การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 734 เหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาแล้ว?
แม้จะเป็นชายยารอง ทว่าความสูงศักดิ์ที่จะได้ก็เทียบกับคนในราชวงศ์คนหนึ่งเลย
ถึงแม้จะเป็นชายารองแต่ก็สูงศักดิ์กว่าบรรดาคุณหนูชั้นสูงระดับหนึ่ง พูดได้ว่านั่นเป็นยศศักดิ์ที่บุตรสาวลูกอนุ ที่
มีบิดาเป็นขุนนางระดับกลางยากจะได้รับ
เรื่องนี้คนในจวนต้วนต่างพูดกันไปต่างๆ นานา มีเพียงต้วนชิงหมิงเท่านั้นที่เหมือนไม่เคยได้ยินมาก่อน
ในช่วงนี้ต้วนชิงหมิงพยายามทำตัวให้ยุ่งเป็นอย่างมาก เพื่อจะได้ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องข่าวลือเหล่านั้น
นับตั้งแต่สันนั้นเป็นต้นมา เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ไม่มีข่าวคราวกลับมาอีกเลย ราวกับการตามติดของเขา การกลั่นแกล้ง
ของเขาไม่เคยเกิดขึ้น จนถึงทุกวันนี้นางรู้สึกว่าไม่ว่าจะไปเที่ยวเล่นที่ตลาด หรือในความฝันยามคํ่าคืน ก็ไม่ปรากฏว่าเขา
มาหาเลย
นับวันยิ่งใกล้งานมงคลแล้ว ต้วนชิงหมิงก็ยิ่งตื่นเต้นและยุ่งกับการเตรียมงาน กระทั่งร่างกายซูบผอมซีดเซียว
บ่อยครั้งที่นางมักนั่งเหม่อลอยโดยไม่รู้ว่าคิดอะไร
คํ่าคืนในฤดูร้อนอากาศเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าภายในห้องของต้วนชิงหมิงจะมีนํ้าแข็งก้อนใหญ่ แต่นางกลับรู้สึก
ร้อนรุ่มใจอย่างบอกไม่ถูก
ในคํ่าคืนนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มีหน้าที่นอนเฝั้าคุณหนู นางรู้สึกได้ว่าต้วนชิงหมิงที่นอนอยู่ด้านในมุ้งกำลังพลิกไปมาอย่าง
ไม่เป็นสุข จึงลุกขึ้นมาดูพบว่าคุณหนูนอนไม่หลับจึงพูดคุยเป็นเพื่อน
ต้วนชิงหมิงใช้ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบมาช่วยนางเปลี่ยนชุด เพื่อจะออกไปเดินเล่นนอกห้อง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงชำเลืองมองออกไปด้านนอก พบจันทราเปล่งแสงสว่างขาวโพลนไปทั่วท้องนภา นายบ่าวคู่นี้จึง
ค่อยๆ เดินออกไปนอกห้องอย่างเงียบเชียบ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ประคองต้วนชิงหมิงไปนั่งเก้าอี้หินที่วางอยู่ในสวนของเรือน
สายลมที่หนาวเย็นพัดปะทะใบหน้าจนผมของทั้งสองคนพริ้วไหวไปมา ความเย็นจากสายลมย่อมดีกว่านํ้าแข็งที่
วางในห้องยิ่งนัก ต้วนชิงหมิงนั่งครุ่นคิดบางอย่าง สุดท้ายก็ถอนหายใจเบาๆ ออกมา
ในมือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถือพัดเอาคอยปัดเปั่ามิให้มียุงหรือแมลงเข้ามาไต่ตอมหรือกัดคุณหนู
ความเย็นสบายนอกห้องทำให้ความร้อนรุ่มในใจผ่อนคลายลงได้ จนต้วนชิงหมิงเริ่มเกิดง่วงหงาวหาวนอนขึ้นมา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองไปดูต้วนชิงหมิงฟุบหลับลงไปบนโต๊ะ พร้อมกับพัดไล่ยุงแมลงไปในเวลาเดียวกัน
ท่าทางของต้วนชิงหมิงทำให้บ่าวใช้อย่างเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เติบโตมาด้วยกันเกิดความรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก… ความ
ห่วงใยของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มิได้ขึ้นอยู่กับการที่ต้วนชิงหมิงลงโทษมากน้อย แต่เป็นเพราะเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มิอาจยื่นมือเข้าช่วย
อะไรได้เลยต่างหาก
ต้วนชิงหมิงชอบพอเหยียนหลิ่งอวี๋ เรื่องนี้บ่าวใช้ข้างกายนางย่อมรู้กันทุกคน
ช่วงก่อนที่ผ่านมา เหยียนหลิ่งอวี๋ได้หายตัวไป แต่หลังจากที่เขากลับมาแล้ว เอาแต่ยุ่งอยู่กับการแต่งงานระหว่าง
เขากับองค์หญิงอวี้หลัว เรื่องนี้แม้ต้วนชิงหมิงจะไม่พูดออกมา แต่เมื่อได้ยินได้ฟังต้องเสียใจเป็นธรรมดา เมื่อนางเกิด
เสียใจขึ้นมา บ่าวใช้ข้างกายย่อมพลอยรู้สึกเสียใจตามไปด้วย ได้แต่ยืนมองโดยไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไรดี
ต้วนชิงหมิงนับวันก็ยุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายซูบผอมไปถนัดตา ทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เสียใจจนบอกไม่ถูก เสียดายที่
นางเป็นได้เพียงบ่าวใช้คนหนึ่งเท่านั้น ต่อให้เสียใจเพียงใดก็ไม่ควรแสดงออกมาบนใบหน้า
สายลมพัดมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า จนยุงและแมลงต่างเลิกบินวนเวียนรอบตัว ต้วนชิงหมิงนั่งฟุบลงบนโต๊ะ
หินและกอดอกหดตัว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้ว่าต้วนชิงหมิงกำลังหนาวเย็น นางอยากจะเรียกต้วนชิงหมิงให้ตื่นขึ้น แต่พอนางเรียกอยู่สองครั้ง ต้
วนชิงหมิงกลับแน่นิ่งไม่ติงไหว ยิ่งดึกดื่นมากแค่ไหนสายลมก็ยิ่งหนาวเย็นมาขึ้นเรื่อยๆ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบวางพัดที่อยู่ในมือ
ลง รีบวิ่งเข้าไปในห้องหวังหยิบเสื้อคลุมออกมาห่มให้ต้วนชิงหมิง เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นหวัดเอา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มองดูรอบๆ เห็นประตูเรือนปิดสนิทลงกุญแจอย่างดี พอเห็นว่าไม่มีใครอื่นเข้ามาได้ นางคิดจะรีบ
สาวเท้าเข้าไปหาเสื้อคลุมในห้อง ที่อยู่ห่างออกไปเพียงสิบกว่าก้าวเท่านั้น เพื่อมิให้ต้วนชิงหมิงเป็นหวัด`
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์วิ่งหายเข้าไปในห้อง ภายในสวนของเรือนกลับมีร่างของคนใส่ชุดดำปรากฏตัวขึ้นมา
สายลมที่พัดผ่านเสมือนตกใจกับการปรากฏตัวของคนใส่ชุดดำ จึงรีบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากจันทรา
ให้ส่องแสงสว่าง เพื่อมันจะได้เข้าไปหลบซ่อนตัวในกลุ่มเมฆาที่หนาทึบ
เมื่อชายเสื้อของคนใส่ชุดดำพริ้วไหวตามจังหวะก้าวเท้าเดินไปทางต้วนชิงหมิง ด้านหลังของเขาเหมือนมีแสงบาง
อย่างระยิบระยับไปมา
เมื่อคนใส่ชุดดำเห็นต้วนชิงหมิงนอนฟุบอยู่ เขาก็ถอดเสื้อคลุมออกไปห่มบนตัวต้วนชิงหมิง
ทันใดนั้น ต้วนชิงหมิงเหมือนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นขึ้นมา จึงอยากขยับเขยื้อนเปลี่ยนท่าทางให้สบายขึ้น
เสื้อคลุมที่ห่มตัวนางอยู่นั้นได้ตกลงบนพื้น แม้แต่นางก็เกือบกลิ้งจนลงจากโต๊ะและเก้าอี้หิน
ด้วยมือที่ว่องไวของคนใส่ชุดดำได้เข้าไปรับตัวต้วนชิงหมิงเอาไว้ทัน จนนางเข้าไปซบอยู่ในอ้อมอกที่มั่นคงของเขา
ไปแล้ว
ภายในอ้อมอกที่มั่นคงและอบอุ่น ต้วนชิงหมิงสะลึมสะลือเปิดตาขึ้นอย่างช้าๆ ก็เห็นใบหน้าที่ขาวเนียน ดวงตา
ราวกับดวงดาวสุกสกาวกลางนภา
ใบหน้านี้คือเหยียนหลิ่งอวี๋นั่นเอง ในเวลานี้ เขาได้ก้มหน้ามองนางด้วยความห่วงใย “ทำไมเจ้ามานอนอยู่ตรงนี้?”
ต้วนชิงหมิงรีบหลับตาลงและส่ายหน้าไปมา “ข้าต้องฝันไปแน่ๆ มิอย่างนั้นจะได้พบหน้าเจ้าได้อย่างไร?”
ต้องอยู่ในความฝันอย่างแน่นอน
เหยียนหลิ่งอวี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอ้าปากพูด ทันใดนั้นมีเสียงก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆ และร้องตกใจเสียงตํ่า
เสื้อคลุมที่อยู่ในมือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ร่วงหล่นลงไปกับพื้น นางยืนจ้องเขาด้วยความตกใจสุดขีดจนอ้าปากค้างไปเลย
เหยียนหลิ่งอวี๋กลัวเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ร้องจนทำให้ต้วนชิงหมิงตกใจตื่น เขาจึงกดจุดให้นางหลับต่อไป และอยู่ในอ้อม
แขนของเขาต่อ
พอเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นเช่นนั้นพลันพูดอย่างร้อนใจ “องค์ชายสาม… ท่านทำอะไรคุณหนูของบ่าว?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าตอบกลับไปว่า “เจ้าวางใจได้ ข้าไม่มีทางทำเรื่องไม่ดีกับนางแน่นอน ข้าเพียงแต่อยากให้
นางหลับให้สนิทเท่านั้นเอง”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กำเสื้อคลุมในมือแนบแน่น พร้อมกับเดินเข้าไปข้างกายเหยียนหลิ่งอวี๋ “องค์ชายสาม ในเมื่อกลับ
หายปั่วยแล้ว เหตใดถึงไม่กลับมาหาคุณหนูเจ้าคะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงเรียบเพียง “ในช่วงนี้ เจ้าต้องดูแลคุณหนูให้ดีเป็นพิเศษหน่อย”
บ่าวใช้ข้างกายต้วนชิงหมิงไม่กี่วันนั้น ย่อมคุ้นเคยกับเหยียนหลิ่งอวี๋มาบ้าง หนึ่งในนั้นมีชิวหนิงที่ทำทุกอย่าง
รอบคอบ เยวี่ยเจียที่นักรักน่าเอ็นดู เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่โผงผางตรงไปตรงมา แม้บ่าวใช้ทั้งสามคนจะมีนิสัยใจคอแตกต่างกัน
ทว่ากลับจงรักภักดีต่อต้วนชิงหมิงมิเปลี่ยนแปลง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันใด “พวกบ่าวย่อมดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี แต่ในใจของคุณหนูมีเพียงองค์ชาย
สาม หากองค์ชายไม่อยู่ ต่อให้พวกบ่าวดูแลดีเพียงใด คุณหนูก็ไม่มีท่าทีดีขึ้นเจ้าค่ะ”
“หรือว่าองค์ชายสามไม่สังเกตเห็นหรือเจ้าคะ? หลังจากที่คุณหนูกลับมา ร่างกายก็ซูบผอมจนผิดหูผิดตา” เซี่ยฉ่า
วเอ๋อร์พูดทิ้งท้าย