การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 735 บัตรเชิญจากองค์หญิงจิ่นซิ่ว
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
ต้วนชิงหมิงที่อยู่ในอ้อมอกของเขา เบาเสียยิ่งกว่านุ่นที่ปลิวลอยอยู่ในอากาศ
เมื่อก่อนต้วนชิงหมิงผอมลงแต่ไม่ได้ซูบผอมถึงเพียงนี้ หลายครั้งที่เขาแอบสังเกตเห็นต้วนชิงหมิง มักมองไม่เห็น
ความกังวลและความเสียใจจากใบหน้านางเลย แต่ด้วยเหตุผลประการใดไม่ต้องบอกเหยียนหลิ่งอวี๋ก็เข้าใจได้
นึกดูแล้วเป็นเขาเองที่ทำผิด เขาไม่ควรให้สัญญากับนางออกไป หากเขาไม่พูด ชีวิตของนางคงอยู่เย็นเป็นสุขไป
แล้ว
แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร คนพวกนั้นย่อมไม่ปล่อยต้วนชิงหมิงเอาไว้แน่ และเหยียนหลิ่งอวี๋ย่อมปกปั้องมิให้ใครมา
ทำร้ายนาง
เรื่องเร่งด่วนที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องรีบจัดการรับมือให้เร็วที่สุด คงหนีไม่พ้นเก็บกวาดความลำบากที่ถ่าถูสร้างไว้ให้
ส่วนต้วนชิงหมิงกลับเกิดเรื่องขึ้นกับนางแล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋โอบกอดเหยียนหลิ่งอวี๋ไว้ในอ้อมอก พร้อมกับมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ บางเรื่องข้าพูด
ตอนนี้ไม่ได้ แต่เจ้าจงจำให้ดี ห้ามมิให้คุณหนูของเจ้าเป็นอะไรไป ห้ามให้นางเห็นเลือด ห้ามทานเนื้อปลาหรืออาหาร
รสชาติคาว เจ้าจงจำไว้ให้ขึ้นใจ!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้ารับ “องค์ชายสามวางใจได้ สิ่งเหล่านี้บ่าวทราบมาแล้วเจ้าค่ะ”
ช่วงก่อนหน้านี้ อั้นเยวี่ยได้กำชับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และบ่าวใช้คนอื่น ถึงสิ่งที่ต้วนชิงหมิงห้ามทานโดยเด็ดขาด
เหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้าชายตามองต้วนชิงหมิง และเอ่ยขึ้นว่า “อีกไม่นานทุกอย่างจะผ่านไป… นับจากนี้ข้าไม่มีวัน
ปล่อยให้เจ้าต้องตกอยู่สภาพแบบนี้อีกแล้ว!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ฟังด้วยความฉงนอยากถามให้เข้าใจ ทันใดนั้นบนกำแพงปรากฏร่างของชายชุดดำขึ้นมาคนหนึ่ง ส่ง
สัญญาณมือให้เหยียนหลิ่งอวี๋ เขาพยักหน้ารับและนำต้วนชิงหมิงไปไว้ในอ้อมอกของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แทน “รอข้าก่อน อีกไม่
นานหรอก!”
พอเหยียนหลิ่งอวี๋กล่าวจบก็รีบจากไป ส่วนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็รีบโอบกอดต้วนชิงหมิง
เหยียนหลิ่งอวี๋บอกให้ต้วนชิงหมิงรอเขา แต่จะให้รออย่างไรเล่า?
เขาไม่ได้บอกว่าวันเวลาที่ชัดเจน อีกอย่างหากต้วนชิงหมิงถามขึ้นมา เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ตามนิสัยของต้วนชิงหมิง หากรับรู้เรื่องนี้ไม่รู้ว่าจะมีอาการแบบไหน
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยังคงยืนงงเป็นไก่ตาแตก ผ้าห่มที่ร่วงหล่นไปแล้วกลับอยู่ในมือของนาง ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ใช้ผ้าคลุม
เขาพันต้วนชิงหมิง แต่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับพยายามเอาออกคืนเขา ยังไม่ได้จะเอาออกมาได้ เขาก็กระโดดขึ้นกำแพงหายวัน
ไปกับตา
ต่อให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่อยากบอกว่าได้พบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋คงไม่ได้แล้ว เพราะเสื้อคลุมของเขาอยู่กับตัวต้วนชิงห
มิง
เพียงแต่นางไม่นรู้ว่าคุณหนูจะรู้สึกอย่างไร หากรู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋มาไวไปไว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึงกับถอดใจไม่รู้จะเอ่ยคำใด
เช้าวันถัดมา เมื่อต้วนชิงหมิงได้สติขึ้นมา นางรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวไปทั้งร่าง
ต้วนชิงหมิงพยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน นางฟุบหลับบนโต๊ะหิน กลับตื่นขึ้นบนเตียงในห้อง หรือว่าความเจ็บ
ปวดนี้มาจากการนั่งเก้าอี้หินเป็นเวลานาน
นางครุ่นคิดอยู่นานสองนาน ก่อนจะเปิดมุ้งออก พบเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยิ้มน้อยๆ ให้กับนาง “คุณหนู ความเจ็บปวดใน
ร่างกายของคุณหนูนั้น น่าจะมาจากการฟุบหลับบนโต๊ะหิน บ่าวเรียกยังไงคุณหนูก็ไม่ตื่น จึงต้องให้ชิวหนิงมาช่วยบ่าว
แบกเข้ามาในห้องเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงนอนถามอยู่บนเตียง “ข้านอนอยู่ข้างนอกไปนานเท่าไหร่แล้ว?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตอบเสียงเรียบ “ไม่นานมากเจ้าค่ะ น่าจะเวลาต้มนํ้าชาให้เดือดสองกาเจ้าค่ะ”
ระยะเวลาต้มนํ้าชาให้เดือดถึงสองกานับว่าไม่สั้นเอาเสียเลย มิน่าเล่านางถึงได้ปวดเมื่อยตามตัวถึงเพียงนี้
ต้วนชิงหมิงพยายามขยับตัวหมายจะเดินไปล้างหน้าล้างตา เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางซับ และพูดเป็น
ต่อยหอย “ใช่แล้วคุณหนู ระหว่างที่คุณหนูนอนหลับอยู่นั้น องค์ชายสามเอาเสื้อคลุมมาห่มให้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้น “เขาพูดว่าอะไรบ้าง?”
“องค์ชายสามให้พวกบ่าวดูแลคุณหนูให้ดี บอกว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย คุณหนูมิต้องเป็นห่วงไป
เจ้าค่ะ” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตอบ
อีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย?
เหยียนหลิ่งอวี๋หมายถึงเรื่องเขากับองค์หญิงอวี้หลัว?
ตอนนี้ผู้คนต่างลือว่าองค์หญิงอวี้หลัวอยากแต่งงานกับเหยียนหลิ่งอวี๋จนตัวสั่น ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋กลับฝากบอก
นาง ว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย หมายถึงเรื่องไหนเรียบร้อยกัน?
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดอยู่นานสองนานและฝืนยิ้มขึ้น ก่อนล้างหน้าต่อไป
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่ทันสังเกตเห็นถึงความไม่พอใจของต้วนชิงหมิง นางจึงพูดกับต้วนชิงหมิงต่อไปว่า “เพียงแต่ว่าองค์
ชายสาม ต้องจากไปอย่างรีบร้อน จึงมิได้นำเสื้อคลุมกลับไปด้วยเจ้าค่ะ”
ถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงมิอาจทนล้างหน้าต่อไปได้แล้ว นางรีบคว้าผ้าเช็ดหน้ามาซับหน้า เอ่ยเสียงนิ่งออกมา “เรื่องนี้
ไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว ส่วนเสื้อเจ้าเก็บไว้ให้ดี รอให้อวี้เอ๋อร์กลับมาแล้ว ค่อยฝากเอาไปคืนองค์ชายสามก็สิ้นเรื่อง!”
ในเมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องรีบร้อนจากไปอย่างรวดเร็ว ย่อมแสดงว่าเหตุการณ์เร่งด่วนอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ต้วนชิงห
มิงจึงมิอยากไปรบกวน ส่วนเสื้อนั้น รอให้ต้วนอวี้กลับมาค่อยคืนกลับไป
อย่างไรเสีย งานมงคลของตู้ชิงหรวนกับต้วนเจิ้งใกล้เข้ามาแล้ว ถึงตอนนั้นต้วนอวี้คงกลับมาได้แล้ว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงกำชับก็รีบตอบรับทันที จากนั้นชิวหนิงก็เดินเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อน “คุณหนู
องค์หญิงอวี้หลัวส่งบัตรเชิญมาเจ้าค่ะ บอกว่าจะถึงวันเกิดของนางแล้ว จึงตั้งใจเชิญคุณหนูไปร่วมงานเจ้าค่ะ!”
องค์หญิงจิ่นซิ่วส่งบัตรเชิญร่วมงานมาอย่างนั้นหรือ?
นางเชิญไปร่วมงานวันเกิด เกรงว่าจะเตรียมหาเรื่องให้ต่างหาก
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย องค์หญิงจิ่นซิ่วช่างหาเรื่องนางไม่หยุดไม่หย่อน รู้ทั้งรู้ว่าช่วงนี้นางมิอยากออก
นอกจวน เพื่อจะได้ไม่เกิดเรื่องขึ้น แต่องค์หญิงจิ่นซิ่วกลับต้องการเล่นงานนางให้ถึงที่สุด
ชิวหนิงยืนถือบัตรเชิญอยู่อย่างนั้น ช่วงที่ผ่านมาต้วนชิงหมิงออกนอกจวนต้วนน้อยเป็นอย่างมาก หากมีบัตรเชิญ
มา ต้วนชิงหมิงมักปฏิเสธไปเข้าร่วมและให้คนนำเตรียมของส่งกลับไปให้แทน ช่วงหลังมานี้ ชิวหนิงจะแจ้งเนื้อหารายละ
เอียกให้ต้วนชิงหมิงรับทราบ จากนั้นค่อยจัดการทีละงานให้นาง
ทว่าบัตรเชิญที่นางถืออยู่ในมือนี้ เป็นขององค์หญิงจิ่นซิ่วนี่สิ
บัตรเชิญขององค์หญิงจิ่นซิ่วมิอาจเลิกเพิกได้เลย หากมองเป็นเรื่องเล็กก็แค่ไม่ไว้หน้าองค์หญิงจิ่นซิ่ว หากมองให้
ใหญ่คงเป็นหการหยามเกียรติราชวงศ์
เพราะฉะนั้น ทันทีที่ชิวหนิงได้รับบัตรเชิญนี้ก็รีบกุลีกุจอนำมารายงานต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิงกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแปั้ง ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ช่วยแต่งหน้าเกล้าผม นางมองชิวหนิงจากในกระจก
ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ในบัตรเชิญมีเขียนไว้หรือไม่ว่าจัดเมื่อไหร่?”
ชิวหนิงตอบเสียงละลํ่าละลัก “เรียนคุณหนูจัดขึ้นวันพรุ่งนี้เจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงหลับตาลงช้าๆ “เจ้ากลับไปบอกคนที่มาส่งบัตรเชิญ ข้าจะไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดในพรุ่งนี้”
ชิวหนิงตอบรับ “เจ้าค่ะ” และหันหลังเดินออกจากห้องไป
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ช่วยเกล้าผมให้ต้วนชิงหมิงอย่างเบามือที่สุด
วันนี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จะช่วยเกล้าผมทรงที่สตรีในเมืองหลวงกำลังนิยม แต่ต้วนชิงหมิงกลับปฏิเสธ โดยสั่งให้เซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์เกล้าผมทรงเด็กน้อยหรือซานยาจี้ซึ่งเป็นการเกล้าผมของสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือน โดยรวบเกล้าเป็นสามจุกคล้าย
บุปผา
ฝีมือการเกล้าผมของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่เป็นรองใครทั้งนั้น นางช่วยต้วนชิงหมิงเกล้าผมได้ว่องไว ไม่นานทรงผมที่
อยากได้ก็เป็นจริง