การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 714 ถูกกัดเข้าแล้ว?
ฝูงค้างคาวสีดำเมื่อเห็นผงยาลอยอยู่ในอากาศบางตัวก็บินโฉบหนี ส่วนตัวที่หลบไม่ทันก็ร่วงลงพื้นหลังสัมผัสเข้า
ภายในความมืดครึ้มในถํ้าจึงมีเพียงเสียงกระพือปีกไปมาค้างคาวพวกนั้น
หลิวยวนยังไม่เข้าใจว่าต้วนอวี้อยากทำอะไรกันแน่ แต่เมื่อเขาหันกลับมาเห็นนํ้าตาที่เอ่อล้นของต้วนอวี้ พลันเกิด
ความรู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก
ต้วนอวี้รีบยกมือขึ้นปาดนํ้าตาอย่างว่องไว จากนั้นรีบเข้ามาช่วยหลิวยวนดึงเถาวัลย์ ให้ต้วนชิงหมิงขึ้นมาด้านบน
ให้เร็วที่สุด
ห้าช่วงตัว สามช่วงตัว สองช่วงตัว… ใกล้เข้ามาแล้ว
เมื่อต้วนชิงหมิงใกล้เข้ามาทุกที เถาวัลย์ที่รับนํ้าหนักนางนั้นเริ่มมีรอยขาดไปกว่าครึ่งแล้ว
ในเวลานี้ ทั้งสามคนอยู่ห่างกันประมาณหนึ่งจั้ง[1] ด้านล่างเต็มไปด้วยกรวดหินและดินที่แข็งกระด้าง หากต้วนชิง
หมิงพลัดตกลงไปละก็ ชีวิตของนางอาจจบสิ้นลง
หลิวยวนพยายามช่วยแต่สู้แรงของต้วนอวี้ที่ดึงอย่างสุดชีวิตไม่ได้ ต้วนอวี้รีบโผกระโจนเข้าไปจับตัวข้อมือต้วนชิงห
มิงเอาไว้
แต่ด้วยรูปร่างของเด็กน้อยทำให้เรี่ยวแรงที่จะช่วยดึงต้วนชิงหมิงขึ้นมาไม่พอ จนเกือบทำให้เขาพลัดไถลลงไปด้าน
ล่าง
ครั้งนี้ หลิวยวนไม่ต้องรอให้ต้วนอวี้เตือนสติ เขารีบพุ่งตัวเข้าไปจับต้วนอวี้ที่โผล่ตัวออกไปแล้วกว่าครึ่ง ต้วนอวี้หัน
มาส่งสายตาให้เขาสื่อความหมายว่า ให้ช่วยต้วนชิงหมิงก่อน
หลิวยวนถึงกับสะอึกจนทำให้ไม่ถูก เขารีบใช้มือข้างหนึ่งจับต้วนอวี้ อีกมือช่วยดึงแขนต้วนชิงหมิงขึ้นมาได้สำเร็จ
หลิวยวนนึกไม่ถึงว่าตัวเขาไปเอาเรี่ยวแรงมากมายมาจากไหน เขามองไปที่มือทั้งสองข้างก็ต้องตกตะลึง… ที่แท้ นี่
คงเป็นพลังจากจิตใต้สำนึกที่จะระเบิดพลังออกมา ยามที่มีคนประสบภยันตราย
ต้วนอวี้รีบตะเกียกตะกายเข้าไปดูต้วนชิงหมิง
เขาฉีกชายกางเกงปั้ายยาบางอย่าง ตรงใบหน้า ช่วงแขนและบริเวณที่ถูกผงยา
หลิวยวนที่เห็นจึงรีบพูดขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์พักก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ทำให้เอง!”
ถึงแม้แขนอีกข้างหนึ่งของต้วนอวี้จะมีเลือดไหลซิบๆ และบวมเปล่งขึ้นมา ภาพเบื้องหน้าของเขาเริ่มเห็นไม่ชัดเจน
เขาผลักมือของหลิวยวนออก พร้อมตะโกนใส่หน้าหลิวยวน “ไสหัวออกไป อย่ามาแตะต้องท่านพี่ของข้า!”
มือของหลิวยวนชะงักอยู่กลางอากาศ เขามองต้วนอวี้ด้วยสายตาวิงวอนขอร้อง
ต้วนอวี้กลับไม่แยแสแม้จะชายตามอง
เขารีบถอดกระดุมเสื้อของต้วนชิงหมิงออก เพื่อช่วยจัดให้เรียบร้อยดังเดิม แต่ระหว่างที่ติดกระดุมกลับ มือทั้ง
สองข้างสั่นระริกจนติดไม่ได้
หลิวยวนที่ยืนมองอยู่ด้านข้าง อยากยื่นมือเข้าไปช่วย กลับต้องยืนดูอย่างจนปัญญา
ใช้เวลาอยู่นานกว่าที่ต้วนอวี้จะช่วยติดกระดุมได้สำเร็จ เขานั่งหายใจกระหืดกระหอบมองต้วนชิงหมิงที่สลบไสล
จู่ๆ เขาควานหยิบของบางอย่างออกมา เปิดจุกออกแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ
ภายใต้แสงจันทราที่ส่องอยู่กลางนภา กลับมีลำแสงพุ่งออกจากปากถํ้าด้านบน แล้วเลือนหายไปในอากาศอย่าง
รวดเร็ว
หลิวยวนตะลึงอ้าปากค้างจนไม่รู้จะพูดคำใด
เรี่ยวแรงทั้งหมดของต้วนอวี้ถูกใช้จนหมดสิ้น พิษจากค้างคาวได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย จนกระทั่งเขาเริ่มมองภาพ
เบื้องหน้าเลือนลางไปหมดแล้ว กลับหันมาพูดกับหลิวยวน “อย่าคิดแตะต้องท่านพี่ของข้าเป็นอันขาด!”
หลิวยวนรีบยกมือทั้งสองขึ้น “ได้ๆๆๆ พี่จะไม่แตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ!”
ต้วนอวี้พูดสำทับขึ้น “เดี๋ยวรอให้ท่านอาจารย์ของข้ามาแล้ว เจ้าก็บอกลักษณะของค้างคาวพวกนั้นให้เขาฟัง จะ
ได้ให้ท่านอาจารย์ช่วยชีวิตเราสองพี่น้อง”
หลิวยวนพยักหน้าพลางตอบกลับ “ได้ๆๆๆ พี่รู้แล้ว”
ต้วนอวี้เลือกจ้องมองหลิวยวนด้วยสายตาที่ยากเกินคาดเดา “หลิวยวน ข้าเกลียดเจ้า… ถ้าไม่ใช่ท่านพี่ปกปั้องเจ้า
ละก็ ครั้งก่อนที่เจ้าร่วมมือกับองค์หญิงจิ่นซิ่วทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋ ข้าคงฆ่าเจ้าไปแล้ว… แต่ท่านพี่บอกข้าว่า จิตใจส่วน
ลึกของเจ้าเป็นคนดี นางขอให้ข้าให้โอกาสคนอย่างเจ้าสักครั้งหนึ่ง ข้าจึงยอมวางมือลง แต่นึกไม่ถึง ครั้งนี้เจ้ากลับ
วางแผนทำร้ายข้ากับท่านพี่ได้… เจ้าจงจำไว้ให้ขึ้นใจ หากท่านพี่ของข้าเป็นอะไรไป ชีวิตที่เหลือของข้าในชาตินี้และใน
ชาติหน้า จะให้เจ้าอยู่อย่างตายทั้งเป็น……”
ต้วนอวี้ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ต้วนชิงหมิงฟัง แต่ต้วนชิงหมิงก็คงพอเดาได้ ว่าองค์หญิงอวี้หลัวแอบเอายาพิษใส่ไว้
ที่ตัวนาง ที่สำคัญหลิวยวนรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งคอยช่วยเหลือบอกเล่าความเคยชินและสิ่งที่ต้วนชิงหมิงชอบทั้งหมด
เพื่อให้องค์หญิงอวี้หลัวซื้อใจนางให้เร็วที่สุด
สิ่งที่หลิวยวนทำเป็นช่วยองค์หญิงอวี้หลัวนั้น ที่แท้เป็นการช่วยเหลือองค์หญิงจิ่นซิ่วและองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่ง
เจวี๋ย เพื่อให้ตัวเขาเองได้ครอบครองต้วนชิงหมิง
แต่เขากลับนึกไม่ถึงว่าองค์หญิงจิ่นซิ่วจะใช้ต้วนชิงหมิงข่มขู่เขา โดยบอกจะเล่าความจริงทั้งหมดที่เขาทำให้นางฟัง
องค์หญิงจิ่นซิ่วเลือกจะเล่าสิ่งที่หลิวยวนทำทั้งหมดให้ต้วนชิงหมิงฟัง เนื่องจากนางย่อมหาแก้แค้นเขา แต่ถ้าบอก
เหยียนหลิ่งอวี๋ละก็ หลิวยวนจะไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ต้วนชิงหมิงอีกเลย
องค์หญิงจิ่นซิ่วถือว่าทำสำเร็จแล้ว ในการดึงหลิวยวนเข้ามาเป็นพวก เดิมทีต้วนอวี้ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ระหว่างที่
เขากำลังสืบคนที่ทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋ก็รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวโยงไปหลายคน โดยที่หนึ่งในนั้นรวมไปถึงองค์หญิงซือหลัวผู้เป็น
น้องสาวขององค์หญิงอวี้หลัว กลับถูกทำร้ายระหว่างที่ถูกส่งไปดูตัว
แน่นอนว่า เรื่องที่ต้วนชิงหมิงกับหลิวยวนถูกไล่สังหารนั้น หลิวยวนย่อมรู้เรื่องมาก่อนอย่างเต็มอก โดยที่เปั้า
หมายของเขาคือพาต้วนชิงหมิงหนีไปด้วยกัน แต่น่าเสียดาย ชะตาชีวิตคนเรามิอาจสู้ฟั้าดินลิขิตได้ ชุนถาวได้โผล่เข้ามา
ช่วยเหลือ ทำแผนการของหลิวยวนพังไม่เป็นท่า
นับจากนั้นเป็นต้นมา จิตใจที่อยากครอบครองต้วนชิงหมิงก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด เขาเลือกเส้นทางนี้ที่
เป็นการทำร้ายนางอย่างเจ็บปวดมากที่สุดแทน
ยิ่งไปกว่านั้น หลิวยวนได้รู้จักองค์หญิงซือหลัวจึงช่วยเหลือให้นางรอดจากการทำร้าย… เรื่องราวต่างๆ มากมายที่
เกิดขึ้น ต่างผูกรัดหลิวยวนให้เป็นคนที่ต้องเลือกทำร้ายต้วนชิงหมิงอย่างเลี่ยงไม่ได้
คำพูดที่ต้วนอวี้เล่ายืดยาวมาทั้งหมด ทำให้หลิวยวนผงะถอยหลังไปสองก้าว ไม่มีหน้าเถียงกลับแม้แต่คำเดียว ได้
แต่ถามขึ้นว่า “กำลังเสริมของอวี้เอ๋อร์จะมาเมื่อไหร่?”
“ไม่นานหรอก” ต้วนอวี้ตอบอย่างเย็นชา
ระหว่างที่ต้วนอวี้ตอบกลับไปนั้น แววตาของเขาเริ่มมองเห็นเลือนลาง แต่เขากลับพยายามฝืนไม่ให้หลับ ด้วยไม่
ไว้ใจปล่อยให้หลิวยวนอยู่กับต้วนชิงหมิงสองคน เขาไม่มีเชื่อใจคำพูดที่หลิวยวนบอกจะไม่ทำร้ายต้วนชิงหมิงอีกต่อไปแล้ว
คนคนหนึ่งนั้น หากเลือกเดินผิดตั้งแต่ก้าวแรก ก้าวต่อๆ ไปย่อมผิดโดยไม่ต้องสงสัย
คนคนหนึ่งนั้น หากทำเรื่องใดผิดต่อคนอื่นแล้ว ย่อมยากที่จะได้รับความเชื่อมั่นกลับคืนมา
ดังนั้น ต้วนอวี้สามารถยกโทษให้หลิวยวน แต่ไม่มีวันกลับไปเชื่อใจได้อีก
หลิวยวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงตํ่า “อวี้เอ๋อร์วางใจได้ พี่ไม่มีทางแตะต้องต้วนชิงหมิงเป็นอันขาด”
ต้วนอวี้ตอบเสียงเรียบ “ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก ข้าเชื่อใจแค่ท่านพี่ของข้า!”
ไม่ใช่ต้วนอวี้ไม่อยากเชื่อใจหลิวยวน แต่เพราะหลิวยวนเป็นคนที่ทำลายความเชื่อใจที่เขามีให้ลงกับมือ นับจากนี้
ต้วนอวี้มิอาจนึกถึงความเชื่อใจที่มีให้หลิวยวนออกอีกแล้ว
[1] จั้ง เป็นหน่วยวัดของจีน ความยาว 1 จั้ง ประมาณ 3.33 เมตร