การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 733 เรื่องดีกำลังใกล้เข้ามา
ในระหว่างการสนทนา เยวี่ยซิ่วได้ยกนํ้าชาและขนมว่างออกมาแล้ว
ขนาดที่ไอความร้อนของนํ้าชาและกลิ่นหอมของขนมค่อยๆ กระจายไปทั่วห้อง คำพูดของต้วนอวี้หรานได้ดังขึ้น
มาอีกครั้ง
ได้ยินเพียงแค่เสียงเบาของนางดังขึ้นเท่านั้น “อั๊ยย่ะ ถ้าการพระราชทานแต่งงานครั้งนี้ตรงกับในวันที่ท่านพ่อแต่ง
ภรรยาใหม่ พวกเจ้าว่าไหม มันจะครึกครื้นมากสักแค่ไหนกัน
ไม่เพียงครึกครื้นเท่านั้น ยังตื่นเต้นตกใจจนอยากเห็นกับตา
เยวี่ยซิ่วเพิ่งเดินกลับมาไม่นาน จึงไม่เข้าใจสิ่งที่ต้วนอวี้หรานกำลังพูดถึง นางมองไปที่เยวี่ยหวาด้วยความอยากรู้
แต่อีกฝั่ายกลับก้มหน้าลง แอบชำเลืองตามองเป็นการบอกให้ทำน้าที่ตนเองให้ดีอย่าได้ยุ่งกับเรื่องนี้
เยวี่ยหวาชำเลืองมองและอดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นใส่เยวี่ยซิ่ว
ต้วนอวี้หรานนั่งอยู่คนเดียวในศาลาเป็นเวลานาน เห็นว่าเวลาอาหารกลางวันกำลังจะมาถึง นางถึงบิดเอวเบาๆ
ไปมา เมื่อเยวี่ยหวาและเยวี่ยซิ่วคิดว่าคุณหนูรองจะไปรับประทานอาหารกลางวัน กลับได้ยินเพียงต้วนอวี้หรานพูดแผ่ว
เบาว่า “ไปกันเถอะ พวกเราออกไปข้างนอก!”
ออกไปข้างนอก?
ตอนนี้หรือ?
ตอนนี้ได้เวลาทานอาหารกลางวันแล้ว ออกไปตอนนี้ จะไม่หิวจนท้องร้องอย่างนั้นหรือ?
เยวี่ยหวาและเยวี่ยซิ่วมองหน้ากัน จากนั้น พวกนางก็ตอบอย่างพร้อมเพรียงกันว่า “เจ้าค่ะ!”
กล่าวได้ว่า ไม่มีใครกล้าปฏิเสธการตัดสินใจของต้วนอวี้หราน และไม่มีบ่าวใช้คนไหนกล้าตั้งคำถามกับคำพูดของ
ต้วนอวี้หราน แม้ว่าบ่าวใช้สองคนนี้จะหิวโหยอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธการตัดสินใจของต้วนอวี้หรานที่จะ
ออกจากจวน
เมื่อต้วนอวี้หรานหมุนตัวที่จะลงจากศาลา นางเหลือบมองบ่าวใช้สองคนที่กำลังติดตามนางอยู่ ทันใดนั้นนางก็
เหลือบมองขนมที่ยังไม่ได้ถูกแตะต้อง จึงถามเสียงเรียบ “นำขนมเหล่านี้ไปด้วย ประเดี๋ยวพวกเจ้าจะได้เอาไว้กินรอง
ท้อง!”
เมื่อได้ยินคำพูดของต้วนอวี้หราน เยวี่ยซิ่วก็อดไม่ได้ที่จะดีใจ นางรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา ห่อขนมโดยไม่สนว่า
มันจะมันเยิ้มหรือไม่ แล้วนำติดตัว เดินตามต้วนอวี้หรานออกไปนอกจวน
เยวี่ยหวาได้เดินนำไปก่อนเพื่อไปเตรียมรถม้า ดังนั้นข้างกายของต้วนอวี้หรานจึงมีเพียงเยวี่ยซิ่วคอยรับใช้เท่านั้น
ต้วนอวี้หรานเหล่ตามองสีหน้าของเยวี่ยซิ่วที่มีความสุขด้วยสายตาเย็นชา อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดูถูกในใจ… บ่าวใช้ที่ไม่เคย
เห็นโลกภายนอกมาก่อน แค่ขนมเพียงไม่กี่ชิ้น กลับมีความสุขได้ขนาดนี้
เหอะ เหอะ! วิธีนี้เป็นวิธีที่ต้วนอวี้หรานได้ฝึกมาจากต้วนชิงหมิงเพื่อเป็นแผนซื้อใจคน
ไม่ว่าขนมหรืออาหารอะไรก็ตามแต่ที่ผ่านเข้าไปในเรือนของต้วนชิงหมิง หากนางทานไม่หมดมักแบ่งปันให้บ่าวใช้
ในเรือนจนอิ่มหมีพีมันกัน
ต้วนอวี้หรานไม่รู้ว่าเสียเปรียบต้วนชิงหมิงไปเท่าไรแล้ว เมื่อนางเห็นต้วนชิงหมิงมีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่ม
เลียนแบบต้วนชิงหมิงให้มากที่สุด ไม่ว่าเมื่อก่อนต้วนอวี้หรานจะเคยดูถูกหรือดูหมิ่นเพียงใด นางเริ่มเลียนแบบต้วนชิงห
มิงทีละอย่าง ด้วยเชื่อมั่นว่าการเข้าใจความคิดความอ่านของศัตรู ถึงสามารถรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
ไม่นานนักเยวี่ยหวาก็กลับมา บอกต้วนอวี้หรานว่า รถม้าถูกเตรียมเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังรออยู่นอกประตูจวน
ต้วนอวี้หรานได้ยินแล้ว ก็หันตัวเดินไป ในขณะที่นางยกเท้าขึ้น เยวี่ยซิ่วก็ชายตามองไปที่เยวี่ยหวา แล้วชี้ที่ผ้าห่อ
ขนม ที่นั้นมีห่อผ้าโปั่งโปั่งห่อหนึ่ง มีกลิ่นหอมของขนมโชยออกมา เยวี่ยซิ่วจึงกระซิบว่า “คุณหนูให้ขนมเหล่านี้แก่พวก
เรา!”
เยวี่ยหวามองไปที่ต้วนอวี้หรานด้วยความประหลาดใจ เห็นเพียงแผ่นหลังของนางที่ยืนตรงราวกับว่าไม่ได้ยินเสียง
กระซิบที่อยู่ข้างหลังนาง
เยวี่ยหวามองไปที่เยวี่ยซิ่ว พูดว่า “แล้วเจ้าขอบคุณคุณหนูแล้วหรือยังละ?”
เยวี่ยซิ่วพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณแล้วน่ะสิ”
ในสายตาของเยวี่ยหวาสัมผัสถึงความคิดลึกลับ… ต้วนอวี้หรานทำไมถึงเริ่มคำนึงถึงความรู้สึกของบ่าวใช้ และยัง
ให้รางวัลขนมกับพวกนางกินทุกคนต่างรู้กันดีว่า เมื่อก่อนไม่ว่าต้วนอวี้หรานจะกินของเหลือเท่าไร จะมีเพียงคำสั่งเดียว
เท่านั้นคือ “นำไปเททิ้งซะ!”
แต่บัดนี้ ถ้าหากไม่เห็นกับตา เยวี่ยหวาคงคิดว่าได้หูแว่วไป
ถ้าบอกว่าต้วนอวี้หรานใจดี แน่นอนว่าเยวี่ยหวาไม่เชื่อแน่นอน
แต่ทำไมจู่ๆ ต้วนอวี้หรานถึงได้แสดงความเห็นอกเห็นใจ สิ่งนี้เยวี่ยหวาก็ยังไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่คุณหนูให้ก็คือของ
รางวัล เจ้าต้องรีบขอบคุณในทันที
หลังต้วนอวี้หรานออกจากจวน เยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่วก็เดินตามไปด้วย ไม่มีใครเห็นว่าในศาลาที่ต้วนอวี้หรานนั่ง
เมื่อครู่ ได้มีสิ่งของบางอย่างหล่นไว้
ที่จริงสิ่งของนั้นก็ไม่ใช่ของลํ้าค่าอะไร เป็นเพียงจดหมายซองสีชมพู ซึ่งปิดผนึกอย่างแน่นหนาด้วยตราประทับที่
สวยงาม แลดูเหมือนเป็นจดหมายที่ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นคนเขียนมันออกมา
จดหมายฉบับนั้นตกหล่นโดยที่ต้วนอวี้หรานไม่รู้ตัว เมื่อถูกลมพัด มันก็ปลิวเข้าไปใต้เก้าอี้หิน จากนั้นปลิวพลิกไป
พลิกมาจนอยู่ซอกหินเล็กๆ ในสวนดอกไม้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด บนทางหินนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงเหยียบยํ่าเท้าเดินมาอย่างเร่งรีบ จากนั้นมีคนเดิน
เหยียบลงบนซองจดหมายนั้นเข้า จนส่งเสียงร้องประหลาดใจออกมา นางจากยื่นมือขาวๆ เล็กๆ ก้มลงหยิบมันขึ้นมาว
พลิกไปพลิกมา ก่อนจะเก็บเข้าเสื้อแล้วเดินต่อไป
บรรยากาศรอบๆ ศาลาสงบเงียบงันอีกครั้ง ราวกับว่าไม่มีใครเคยผ่านมาที่นี่เลย และไม่เคยมีใครทำอะไรตกหล่น
เอาไว้
แต่ว่าจดหมายสีชมพูซองนั้น จากที่นี่ไปแล้ว ไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ควรเห็นมันเข้าแล้ว ต่อจากนี้ จะเกิดเรื่อง
อะไรขึ้นอีก!
งานแต่งของตู้ชิงหรวนและต้วนเจิ้งถูกกำหนดไว้ในวันที่สิบเดือนเจ็ด
เพราะแม่หมอที่มีหน้าที่ผูกดวงชะตาบอกว่า วันนั้นเป็นวันมงคลที่หายากของเดือน จึงเหมาะสมที่จะแต่งงาน
ออกเรือนยิ่งนัก
วันนี้เป็นวันที่ยี่สิบห้าเดือนหกพอดี ดังนั้นหากนับตามนี้ อีกไม่กี่วัน ต้วนชิงหมิงก็จะยิ่งยุ่งมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก
นางช่วยชุนถามเตรียมข้าวของที่จำเป็นทุกอย่าง และเตรียมของขวัญของนางกับต้วนอวี้คนละชิ้นอย่างอลังการ ขณะ
เดียวกัน ต้วนชิงหมิงได้ให้คนส่งจดหมายไปแจ้งให้ต้วนอวี้ทราบ โดยให้กลับมาก่อนวันที่สิบเดือนเจ็ด เพราะว่าในวันนั้น
เป็นวันแต่งงานของต้วนเจิ้งกับท่านปั้าตู้
ในช่วงระยะนี้ ต้วนชิงหมิงก็มักไปหาตู้ชิงหรวนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว บนใบหน้าที่ซูบซีดของนางกลับมีนํ้ามีนวล
สดใสขึ้นมาอีกครั้ง
ตู้ชิงหรวนยังคงขอคำแนะนำจากต้วนชิงหมิงไม่หยุด เมื่อมองดูแล้ว นางเหมือนหญิงสาววัยแรกแย้มที่รอคอยแต่ง
กับชายหนุ่มที่หลงรัก
ต้วนชิงหมิงเห็นสภาพของตู้ชิงหรวนก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับต้วนชิงหมิงแล้ว ไม่ว่าต่อ
ไปนางจะแต่งงานไปที่ไหนก็ตาม จวนต้วนก็เป็นบ้านเกิดและที่คอยสนับสนุนนางอยู่เสมอ ดังนั้นต้วนชิงหมิงหวังว่าตู้ชิงห
รวนและต้วนเจิ้งจะอยู่ด้วยกันไปตลอด ตอนนี้ ความปรารถนาก็ใกล้สมหวังแล้ว นอกจากต้วนชิงหมิงจะยินดีกับต้วนเจิ้ง
แล้ว ยังดีใจแทนต้วนอวี้อีกด้วย
เพราะในใต้หล้าแห่งนี้ยกเว้นติงโหรว คงมีเพียงตู้ชิงหรวนเท่านั้นที่ยอมรับต้วนอวี้และนางจากใจจริงแท้แม้ว่า
เหตุผลในการยอมรับของนางจะเป็นเพียงการทำตามสัญญาของนางที่ให้ไว้กับติงโหรว
ต้วนชิงหมิงจับมือของตู้ชิงหรวนและถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ในครั้งนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะการแกล้งตายของตู้ชิง
หรวน ต้วนชิงหมิงคงไม่เข้าใจความคิดของนางและคงไม่ยอมให้ตู้ชิงหรวนแต่งกับต้วนเจิ้งรวดเร็วเช่นนี้ ตอนนี้ เรื่อง
ทั้งหมดกำลังจะสงบลง ในใจของต้วนชิงหมิง นอกจากวางใจแล้ว ที่เหลือคงแอบมีความรู้สึกเศร้าสร้อยแฝงอยู่ภายใน
นับตั้งแต่วันนั้นต้วนชิงหมิงไม่เคยเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋อีก มีเพียงข่าวลือเกี่ยวกับเขาที่แพร่สะพัดอย่างต่อเนื่อง
เท่านั้น สำหรับต้วนชิงหมิงแล้วอข่าวลือเหล่านั้นเหมือนเป็นมีดดาบที่คอยทิ่มแทงใจจนมิอาจสุขได้อีก
สิ่งแรกที่ลือออกมาคือคำกล่าวอ้างขององค์หญิงอวี๋หลัวว่า ถ้าไม่ใช่เหยียนหลิ่งอวี๋จะไม่แต่งงาน ดูเหมือนว่าเขาจะ
ไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยิ่งไปกว่านั้นหลายคนเห็นว่าองค์หญิงอวี๋หลัวไปเป็นแขกผู้มาเยือนเรือนของเหยียนหลิ่งอวี๋
เป็นประจำในช่วงนี้ นอกจากนี้ นางยังมีหน้าตาเบิกบานตอนเข้าออกเรือนแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องให้องครักษ์ไปรายงานอีก
นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับต้วนอวี้หรานขึ้นอีก
มีข่าวลือว่าองค์ชายเหยียนหลิ่งเจวี๋ยผู้สูงศักดิ์
ไม่รู้เหตุใดจึงได้ถูกใจต้วนอวี้หรานบุตรสาวอนุแห่งจวนต้วน ไม่เพียงให้สัญญากับนางเท่านั้น ยังบอกว่าในไม่ช้า
เขาจะให้ฝั่าบาทพระราชทานงานอภิเษกให้อีกด้วย แต่ต้วนอวี้หรานเป็นเพียงบุตรสาวลูกอนุอย่างมากก็เป็นได้เพียงชายา
รองเท่านั้น