การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 730 ความอ้างว้างของต้วนชิงหมิง
เนื่องจากต้วนชิงหมิงออกไปข้างนอกกับต้วนอวี้และหลิวยวน โดยไม่ได้พาบ่าวใช้ไปด้วยสักคนเดียว แม้แต่เซี่ยฉ่า
วเอ๋อร์ก็ถูกให้รออยู่หน้าลานจอดรถม้า ไม่ได้ติดตามเข้าไปด้วย จึงไม่มีทางที่นางจะรู้ได้ว่าต้วนชิงหมิงประสบพบเจอเรื่อง
ใดมาบ้าง
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงตกอยู่ในภวังค์แห่งความนึกคิด ด้วยใบหน้าที่ไม่ได้ยินดียินร้าย ทางด้านชิวหนิงจึงดึงแขนเซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์เดินออกไปข้างนอกโดยปิดประตูด้วยเสียงเงียบเชียบ
ภายในห้องเหลือเพียงต้วนชิงหมิงอยู่เพียงผู้เดียว นางเอาแต่มองดูมือที่มีผ้าพันแผลไว้อย่างใจลอย
ต้วนชิงหมิงรู้สึกเป็นห่วงเหยียนหลิ่งอวี๋ เพราะเหยียนหลิ่งอวี๋แม้จะเป็นคนที่น่ารังเกียจไปบ้าง แต่เขามิใช่คนที่จะ
ทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนที่เหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนชิงหมิงประสบภัยอยู่ด้วยกันนั้น เขาไม่ยอมทิ้งต้วนชิงหมิงไว้คนเดียว
แล้วหนีเอาตัวรอดไป
แต่ถ้าเขาหนีเอาตัวรอดไปนั้น อาจมีความเป็นไปได้สองกรณี กรณีแรกคือเหยียนหลิ่งอวี๋เจอภัยที่รุนแรงถึงชีวิตจึง
ต้องหนีไปก่อน โดยทิ้งต้วนชิงหมิงไว้เหลือไว้เพียงผู้เดียว กรณีที่สองคือเหยียนหลิ่งอวี๋มีภารกิจที่สำคัญที่สุดจึงต้องจากไป
ก่อน ทิ้งต้วนชิงหมิงให้หลับใหลโดยไม่ได้บอกกล่าว
แต่ไม่ว่าการคาดการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ย่อมมิอาจหยุดยั้งความเป็นห่วงในใจของนางได้เลย… การที่คนคน
หนึ่งทำอะไรที่ผิดแปลกวิสัย หากไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ต้วนชิงหมิงมิอาจวางใจลงได้
บัดนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋หายไปไม่ทิ้งร่องรอยข่าวคราวใดไว้ เช่นนั้น นางจะเริ่มตามหาเขาได้จากที่ไหน?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงพลอยถอนหายใจออกมา… เห้อ! เหยียนหลิ่งอวี๋! หากเจ้ามีภารกิจที่สำคัญต้องจาก
ไปก่อน อย่างน้อยก็ควรปลุกให้นางตื่น หรือไม่ก็บอกนางว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่มีผู้ใดทราบ แล้วอย่างนี้จะมิให้นางกังวลร้อนรนใจได้หรือ?
ต้วนชิงหมิงยกมือนวดขมับทั้งสองข้าง พลางยิ้มเจื๋อนๆ ออกมา
ช่วงนี้มีเรื่องที่เกินกำลังความสามารถของนางเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน จนนางมิได้พักหายใจหายคอ หาแผนการ
รับมือแก้ไขได้ทันท่วงที ในเวลานี้เหยียนหลิ่งอวี๋ก็หายตัวไปอีก ยิ่งทำให้นางเสียอาการจนทำอะไรไม่ถูก แม้แต่ต้วนางเอง
ยังมิรู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้จะทำเช่นไร
หลังจากต้วนชิงหมิงยกมือนวดขมับเรียบร้อย นางก็เอาหลังพิงกับพนักเก้าอี้ หลับตาลงอย่างอิดโรย
เหยียนหลิ่งอวี๋… หวังว่าเจ้าจะปลอดภัยมีสุข เรื่องอื่นไม่สำคัญกับข้าไปมากกว่านี้แล้ว
ต้วนชิงหมิงคาดคิดไม่ถึงว่า ระหว่างที่นางกำลังนึกเป็นห่วงเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างร้อนใจ คนคนนั้นที่นางนึกถึงเพิ่ง
ออกมาจากการประชุมราชสำนัก
เรื่องที่เกิดขึ้นในราชสำนักเมื่อครู่นี้ คือทุกคนต่างถกเถียงหารือกันอย่างจริงจัง ว่าองค์ชายท่านใดเหมาะสมที่จะ
แต่งกับองค์หญิงอวี้หลัว
ในเวลานี้ ทุกคนต่างคิดในใจไปในทางเดียวกัน นั่นคือผลักไสความขัดแย้งทั้งหมดให้ตกไปกับเหยียนหลิ่งอวี๋
ประหนึ่งการที่เขาแต่งกับองค์หญิงอวี้หลัว ย่อมสยบความขัดแย้งให้สิ้นลงได้
จักรพรรดิเซี่ยเหยียนก้มพระพักตร์จ้องเขม็งไปที่โอรสอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ไม่ยอมทำตามรับสั่ง เหยียนหลิ่งอวี๋ที่
ร่างกายซูบผอมยืนโซซัดโซเซอยู่ในท้องพระโรง
เมื่อเห็นโอรสขัดขืนคำสั่ง ฝั่าบาทเลือดเย็นที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มังกร กลับใช้เเววตาที่อ่อนโยนมองเขาเป็นครั้งแรก
พร้อมเอ่ยถามขึ้น “อวี๋เอ๋อร์ เรื่องนี้เจ้าคิดเห็นยังไง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พลันหัวเราะออกมาทันใด
เรื่องนี้จะให้เขาคิดเห็นอย่างไรได้เล่า
หากใครมองก็ดูออกกันทั้งนั้น องค์หญิงอวี้หลัวปักใจต้องแต่งกับเหยียนหลิ่งอวี๋ให้จงได้… หากเขายอมตกลง
แผนการที่ตระเตรียมไว้ขององค์หญิงอวี้หลัวและถ่าถูจะยุติลง แต่หากเหยียนหลิ่งอวี๋ปฏิเสธ พวกเขาจะทำทุกวิถีทางตาม
แผนให้องค์หญิงอวี้หลัวได้แต่งกับองค์ชายสาม
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยปฏิพัทธ์ต่อองค์หญิงอวี้หลัวแม้แต่น้อย เรื่องนี้ใครๆ ต่างประจักษ์ต่อใจดี ทว่างานแต่งของ
บรรดาองค์หญิงองค์ชายในราชวงศ์ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยสนใจว่าจะมีใจปฏิพัทธ์หรือไม่ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความ
ต้องการในการปกครองของฝั่าบาท
เพราะเกียรติยศและความสูงศักดิ์ล้วนย่อมแลกมากับความสุขสบายในชีวิต… การแต่งงาน ความรัก รวมไปถึง
ชีวิตล้วนเป็นของที่พวกเขาต้องแลกมา
เรื่องพวกนี้เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ดีอยู่แก่ใจ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ใยต้องดิ้นรนต่อสู้กับอำนาจที่สู้ไม่ได้ด้วยเล่า
เหยียนหลิ่งอวี๋นิ่งงันไปชั่วขณะทำให้ทุกคนใจคอไม่ดี
ขุนนางน้อยใจต่างรู้กันดีว่าองค์ชายสามเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ แม้จะเป็นชิ้นเดียวแต่แหลมคมยิ่งกว่าสรรพวุธ
ในกองทัพทั้งหมด
เหยียนหลิ่งอวี๋มิใช่คนยอมก้มหน้าให้กับโชคชะตา แต่เขากลับเป็นคนที่ดิ้นรนให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนา แม้ตัวตาย
ก็ไม่คิดเสียดาย
หากใครคิดไปล่วงเกินคนอย่างเขาย่อมอยู่ไม่เป็นสุข ทว่าหากไม่บีบบังคับให้แต่งกับองค์หญิงอวี้หลัว ละครฉากนี้
จะแสดงกันต่อได้อย่างไร
ในที่สุด ความอดทนอดกลั้นของจักรพรรดิเซี่ยเหยียนก็มาถึงจุดสิ้นสุด
ฝั่าบาทยอมถามเอาใจอยู่สักพักหนึ่งด้วยความใจอ่อนสงสาร แต่หลังจากนั้นความเหี้ยมโหดและเลือดเย็นของฝั่า
บาทพลันหวนกลับมาอย่างรวดเร็ว
ในราชวงศ์ต้าเซี่ยนั้น จักรพรรดิเซี่ยเหยียนสามารถกำหนดทิศทางความเป็นไปของแคว้น รวมไปถึงชีวิตของ
บรรดาองค์หญิงองค์ชายทั้งหลายได้เพียงไม่กี่คำ
ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิเซี่ยเหยียนจึงยืดตัวตรงขึ้น ยกมือขึ้นบีบหยกตรงที่วางแขนของเก้าอี้มังกร จากนั้นชายตามอง
ไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ พลางขยับพระโอษฐ์เปิดขึ้น
เหยียนหลิ่งอวี๋… ชีวิตของเจ้า อยู่ในกำมือข้า
จากนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ก้มหน้าก้มตาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยยิ้มจางๆ “เสด็จพ่อ หม่อมฉันคิดว่าอำนาจการตัดสิน
ใจมิได้ขึ้นอยู่กับหม่อมฉัน… ถ่าถูพาองค์หญิงอวี้หลัวเดินทางรอนแรมมาไกลจากแคว้นอื่น เพื่อหาคู่ครองไว้ฝากชีวิต ซึ่งดู
แล้วทั้งสองต่างมีใจปรารถนาอยากเชื่อมสัมพันธ์กับแคว้นต้าเซี่ยของเรา… การที่องค์หญิงอวี้หลัวมีใจปฏิพัทธ์หม่อมฉัน
ถือว่าเป็นเกียรติยิ่ง หม่มอฉันยินดีรับองค์หญิงอวี้หลัว เพียงแต่ว่า……”
คำพูดที่สาธยายมาด้านหน้า ทำให้ขุนนางจำนวนมากพลอยโล่งใจกันถ้วนหน้า
ดูท่าแล้ว หลังจากผ่านความเป็นความตายมา องค์ชายสามที่มิเคยยอมศิโรราบให้กับใครโดยง่าย ดูเข้าใจอะไร
มากขึ้นและคิดเพื่อแคว้นเป็นหลักนำหน้า… เรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์นี้ นับว่าเป็นไปได้ราบรื่น
ทว่าคำพูดสุดท้าย “เพียงแต่ว่า” ของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่หยุดลงไปนั้น กลับทำให้ทุกคนที่นั้นอกสั่นขวัญแขวนใน
ส่วนลึกของใจ แม้แต่จักรพพรดิเซี่ยเหยียนยังต้องเก็บอาการให้สำรวมมองไปยังโอรส ด้วยมิทราบว่าในหัวของเหยียน
หลิ่งอวี๋กำลังคิดอะไรอยู่
ไม่มีบิดาคนใดที่ไม่เข้าใจความคิดความอ่านของบุตรชายหรอก ต่อให้คนผู้นั้นจะเป็นฝั่าบาทที่ปกครองแคว้น
ก็ตาม
จักรพรรดิเซี่ยเหยียนรู้ชัดว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนดึงดันหัวแข็ง มิยอมเอนอ่อนผ่อนคลายโดยง่าย หากเรื่องใดที่
เขามิอยากทำ ต่อให้มีโทษถึงบั่นคอ สีหน้าก็ไม่แสดงความรู้สึกรักตัวกลัวตายแม้แต่น้อย
นับตั้งแต่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดทิ้งท้ายลากเสียงยาว จักรพรรดิเซี่ยเหยียนรู้อยู่ในพระทัยว่าโอรสต้องมีสิ่งที่ต้องพูดให้
กระจ่าง
จากนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋จึงพูดจากเมื่อครู่ว่า “เพียงแต่ว่าองค์หญิงอวี้หลัวเดินทางมาไกลจากแคว้นอื่น ย่อมไม่เคยมี
ปฏิสัมพันธ์คุ้นเคยกับหม่อมฉันมากนัก ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงความเข้าใจนิสัยใจคอ ที่สำคัญบุรุษที่เก่งกาจในต้าเซี่ยแห่งนี้มี
มากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้น หม่อมฉันคิดว่าก่อนที่เสด็จพ่อจะพระราชทานงานอภิเษก จะเป็นไปได้หรือไม่ที่รอเวลาสัก
ระยะหนึ่ง ข้อแรกเพื่อให้หม่อมฉันรู้จักเข้าใจองค์หญิงอวี้หลัวมากขึ้น ข้อสองให้โอกาสองค์หญิงอวี้หลัวได้รู้จักบุรุษที่มี
ความสามารถในต้าเซี่ย… หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป หากองค์หญิงยังมีใจให้หม่อมฉันอยู่ หม่อมฉันจะยอมรับนางเป็น
ชายาตามประเพณี มิทราบว่าเสด็จพ่อมีความคิดเห็นเป็นประการใดพ่ะย่ะค่ะ?”
คำพูดยืดยามของเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้คนครึ่งหนึ่งรอจะหัวเราะเยาะซํ้าเติม อีกครึ่งหนึ่งกลับร้อนรนใจแทนเขา
อำนาจในราชสำนักได้ถูกแบ่งไปแบ่งมา จนสุดท้ายขุนนางแบ่งได้ออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ ประกอบไปด้วย กลุ่มที่
ยังจงรักภักดีกับฝั่าบาท กลุ่มที่เข้ากับองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย กลุ่มที่เข้ากับองค์ชายสามเหยียนหลิ่งอวี๋ และกลุ่ม
เล็กกลุ่มน้อยที่ไม่ฝักใฝั่ฝั่ายใด