การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 72 ช่วยต้วนชิงหมิงอีกครั้ง
แต่ชั่วขณะนี้แม่นมที่ร่างกายแข็งแรง กำลังกุลีกุจอถอดเสื้อชุดด้านนอกออกคลุมให้คนทั้งสองกำลังจะอุ้มกลับ
เรือนใครเรือนมัน
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้หลายต่อหลายคนต่างเห็นเชวียหนิงเชี่ยนรังแกพี่สาวของตนเองเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งจะเริ่มวัน
สองวันแต่ครั้งนี้กล้าที่จะผลักพี่สาวให้ตกลงไปในนํ้าทั้งคู่ ช่างใจกล้าอะไรเช่นนี้
ทว่าปลายหางตากลับเห็นแม่นมคนหนึ่งหยุดยืนมองจากอีกฝังของปลายสะพานด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่นานจึง
เดินจากไป
“ตุบ… ตุบ……” หัวใจของต้วนชิงหมิงดังขึ้นครู่หนึ่งถ้าเอาตามความรู้สึก แม่นมสองคนนี้น่าจะเป็นแม่นมที่อยู่มา
นาน! ดูท่าทางถ้าต้องการมาช่วยเชวียหนิงหรานจริง คงต้องให้แม่นมนี้ยื่นมือเข้ามาช่วย
ต้วนชิงหมิงจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนํ้าตาพลางเงยหน้าขึ้นไปมองเชวียหนิงเชี่ยนด้วยความผิดหวังเป็นที่สุด
พูดว่า “คุณหนูสาม……คุณหนูรองเป็นถึงพี่สาวของคุณหนู เหตุใดถึงใจไม้ไส้ระกำผลักนางตกนํ้าต่อหน้าผู้คนมากมาย
จิตใจคุณหนูทำด้วยอะไร หรือเพราะว่านางเป็นลูกสาวภรรยาเอก จึงตั้งใจกลั่นแกล้งจิตใจคุณหนูช่างดำมืดไม่เหลือที่ไว้
ใครอีกแล้วหรือ”
“ข้า……ข้าแค่ผลักนางไปเบาๆ เท่านั้น!”
นางรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน!แม้จะทำอะไรวู่วาม แต่ก็ไม่โง่เขลานางรู้ว่าโทษของการทำร้ายลูกสาวภรรยาเอก
เป็นอย่างไรเพียงแค่คิดแต่ไม่กล้าเอื้อนเอ่ย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูฮูหยินเข้าไม่รู้ว่านางจะลงโทษอย่างไร!
เพียงคิดว่าจะต้องคุกเข่าที่พื้นตลอดทั้งคืนเชวียหนิงเชี่ยนก็กลัวจนตัวสั่น จึงร้องเสียงดังว่า “ข้าแค่ผลักนางเบาๆ
ใครจะไปรู้ว่านางจะบอบบางและตกไปในนํ้าเช่นนั้นเล่า” ในที่สุดนางก็ยอมรับว่าผลักเชวียหนิงหรานตกนํ้า
ได้ ขอเพียงเจ้ายอมรับผิด เรื่องนี้ก็จัดการไม่ยาก!
มองไปโดยรอบเห็นบ่าวรับใช้มามุงดูเยอะขึ้นเรื่อยๆบ่าวบางคนเริ่มจับกลุ่มวิจารณ์เสียงเบาต้วนชิงหมิงยังคงนั่ง
นํ้าตาไหลพรั่งพรูอาบหน้าลงมาไม่หยุดร้องไห้ไปพลางทำท่าเช็ดนํ้าตาไปพลาง
“เจ้ารังแกข้าเพราะเห็นว่าอายุน้อยกว่าแถมยังด่าทอลูกสาวภรรยาเอกจวนต้วนว่าไร้ซึ่งความสามารถเดิมทีเจ้า
ด่าทอก็เพียงพอแล้ว แต่ผิดมหันต์ตรงที่ คุณหนูรองไม่ควรช่วยพูดแทนข้าเช่นนั้นหรือเจ้าจึงด่าว่าลูกสาวภรรยาเอกไม่ได้
เรื่อง พอเจ้าพูดก็โมโหขึ้นมามิหนำซํ้ายังผลักคุณหนูรองตกนํ้า ด้วยเหตุที่ว่าเจ้าเกลียดลูกสาวภรรยาเอก……ใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงเป็นลูกสาวภรรยาเอกจวนต้วนแต่เชวียหนิงเชี่ยนยังกล้าด่าทอ เห็นได้ชัดว่า นางไม่ได้ให้ความสำคัญ
กับลูกสาวภรรยาเอกจวนอื่นฉันใดก็คงไม่ได้ใส่ใจลูกสาวภรรยาเอกจวนเชวียฉันนั้น!ฉะนั้นกล้าที่จะผลักลูกสาวภรรยาเอก
ร่วงลงนํ้าและจาบจ้วงไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดวันนี้เมื่อวานเสียเมื่อไร?
ทางด้านบ่าวรับใช้หลายคนเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมา
“ใช่แล้วๆ คุณหนูลูกของอี๋เหนียงสามรังแกลูกสาวภรรยาเอกในจวนก็ไม่ไหวแล้ว คาดไม่ถึงว่าจะแกล้งลูกสาว
ภรรยาเอกจวนอื่นอีกหรือว่านางจะรังแกลูกสาวภรรยาจวนอื่น เหมือนที่จวนเชวีย?”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว……อี๋เหนียงสามได้รับการโปรดปราน คุณหนูสามจึงไม่สนใจใคร เรื่องนี้นอกเสียจากท่านคุณปูั่
และท่านคุณย่าแล้วมีใครบ้างที่ไม่รู้?” เสียงวิจารณ์เห็นชัดว่ามาจากกลุ่มบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ ทว่าไม่เห็นว่าใครเป็นคนพูด
โชคดีตรงที่ทุกคนต่างมาดูด้วยตนเองเพื่อความบันเทิงโดยไม่ได้สนว่าคำพูดนี้ลอยมาจากที่ไหน!
…
ต้วนชิงหมิงเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าพลันร้องไห้เสียงดังขึ้นไปอีก “คุณหนูสามข้าเห็นเจ้าแล้วก็ทักทาย คุณหนูรอง
ยังชมเจ้าว่ามีมารยาทแต่เจ้ากลับกลั่นแกล้งข้ากับคุณหนู……ฮือ ฮือ เจ้าทำเกินไปแล้วข้าจะกลับไปฟั้องท่านพ่อของเจ้า
ให้ตัดสินให้กับข้า ว่าเจ้ามากลั่นแกล้งข้า!”
เชวียหนิงเชี่ยนได้ฟังรู้สึกว่าสิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดมานั้นยิ่งเลอะเทอะไปหมดในใจเริ่มหวาดกลัว จึงตะโกนออกมาสุด
เสียง “ถ้าเจ้ากล้าบอกท่านพ่อของข้า ข้าจะฆ่าเจ้า!”
อีกฝั่ายทำท่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูกยกมือขึ้นชี้นิ้วไปที่เชวียหนิงเชี่ยน ด้วยความตระหนกพูดว่า “เจ้าพูดอะไรนะ
เจ้าจะฆ่าข้า……เจ้าไม่เพียงกลั่นแกล้งข้ายังคิดจะฆ่าข้าอีก……ฮือ ฮือ!”
เด็กสาวไม่เพียงไม่หยุดร้องยังอ้าปากร้องเสียงดังลั่นขึ้นไปอีก เพื่อเรียกร้องความสนใจจากบ่าวรับใช้ทั้งหลาย!ที่
จริงเชวียหนิงเชี่ยนแค่ต้องการจะขู่นางเท่านั้น แต่นึกไม่ถึงว่านางจะหวาดกลัวขึ้นมา ยิ่งร้องไห้เสียงก็ยิ่งดังขึ้น!
มองไปทางไหนก็พบแต่สายตาหวาดกลัวระคนตกใจกันไปหมดเชวียหนิงเชี่ยนจึงตะโกนเสียงดังหันไปผลักต้วนชิง
หมิงอย่างแรง “เจ้าไปตายเสียเถอะ!”
ต้วนชิงหมิงที่ยังยืนซวนเซไม่นิ่งถูกเชวียหนิงเชี่ยนผลักลงไปในนํ้า!
นางร้อง “ว้าย” เสียงดังออกมาพลันร่วงลงไปในทะเลสาบนํ้าเย็นยะเยือก!ต้วนชิงหมิงร้องโวยวายตะเกียกตะกาย
อยู่ในนํ้าไม่หยุด……นางเพียงแค่ต้องการช่วยระบายความโกรธแทนเชวียหนิงหราน แต่ไม่อยากร่วงลงนํ้าไปด้วย!ฮือ
ฮือ……เชวียหนิงเชี่ยน เจ้ามันโหดร้ายเกินไปแล้ว ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าลอยนวลได้เป็นเด็ดขาด!
ในนํ้าที่เย็นยะเยือกเคว้งคว้างยากจะควานหามือใครมาช่วยต้วนชิงหมิงตะเกียกตะกายเพื่อหายใจ ใกล้จมนํ้า ทว่า
เห็นภาพพร่ามัวอีกฝังของทะเลสาบราวกับนกกระเรียนขาวกระโดดลอยขึ้นไปบนอากาศและว่ายนํ้าข้ามมาเพียงแวบ
เดียวก็มาอยู่ที่ข้างกายนาง ใช้มือคว้าร่างเด็กสาวที่เพิ่งจมนํ้าลงไป!
เมื่อมีคนเพิ่มมาอีกคนทำให้ต้องใช้กำลังขามากขึ้นเพื่อรับนํ้าหนักเขาว่ายนํ้าหมุนตัวใช้ปลายเท้าถีบไปที่เสาหิน
ฐานของสะพานที่ต้วนชิงหมิงตกลงมาเป็นแรงผลักเพื่อกลับเข้าฝังพริบตาเดียวก็อุ้มต้วนชิงหมิงกระโดดขึ้นฝังได้ เหมือน
นกกระเรียนขาวโบยบินขึ้นสู่นภากาศ!
พระพายข้างหูพัดโชยไปมา แผ่นดินท้องฟั้าสับสนไปทั้งหมดต้วนชิงหมิงไม่เคยมีประสบเหตุการณ์ที่อันตรายเช่นนี้
มาก่อนนางรู้สึกตระหนกตกใจกลัวขึ้นมาจับจิตจับใจ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวในฉับพลัน!ใช้สองมือรวบกอดคอเขาไว้
แน่น กลัวว่าถ้าไม่ระวังจะร่วงลงนํ้าไปอีก!
พลันได้ยินเสียงพูดคล้ายกระซิบอยู่ข้างหู “คุณหนูต้วนมั่นใจหรือว่าจะกอดข้าแน่นไว้เช่นนี้?” เสียงนั้นช่างไพเราะ
ชวนเคลิบเคลิ้มถึงปานนี้
นางตกใจค่อยๆลืมตาขึ้น รู้สึกอีกทีเท้าก็เหยียบอยู่บนพื้นแล้ว จึงรีบผลักชายคนนั้นออกพูดโมโหว่า “เจ้าคนฉวย
โอกาส!” พลันเงยหน้าขึ้นมองก็พบเหยียนหลิ่งอวี๋ ดวงตาเบิกโพลงขึ้นทันที
“ต้วนชิงหมิง เจ้าอย่าลืมว่า เมื่อครู่เป็นข้าที่ช่วยเจ้าไว้!”
เหอะ!หลิวยวนนั่นช่วยเจ้าเพียงครั้งเดียวยังเรียกว่า ‘พี่ชายอย่างนั้นพี่ชายอย่างนี้’ ส่วนเขาไม่รู้ว่าช่วยชีวิตเจ้า
จิ้งจอกตัวน้อยที่ไม่มีจิตใจผู้นี้มาแล้วตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งทว่าทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ถ้าไม่ยิ้มจอมปลอมให้ ก็พูดโกรธเคือง
ขึงขัง แล้วจะให้คนที่ยโสโอหังอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกอย่างไรกัน?
นางจึงกลืนนํ้าลายอย่างสุดกำลังพูดอึกอักว่า “อย่างนั้น……ขอบคุณองค์ชายสามมากเพคะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่ใบหน้าของนางด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับคล้ายแสงตะวันที่สาดส่องไปบนผืนนํ้า
เปล่งประกายด้วยแสงสีทองของดวงอาทิตย์ภายใต้เงาสะท้อนของคลื่นและแสงแดด จากมุมที่ต้วนชิงหมิงมองสามารถ
เห็นจมูกเป็นสัน ริมฝีปากชมพูระเรื่อ มองเห็นทุกมุมอย่างเด่นชัดงดงามจนทำให้ใจเต้นระรัว
แน่นอนว่าเพียงองค์ชายสามพูดก็สามารถทำให้คนใจเต้น เคลิบเคลิ้มได้
องค์ชายสามทำทีกระแอมกระไอเลิกคิ้วสูงถามขึ้น “เหตุใดเจ้าไม่พูดว่าขอบคุณองค์ชายจอมฉวยโอกาสล่ะ?”
รู้ว่าองค์ชายบางท่านก็มีจิตใจคับแคบ เมื่อคิดได้ดังนั้น พลันเห็นใบหน้าของนางซีดขาวขึ้นมาอีกครารีบยิ้มอย่าง
ขวยเขิน “เหอะๆ……เมื่อครู่ต้วนชิงหมิงตกใจจนขวัญหนีดีฝั่อจึงไม่ทราบว่าองค์ชายสามมาช่วยชีวิตไว้เจ้าค่ะ!” ถ้ารู้ว่าคน
ที่ช่วยนางเป็นองค์ชายสามต่อให้จะกล้าสักเท่าไร ก็คงไม่กล้าเรียกว่าจอมฉวยโอกาส!
ภายใต้แสงตะวันที่งดงามนางแหงนหน้าใบน้อยเท่าฝั่ามือ มองยิ้มอย่างเอาอกเอาใจถ้าต้องการยิ้มเสแสร้งแค่ไหน
ก็มีเท่านั้น ถ้าต้องการบึ้งตึงแค่ไหน ก็มีให้เท่ากัน!
นางหน้านิ่วคิ้วเริ่มขมวดยิ้มจนเหนื่อยหอบ เหมือนลูกหมาที่น่าสงสารมองไปยังเหยียนหลิ่งอวี๋ ในใจแอบตำหนิตัว
เองเสียยกใหญ่ว่า ถ้ารู้ว่าคนที่ช่วยเป็นองค์ชายนางยอมที่ตกนํ้าตาย ถือซะว่าเป็นการแช่อ่างอาบนํ้าแล้วกันดีเสียกว่าจะ
ต้องมาปันยิ้มและเป็นหนี้บุญคุณกัน!
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่สายตากลับกลอกไปมาของนางก็รู้ว่านางไม่ได้คิดดีเป็นแน่ จึงเปลี่ยนสีหน้าค่อยๆ ก้าวไป
ด้านหน้าก้าวหนึ่งใช้นํ้าเสียงกัดฟันพูดกับนางว่า “ต้วนชิงหมิงเจ้ากล้าด่าข้าในใจหรือ? หรือจะให้ข้าโยนเจ้าลงไปในนํ้า
ใหม่อีกรอบดีเพื่อให้เจ้าได้ใส่ร้ายเชวียหนิงเชี่ยนอีกครั้ง?”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังจึงตกใจดวงตาเปิดกว้างเท่าจะมากได้ ใบหน้าถอดสีเป็นซีดเผือดราวกับหิมะขาวโพลน……เขามา
อ่านใจนางได้ยังไง? ไม่ว่านางคิดอะไรเขาล้วนรู้ทั้งหมด?
ผงะถอยหลังไปสองก้าวไม่มีวิธีรับมือ นางจึงมองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ พยักหน้าอยู่หลายที “ไม่เอา ข้าไม่อยากลง
ไปจับปลาอีก!”