การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 731 ความลับในอดีต
ขุนนางใหญ่เหล่านี้ ไม่รวมถึงพวกที่ยังเฝั้าดูด้วยจุดประสงค์ที่ไม่แน่นอนอยู่ เพราะแต่ละคนมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน
มีความจงรักภักดี แล้วก็เดินตามหลังเจ้านายของพวกเขาไป ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมา
คนเหล่านี้ ได้ก่อตัวจนมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อถึงเวลาจำเป็น พวกเขายังสามารถเสียสละได้ทุกเมื่อ
ฝั่ายแรก คือขุนนางเก่าที่จงรักภักดีต่อจักรพรรดิ คนเหล่านี้มีแต่ความจงรักภักดีต่อจักรพรรดิที่อยู่เบื้องหน้า
เท่านั้น ไม่ว่าเรื่องอันใดพวกเขาจะคิดถึงผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก และไม่หวั่นไหวต่อผลประโยชน์ตนเองและ
ความรู้สึกส่วนตัว คนเหล่านี้ภักดีที่สุดต่อราชสำนัก และยอมรับจักรพรรดิได้ทุกอย่าง
ฝั่ายที่สองคือคนขององค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย
เพราะเบื้องหลังของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมีตระกูลของฮองเฮาหนุนหลังอยู่ ดังนั้น ย่อมมีอิทธิพลไม่น้อย แม้ว่าใน
หลายปีมานี้จักรพรรดิเซี่ยเหยียน ได้พยายามลดอิทธิพลของฝั่ายฮองเฮาลงก็ตาม แต่นํ้าแข็งที่ก่อตัวหนาแน่นนั้น มิได้ก่อ
ตัวจากความหนาวเพียงวันเดียว นอกจากนี้ฝั่ายตระกูลฮองเฮาเป็นฝั่ายเก่าเจ้าเล่ห์ไม่มีที่แล้ว ดังนั้นจักรพรรดิเซี่ยเหยียน
จึงทำได้เพียงห้ามใจและยับยั้งพระองค์เองเท่านั้น โดยไม่สามารถทำการเร่งรีบที่อาจเกิดผลเสียได้
คนพวกนี้ อยากให้เหยียนหลิ่งอวี๋และองค์หญิงอวี๋หลัวแต่งงานกัน
เพราะถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋แต่งงานกับเจ้าหญิงอวี๋หลัว ประการแรกมันจะขจัดความกังวลของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
ประการที่สองในประวัติศาสตร์ของแคว้นต้าเซี่ย ยังไม่เคยมีองค์ชายคนไหนแต่งงานกับองค์หญิงต่างอาณาจักร แล้วจะมี
โอกาสได้ขึ้นครองราชบัลลังก์
ดังนั้น เพียงแค่เหยียนหลิ่งอวี๋แต่งงานกับองค์หญิงอวี้หลัว เขาจะไม่มีโอกาสได้นั่งบัลลังก์อีกต่อไป
ฝั่ายที่สามเป็นฝั่ายสุดท้าย ต่างเป็นขุนนางที่จงรักษ์ภักดีของเหยียนหลิ่งอวี๋
ขุนนางเหล่านั้นที่ภักดีต่อเหยียนหลิ่งอวี๋ ย่อมไม่ยอมให้เขาแต่งงานกับสตรีที่จิตใจดูยากหยั่งถึง องค์หญิงต่างเมือง
ที่อาจจะกบฏได้ตลอดเวลาได้ สิ่งสำคัญไปกว่านั้น เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่พวกเขาตั้งใจสนับสนุน หากเขาแต่งงานกับเจ้า
หญิงอวี้หลัวแล้วล่ะก็ ไม่เพียงไร้อนาคตเท่านั้น แม้แต่วันข้างหน้าก็จะมีแต่ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้น
ตลอดของการประชุมเช้านี้ ทั้งสามฝั่ายมีการถกเถียงกันอย่างจริงจังว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ควรแต่งงานกับองค์หญิงอวี้
หลัวหรือไม่
ฝั่ายที่สนับสนุนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยคิดว่า ถ่าถูตั้งใจว่าจะดองญาติกับเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นแน่ ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของ
ทั้งสองแคว้น เหยียนหลิ่งอวี๋จึงควรยอมรับองค์หญิงอวี้หลัวอย่างเต็มใจ
ฝั่ายที่สนับสนุนเหยียนหลิ่งอวี๋คิดว่า หากแคว้นเขากับแคว้นเราดองกัน แน่นอนว่าต้องได้รับการพระราชทานงา
นภิเษกสมรสจากฝั่าบาทอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะให้อีกฝั่ายเป็นผู้ตัดสินใจไปมาหรอก มิเช่นนั้นก็เท่ากับให้อีกแคว้น
มายํ่ายีทำอะไรได้ตามอำเภอใจ
เรื่องเหล่านี้แน่นอนว่าพุ่งตรงมาที่เหยียนหลิ่งอวี๋ หากยึดเอาผลประโยชน์ของราชวงศ์เซี่ยเป็นหลัก พวกเหล่า
ขุนนางเก่าที่มีความจงรักภักดีย่อมเห็นด้วยกับความคิดของเหยียนหลิ่งอวี๋
ยังไม่ทันไร คำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่เพิ่งพูดออกไป เหล่าขุนนางที่จงรักภักดีต่างก็ชื่นชมการกระทำของเหยียน
หลิ่งอวี๋ แล้วพูดอย่างอ้อมค้อม การที่แคว้นอื่นอยากมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ควรมาจากการตัดสินพระทัยของฝั่าบาท
ไม่ใช่ว่าองค์หญิงเเคว้นนั้นแคว้นนี้อยากแต่งกับใครก็เลือกได้ตามอำเภอใจ กล่าวอีกนัยหนึ่งถ้าองค์หญิงต้องการเลือกชาว
บ้านตาสีตาสาสักคน ย่อมมิอาจเป็นตัวแทนของภาพลักษณ์แคว้นต้าเซี่ยได้
ขุนนางเพิ่งจะอ้าปากพูดไม่ทันไร ด้านฝั่ายของเหยียหลิ่งเจวี๋ยที่นั่งข้างเขาก็รีบลุกขึ้นทันที กล่าวว่าการแต่งงาน
เพื่อสร้างสัมพันธไมตรี ก็ควรมีความจริงใจ แน่นอนว่าชี้ใครก็ต้องเป็นคนนั้น อีกฝั่ายชอบพอองค์ชายสาม ดังนั้นต้าเซี่ยก็
ควรให้องค์ชายสามแต่งงานพ่ะย่ะค่ะ
เหล่าขุนนางต่างก็พูดจนปากคอแห้งกันไปหมด เหยียนหลิ่งอวี๋เจ้าของเรื่องนี้กลับเงียบสนิทดูสถานการณ์ แม้แต่
จักรพรรดิเซี่ยเหยียนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ก็นั่งอยู่เงียบๆ มิเปล่งวาจา
เมื่อทั้งสองฝั่ายถกเถียงกันได้สักพัก จักรพรรดิเซี่ยเหยียนจึงค่อยตรัสขึ้นว่า “เรื่องนี้ ให้ถือกำหนดไว้ที่หนึ่งเดือน
ถ้าหากว่าองค์หญิงอวี๋หลัวยังคงรักอวี๋เออร์อยู่ ข้าจะเป็นผู้พระราชทานราชงานภิเษกสมรสให้ด้วยตัวเอง ณ ท้องพระโรง
แห่งนี้”
การโต้เถียงตั้งแต่เช้านี้จบลงด้วยประโยคนี้ของจักรพรรดิเซี่ยเหยียนเพียงประโยคเดียว หลังจากเลิกประชุม
ขุนนางแต่ละฝั่ายต่างแยกย้ายกันกลับ เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้รับมือ ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋หลังจากเลิกประชุม
ก็ตรงไปคฤหาสน์ส่วนตัวนอกวังหลวง
เหยียนหลิ่งอวี๋รีบร้อนที่จะไปจนดูผิดปกติวิสัย ที่แท้เขาอยากไปพบกับใครบางคน
และคนคนนั้นก็คือ “อั้นเยวี่ย”
เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋มาถึงคฤหาสน์นอกวังหลวง อั้นเยวี่ยก็กำลังรอเขาอยู่แล้ว
ในเวลานี้ อั้นเยวี่ยไม่เหลือแม้แต่ภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนสุภาพเช่นตอนอยู่กับต้วนชิงหมิงอีกแล้ว เขานั่งบนเก้าอี้ไม้
โดยที่เท้าข้างหนึ่งพาดกับเก้าอี้ตัวเล็กกระดิกเท้าไปมา นั่งจิบชาทานผลไม้อย่างสบายอารมณ์
เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ก้าวข้ามประตูเข้ามา อั้นเยวี่ยเพียงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย โดยไม่คิดจะลุกขึ้นเพื่อต้อนรับให้
เกียรติ
เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋มาหยุดยืนตรงหน้าอั้นเยวี่ย เขาจ้องมองแล้วเอ่ยถามว่า “นางเป็นยังไงบ้าง?”
อั้นเยวี่ยกะพริบตาตอบว่า “นางคนไหน
ใบหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ถึงกับเปลี่ยนสี สตรีในใต้หน้ามีมากมายนับไม่ถ้วน แต่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เขาสนใจ
คนหนึ่งคือท่านแม่ที่ตายจากไปแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งคือ ต้วนชิงหมิงคนที่เขาทิ้งไว้นอกประตูเมืองหลวง
ทันทีที่อั้นเยวี่ยเห็นว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กำลังจะระเบิดอารมณ์ใส่ ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะคิกคักขึ้นมา “เห้ย… ข้าว่า
องค์ชายสามผู้สูงศักดิ์ ท่านคงไม่โมโหข้าเพียงเพราะสตรีงคนเดียวกระมัง”
อันที่จริง ชื่อของอั้นเยวี่ยมิได้ชื่อ “อั้นเยวี่ย” เขาชื่อ “ฉุนอวี๋เหลียง” ต่างหาก ท่านพ่อของฉุนอวี๋เหลียงเป็นพี่น้อง
กับเสนาบดีฉุนอวี๋อัน ทั้งสองพี่น้องนี้มาจากตระกูลขุนนางของวังหน้าเยี่ย มีสถานะสูงศักดิ์ หาที่เปรียบมิได้ แต่เมื่อพวก
เขาสองคนโตขึ้นลักษณะนิสัยของทั้งสองคนนี้ก็ไปคนละทิศคนละทาง
ฉุนอวี๋อันเข้าสู่การเมือง และค่อยๆ ก้าวทีละเล็กทีละน้อยสู่ตำแหน่งเสนาบดี
ส่วนฉุนอวี๋ติ้งเป็นท่านพ่อของฉุนอวี๋เหลียงกลับชอบการค้าขาย นอกจากนี้ยังมาถึงจุดที่รํ่ารวยมากพอที่จะแข่งกับ
คนได้ครึ่งเมือง
เดิมที สองพี่น้องนี้ต่างเดินตามทางของตนเอง ไม่มีอะไรที่ยุ่งเกี่ยวกันเลย แต่ว่าในงานเลี้ยงที่ไม่มีใครรู้ครั้งนั้น ฉุ
นอวี๋ติ้งได้เสียชีวิตลง ฉุนอวี๋อันเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด
ตั้งแต่นั้นมาความมั่งคั่งของครอบครัวฉุนอวี๋ติ้งก็กระจัดกระจายไป ครอบครัวถูกตามล่า ชีวิตมากกว่าสองร้อย
ชีวิตถูกฆ่าตาย เหลือเพียงฉุนอวี๋เหลียงคนเดียวเท่านั้น
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ช่วยชีวิตฉุนอวี๋เหลียงจากคมมีดของอีกฝั่าย หลังจากนั้น ได้สนับสนุนเขาทีละขั้นจนมาถึงทุกวัน
นี้
เดิมที ฉุนอวี๋เหลียงมุ่งมั่นที่จะล้างแค้นให้ท่านพ่อของเขา แต่เมื่อความจริงทั้งหมดปรากฏขึ้น ฉุนอวี๋เหลียงก็ไม่มี
ความกล้าพอที่จะล้างแค้นให้ท่านพ่อของเขาอีกต่อไป
ที่แท้ ท่านพ่อของเขาสมรู้ร่วมคิดกับผู้อื่นเพื่อลอบสังหารฉุนอวี๋อัน แต่โชคไม่เข้าข้าง ตัวเขาเองจึงต้องจบชีวิตลง
จากนั้น พวกคนที่ฉุนอวี๋ติ้งสมรู้ร่วมคิดนั้น เพื่อระบายโกรธที่พวกเขามีจึงได้ฆ่าคนของฉุนอวี๋ติ้งจนหมดสิ้น และยัง
ประกาศว่าจะไม่ปล่อยไว้แม้แต่คนเดียว ดังนั้นคนหลายร้อยชีวิตจึงถูกฆ่าตายไปกว่าครึ่ง
หากไร้ความปรารถนาที่จะแก้แค้น ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีเปั้าหมายในการมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก ประจวบกับมี
เหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่ง ที่เหยียนหลิ่งอวี๋ตกอยู่ในอันตราย เขาได้รับการช่วยเหลือจากฉุนอวี๋เหลียงซึ่งผ่านมาพอดี เมื่อเห็น
สภาพของฉุนอวี๋เหลียงแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ตื่นตกใจขึ้นมาจากฝัน ตั้งแต่นั้นมาฉุนอวี๋เหลียงก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอั้นเยวี่ย
และเขาก็ปรากฏตัวขึ้นในฐานะสหายคนสนิทของเหยียนหลิ่งอวี๋ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองติดต่อกันอย่างลับๆ มาตลอดโดย
ไม่ค่อยได้พบหน้ากัน แต่คราวนี้เองที่เหยียนหลิ่งอวี๋มีภัยถึงชีวิต จึงให้ฉุนอวี๋เหลียงกลับเมืองหลวงเพื่อช่วยเหลือเขาอีก
แรง
เพราะว่าอั้นเยวี่ยไม่เคยถือว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นเจ้านาย เช่นเดียวกันเหยียนหลิ่งอวี๋ก็มิได้คิดว่าอั้นเยวี่ยเป็นลูก
น้อง แต่ครั้งนี้ครั้งเดียวที่เกี่ยวโยงไปถึงต้วนชิงหมิง ท่าทางของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
เหยียนหลิ่งอวี๋ดูท่าทางของอั้นเยวี่ย ราวกับว่าเขากำลังขบฟันวางแผนบางอย่างอยู่
อั้นเยวี่ยกำลังชื่นชมท่าทางรำคาญและโกรธเคืองของเหยียนหลิ่งอวี๋… มันช่างไม่ง่ายดายเลย ที่จะทำให้องค์ชาย
สามที่อายุสิบกว่าปี แต่ความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่ ตั้งขบฟันจับจ้องมาที่เขา ด้วยเหตุนี้มีหรือที่อั้นเยวี่ยจะไม่ตื่นตาตื่น
ใจ
อย่างไรก็ตาม ความตื่นเต้นของอั้นเยวี่ยก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะจู่ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋พูดเบาๆ ขึ้นมาทันที “องค์หญิงอ
วี๋หลัเดินทางมาเมืองหลวงแล้ว นางเลือกข้าด้วยต้องการเป็นภรรยา ข้ากำลังคิดอยู่ หากเจ้าว่างไม่มีอะไรทำ งานนี้ยกให้
เจ้ามารับผิดชอบแทนข้าสักหน่อยดีหรือไม่?”
คำพูดเพียงประโยคเดียว เป็นเหมือนคำขู่ที่ทรงพลังมากกว่าสิ่งใดทั้งปวง
ทันใดนั้นใบหน้าของอั้นเยวี่ยดูแทบไม่ได้เลย เขารีบโบกมือและส่ายหัวไม่หยุด : “ไม่……ไม่เอาดีกว่า องค์ชายสาม
ท่านก็รู้ดีอยู่แล้ว องค์หญิงอวี๋หลัวนั้นยากที่จะรับมือ ดังนั้น เจ้าเก็บไว้เสพสุขเองดีกว่า…”
เมื่อครั้งที่อั้นเยวี่ยออกเดินทาง บังเอิญได้พบองค์หญิงอวี๋หลัวเข้า สตรีที่อัธยาศัยดีนั้นเมื่อเห็นเขาก็กระตือรือร้น
ราวกับไฟที่ลุกอย่างร้อนแรง จนกระทั่งอั้นเยวี่ยเอาไม่อยู่ จึงต้องหนีเอาชีวิตรอด บัดนี้ ทันทีที่ได้ยินว่าองค์หญิงอวี๋หลัว
เริ่มเกาะแกะติดหนึบเหยียนหลิ่งอวี๋ อั้นเยวี่ยเจ้าซื่อบื้อนี้ถึงยอมเล่าเรื่องที่พบเจอออกมา