การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 74 เชวียหย่งเฉียงคอยให้ท้าย
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปในห้องโถงรับรองจึงได้พบเชวียหย่งเฉียงที่นั่งรอเป็นประธานอยู่ที่นั่น
เชวียหย่งเฉียงปีนี้อายุราวสามสิบสอง สามสิบสาม เห็นถึงรูปร่างสูงใหญ่ และผิวพรรณขาวหมดจดใบหน้าหล่อ
เหลามีท่าทางความเป็นบัณฑิต มีเพียงดวงตาแสดงออกว่าเป็นคนมองการณ์ไกลเป็นขุนนางที่มีความปราดเปรื่องและ
ละเอียดรอบคอบ
เชวียหย่งเฉียงเป็นลูกชายคนที่สามของคุณปูั่เชวียจ้านพี่น้องสองคนแรกเสียชีวิตไปตั้งแต่อายุยังน้อยคุณปูั่จึงตั้ง
ชื่อลูกชายคนที่สามตามหมอดูว่า ‘หย่งเฉียง’เพื่อหวังว่าลูกชายคนนี้จะ ‘กล้าหาญและแข็งแกร่ง’ให้ตระกูลเชวียมีผู้
สืบทอดในรุ่นต่อไป
เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงรับรองในจวนเชวียมีกลิ่นหอมละมุนหนึ่งลอยมาปะทะที่หน้า ชุดเครื่องเรือนทำจากไม้
พะยูงชั้นดีเครื่องลายครามลายมังกรถูกประดับประดาตกแต่งไว้อย่างประณีตทำให้ภายในห้องโถงรับรองดูสบายตา ไม่
แข็งทื่อทว่าภายในห้องที่กว้างขวางเมื่อมีสิ่งเหล่านี้ประดับอยู่ จึงทำให้รู้สึกถึงความเป็นบัณฑิตอบอวลอยู่ภายในห้อง
ตรงกลางห้องโถงรับรองมีปั้ายที่ท่านปูั่เขียนห้อยระย้าลงมา ‘ไม่หลงใหลในลาภยศ มีจิตใจมุ่งมั่นก้าวไกล’ ซึ่งเป็น
คำสอนของท่านปูั่เพื่อยํ้าเตือนจิตใจไม่หลงใหลต่อลาภยศ ชื่อเสียง และเงินทองทั้งหลาย!
เด็กสาวกวาดสายตาไปยังผู้คนโดยรอบเห็นคนในห้องโถงไม่มากไม่น้อย
เชวียหย่งเฉียงนั่งตรงที่นั่งตรงตำแหน่งประธานกลางห้องทางด้านขวามือเป็นฮูหยินเชวียที่หน้าบึ้งตึงด้วยความ
โกรธทางด้านซ้ายมือมีหญิงสาวยืนถือผ้าเช็ดหน้าพลางก้มหน้าเช็ดนํ้าตาอยู่
จากที่ไกลๆมีเสียงออดอ้อนของหญิงที่กำลังเช็ดนํ้าตาไปพลาง ร้องไห้ไปพลาง “นายท่านต้องเป็นคนตัดสินให้
หนิงเชี่ยนปกติแล้วนางเป็นคนที่เชื่อฟังมากที่สุดจะผลักลูกสาวภรรยาเอกตกนํ้าอย่างไร้สาเหตุได้อย่างไร? เรื่องนี้ต้องมี
เงื่อนงำอะไรบางอย่างเป็นแน่เจ้าค่ะ……ไม่แน่ว่าคุณหนูรองทำเพื่อหวังใส่ร้ายหนิงเชี่ยนจึงเลือกใช้วิธีทรมานตัวเอง โดย
การผลักคุณหนูใหญ่ตกนํ้า!”
ได้ฟังนํ้าเสียงของสตรีนางนั้นที่ต้องการจะปกปั้องคุ้มครองนางจึงกล้าฟันธงว่าสตรีนางนี้ต้องเป็นซานอี๋เหนียงแห่ง
จวนเชวียเป็นแน่ซึ่งก็คือมารดาของเชวียหนิงเชี่ยน!
ต้วนชิงหมิงชะงักนิ่งมองซานอี๋เหนียงแห่งจวนเชวียด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึกจากนั้นดึงสายตากลับมา นางมองได้
แวบเดียวก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น!
ซานอี๋เหนียงในปีนี้อายุราวยี่สิบห้ายี่สิบหกปี บัดนี้ดวงตารื้นนํ้าตาแฝงแววชอกชํ้าทอประกายความหวังช่างน่า
สงสารเหลือเกิน!
เมื่อพิจารณารูปร่างหน้าตาของนางก็มีท่าทางอรชรเป็นอย่างมากเส้นผมที่รวบรัดเกล้ายกสูงด้านบนปักด้วยปิน
รูปหงส์สีเขียวหยกเผยให้เห็นดวงตาที่สดใสเปล่งประกายละม้ายเพิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแห่งการเริ่มต้นผิวพรรณละเอียด
ละมุนราวกับหยกขาวที่ส่องแสงออกมาริมฝีปากได้รูปเป็นกระจับสีแดงธรรมชาติราวกับลูกท้อ บนเรือนร่างของนางช่วง
บนใส่ชุดแขนยาวรัดรูปสีชมพูเหมยกุยฮวา ด้านล่างใส่กระโปรงลายดอกสีเขียวหยกที่เอวคาดด้วยผ้าขลิบสีทองผูกเป็นโบ
ใหญ่เผยให้เห็นรูปร่างท่าทางที่ยั่วยวนน่าดึงดูด
มิน่าเล่าเขาถึงได้หลงอี๋เหนียงคนนี้จนไปไหนไม่ได้! เด็กสาวได้แต่มองเชวียหย่งเฉียงด้วยสายตาเย็นชา!เขาไม่ได้โอ๋
นาง แต่กลับดุไปประโยคว่า “จะร้องอะไรกันถ้าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหนิงเชี่ยน ข้าก็จะไม่สนใจ!”
ฟังดูคล้ายเชื่อมั่นว่าเชวียหนิงเชี่ยนไม่เคยทำร้ายใครแน่นอน!
ซานอี๋เหนียงหยุดร้องไห้แทบจะทันทียังไม่ลืมปรายตามองไปที่เขา เอ่ยด้วยนํ้าเสียงออดอ้อน “ขอบคุณนาย
ท่าน!”
เพียงนางเอ่ยปากออกมาประโยคเดียวเชวียหย่งเฉียงก็ดูละม้ายใจอ่อนระทวยไปกว่าครึ่งทว่าสำหรับต้วนชิงหมิงก
ลับขนลุกซู่ไปทั้งตัวพลางมองไปที่เชวียหนิงหรานที่อยู่ด้านข้าง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาดูท่า
เล่ห์เหลี่ยมของซานอี๋เหนียงผู้นี้ไม่เบาทีเดียว
ทางด้านเชวียหนิงหรานเมื่อได้ยินคำพูดของซานอี๋เหนียงก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ……เคยเห็นแต่ว่า กลับถูกเป็นผิด
แต่ไม่ยักเคยเห็นคนกลับผิดเป็นถูกอย่างหน้าชื่นตาบานได้เช่นนี้นางโกรธจนเลือดขึ้นหน้าในใจอยากจะแก้ต่างให้ตนเอง
แต่กลับถูกต้วนชิงหมิงจับเอาไว้!
นางโกรธจนตัวสั่นเด็กสาวจึงพูดเสียงตํ่าคล้ายกระซิบกระซาบเบาหวิว “พี่เชวียถ้าพี่ออกไปพูดตอนนี้ จะเป็นการ
ยืนยันคำพูดของซานอี๋เหนียง เข้าใจหรือไม่?” คนฟังได้แต่กลั้นนํ้าตา พยักหน้ารับ!
ต้วนชิงหมิงจึงตบไปที่มือเบาๆ “พี่วางใจได้ มีข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไม่ทิ้งพี่แน่นอน!” เชวียหนิงหรานสงสัยอยู่ครู่จาก
นั้นจับไปที่มือต้วนชิงหมิงแน่นขึ้น……แนบแน่นขึ้น!
สถานการณ์ในตอนนี้ต้วนชิงหมิงจัดชุดให้เรียบโดยมีไห่ถังและเชวียหนิงหรานประคองก้าวข้ามประตูหน้าห้องโถง
รับรองเข้าไปและคุกเข่าลงคารวะเชวียหย่งเฉียง “ข้าน้อยต้วนชิงหมิงคารวะนายท่าน คารวะฮูหยินเชวีย!”
ผู้ที่นั่งเป็นประธานอยู่กลางห้องมองต้วนชิงหมิงด้วยสายตาแน่นิ่งไม่นานเขาก็ตกใจขึ้นมา จึงพูดเสียงแผ่วเบาว่า
“เจ้าเป็นลูกสาวท่านแม่ทัพต้วนเจิ้งใช่หรือไม่?เห็นเจ้าเดินไม่สะดวก รีบนั่งก่อนเถอะ!”
ต้วนชิงหมิงกล่าวขอบคุณอีกครั้งจึงยืดตัวขึ้น เดินไปนั่งด้านข้าง
เชวียหนิงหรานเดิมทีโกรธเคืองจนรนทนไม่ไหวแล้วทว่าตอนนี้เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมีใบหน้าที่นิ่งเรียบอย่างมาก
นางจึงเริ่มพะว้าพะวัง ไปยืนอยู่ด้านข้าง ไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมา
สายตาของเชวียหย่งเฉียงมองไปยังบุตรสาวคนรองที่ยืนอยู่ข้างต้วนชิงหมิงเขาใช้สายตาดุดันเหี้ยมโหดตำหนิเสียง
ลั่นอย่างรุนแรง “หนิงหราน ทำไมเจ้าถึงผลักพี่สาวคนโตตกนํ้า?”
เฮ้อ!ช่างโชคดีนักนะเรื่องของเชวียหนิงเชี่ยนผ่านไปแล้วกลายเป็นเรื่องเชวียหนิงหรานผลักเชวียหนิงโหรวตกนํ้า
แทน!
เด็กสาวได้แต่ส่ายหน้าไม่เข้าใจว่าใช้อะไรคิด ถึงได้กล่าวออกมาเช่นนั้นช่างไม่ต่างอะไรกับพวกสัตว์แม้แต่น้อย รับ
ฟังความข้างเดียวจากอี๋เหนียงก็ด่วนสรุปตำหนิลูกสาวภรรยาเอกอย่างเสียงดังโดยไม่ไว้หน้าฮูหยินและลูกภรรยาเอก
แม้แต่น้อยนิด มิน่าเล่าเชวียหนิงเชี่ยนถึงได้กล้ากลั่นแกล้งเชวียหนิงหรานโดยไม่สนใจสายตาใคร!
นางจับมือเชวียหนิงหรานไว้แน่นเพื่อแสดงว่าอย่าโต้ตอบหรือแก้ต่างใดๆ ต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแอไว้! ไม่คาดคิด
ว่าเมื่อนางเงยหน้ามองไปยังเชวียหนิงหราน ยังไม่ทันได้เอ่ยปากนํ้าตาของนางก็พรั่งพรูร่วงหล่นไปที่พื้นเรียบร้อยแล้ว……
เด็กสาวจึงหันกลับมาพร้อมกับเข้าใจความรู้สึกของเชวียหนิงหรานที่ถูกต่อว่าโดยเรื่องที่ไม่เป็นความจริงต่อหน้าคนอื่น
คล้ายรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างมาก
นางเป็นถึงลูกสาวภรรยาเอกจวนเชวียทว่ากลับถูกลูกอนุใส่ร้ายปั้ายสี และถูกท่านพ่อกล่าวต่อว่าในเรื่องที่ไม่เป็น
ความจริงต่อหน้าบ่าวรับใช้ ยิ่งไปกว่านั้นยังตำหนิเสียงดังลั่นต่อหน้าเพื่อนของนาง!
เมื่อเห็นเชวียหนิงหรานร้องไห้ร้องห่มเชวียหย่งเฉียงถึงกับตกตะลึง!
เป็นที่รู้กันว่าฮูหยินจวนเชวียเป็นคนที่นิสัยแข็งทื่อทั้งลูกสาวก็ไม่ต่างจากแม่ของนาง แต่เชวียหย่งเฉียงชอบคนที่
จิตใจดีมีเมตตาและอ่อนโยนเป็นกุลสตรีซึ่งนี่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้เชวียหนิงหรานและท่านแม่ของนางไม่ได้รับ
การโปรดปราน!
ฮูหยินเชวียพอเห็นลูกสาวร้องไห้ออกมาภายในใจร้อนรนไปหมด นางขยับตัวจะลุกขึ้น แต่เมื่อคิดว่าไม่เหมาะสม
จึงทรุดนั่งลงไปอย่างเดิมพูดอย่างร้อนใจ “หนิงหรานไม่ต้องร้องมีเรื่องอะไรรีบพูดออกมา ให้ท่านพ่อช่วยตัดสินให้!”
นางรักและทะนุถนอมเชวียหนิงหรานเป็นที่สุดทว่าตอนนี้นางไม่สามารถพูดปกปั้อง มิเช่นนั้นเชวียหย่งเฉียงจะไม่
พึงพอใจ!
ต้วนชิงหมิงมองอย่างทะลุปรุโปร่งเมื่อนางพูดออกมา เชวียหย่งเฉียงเริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดในขณะที่แววตาของซาน
อี๋เหนียงกลับเปล่งประกายเต็มเปียมด้วยความพอใจ
เห็นได้ว่าเชวียหย่งเฉียงมีอคติไม่น้อยกับสองแม่ลูกคู่นี้
สายตาของต้วนชิงหมิงมองกลับไปกลับมารู้ในใจเลยว่า ถ้าให้เชวียหนิงหรานแก้ต่างคงไม่ได้ผลแล้ว เรื่องนี้คงต้อง
เป็นนางต้องออกหน้าเป็นตัวตลกแล้ว……ทางด้านเชวียหนิงหรานที่กำลังจะเอ่ยปาก กลับถูกต้วนชิงหมิงบีบมือไว้แน่น
นางหัวเราะเสียงเบาพร้อมจับเก้าอี้ประคองตัวขึ้นยืนหันไปทำความเคารพเชวียหย่งเฉียงกับฮูหยินเชวียอีกครั้งจากนั้นพูด
ด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล “นายท่านเชวียฮูหยินเชวีย แม้ชิงหมิงจะเป็นคนนอก ทว่ากลับเห็นเรื่องทั้งหมดกับตาของ
ตัวเองตอนนี้ชิงหมิงอยากจะพูดสักสองประโยค แต่ไม่ทราบว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดีเจ้าค่ะ!”
นางกลับไม่กลัวจะล่วงเกินนายท่านเชวียอีกทั้งไม่อาจทนเห็นเชวียหนิงหรานถูกอี๋เหนียงและลูกอนุใจทรามคอย
กลั่นแกล้งได้!ทนนั่งดูเฉยไม่ได้จริงๆ!
เชวียหย่งเฉียงมองไปที่ต้วนชิงหมิงเห็นว่าเป็นสาวน้อยอายุแปดเก้าปีเท่านั้น กลับมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนและรู้จัก
มารยาทอีกทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ใบหน้าของนางอ่อนโยนและมีเสน่ห์มองดูแล้วเพลินตาเพลินใจมากกว่าเชวียหนิงหราน
สาวน้อยเช่นนี้ดูท่าทางจะได้รับความรักและเอ็นดูจากท่านพ่อได้ง่ายเขาเริ่มรู้สึกเสียดาย ทำไมลูกสาวของเขา ไม่มีนิสัย
น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนนาง!