การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 75 ความเจ้าเล่ห์ของอี๋เหนียงสาม
แน่นอนว่าหลังจากนี้เชวียหย่งเฉียงจะมีความคิดเปลี่ยนแปลงไป……เพราะต้วนชิงหมิงจะทำให้เขาต้องประหลาด
ใจเป็นอย่างมาก
เขาพยักหน้าเล็กน้อยเอื้อนเอ่ยวาจาฉะฉาน “ลุงกับแม่ทัพต้วนนับว่าเป็นคนของราชสำนัก เช่นนั้นเรียกว่า ‘ท่าน
ลุง’ แล้วกัน ลุงจะได้เรียกเจ้าว่า ‘ชิงหมิง’ ที่นี่ไม่มีคนนอกชิงหมิงมีอะไรก็พูดออกมาเถอะ!”
นางยกยิ้มเล็กน้อย……สายตาที่มองมาแวบหนึ่งกับคำพูดอีกหนึ่งประโยคก็สามารถเปลี่ยนความคิดของเชวียหย่ง
เฉียงไปโดยสิ้นเชิงแค่ประเดี๋ยวเดียวเขาก็เรียกนางเป็นคนสนิทอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าบุรุษเช่นนี้เป็นคนโมเมและหยิบ
โหย่งอย่างแน่นอน
ทว่าสิ่งที่นางกำลังจะเอื้อนเอ่ยวาจาต่อจากนี้นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เขาจะยังคงรักษาความสงบนิ่งและความ
สนิทสนมนั้นอยู่!ไม่แสดงท่าทีอึกอักแต่อย่างใด กลับตอบรับอย่างหน้าชื่นตาบาน “ขอบพระคุณท่านลุง เป็นเกียรติของ
หลานมาก!”
เชวียหย่งเฉียงพยักหน้าตอบรับ “เท้าของหลานบาดเจ็บ เช่นนั้นนั่งลงก่อนเถอะ!”
นางจึงขอบคุณไปอีกครั้งจึงค่อยๆ นั่งลงอย่างเชื่องช้า จากนั้นเอ่ยปากพูดอย่างอ่อนโยนเป็นที่สุด “ท่านลุง มีเรื่อง
หนึ่งไม่ทราบว่าควรถามหรือไม่ควรถามดี!”
เชวียหย่งเฉียงมองที่ตาของต้วนชิงหมิงแวบหนึ่งด้วยอารมณ์ที่สบายใจ จึงพูดขึ้นว่า “มีอะไรก็พูดมาได้เลย!”
นางจึงพยักหน้าตอบรับ “หลานอยากทราบว่า ในจวนเชวียถ้าผลักพี่น้องตกนํ้าหรือใส่ร้ายปั้ายสีพี่น้องด้วยกัน ไม่
ทราบว่าจะได้รับโทษอย่างไรหรือเจ้าคะ?”
เขาเลิกคิ้วขึ้นมาพูดโกรธๆ “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ? ถ้ามีจะต้องใช้กฎในจวนจะต้องลงโทษอย่างหนักโดยขับออก
จากจวนเชวีย!” คำพูดของเขาทำให้เชวียหนิงเชี่ยนใบหน้าถอดสีรีบหันไปมองและพิงไปที่ซานอี๋เหนียง เหมือนกำลังหาที่
ปกปั้อง!
ซานอี๋เหนียงโอบเชวียหนิงเชี่ยนเบาๆแต่สายตากลับมองไปยังต้วนชิงหมิง ดูท่าแล้วนางคงอยากออกหน้าแทนเช
วียหนิงหราน?ทว่าเชวียหนิงเชี่ยนพูดไปแล้วว่า นางไม่ได้ผลักเชวียหนิงหรานตกนํ้าอย่างนั้นต่อให้ต้วนชิงหมิงพูดนํ้าไหล
ไฟดับ ก็ไม่มีทางทำอะไรหนิงเชี่ยนได้!
เด็กสาวเคยได้ยินเสียงรํ่าลือของคนตรงหน้าจึงกล่าววาจา “ท่านลุงเชวียมีความเข้มงวดอย่างมาก หลานจึงนับถือ
อย่างยิ่ง!”
“ฮึ” เชวียหย่งเฉียงส่งเสียงออกมาเบาๆ และไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ
ถึงตอนนี้เชวียหนิงโหรวเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยพร้อมผลัดแปั้งใหม่ได้เดินเข้ามาเมื่อนางเดินเข้ามาก็หันหน้าไป
ทำความเคารพเชวียหย่งเฉียงและฮูหยินเชวียจากนั้นเดินไปด้านข้างฝังหนึ่งและไม่พูดอะไร
เด็กสาวมองไปที่เชวียหนิงโหรวปราดหนึ่งก่อนจะพูดต่อไปว่า “วันนี้ชิงหมิงมาเยี่ยมพี่สาวเชวีย อยู่ที่ศาลากลางนํ้า
บังเอิญเจอคุณหนูใหญ่และคุณหนูสาม!จึงทำความเคารพทั้งสอง แต่คาดไม่ถึงว่าคุณหนูสามเมื่อเห็นชิงหมิงก็พูดจาน่า
เกลียดฟังไม่ได้เลยว่าชิงหมิงไร้ซึ่งความสามารถ ผู้หญิงแบบนี้เหมาะสมแล้วที่จะเป็นเพื่อนพี่สาวเชวีย……”
เมื่อนางพูดถึงตรงนี้ก็ตั้งใจหยุดพูดลงครู่หนึ่งเพื่อจะดูสีหน้าของทุกคนคิดไม่ถึงว่าสีหน้าของเชวียหย่งเฉียงและฮู
หยินเชวียจะถอดสีสายตาที่เชวียหย่งเฉียงมองไปที่เชวียหนิงเชี่ยนก็เปลี่ยนแปลงไป!
ถึงแม้ว่าเขาไม่เชื่อว่าเชวียหนิงเชี่ยนที่น่ารักเชื่อฟังมาโดยตลอดจะพูดคำพูดแบบนี้แต่เขารู้ว่า ต้วนชิงหมิงไม่พูด
พล่ามไปเรื่อยเด็ดขาด!
ทางด้านซานอี๋เหนียงเมื่อได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดเริ่มรู้สึกร้อนรนจึงรีบแก้ต่าง “เจ้าใส่ร้ายปั้ายสี หนิงเชี่ยนของพวก
เราไม่มีทางพูดแบบนั้น!”
ต้วนชิงหมิงไม่สนใจที่ซานอี๋เหนียงพูดแม้แต่น้อยเอ่ยต่ออย่างมั่นใจ “คำพูดเหล่านี้หลานสาวไม่กล้าพูดส่งเดช
แม้แต่คำเดียว แม่นมและบ่าวใช้ในจวนต่างได้ยินกันไม่น้อยท่านลุงสามารถเรียกบ่าวใช้มาถาม ก็จะได้รู้ความจริง!”
นางพูดไปด้วยพลางปรายตามองไปที่เชวียหนิงโหรวไปด้วยจึงพูดเสริมขึ้นมาประโยคว่า “คุณหนูใหญ่ก็อยู่ในที่
เกิดเหตุด้วยท่านลุงสามารถถามนางได้!”
เมื่อได้ยินต้วนชิงหมิงพูดถึงนางทันใดนั้นเชวียหนิงโหรวก็ตระหนกขึ้นมาทันที พร้อมมองไปยังสายตาของคนใน
ห้องที่ต่างจับจ้องมองมาที่นาง โดยเฉพาะซานอี๋เหนียงและเชวียหนิงเชี่ยนที่ใช้สายตาอำมหิตและเคียดแค้นอย่างมาก
มองมาราวกับสามารถกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัวนางจึงช่วยปกปิดเรื่องให้เชวียหนิงเชี่ยน ทว่าเมื่อคิดถึงประโยคที่ต้วนชิงห
มิงพูด
“แม่นมและบ่าวรับใช้ในจวนต่างก็ได้ยินกันไม่น้อย” จึงหมดแรงขึ้นมาในฉับพลันนางบีบไปที่ชายเสื้อไว้แน่น พูด
ตะกุกตะกักออกมา “เรียนท่านพ่อ……ลูก……ลูกไม่เคยได้ยิน!”
คำพูดนี้ไม่ว่าใครฟังก็รู้หมดว่าเชวียหนิงโหรวกำลังช่วยเชวียหนิงเชี่ยนปิดบังส่วนซานอี๋เหนียงก็รีบพูดขึ้นมา
“ดูสิ ขนาดคุณหนูใหญ่ยังไม่เคยได้ยิน!”
ช่างกล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มคำ!
ต้วนชิงหมิงไม่สนใจพูดต่อไป “คุณหนูสามดูถูกหยามเหยียดหลาน พี่สาวรองตอนนั้นทนดูไม่ได้อยากให้คุณหนู
สามคำนึงถึงชื่อเสียงจวนเชวีย อย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่ามกับแขกแต่คุณหนูสามพูดว่า ในเมืองหลวงหญิงสาวที่มีชื่อเสียง
นอกจากเพื่อนนางแล้วคนอื่นถือว่าไม่ได้เรื่อง……”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าฮูหยินถึงกับเปลี่ยนไป!
หญิงสาวที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงยังหมายรวมถึงหญิงสาวอ่อนวัยทั้งหมดและวงหญิงสาวเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มเพื่อ
นของเชวียหนิงหรานสำหรับติดต่อกันในวันข้างหน้าแต่เพราะคำพูดของเชวียหนิงเชี่ยนเพียงประโยคเดียว จะทำให้จวน
เชวียด่างพร้อย……คนที่ทราบต่างรู้ว่าเชวียหนิงเชี่ยนเป็นคนพูดส่วนคนที่ไม่รู้จะพลอยคิดว่าเชวียหนิงหรานพูด ซึ่งจะ
ทำให้ชื่อเสียงนางเสื่อมเสีย!
บัดนี้ฮูหยินเชวียโกรธจนตัวสั่นไปหมดนางชี้ไปที่เชวียหนิงเชี่ยน พูดโมโห
“เจ้ามันทำเรื่องงามหน้าเสียจริง……ไม่สนใจหญิงสาวที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงหรอกหรือ?”
ทางด้านเชวียหนิงเชี่ยนกลัวสายตาพิฆาตของฮูหยินเชวียเมื่อมองไปยังเชวียหย่งเฉียงหน้าตาก็ทะมึนตึงนางจึงรู้ว่า
เมื่อครู่สร้างเรื่องขึ้นแล้วเมื่อก่อนนางมักจะดูถูกเชวียหนิงหรานเช่นนี้เป็นประจำแต่นางก็มักจะอดทนอดกลั้น ถ้าไม่ถือสา
นาง และขี้เกียจสนใจนาง ทว่าวันนี้กลับนึกไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงจะเอาคำพูดของนางมาเปิดเผยจนหมดสิ้น!
แน่นอนว่าเชวียหนิงเชี่ยนไม่ได้เป็นคนโง่เขลานางรู้ว่าถ้ายอมรับคำพูดนั้น จะต้องได้รับโทษสถานหนักอย่างหลีก
เลี่ยงไม่ได้แค่คิดยังขนลุกซู่ไปทั้งตัวครู่หนึ่ง พริบตาเดียว ก็เดินรี่ไปยืนตรงหน้าต้วนชิงหมิงยกมือขึ้นชี้หน้าและพูดเสียงดัง
ลั่น “ต้วนชิงหมิงเจ้าบังอาจใส่ร้ายข้า……ข้าเคยพูดเช่นนั้นเมื่อไรกัน? ข้าแค่พูดว่าเพื่อนของคุณหนูรองถือว่าเป็นคนไม่ได้
เรื่อง……”
คำพูดที่พูดออกมาแต่ละคำกลับกลายเป็นสิ่งยืนยันความผิดของนาง! ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ช่วยนางไม่ได้อีกแล้ว!
ต้วนชิงหมิงทำเพียงแค่ปรายตามองไปที่เชวียหนิงเชี่ยนในสายตานั้นราวกับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆทว่าทำให้เชวียหนิง
เชี่ยนตัวลีบลงไปหลายเท่า ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรต่ออีก!
เมื่อพูดออกไปแล้วก็เท่ากับเป็นการมัดตัวนางกับความผิดสีหน้าเชวียหย่งเฉียงบูดบึ้งเหยเกจนดูไม่ได้……เชวียหนิง
เชี่ยนช่างแสนโง่เขลาด่าทอเชวียหนิงหรานยังไม่เท่าไรยังกล้าดีไปเหยียดหยามลูกสาวของภรรยาเอกของจวนต้วนเข้าไป
อีก
ต้วนเจิ้งผู้นี้เป็นใคร? เขาเป็นถึงองครักษ์ประจำตัวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เป็นแม่ทัพใหญ่ที่มีผลงานและมีชื่อ
เสียงไปถ้วนทั่วได้รับความไว้วางพระทัยจากฮ่องเต้เป็นอย่างมากและเรื่องปกปั้องคนของเขาก็ดังไกลไปทั่ว! ถ้าเกิดเขารู้
มาลูกสาวภรรยาเอกของเขาถูกคนจวนเชวียเหยียดหยามจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วอย่างนั้นเรื่องก็จะแดงขึ้นและยากที่จะ
จัดการ!
ทันใดนั้นเชวียหย่งเฉียงตบที่โต๊ะทีหนึ่ง พูดอย่างโกรธเป็นที่สุด “เชวียหนิงเชี่ยน เจ้าคุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
เมื่อนางได้ยินขาทั้งสองก็พลันคุกเข่าลงกับพื้นดังตึงทันที!เพียงแต่สายตาของนางมองต้วนชิงด้วยความเคียดแค้น
และชิงชังเหมือนอยากจะกลืนกินต้วนชิงหมิงลงไปในท้องไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
ต้วนชิงหมิงมองยิ้มอย่างเยาะเย้ยมุมปากไปยังเชวียหนิงเชี่ยน ไร้ซึ่งความกังวลใด “เป็นอะไรหรือเห็นสายตาที่
เคียดแค้นของคุณหนูสามเช่นนี้ ในใจของเจ้าอยากจะฆ่าข้า? หรืออยากจะผลักข้าให้ลงไปในนํ้าอีกรอบ?”
ในตอนนี้สีหน้าเชวียหย่งเฉียงกลับถอดสียิ่งกว่าเดิมขึ้นอีก……เจ้าเชวียหนิงเชี่ยนไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งนํ้าตาใช่หรือ
ไม่? คาดไม่ถึงบังอาจข่มขู่จะฆ่าลูกสาวภรรยาเอกจวนต้วนอีก?
เฮ้อ!ดูท่าแล้วเขาจะเอ็นดูลูกสาวคนนี้มากเกินไปจนทำให้เปลี่ยนเป็นคนไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม!
เมื่อฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดซานอี๋เหนียงจึงตกใจแทบกระโดด นางเดินขึ้นไปข้างหน้าสองก้าวหันเดินไปทางต้วนชิงห
มิงเหมือนอยากไปนาง แต่เมื่อเดินไปเพียงก้าวเดียวนางก็กลับลำหันเดินไปทางเชวียหย่งเฉียง เดินไปด้วยร้องห่มร้องไห้
ไปด้วย “ท่านพี่ ท่านสามารถช่วยหนิงเชี่ยนได้……ปกตินางน่ารักและเชื่อฟังที่สุดไม่กล้าพูดคำชั่วและทำเรื่องเลวร้ายเช่น
นั้นหรอกท่านพี่จะต้องเป็นคุณหนูต้วนเป็นแน่……ท่านพี่ลองคิดดูนางเป็นเพื่อนของคุณหนูรองจะต้องช่วยกันเป็นแน่ดัง
นั้นพวกนางทั้งคู่จึงร่วมมือใส่ร้ายหนิงเชี่ยนของเรา……ท่านพี่นิสัยของหนิงเชี่ยน ท่านรู้ดีที่สุด อย่าฟังคำพูดคนอื่นเพียง
ด้านเดียว!”