การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 716 เจ้าคือคนชื่อ “หลี” ในเรื่องเล่า
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 716 เจ้าคือคนชื่อ “หลี” ในเรื่องเล่า
ต้วนอวี้ถอนหายใจอย่างอ่อนแรง “เจ้าปีศาจยกเท้าเหยียบที่หน้าอกของหลี แสยะยิ้มออกมา ‘เจ้าอยากรู้หรือว่า
ทำไมครั้งที่แล้วเจ้าชนะข้า แต่มาครั้งนี้ข้าชนะเจ้า?’ หลีเนื้อตัวสั่นไปทั้งตัว พูดด้วยความกลัวและแค้นเคือง ‘อย่างนั้น
เจ้าใช้วิธีอิทธฤทธิ์ใดทำให้ข้าต้องพ่ายแพ้เช่นนี้?’ เจ้าปีศาจส่ายหน้าปฏิเสธ ‘ไม่ใช่ข้า… แต่เป็นเจ้าต่างหาก ทุกอย่างเป็น
เพราะตัวเจ้าเองทั้งนั้น หากจะพูดให้เห็นภาพต้องบอกว่าเป็นคนในหมู่บ้านทุกคนต่างหาก’ หลีพูดยืนกราน ‘ไม่มีทาง ข้า
ไม่มีทางเชื่อเจ้า..คนในหมู่บ้านไม่มีใครสู้เจ้าได้สักคนเดียว มิอย่างนั้นจะเปลี่ยนมาเป็นข้าที่ขึ้นภูเขามาทำไมกัน… ปีศาจที่
แสนชั่วร้ายอย่างเจ้า จงบอกข้ามาว่าเอาชนะข้าได้อย่างไร?’ ปีศาจตอบเพียง ‘ครั้งแรกที่เจ้าขึ้นมาบนภูเขานำพาปณิธาน
และพลังของคนในหมู่บ้านมาด้วย ซึ่งพลังเช่นนั้นเป็นที่น่าหวาดกลัว และไม่มีทางสู้ได้ เจ้าถึงมีชัยต่อข้ายังไงเล่า แต่ครั้งที่
สองนี้ เจ้าขึ้นมาเพื่อเงินทองทรัพย์สมบัติโดยเฉพาะ ข้าจึงเล่นงานเจ้าให้แพ้ราบคาบได้อย่างง่ายดาย!’ หลีได้ยินพลันเกิด
ความกลัวขึ้นมาสุดขีด และขอร้องวิงวอนว่า ‘ขอร้องปล่อยข้าไปเถอะ ข้ายังไม่อยากตาย!’ เจ้าปีศาจจึงตอบอย่าง
ดูแคลน ‘ถ้าข้าปล่อยเจ้ากลับไป นั่นเท่ากับให้เจ้านำสิ่งที่ข้ากลัวกลับไปปั่าวประกาศให้คนในหมู่บ้านรู้กันทั่ว ถึงวิธี
เอาชนะข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าจะบอกเจ้าว่าวันสุดท้ายของเจ้ามาถึงแล้ว!’ หลังสิ้นเสียง เจ้าปีศาจได้เขมือบหลีเข้าไปทั้งตัว
และลูบไปที่ท้องอย่างเบามือ ‘ไร้พลังสนับสนุนจากชาวบ้าน ก็เป็นได้แค่อาหารรองท้องของข้าไปแล้วกัน!’”
เมื่อต้วนอวี้เล่าเรื่องจนจบแล้วจึงพิงที่กำแพงหิน เผยยิ้มอย่างอนาถ “คนที่ตรงไปตรงมารักษาสัจจะย่อมได้รับ
การช่วยเหลือ ส่วนคนไร้สัจจะย่อมอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย… หลิวยวน เรื่องที่ข้าเล่ามานี้คนชื่อหลีเหมือนเจ้าในเวลา
นี้หรือไม่?”
เมื่อเห็นต้วนอวี้ที่ร่างกายอิดโรยจนแทบไม่ไหว หลิวยวนถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น
ต้วนอวี้มิอาจทนพิษจากค้างคาวได้อีกต่อไปแล้ว เขาจึงฟุบหน้าลงที่บ่าของต้วนชิงหมิง ส่วนหลิวยวนนั่งมองดูอยู่
เงียบๆ คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ประสบพบเจอมาตลอดหนึ่งปีกว่า
ต้วนอวี้ดูเหมือนกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่พอหลิวยวนขยับตัวเท่านั้น เขาจะเงยหน้าขึ้นมองอย่างระแวดระวัง มิให้
หลิวยวนเข้าใกล้ต้วนชิงหมิงแม้แต่น้อย ต้วนอวี้กำลังใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่อย่างน้อยนิด ในการปกปั้องนาง ซึ่งหลิวยวน
ทำได้เพียงมองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น
ความหนาวเหน็บยามคํ่าคืนในถํ้าหินแห่งนี้ ได้แผ่ซ่านความเย็นไปทุกอณูของทุกสิ่งในนี้ จนหลิวยวนสั่นสะเทิ้มไป
ทั้งตัว ต้วนอวี้ก็พลอยหนาวไปด้วย ดีที่เขากอดต้วนชิงหมิงให้ความอบอุ่น แต่แผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของเขากลับเย็นจน
แทบทนไม่ไหว
ทั้งสามคนปรารถนาอย่างแรงกล้าให้ความหนาวเหน็บในถํ้าแห่งนี้ผ่านไปโดยเร็ว แต่คํ่าคืนที่ยาวนานนี้ไม่รู้จะอยู่
อีกนานเพียงใด ไม่รู้ว่าตะวันในวันใหม่จะโผล่พ้นขอบฟั้าเมื่อใด
เนื้อตัวของต้วนอวี้ประเดี๋ยวร้อนประเดี๋ยวเย็น เขารู้ตัวว่าปั่วยเข้าแล้ว ส่วนต้วนชิงหมิงอุณหภูมิในร่างกายยังคงที่
สมํ่าเสมออยู่
ถูกพิษ ตัวร้อน หิวโหย และอ่อนแรงกำลังคุกคามชีวิตของต้วนอวี้ ดังนั้นเขาอาจทนอยู่ต่อไปได้ไม่นานแล้ว
ต้วนอวี้แสยะยิ้มให้หลิวยวน “อีกประเดี๋ยวหากมีคนมาแล้ว เจ้าต้องตรวจสอบว่าเป็นคนกันเองหรือคนของศัตรู
กันแน่ เจ้าต้องออกหน้าไปก่อน ค่อยมาพาตัวท่านพี่ของข้าลงตามไป เข้าใจไหม?”
หลิวยวนฝืนใจพยักหน้ารับ เพราะเขากำลังอยากเมินเฉยต้วนอวี้
ช่องรูตรงกำแพงนี้กว้างห้าศอกและสามารถเข้าไปนั่งเบียดกันได้สามคนพอดี หากคนที่อยู่ด้านล่างอยากมองขึ้น
มาด้านบนก็ไม่น่ายากอะไร ดังนั้นต้วนอวี้หวังว่าคนที่มาถึงที่นี่จะเป็นคนของเขา มิใช่ศัตรูที่เห็นสัญญาณที่เขาส่งขึ้นฟั้า
ในที่สุดต้วนอวี้ก็ทนไม่ไหวแล้ว เขาฟุบลงไปบนตัวของต้วนชิงหมิงอย่างหมดแรง ในตอนนั้นเองมีสายลมพัด
วูบวาบจากรูถํ้าด้านบน พร้อมกับเสียงคุ้นเคยดังขึ้น “ศิษย์ของข้า เจ้าอยู่ไหน?”
ภายในถํ้าที่มืดมิด เสียงที่พูดออกไปจะสะท้อนไปได้ไกล ทันทีที่ต้วนอวี้ได้ยินเสียงของท่านอาจารย์ที่คุ้นเคย เขา
จึงรีบส่งเสียงกลับไป “ตรงนี้……”
ลำคอของต้วนอวี้เหมือนมีบางอย่างติดอยู่ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ส่งเสียงไม่ออก
นํ้าเสียงของท่านอาจารย์ดูร้อนรน ไม่ใสกังวานเหมือนปกติ หากฟังให้ดีนํ้าเสียงค่อนข้างอิดโรย ต้วนอวี้ฟังแล้วถึง
กับตกใจอยู่ไม่น้อย ดูท่าแล้ว พวกเขาเจอถ่าถูเข้ามาแล้วจริงๆ
เมื่อเห็นต้วนอวี้ไม่ส่งเสียงใด หลิวยวนจึงตะโกนตอบลงไป “พวกเราอยู่ข้างบนนี้”
คนที่อยู่ด้านล่างพลันถามอย่างตกใจ “พวกเจ้าอยู่ห่างประมาณเท่าไหร่?”
หลิวยวนกะด้วยสายตา “ประมาณยี่สิบจั้ง”
ชายสูงวัยได้ยินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย… ห่างประมาณยี่สิบจั้งเชียวหรือ เถาวัลย์ธรรมดามีหรือจะยาวถึงเพียง
นั้นได้?
ชายสูงวัยจากด้านบนตะโกนถามลงมา “พวกเจ้ามีใครบาดเจ็บไหม?”
หลิวยวนตอบกลับว่า “ลูกศิษย์ของท่านถูกยาพิษ… พี่สาวของเขาก็สลบไสลไม่ได้สติ”
ชายสูงวัยถึงกับอุทานด้วยความตกใจ “พวกเจ้ารอประเดี๋ยว”
ไม่นานนัก มีร่างคนโรยตัวลงมาจากด้านบน มองดูแล้วเป็นชายสูงวัยที่ผมเผ้าและหนวดเคราขาวโพลน
ต้วนอวี้เห็นแล้วรีบเรียกขึ้น “ท่านอาจารย์……”
ต้วนอวี้เห็นเลือนลางและมั่นใจว่าเป็นท่านอาจารย์ของเขามาแล้ว
ชายสูงวัยเมื่อเห็นสภาพของต้วนอวี้ กลับหัวเราะอย่างชอบใจ “เจ้าเด็กบ้า ยังจำอาจารย์ของเจ้าได้ด้วยหรือ?”
ต้วนอวี้เผลอยิ้มมุมปากออกมา พูดเสียงแหบแห้ง “เหอะๆๆ หากท่านอาจารย์มาช้ากว่านี้อีกหน่อย คงไม่ได้เห็น
หน้าศิษย์คนนี้อีกแล้ว”
ในมือของชายสูงวัยดูเหมือนจับเถาวัลย์ที่มีความยาวมากโรยตัวลงมา ตอนนี้พอเขาได้ยินที่ต้วนอวี้พูด จึงถาม
อย่างตระหนก “เจ้าถูกคนของถ่าถูเล่นงานแล้ว?”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ถ่าถู เป็นค้างคาวที่อยู่ในถํ้านี้ต่างหาก” ต้วนอวี้ตอบ
ระหว่างที่ชายสูงวัยกำลังพูดอยู่นั้น ก็จับเถาวัลย์กระโดดโรยตัวไปมา เข้ามาตำหนิต้วนอวี้ด้านข้าง “ช่างเป็นศิษย์
ที่ไร้นํ้ายาจริงๆ แค่ค้างคาวกัดก็บาดเจ็บขนาดนี้เลย”
บนสนทนาระหว่างชายสูงวัยกับต้วนอวี้ ทำเอาหลิวยวนตกใจจนอ้าปากค้าง
เนื่องจากปากถํ้าด้านบนห่างจากจุดนี้อย่างน้อยยี่สิบจั้ง แต่อาจารย์ลูกศิษย์คู่นี้กลับถามตอบกันไปมา ไม่นานก็มา
ถึงด้านล่างนี้แล้ว
หลิวยวนเริ่มหวาดหวั่นกับวรยุทธ์ของอาจารย์ต้วนอวี้ขึ้นมา เขาไม่ทราบมาก่อนเลยว่าต้วนอวี้รู้จักกับอาจารย์วร
ยุทธ์สูงเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด
เมื่อชายสูงวัยเห็นในอ้อมแขนของต้วนอวี้คือต้วนชิงหมิง จึงร้องด้วยความตกใจขึ้นมา “ห๊ะ นี่มันอะไรกัน พี่สาว
ของเจ้าเป็นอะไรไป?”
ต้วนอวี้ฝืนยิ้มน้อยๆ “ก็ดโนยาพิษที่ศิษย์ใช้ไล่ค้างคาวนะสิ ศิษย์ไม่ได้พกยาถอนพิษมาด้วย ท่านอาจารย์ช่วยให้
ยาถอนพิษนางด้วยเถอะ”
ชายสูงวัยยังไม่ได้ตอบรับ ทางด้านหลิวยวนกลัวว่าชายสูงวัยอาจเข้าใจผิด จึงรีบอธิบายทันที “ต้วนอวี้ไม่ได้ตั้งใจ
ทำร้ายพี่สาว แต่ด้วยถูกโจมตีจากฝูงค้างคาว ต้วนอวี้จึงต้องสาดผงยาไล่พวกมัน”
หลิวยวนตั้งใจพูดช่วยต้วนอวี้ แต่นึกไม่ถึงว่าชายสูงวัยกลับพูดไม่ไว้หน้า “ศิษย์ของข้าจะทำร้ายพี่สาวของเขาไป
ทำไม… นี่เป็นเรื่องของพี่น้องเขา เจ้ามาจุ้นจ้านอะไร?”
หลิวยวนถูกชายสูงวัยเหน็บอย่างรุนแรง เขาพบว่าท่านอาจารย์ของต้วนอวี้มิอาจรับมือได้โดยง่าย อีกอย่างการ
สื่อสารของศิษย์อาจารย์คู่นี้ นับว่าแปลกพิลึกจนอดขำเสียมิได้ นี่นับเป็นครั้งแรกที่หลิวยวนรู้สึกว่ายิ่งช่วยยิ่งทำให้เรื่องยุ่ง
วุ่นวายมากกว่าเดิม……