะพยักหน้า “พี่รู้แล้ว เจ้าวางใจได้
พี่ไม่มีทางทำร้ายต้วนชิงหมิงอย่างแน่นอน”
ต้วนอวี้ถอนหายใจแรงๆ ใส่หน้าหลิวยวน
ทั้งสองคนต่างเงียบไม่มีใครตอบโต้กันอีก บรรยากาศในถํ้าสำหรับเขาทั้งสองเต็มไปด้วยความอึดอัด ที่แผ่ซ่านไป
ทั่วจนแทบหายใจไม่ออก
สิ่งที่เรียกว่า “มิตรภาพ” ได้พังทลายไปจากใจของทั้งสองคน ในตอนนี้ทั้งคู่กำลังหาวิธีช่วยเหลือสตรีที่พวกเขาทั้ง
สองให้ความสำคัญ
หลิวยวนออกแรงดึงต้วนชิงหมิง ในขณะที่ต้วนอวี้ออกแรงช่วยไล่ค้างคาวที่บินโฉบลงมา ไม่ให้ทำร้ายต้วนชิงหมิ
งกับหลิวยวน เนื่องจากต้วนอวี้รับรู้ได้ว่าพิษจากค้างคาวรุนแรงกว่าที่เขาคิดมากนัก
ต้วนอวี้คิดว่าค้างคาวพวกนี้ซ่อนตัวอยู่ในถํ้าหินเป็นเวลานาน ย่อมต้องเคยกินซากงูพิษ และแมลงมีพิษชนิดต่างๆ
จนทำให้พิษเหล่านั้นแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของค้างคาว ตอนนี้พิษของค้างคาวมิอาจรักษาได้ด้วยยาธรรมดาทั่วไปแล้ว
แต่ต้องผสมตัวยาถอดพิษหลายชนิดเข้าด้วยกันถึงจะเห็นผล
น่าเสียดาย ที่เด็กน้อยใจกล้าอย่างต้วนอวี้ ไม่ได้พกยาถอนพิษครอบจักรวาลของอาจารย์มาด้วย จึงไม่กล้าให้
ค้างคาวพวกนี้ไปกัดคนอื่นนอกจากเขาแล้ว
ค้างคาวตัวนั้นที่เพิ่งกัดต้วนอวี้ไปไม่นาน รับรู้ได้ถึงการมีชีวิตอยู่ของต้วนชิงหมิง ถึงแม้ต้วนอวี้กำชับให้ต้วนชิงหมิง
หายใจให้แผ่วเบาที่สุด แต่ในความมืดนั้น มันใช้ความร้อนจากร่างกายต้วนชิงหมิงที่แผ่ออกมา ในการระบุตำแหน่งของ
นาง
ค้างคาวตัวนั้นบินวนอยู่สักพักก็ไปเกาะที่ด้านบนของถํ้า มันส่งเสียงร้องออกมา ราวกับพบเจอบางอย่างเข้า
ในชั่วพริบตา เรื่องที่น่าหวาดกลัวก็เกิดขึ้น มีค้างคาวจำนวนนับไม่ถ้วนบินพุ่งลงมาจากด้านบน ปะทะต้วนชิงหมิง
ที่ลอยอยู่กลางอากาศ
หลิวยวนได้เห็นก็ร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ จนมือที่จับเถาวัลย์อยู่อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไปหมด ต้วนอวี้รีบ
ถลึงตาโต “รีบดึงขึ้นมาเร็วเข้า เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากัน”
หลิวยวนรวบรวมสมาธิและแรงทั้งหมดดึงเถาวัลย์ จนต้วนชิงหมิงเข้าใกล้ห่างเพียงสองสามช่วงแขน ด้านบนกลับ
มีฝูงค้างคาวกำลังจะบินลงมาปะทะต้วนชิงหมิง ด้วยความตกใจจนตาลุกโต หลิวยวนกัดฟันใช้แรงที่มีฝืนดึงนางขึ้นอย่าง
สุดกำลัง
ต้วนอวี้ตะโกนเสียงดังขึ้น “ท่านพี่หลับตา กลั้นหายใจ!”
หลังสิ้นเสียงตะโกน ต้วนอวี้หยิบดินที่พื้นผสมเข้ากับยา จากนั้นสาดออกไปในอากาศที่ค้างคาวกำลังจะบินผ่าน
ฝูงค้างคาวดูเหมือนกลัวผงยาที่ต้วนอวี้สาดออกไป พวกมันบินแหวกทางไม่ปะทะต้วนชิงหมิง
พอหลิวยวนเห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะร้องเสียงหลงออกมา แต่พอหันมามองหน้าต้วนอวี้กลับตกตะลึงไม่แพ้กัน
แสงจันทร์รอดผ่านรูด้านบนส่องมาที่ต้วนอวี้ เห็นเด็กน้อยร่างกายสั่นเทิ้ม มือที่กำผงยาแน่นก็สั่นระริกอยู่นาน
ราวกับกลัวว่าผงยาจะเป็นพิษต่อคนที่โดนมัน
ถึงแม้ยาพิษอาจมีผลร้ายต่อต้วนชิงหมิงอยู่บ้าง แต่ต้วนอวี้ไม่อยากให้ค้างคาวฝูงนั้นกัดต้วนชิงหมิงมากกว่า… เพ
ราะว่าต้วนอวี้ที่ถูกกัดไปครั้งเดียว ในเวลานี้มีอาการเวียนหัวและหน้ามืดตาลาย จึงไม่ต้องคิดเลยว่าหากฝูงค้างคาวบินพุ่ง
ลงมากัดต้วนชิงหมิงตัวละครั้ง ชีวิตของนางคงไม่เหลืออยู่อีกต่อไป
ความคิดทุกอย่างออกมาจากจิตใจที่บริสุทธิ์ แต่พอต้องลงมือทำจริง กลับยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน ต้วนอวี้กำ
ผงยาในมือสั่นไปหมด
หลิวยวนเห็นแล้วจึงตำหนิไปว่า “ต้วนอวี้ทำอะไรอยู่? ทำไมไม่รีบไล่ค้างคาว?”
เด็กน้อยหันหน้าขวับกลับมามองหลิวยวน สายตาที่ใสแจ๋วของต้วนอวี้กลับมีเลือดขึ้นตาไปหมดแล้ว ต้วนอวี้มอง
หลิวยวนด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย และเอ่ยปากพูดเสียงแสบแก้วหู “แม่งเอ้ย รีบดึงขึ้นมาให้เร็วๆ เถอะ ส่วนเรื่องอื่นไม่
ต้องเข้ามาเสนอหน้า!”
ต้วนอวี้ร้องไห้แล้ว?
หลิวยวนกัดริมฝีปาก ดึงเถาวัลย์ขึ้นมาด้านบนอย่างสุดกำลัง เพื่อช่วยต้วนชิงหมิงเอาไว้
หลังจากนั้น ฝูงค้างคาวครึ่งหนึ่งได้บินตรงเข้ากลับมาจู่โจมเถาวัลย์ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งต่างกางกรงเล็บรอกรีดเนื้อตัว
ต้วนชิงหมิง
ตลอดเวลาที่จับเถาวัลย์ ต้วนชิงหมิงได้อดทนอดกลั้น นางไม่ส่งเสียงร้องและต่อว่าใคร กลับพยายามกวักมือไปมา
เพื่อไล่ค้างคาว แต่ด้วยไม่ทันระวังตัว ค้างคาวได้กัดนางเข้าไปครั้งหนึ่ง
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงปวดแขนและชาไปทั้งท่อน หรือว่าค้างคาวพวกนี้มีพิษ?
ด้านหลิวยวนที่อยู่ด้านบน ร้องตะโกนด้วยความตกใจสุดขีด “แย่แล้ว ค้างคาวกำลังกัดเถาวัลย์!”
หลิวยวนไม่กล้าทำอะไร ได้แต่รีบดึงต้วนชิงหมิงขึ้นมาให้เร็วที่สุด ส่วนต้วนอวี้กลับตะโกนลงไปว่า “ท่านพี่หลับตา
ก้มหน้า!”
ต้วนชิงหมิงหลับตาก้มหน้าตามเสียงของต้วนอวี้ เขาลนลานขว้างผงยาให้กระจายลงไปข้างล่าง ต้วนชิงหมิงแม้ก้ม
หน้าหลับตา แต่เผลอสูดดมเข้าไปจนเริ่มเวียนหัวจนหมดสติไป กระนั้นมือของนางก็ยังจับเถาวัลย์ไว้แนบแน่
คนสามารถตกเข้าไปอยู่ในแผนของคนอื่น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือระหว่างที่ตกไปอยู่ในที่อันตรายเมื่อยื่นมือขอ
ความช่วยเหลือ มืออีกข้างควรจับเถาวัลย์หรือที่เกาะเอาไว้แน่นจนไม่หลุดมือไปง่ายๆ
บัดนี้ ต้วนชิงหมิงไม่กล้าปล่อยมือ ไม่กล้าต่อว่าใคร ยิ่งไปกว่านั้น ลมหายใจของนางกลับแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่
ได้ เพราะนางรู้ว่าความตื่นเต้นกังวลช่วยอะไรได้ มิหนำซํ้าอาจทำให้ต้วนอวี้กับหลิวยวนลนลานมากขึ้นไปอีก