การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 742 เหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาแล้ว?
องค์หญิงอวี้หลัวเป็นถึงองค์หญิงอีกแคว้นหนึ่ง นางจึงมีหน้ามีตายืนข้างกายของเหยียนหลิ่งอวี๋ได้อย่างหน้าชื่นตา
บาน ส่วนสตรีในงานเลี้ยงแห่งนี้ต่างไม่มีสิทธิ์นั้นแม้แต่คนเดียว
ด้วยสิทธิ์พิเศษจากฐานะที่แตกต่างกันทำให้อาจื๋อรู้สึกขัดเคืองใจ… เชอะ! แค่องค์หญิงจอมวางมาดคนหนึ่ง ก็
เหมือนกับองค์หญิงซือหลัวเมื่อก่อน ที่ตอนแรกวางมาดใหญ่โตเช่นนี้นี่แหละ ทว่ากลับต้องจบชีวิตลงในวังหลวงแห่งนี้ไม่
นานนักหลังจากนั้น
เพียงแต่เรื่องนี้อาจื๋อมิกล้าเอ่ยต่อหน้าอาหงได้รู้ เนื่องจากนางกลัวอาหงจะต่อว่านางยกใหญ่
องค์หญิงซือหลัวที่จบชีวิตลงในวังหลวงเป็นเรื่องห้ามพูดและถามถึงไปแล้ว… ทง่าอาหงกลับเป็นคนส่วนน้อยที่อยู่
ในเหตุการณ์นั้น โดยที่นางต้องใช้บางอย่างที่ลํ้าค่ากว่าจะแลกเอาชีวิตรอดมาได้
อาจื๋อถอนหายใจออกมาหลังจากที่ได้ฟังที่อาหงบอกเป็นนัย… แม้ภายนอกอาหงจะต่อว่าอาจื๋อ แต่ในใจของนาง
กลับเตือนสติของตัวนางเองต่างหาก
เสียงของอาหงดังขึ้นจากด้านหลังเข้าหูอาจื๋อกับต้วนชิงหมิง “อาจื๋อข้าขอเตือนเจ้านะ องค์ชายสามไม่ได้ดูดีหล่อ
เหลาอย่างเปลือกนอกที่เห็น เจ้ารีบตัดใจจากเขาเสียเดี๋ยวนี้!”
อาจื๋อชอบพอเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างนั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง และเมื่อกำลังจะหันหลังกลับ อาหงได้ไอรุนแรงขึ้นมา ส่วนอาจื๋อกลับพูดอย่างหัวรั้น
“เอาล่ะอาหง เจ้าไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้น ข้ารู้ตัวดั องค์ชายสามไม่มีทางคิดอะไรกับข้าอย่างแน่นอน… แต่สตรีที่เพียบ
พร้อมในต้าเซี่ยมีดาษดื่น เหตุใดต้องแต่งเอาองค์หญิงเป็นชายาด้วย… ข้าคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย!”
อาหงไอไปด้วยพูดไปด้วย “เกิดในราชวงศ์ย่อมมิอาจทำอะไรตามอำเภอใจได้… แหะๆๆ … ยิ่งมีฐานะสูงศักดิ์มาก
เพียงใด ก็ยากจะพูดออกมาได้มากเท่านั้น อาจื๋อเจ้าคงไม่รู้สิว่า ความสุขที่เจ้ามีนั้นมากกว่าองค์ชายสามเป็นไหนๆ”
ต้วนชิงหมิงหันกลับมามองอาหงที่ดูเศร้าสร้อย ราวกับนางไม่ได้เอ่ยถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ แต่พูดถึงชีวิตของนางเอง
เสียมากกว่า
ต้วนชิงหมิงมองเห็นหน้าด้านข้างของอาหง พลันนึกออกแล้วว่านางเป็นใคร!
ที่แท้นางเป็นถึงจวิ้นจู่หรือพระราชธิดาของพระชายาเอก อยู่ในตำหนักหงตู ซึ่งฝั่าบาทได้พระราชทานยศถานาม
ว่า “หงเว่ยหยัง”
เรื่องเล่าเกี่ยวกับหงเว่ยหยังนั้น ต้วนชิงหมิงพอได้ยินได้ฟังมาหลากลาย ตระกูลของนางนั้นมีกองกำลังทหารอยู่ใน
มือ และจงรักภักดีต่อฝั่าบาทมาโดยตลอด ไม่เคยเอาความดีความชอบเข้าตน ที่สำคัญไม่เคยคิดทรยศกับราชสำนัก แต่
กระนั้นหงเว่ยหยังก็ยังต้องอยู่ในวังหลวง มิได้อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
ชื่อเสียงของหงเว่ยหยังเป็นที่รู้กันจนทั่วนั้น มาจากการที่ฝั่าบาทพระราชทานอภิเษกสมรสให้นาง แต่นางกลับไม่
ยินยอมเต็มใจ จึงเลือกดื่มยาพิษหวังปลิดชีพ
ในชาติที่แล้ว ต้วนชิงหมิงไม่ได้มีชื่อเสียงย่อมไม่มีโอกาสรู้จักหงเว่ยหยัง แต่สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของนาง
ทำให้ต้วนชิงหมิงนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ในอดีตชาติขึ้นมา
หงเว่ยหยังยิ้มเจื่อนๆ ให้ต้วนชิงหมิง “ชิงหมิง เจ้ารู้แล้วสินะว่าข้าเป็นใคร?”
“หม่อมฉันต้วนชิงหมิง คารวะ เว่ยหยังจวิ้นจู่” ต้วนชิงหมิงเอ่ย
หงเว่ยหยังยิ้มตอบ “ชิงหมิง เจ้าจะเกรงใจไปทำไมกัน?”
“ยังไงกฏต้องเป็นกฏเจ้าค่ะ” ต้วนชิงหมิงตอบ
หงเว่ยหยังส่ายหน้าไปมา และกำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ ด้านหลังมีเสียงพูดอย่างห่วงใยดังขึ้น “เว่ยหยัง เจ้ามาอยู่ที่นี่
ได้ยังไง?”
หงเว่ยหยังเงยหน้าเห็นดวงตาที่งดงามของบุรุษคนหนึ่งกำลังจ้องมองมาอย่างห่วงใย ทำให้นางเกือบเป็นลมพับไป
องค์ชายสามที่หล่อเหลาส่งยิ้มให้ นางจึงเอ่ยขึ้น “คารวะองค์ชายสาม เว่ยหยังมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดขององค์
หญิงจิ่นซิ่ว นึกไม่ถึงองค์ชายสามจะมาที่นี่ด้วยเหมือนกัน”
นํ้าเสียงเหยียนหลิ่งอวี๋แฝงความรู้สึกที่ซับซ้อนบางอย่างเอาไว้ “เว่ยหยังอย่าทำตัวเหินห่างเลย… ลืมไปแล้วหรือ
เมื่อก่อนเจ้ากับจิ่นหลุนมักเรียกพี่ว่าพี่สาม!”
หงเว่ยหยังตัวสั่นไปทั้งร่าง พลางตอบกลับอย่างรวดเร็ว “องค์หญิงจิ่นหลุน… การเรียกแบบนั้นเป็นสมัยที่เว่ยหยัง
ยังไม่รู้ประสา……”
เหยียนหลิ่งอวี๋แอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบา เมื่อเห็นหงเว่ยหยังไอขึ้นมา “เว่ยหยัง สุขภาพของเจ้าไม่ดี รีบไปพัก
ผ่อนเถอะ อย่าอยู่ที่นี่นานเลย”
ในที่สุดหงเว่ยหยังเงยหน้ามองเหยียนหลิ่งอวี๋ เอ่ยเสียงเรียบ “องค์ชาย… สาม ผอมลงไปมาก! ดูแลสุขภาพให้ดี
ด้วย!”
“เว่ยหยัง นอกจากเจ้าและจิ่นหลุนแล้ว ไม่มีใครพูดกับพี่แบบนี้มาก่อน!” เหยียนหลิ่งอวี๋เอ่ยขึ้น
บัดนี้ นํ้าตาของหงเว่ยหยังพรั่งพรูเออล้นจากดวงตา
เมื่อก่อนนางกับจิ่นหลุนมักไล่ตามเหยียนหลิ่งอวี๋ไปชมใต้หล้าที่สวยงาม แต่ว่าเขากลับไปสนใจแลเหลียวพวกนาง
แม้แต่หางตา
ในที่สุดมีอยู่วันหนึ่ง หงเว่ยหยังตัดสินใจที่จะเรียกเหยียนหลิ่งอวี๋ว่าพี่สามตามจิ่นหลุน ในตอนนั้นจิ่นหลุนไม่กล้า
อนุญาต จึงพาหงเว่ยหยังไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋ เพื่อถามว่าเรียกขานเช่นนี้ได้หรือไม่ นึกไม่ถึงว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ไม่สนใจ
พวกนาง กลับตอบเพียงว่า “เรียกเช่นนั้นได้!”
วันเวลาผันผ่านไปนานเหลือเกิน มีเพียงภาพความทรงจำที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวมิจางหายไปไหน!
จู่ๆ หงเว่ยหยังเอ่ยเสียงตํ่า “จิ่นหลุน นาง… อยากเล่นกับองค์ชาย…สาม!”
วันนี้ได้พานพบเหยียนหลิ่งอวี๋อีกครั้งทำให้เขารู็สึกหวนนึกถึงวันวาน แต่องค์หญิงอวี้หลัวเดินเข้ามาจับแขนของเห
ยียนหลิ่งอวี๋จากด้านหลัง พูดยิ้มๆ ว่า “มิทราบว่าคุณหนูท่านนี้เป็นคนตระกูลไหนหรือ?”
สายตาของหงเว่ยหยังเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง “หม่อมฉันหงเว่ยหยัง คารวะองค์หญิงอวี้หลัว!”
องค์หญิงอวี้หลัวตกใจจนต้องยกมือขึ้นปิดปาก!
นางคือจวิ้นจู่หรือพระราชธิดาของพระชายาเอก?
พอกล่าวถึงตระกูลหงตู องค์หญิงอวี้หลัวมีความทรงจำชัดเจนเป็นอย่างมาก การทำศึกที่มีชื่อเสียงระบือไปทั่ว
ของตระกูลนี้ ทำให้เสด็จพ่อและเสด็จพี่ของเขาต้องพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า……
เหยียนหลิ่งอวี๋มองเห็นสายตาขององค์หญิงอวี้หลัวที่จับจ้องไปที่หงเว่ยหยัง เขาจึงเอ่ยขึ้น “เว่ยหยังสุขภาพไม่
ค่อยดี พวกเราอย่ารบกวนนางเลย”
ในระหว่างที่สนทนากันอยู่นั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจทำเป็นมองไม่เห็นต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่ข้างหลัง
ส่วนต้วนชิงหมิงก็ก้มหน้าก้มตาคุยกับอาจื๋อคิกคักไปมา จนไม่สนใจบรรยากาศรอบข้าง
เหยียนหลิ่งอวี๋ทำเป็นมองไม่เห็นต้วนชิงหมิงไปแล้ว แต่องค์หญิงอวี้หลัวกลับไม่ปล่อยนาง ช่วงที่ต้วนชิงหมิงกำลัง
จะกลับหลังไป องค์หญิงอวี้หลัวพรวดเอ่ยขึ้น “ชิงหมิง ไม่เจอกันนานเลย!”
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้น ฉีกยิ้มอย่างฝืนใจ “หม่อมฉันต้วนชิงหมิงคารวะองค์หญิงอวี้หลัว… คารวะองค์ชายสาม!”
องค์หญิงและองค์ชายมิได้แบ่งแยกสูงตํ่า จึงไม่ถือสานางที่เรียกองค์หญิงก่อนองค์ชาย
เดิมทีต้วนชิงหมิงไม่อยากทักเหยียนหลิ่งอวี๋แม้แต่น้อย แต่องค์หญิงอวี้หลัวกลับจงใจหาโอกาส ให้นางต้องเผชิญ
หน้ากับพวกเขา… พูดโดยสรุปคืออยากสร้างความแค้นให้กับต้วนชิงหมิง
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับคำทักทายโดยมิได้เอ่ยสิ่งใด ส่วนองค์หญิงอวี้หลัวกลับพูดขึ้นว่า “ชิงหมิง เจ้ากับข้า
และองค์ชายสามเป็นอะไรกันนั้น ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดกฎระเบียบให้มากความก็ได้”
คำพูดของนางดูเหมือนสนิทชิดเชื้อ แต่กลับแฝงไปด้วยนัยยะบางอย่าง ที่ทำให้ทุกคนเกิดฉงนใจอย่างพร้อมเพรียง
กัน แค่ประโยคเดียวเท่านั้น กลับดึงทุกสายตาให้จับเขม็งมาที่ต้วนชิงหมิงได้