การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 715 เรื่องราวของต้วนอวี้
ตอนนี้หลิวยวนเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ความเชื่อใจเปรียบเหมือนแก้วใสที่หากมีรอบร้าว ก็ยากที่จะประสานกลับ
มาให้เป็นเหมือนเก่า… นอกจากต้องใช้เวลาที่เนิ่นนาน ถึงจะทำให้ความเชื่อใจกลับมาได้ดังเดิม
ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วท้องนภา สายลมยามคํ่าคืนได้พัดโชยอยู่บนทางออกด้านบน ต้วนอวี้กอดต้วนชิงหมิงไว้
แน่นแนบอก จากนั้นเขาปิดตาลงช้าๆ “หลิวยวน ข้าขอเล่าเรื่องสักเรื่องหนึ่งให้เจ้าฟังแล้วกัน”
หลิวยวนพยักหน้ารับ “เล่าได้เลย”
ต้วนชิงหมิงจึงเล่าด้วยเสียงแหบแห้ง “เมื่อก่อนมีปีศาจอยู่ตนหนึ่งอาศัยอยู่ในภูเขา มันมักกินคนและสัตว์ปั่าเป็น
อาหาร หากมันไม่สบอารมณ์จะปล่อยนํ้าท่วมหมู่บ้านให้คนตายกันให้หมด ดังนั้นชาวบ้านจึงอยากหาคนมาเล่นงานมัน
แต่ด้วยปีศาจตัวนั้นมีอิทธฤทธิ์มาก ชาวบ้านที่ไปเล่นงานถ้าไม่ถูกทิ้งลงเหว ก็จะถูกกลายเป็นผุยผงเป็นอาหารจนไม่มีใคร
กลับมาอีกเลย ทุกครั้งที่มีคนขึ้นไปบนภูเขา ปีศาจจะทำให้นํ้าท่วมหมู่บ้านครั้งหนึ่ง ให้ชาวบ้านบ้านแตกสาแหรกขาด
สัตว์ที่เลี้ยงไว้ลอยตายตามนํ้าไป เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นปีแล้วปีเล่า กระทั่งชาวบ้านแสนเหลืออดอยากให้ปีศาจตายไป
เร็วๆ ทว่ากลับทำอะไรมันไม่ได้เลย”
หลิวยวนได้แต่ฟังอย่างเงียบเชียบ ต้วนอวี้เสียงแหบพร่าด้วยลำคอของเขาแหบแห้งไปหมดแล้ว แต่เขากลับเล่าต่อ
ไปด้วยกลัวว่าหากหยุดลง เขาอาจหลับใหลจนไม่ได้ปกปั้องต้วนชิงหมิง
ต้วนอวี้เงียบลงไปครู่หนึ่ง ก่อนเล่าต่อไปว่า “มีอยู่วันหนึ่ง มีชาวบ้านคนหนึ่งชื่อหลีบอกว่าจะเป็นไปจัดการเจ้า
ปีศาจ ให้ชาวบ้านได้มีชีวิตที่สงบสุข เมื่อชาวบ้านมีความหวังขึ้นมา ต่างพากันนำของอร่อยไปให้เขาและออกมาส่งหน้า
หมู่บ้าน คนชื่อหลีวิ่งขึ้นไปบนเขาได้ไม่นาน ก็สามารถพิชิตเจ้าปีศาจได้แล้ว ระหว่างที่เขาเหยียบไปบนร่างของเจ้าปีศาจ
มันได้ขอร้องวิงวอนออกมา ‘ขอร้องล่ะ อย่าฆ่าข้าเลย ข้าจะให้เงินทองทรัพย์สมบัติตามที่เจ้าปรารถนาทุกอย่าง’ คนชื่อ
หลีได้ฟังพูดอย่างโกรธเคือง ‘ใครจะไปสนใจทรัพย์สินเงินทองของเจ้า ข้าต้องการให้เจ้าตายเพื่อล้างแค้นให้คนใน
หมู่บ้าน’ ปีศาจตัวนั้นได้ฟังรีบพูดขึ้น ‘เจ้าลองคิดๆ ดู เจ้าไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้ หากฆ่าข้าแล้ว คนที่นี่ก็จะลืมเลือนเจ้าใน
อีกไม่นาน อีกอย่างคนยากจนอย่างเจ้า แม้บ้านที่ซุกหัวนอนยังไม่มีเลย ทรัพย์สมบัติจึงไม่ต้องพูดถึง… หากเจ้าปล่อยข้า
ไป ข้าจะให้ทองเจ้าวันละก้อนที่หน้าประตู ไม่นานเจ้าจะกลายเป็นคนรํ่ารวยขึ้นมา’ หลีได้ฟังพลันเกิดความอยากขึ้นใน
ใจ เขากล่าวอย่างลังเลใจ ‘เจ้าสามารถให้ทองข้าวันละก้อนจริงหรือ?’ เจ้าปีศาจตบอกพูดอย่างมั่นใจ ‘เจ้าวางใจได้ ถึงแม้
ข้าจะเป็นปีศาจแต่รักษาคำพูด’ หลีจึงตัดสินใจลงเขาไป โดยที่ไม่ไปพบหน้าชาวบ้านด้วยกลัวพวกเขาเค้นถามคำตอบ หลี
ไม่เดินลงไปที่หมู่บ้าน กลับเดินไปที่ที่ห่างไกลออกไปแทน……”
เมื่อต้วนอวี้เล่ามาถึงตรงนี้ก็หัวเราะขึ้นมา… คนที่เชื่อแม้กระทั่งคำพูดของปีศาจ ย่อมไม่มีทางเป็นวีรบุรุษได้เลย
หลิวยวนนั่งจ้องมองหลิวยวนอยู่ตลอด ไม่ว่าเขาจะเล่าเรื่องหรือหัวเราะออกมา
ต้วนชิงหมิงกำลังสลบไสลโดยที่ไม่รับรู้ว่าบุรุษทั้งสองคนเบื้องหน้า กำลังอยู่ในบรรยากาศที่แสนอึดอัดเพียงใด
จนถึงตอนนี้ นางยังไม่มีทีท่าที่จะได้สติขึ้นมาเลย
หลิวยวนจึงละสายตาจากต้วนอวี้ มองไปที่ต้วนชิงหมิงแทน จากนั้นเกิดความรู้สึกอึดอัดใจจนบอกไม่ถูก… เรื่อง
เล่าที่ต้วนอวี้เล่ามานั้น ตั้งใจเล่าให้หลิวยวนโดยเฉพาะ การมีข้อแลกเปลี่ยนกับปีศาจ เชื่อคำพูดของปีศาจ ทำให้เขาต้อง
ตกอยู่ในสภาพเช่นตอนนี้
หลังจากนั้น ต้วนอวี้ก็เริ่มเล่าเรื่องต่อไป “เจ้าปีศาจพูดคำไหนคำนั้น ทุกวันจะมีทองคำหนึ่งก้อนวางอยู่หน้าประตู
ตอนแรกนั้นหลีรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง ที่ทำผิดต่อความหวังและการรับปากต่อชาวบ้าน แต่มาตอนนี้เขากลับกลืนคำพูด
ไปรับข้อเสนอของเจ้าปีศาจ… เมื่อวันเวลาผ่านไปเนิ่นนานเข้า ความละอายใจกลับลดน้อยถอยลงจนไม่เหลือ จนบางครั้ง
ที่หลีนึกถึงคนในหมู่บ้านนั้น มักคิดว่าเขาทำได้ถูกต้องแล้ว ไม่ได้ไปฆ่าแกงใคร ไม่ได้ขัดผลประโยชน์ใคร ยิ่งไม่ได้แย่งชิง
ความสุขของใครมา เหตุใดเขาต้องรู้สึกละอายใจด้วย? เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ หลีเริ่มเสพสุขกับทรัพย์สินเงินทองที่
ปีศาจเนรมิตให้ จนคิดว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้ โดยลืมความละอายใจที่มีต่อชาวบ้านให้หมดสิ้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าปีศาจไม่ได้รักษาคำพูดโดยให้ทองคำวันละก้อนตามเคย การที่เจ้าปีศาจไม่มาวันหนึ่ง หลีก็
แค่แปลกใจเล็กน้อย ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อนานวันเข้า เจ้าปีศาจไม่ได้นำทองคำมาให้ตามคำสัญญา เขาก็มัวนั่งรออยู่
อย่างนั้น ยิ่งรอคอยนานเข้าก็ยิ่งโกรธแค้นมากขึ้น เพราะหลีรู้สึกว่าเจ้าปีศาจหลอกลวงเขา ไม่เอาทองคำมาให้ตามเคย
ในที่สุด มีอยู่วันหนึ่งที่เขามิอาจทนได้อีกต่อไปแล้ว เขาจึงพุ่งตรงไปที่ภูเขาลูกนั้นเพื่อเค้นถามคำตอบจากเจ้าปีศาจ ถึง
เหตุผลที่ไม่เอาทองคำที่ควรเป็นของเขาไปให้ตามสัญญา เจ้าปีศาจกลับปรายตามองและแสยะยิ้ม ‘ทองคำของข้ามีไว้
สำหรับคนที่คู่ควร ส่วนเจ้าในตอนนี้ไร้ค่าสำหรับทองคำของข้ายังไงเล่า!’ ”
ระหว่างที่เล่าเรื่องอยู่นั้น ต้วนอวี้รู้สึกถึงหนังตาของเขากำลังต่อสู้กับจิตใจอยู่ ขอเพียงเขาหลับตาลง
สติสัมปชัญญะจะดับวูบ เหลือหลิวยวนอยู่กับต้วนชิงหมิง
ต้วนอวี้พยายามส่ายหัวไปมาเพื่อดึงสติอยู่เสมอ
หลิวยวนจึงถามอย่างอดเสียใจมิได้ “อวี้เอ๋อร์ เอาเป็นว่าพักงีบก่อนดีไหม… วางใจได้ พี่ไม่ทางทำร้ายพี่สาวของ
เจ้าหรอก”
ต้วนอวี้แสยะยิ้มออกมา หันหน้ามองไปที่หลิวยวน พูดเสียงราบเรียบ “นับจากนี้ต่อไป เจ้าเรียกข้าว่า ‘ต้วนอวี้’
แล้วกัน ส่วน ‘อวี้เอ๋อร์’ มีไว้สำหรับท่านพี่และคนในครอบครัว ซึ่งเจ้าไม่คู่ควร!”
ในที่สุด สายตาของหลิวยวนได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ต้วนอวี้พยายามทำให้เขาทั้งสองคนห่างเหินต่อกัน เพื่อเป็นการบอกว่าหลิวยวนไม่ใช่พี่ชายและอาจารย์ในสายตา
เขาอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ความคุ้นเคยสนิทสนมและความเชื่อใจ ได้แปรเปลี่ยนเป็นความแปลกหน้าต่อกัน
ในที่สุด หลิวยวนฝืนยิ้มออกมา “เอาอย่างนั้นก็ได้ ต้วนอวี้… พี่รักใคร่ท่านพี่ของเจ้ามานานแล้ว เจ้าเองก็รู้ดี เพื่อ
นางแล้วพี่ยอมทำได้ทุกอย่าง ดังนั้นพี่ไม่มีทางทำร้ายนาง เจ้าเข้าใจไหม?”
ต้วนอวี้พยักหน้าเบาๆ ในระหว่างที่หลิวยวนคิดว่าต้วนอวี้จะอ้าปากชื่นชมเขา ต้วนอวี้กลับพูดขึ้นว่า “ฟังเรื่องต่อ
กันเถอะ… ข้ายังเล่าไม่จบ”
หลิวยวนหน้าชาจนเส้นเลือดกระตุกไปหลายครั้ง
ต้วนอวี้ถอดปินที่เสียบผมของต้วนชิงหมิงออก ใส่เข้าไปในกางเกงที่ออกแบบเป็นพิเศษของเขาแทน จากนั้นจับให้
ต้วนชิงหมิงนอนราบไปกับพื้น ค่อยใช้เสียงที่แหบแห้งเล่าเรื่องต่อ “เจ้าปีศาจแสดงท่าทางโกรธขึงขังและเตือนสติด้วย
ความหวังดี ‘เห็นแก่ที่เจ้าเคยไว้ชีวิตข้าครั้งนั้น ตอนนี้เจ้าไสหัวกลับไปได้แล้ว หากขืนอยู่ต่อต้องยอมรับผลที่ตามมาเอง’
หลีกำหมัดทั้งสองข้างแน่น พุ่งตรงเข้าไปหมายชกให้เจ้าปีศาจ ทว่ามันกลับแวบหายตัวหลบได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับจับ
ตัวหลีโยนเกลือกกลิ้งลงไปด้านล่างภูเขา เมื่อหลีไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้ จึงพุ่งเข้าไปชกเจ้าปีศาจอีกครั้ง แต่ครั้งนี้
มันกลับจับหลีโยนกระเด็นเกลือกกลิ้งไปไกลกว่าเดิม หลีจึงตะโกนสุดเสียงออกมา ‘มันเกิดอะไรขึ้น? เจ้ามิอาจสู้ข้าได้นี่
หน่า’”
หลิวยวนฟังมาถึงตรงนี้รู้สึกประหลาดใจเป็นที่สุด เจ้าปีศาจเป็นรองฝีมือของหลี เหตุใดจึงกลายเป็นคู่ต้อสู้ที่เหนือ
กว่าไปได้
หลิวยวนลองคิดดูเล่นๆ หรือว่าหลีใช้ชีวิตสุขสบายเกินไปจนลืมปณิธานที่กล้าแกร่งในตอนแรก
มาถึงตรงนี้ หลิวยวนยิ่งรู้สึกได้ว่าต้วนอวี้กำลังใช้เรื่องนี้ชี้มาที่เขา… เพราะว่าหลังจากที่หลิวยวนเข้าไปในจวนเซี่ยง
แล้ว ต้วนอวี้สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเขา