การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 73 ความกลัดกลุ้มของเหยียนหลิ่งอวี๋
สีหน้าของนางทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋มีความสุขอย่างออกหน้าออกตาละม้ายกับคิดเรื่องน่าขันในอดีตขึ้นมาได้ผ่าน
ไปชั่วครู่ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะปล่อยต้วนชิงหมิงไปหมุนตัวทำท่าเดินจากไป……พริบตาเดียวก็หมุนตัวกลับมามอง
นางอีกรอบจนชุดขาวที่สวมอยู่สะบัดในอากาศงดงาม อีกฝั่ายที่กำลังจะรู้สึกผ่อนคลายกลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอีกครา
“ท่าน” นางเอ่ยเมื่อเห็นเขาหมุนตัวกลับมาทว่าเขาเพียงหัวเราะอย่างเปิดเผย “ต้วนชิงหมิงดีที่เจ้ายังรู้ตัว!” อันที่จริง
นางไม่อยากจะปรับตัวทำตามแต่ปัญหาคือนางจะกล้าหรือ
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจอย่างแผ่วเบา……“ท่าน” รีบไปเถอะตอนนี้ตัวนางรับความตกใจอื่นใดไม่ได้อีกแล้ว
ใครจะไปล่วงรู้ได้ว่าความคิดของนางกลับถูกเหยียนหลิ่งอวี๋รับรู้ได้ทั้งหมดเขาจึงหันหัวกลับมาอย่างเชื่องช้า พูด
อย่างมีเลศนัย
“ต้วนชิงหมิง ยังไง? เจ้ากำลังด่าข้าในใจอีกแล้วใช่หรือไม่?”
ครั้งนี้นางลำบากใจจนยิ้มไม่ออกทว่านางไม่กล้าอธิบายสิ่งใดต่อ ต้องรู้ว่าต่อหน้าเขาการอธิบายเป็นเหมือนการ
ปิดบังอำพรางเท่านั้น! นางจึงถือโอกาสก้มหัวลงและพูดอย่างไร้ความผิดไปว่า “องค์ชายสาม ต้วนชิงหมิงจะกล้าได้
อย่างไรเพคะ!”
ต่อให้จะด่าทอก็ไม่กล้าให้เขารู้หรอก!
เขามองไปที่นางปราดหนึ่งในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างหมดอารมณ์ “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่กล้า……ต้วนชิงหมิง เจ้าจงจำให้
ขึ้นใจต่อไปถ้าเจ้าไม่อยากยิ้มก็ไม่ต้องยิ้มและท่าทางเสแสร้งเช่นนี้ทำให้ใครดูกันหรือ?”
อีกฝั่ายไม่กล้าส่งเสียงใดตอบกลับไปนางก้มหัวจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียวจนกว่า
เงาของเหยียนหลิ่งอวี๋จะหายวับไป!
“คุณหนูต้วนเป็นอย่างไรบ้าง ยังเดินได้หรือไม่?” จู่ๆมีเงากระโดดลงมาจากต้นไม้จากด้านบนหัว เด็กสาวตกใจจน
แทบกระโดด ครั้นเงยหน้าขึ้นมาพบชายหนุ่มที่ดูสุภาพคนหนึ่งยื่นมือออกมาตรงหน้านาง “น้องสาวฟืนแล้วข้ากำลังตาม
หาพอดี เดินตามข้ามาแล้วกัน!”
ชายหนุ่มคนนั้นมีรอยยิ้มหวานประดับอยู่ที่ริมฝีปากดวงตาสดใสเป็นประกาย ราวกับมีพลังดึงดูดมหาศาล ถ้าได้
มองใหม่อีกครั้งอาจจะตกลงไปในคลื่นวังวนนํ้าลึกขึ้นมาไม่ได้เพราะจมูกที่เป็นสันสูงโด่ง คิ้วงามดังคันศร ดูท่าทางละม้าย
บัณฑิตที่ร่างกายอ่อนแอบอบบาง
นางสูดลมหายใจเข้าออกอย่างใจเย็น โชคดีว่าคนที่มาไม่ใช่เหยียนหลิ่งอวี๋แต่เป็นพี่ชายคนโตของเชวียหนิงหราน
เชวียจื่อซวน!
เชวียจื่อซวนและเชวียหนิงซวนสองพี่น้องที่คอยปกปั้องเชวียหนิงหราน ครั้นเห็นน้องสาวได้รับบาดเจ็บ จึงรีบวิ่ง
เข้าไปช่วย!พอดีกับที่เห็นต้วนชิงหมิงถูกน้องสาวต่างมารดาผลักตกนํ้าไปทว่าภายใต้วิกฤตเหตุการณ์นั้นเหยียนหลิ่งอวี๋
กลับแย่งที่จะช่วยนางและพานางขึ้นมาจากนํ้ามาไว้บนฝัง!
ต้วนชิงหมิงที่เพิ่งจะขยับลุกขึ้นยืนกลับล้มลงไปนั่งลงกับพื้นอีกครั้ง นางส่ายหน้าด้วยความรู้สึกเจ็บปวด “เท้าข้า
น่าจะพลิก……คงเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว!”
เชวียจื่อซวนย่นหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆ “ซานเต๋อ รีบนำเกี้ยวมารับเร็ว!”
ซานเต๋อที่เดินตามมาจากด้านหลังรีบขานรับเรียกเกี้ยวมารับอย่างรวดเร็วเชวียจื่อซวนก็ยื่นมือมาให้ต้วนชิงหมิ
งอีกครั้งพูดว่า “มา ข้าจะช่วยประคองเจ้าไปนั่งด้านนู้นสักครู่!”
เด็กสาวเห็นท่าทางตัวนางที่นั่งไม่เป็นท่าอยู่บนพื้นจึงพยักหน้าตอบรับและพูดด้วยเสียงอ่อนแรง “ขอบคุณพี่ชาย
เชวีย!”
เชวียจื่อซวนก้มหน้าลงไปบรรจบกับดวงตาใสวาววับเหมือนลูกตากวางคู่หนึ่ง ความบริสุทธิ์นั้นยังคงมองมาที่เขา
อยู่ใจของเขาจึงเต้นไม่เป็นจังหวะ เอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน “คุณหนูต้วนระวังหน่อยค่อยๆ เดินตามข้ามา!”
ต้วนชิงหมิงปวดจนหน้าบูดหน้าบึ้งค่อยๆ เดินตามเชวียจื่อซวนไปจนถึงโต๊ะหินและก่อนที่จะนั่งนางหยิบ
ผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดให้สะอาดสะอ้านจึงนั่งลงไม่นานก็เงยหน้า ยิ้มเล็กน้อยให้กับเขา
“พี่ชายเชวีย เป็นพี่ชายของเชวียหนิงหราน ก็เหมือนเป็นพี่ชายของชิงหมิงต่อไปพี่ก็เรียกเหมือนพี่สาวเชวียแล้ว
กัน เรียกข้าว่า ชิงหมิง”
เชวียจื่อซวนเป็นห่วงน้องสาวจนสีหน้าเป็นกังวลเมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดขึ้น จึงฝืนยิ้มออกมา “ชิงหมิงต้อง
ขอโทษด้วย ทำเรื่องขายขี้หน้าเสียแล้ว!”
อีกฝั่ายรู้ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรส่ายหน้าพูดอย่างจริงใจ “จวนไหนไม่มีเรื่องไม่เป็นเรื่องบ้างล่ะ?ไม่เป็นไร
หรอก!”
ทันเห็นอีกฝั่ายถอนหายใจเบาๆน้องสาวคนรองมีนิสัยแข็งกระด้าง ดังนั้นจึงไม่ได้รับการโปรดปรานจากท่านพ่อไม่
ว่าจะเมื่อไหร่ก็มักจะถูกพี่สาวน้องสาวของลูกอนุกลั่นแกล้งไม่น้อย! พวกเขาเห็นควรว่าถึงเวลาแล้วที่ไม่ควรให้เรื่องแบบนี้
เกิดขึ้นแต่ว่าเรื่องในจวนของบรรดาลูกสาว พวกเขาไม่อาจจะเข้ามายุ่มย่ามได้มาก
มาถึงตรงนี้เชวียจื่อซวนขึ้นพูดว่า “น้องสาวข้าไม่ค่อยจะมีเพื่อนปกตินางจะเป็นคนเงียบเก็บเนื้อเก็บตัว ถ้าต้วน
ชิงหมิงพอมีเวลาว่างก็มาอยู่เป็นเพื่อนน้องข้าบ่อยๆ เถอะ”
ในใจนางรู้สึกซาบซึ้งรีบตอบอย่างรวดเร็ว “ข้าก็ชอบพี่เชวียไม่น้อยวางใจได้ ข้าจะมาเยี่ยมนางบ่อยๆ!”
ระหว่างที่พูดนั้นเกี้ยวก็มาถึงเชวียจื่อซวนจึงหันไปประคองต้วนชิงหมิงขึ้นเกี้ยวจากนั้นกำชับให้ไปส่งนางที่ห้องเช
วียหนิงหราน!
เกี้ยวถูกยกไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเงาสีขาวที่เพิ่งก้าวเดินออกมามองใบหน้าคล้ายรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์
ค่อยๆก้าวเดินไปยังที่ต้วนชิงหมิงนั่งไปเมื่อครู่ ใช้มือทุบไปที่โต๊ะหินอย่างรุนแรงเอ่ยขึ้นอย่างโมโหโทโส “เจ้าทำเกิน
ไปแล้วเหตุใดถึงต้องยิ้มให้กับชายคนอื่นและยังเรียกว่าพี่ชาย……เจ้าปิดตาอยู่หรือไร?คนที่ช่วยชีวิตเจ้าไม่ใช่ข้าหรอก
หรือ?
เขาทุบและเตะไปที่โต๊ะหินตัวนั้นอีกครั้งระบายความโกรธในใจทุกอย่างดูรกหูรกตาไปเสียหมด พลางหรี่ตาลง
และรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก! คิดไม่ตกที่จิ้งจอกตัวน้อย เรียกเป็นพี่ชายไปหมดทุกคน? พอถึงตาเขาถ้าไม่หวาดกลัว ก็
แกล้งทำ จนดูเสแสร้งไปหมด! ยังไงกันเนี่ยหรือว่าเขารูปไม่งาม? โหดร้ายเกินไป? หรือเหมือนยักษ์เหมือนมาร?
สำหรับเรื่องนี้คงต้องหาเวลาเรียกตัวจิ้งจอกน้อยมาสอบสวนว่าจิตใจทำด้วยอะไรกันแน่!
“องค์ชายสาม พี่ชายของกระหม่อมให้กระหม่อมมาเรียนเชิญพระองค์พ่ะย่ะค่ะ!” เสียงเชวียหนิงซวนลอยมาแต่
ไกล
ตามไปที่ห้องโถงรับรอง? เป็นที่นั่นหรือ ที่จิ้งจอกน้อยของเขาจะจัดการเอาคืนคนพวกนั้น?
องค์ชายสามชอบดูวิธีการและท่าทางของนางเวลาเอาคืนคนทีละเรื่อง ทีละอย่างเป็นอย่างมากหวนนึกถึงเรื่อง
ราวที่เคยผ่านมาตอนนั้นดวงตาของนางจะเปล่งประกายละม้ายเพชรเม็ดงามยามต้องแสงไฟ
เหอะ!อย่างนั้นก็ได้ เขายอมรับว่าท่าทางตอนจัดการคนของต้วนชิงหมิง น่ารักมากกว่าตอนปกติธรรมดาเสียอีก!
เขาลุกขึ้นปัดเสื้อผ้าของตนทั้งๆ ที่ไม่ได้มีดินติดแม้แต่น้อย และขมวดคิ้วมองไปยังเชวียหนิงซวน “พี่ชายของเจ้า
อยู่ที่ไหน?”
“ห้องโถงรับรองพ่ะย่ะค่ะ!”
“คุณหนูต้วนก็อยู่ที่นั่นด้วยหรือ?” ตอนนี้เขาอยากจะเดินไปข้างหน้าเต็มทีแล้ว
“อยู่ที่ห้องน้องสาวกระผมพ่ะย่ะค่ะ!”
ฝีเท้าของเหยียนหลิงอวี๋ค่อยๆเดินเนิบนาบลง “เช่นนั้น พวกเราก็เดินช้าหน่อย!”
ถ้าจิ้งจอกน้อยไม่อยู่แล้วจะมีละครสนุกดูหรือ? เช่นนั้นแล้วเขาจะต้องไปให้ถึงที่นั่นให้พอดีกับเวลา!
ทางด้านเชวียหนิงซวนไม่เข้าใจองค์ชายสามเสียจริง ทำไมเดี๋ยวเดินเร็ว ทำไมเดี๋ยวเดินช้า!เขาทำได้เพียงพยักหน้า
รับหงึกหงัก “เช่นนั้นเชิญองค์ชายสามขอรับ”
…
ตอนที่ไห่ถังประคองต้วนชิงหมิงเข้ามาก็ตามเชวียหนิงหรานมาถึงด้านข้างห้องโถงรับแขกด้วยพลันได้ยินเชวียหนิง
เชี่ยนเอะอะโวยวาย แสดงอิทธิฤทธิ์เสียงดังสนั่น
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย? เป็นเพราะพี่สาวคนรองเกลียดพี่สาวคนโตจึงผลักพี่สาวคนโตลงไปในนํ้า แล้ว
ตัวนางก็พลัดตกลงไปด้วย!”
เชวียหนิงหรานได้ยินคำพูดนั้นพอดีความโมโหที่มีอยู่เดิมระเบิดปะทุขึ้นมาโกรธจนอยากพุ่งตัวเข้าไปจัดการทว่าต้
วนชิงหมิงมือไวรีบคว้านางเอาไว้ก่อน ถามขึ้นว่า
“พี่เชวีย ถ้าพี่ยังเชื่อใจข้าละก็อีกประเดี๋ยวข้าจะจัดการเรื่องทั้งหมดให้ ไม่ว่าข้าจะพูดอะไรพี่ก็รับให้หมด จำไว้ว่า
ต้องทำตัวน่าสงสารเข้าไว้!”
เชวียหนิงหรานขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแล้วหันตัวกลับไป ลูกสาวคนโตของภรรยาเอกถูกกลั่นแกล้งเป็นเรื่องที่
แย่อยู่มากตอนนี้จะให้ทำตัวน่าสงสารอีก เรื่องนี้เชวียหนิงหรานทำไม่ได้!
เห็นท่าทางอีกฝั่ายเป็นเช่นนั้นจึงทำหน้าบึ้งทะมึน “พี่ชอบทำท่าแบบนี้จึงโดนเอาเปรียบเสียทุกครั้งไป ครั้งนี้พี่
ต้องฟังข้าเข้าใจหรือไม่?”
แม้ต้วนชิงหมิงจะตัวเล็กกว่าเชวียหนิงหรานทว่าอารมณ์และท่าทางกลับโตกว่ามากเมื่อพูดออกมายิ่งทำให้เชวีย
หนิงหรานตกใจไม่น้อย!ครั้นเห็นใบหน้าเด็กสาวตรงหน้าบึ้งทะมึนพลางกดนํ้าเสียงตํ่านางจึงรีบเดินเข้าไปช่วยไห่ถังประ
คองต้วนชิงหมิง พูดวิงวอนอย่างน่าสงสารเวทนา
“ได้ พี่สาวจะเชื่อเจ้า!” เชวียหนิงหรานไม่ใช่คนที่ไร้ความรู้สึกและไม่ได้เป็นคนไม่มีเหตุผล แม้นางจะไม่ค่อย
เต็มอกเต็มใจทำเท่าไรแต่เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงตกนํ้าเกือบตาย กับเรื่องเท้าพลิกนางจึงไม่มีทางที่จะปฏิเสธต้วนชิงหมิง
ยิ่งไปกว่านั้นนางรู้ว่าต้วนชิงหมิงทำเพื่อนางทั้งยังต้องการช่วยนางระบายความโกรธในครั้งนี้
เด็กสาวเพ่งมองที่นางอย่างเย็นชาพร้อมกำชับกำชาอีกครั้ง “จำให้ดีอีกครู่เอาอารมณ์และท่าทางแบบนี้!”
เชวียหนิงหรานยู้ปากแม้นางจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่ก็พยักหน้าเป็นการตอบรับ!