การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 743 คนเสียใจจะไม่ถามกัน
ต้วนชิงหมิงยิ้มเล็กน้อยส่งให้องค์หญิงอวี้หลัว “ความหมายที่องค์หญิงอวี้หลัวต้องการสื่อนั้น ชิงหมิงไม่ค่อยเข้าใจ
เลย เพราะในใจของชิงหมิงนั้น องค์ชายสามเป็นบุคคลที่สูงส่งในราชวงศ์เซี่ย ชิงหมิงกับบรรดาคุณหนูทั้งหลาย ต่างให้
ความเคารพองค์ชายสาม แต่ที่องค์หญิงเอ่ยเฉพาะชื่อชิงหมิง เป็นเพราะจำชื่อชิงหมิงได้เพียงคนเดียวใช่ไหมเจ้าคะ?”
แม้ต้วนชิงหมิงจะพูดอ้อมค้อม แต่ทุกคนกลับได้ยินกันชัดเจน
ยังไม่ทันที่องค์หญิงอวี้หลัวจะได้แต่งกับองค์ชายสาม ก็เริ่มเตือนบรรดาคนที่อยู่ในงานเลี้ยงแห่งนี้ ว่าอย่าได้ยุ่ง
เกี่ยวกับองค์ชายสาม… อีกอย่างที่เรียกชื่อต้วนชิงหมิงโดยเฉพาะ เป็นเพราะนางจำชื่อต้วนชิงหมิงได้เพียงคนเดียวอย่าง
นั้นหรือ?
ต้วนชิงหมิงหันไปตอบคำถามแรกขององค์หญิงอวี้หลัว “องค์หญิงเป็นผู้สูงศักดิ์ โปรดให้อภัยที่ชิงหมิงต้องเรียน
กล่าวตามตรง… หลังจากที่องค์หญิงจากไปแล้ว ชิงหมิงปั่วยอย่างหนักรอบหนึ่ง จึงมีหลายเรื่องที่ลืมเลือนไป… ขอเรียน
ถามว่าเมื่อก่อนองค์หญิงกับชิงหมิงมีความสัมพันธ์ใดกันหรือเจ้าคะ?”
นํ้าเสียงที่ตอบอย่างเรียบนิ่ง ไม่แสดงอาการตื่นตกใจแต่อย่างใด ทำเอาองค์หญิงอวี้หลัวถึงกับหน้าซีดในทันที
ในขณะที่คนหนึ่งกำลังขุดเรื่องในอดีตขึ้นมา ทว่าอีกฝั่ายกลับเลือกที่จะลืมเลือนมันไป
โดยไม่ใช้การยกโทษให้อภัย ไม่ใช้การแก้แค้น แต่เลือกใช้การหลงลืมเข้ามาแทน!
ด้านเหยียนหลิ่งอวี๋หันมามองต้วนชิงหมิง แต่เลือกพูดกับองค์หญิงอวี้หลัว “เอาล่ะ อวี้หลัว วันนี้เป็นงานเลี้ยงวัน
เกิดของจิ่นซิ่ว พวกเราไปทักทายปราศรัยเจ้าของงานกันดีกว่า!”
องค์หญิงอวี้หลัวแสยะยิ้มใส่ต้วนชิงหมิง “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง… มิน่าล่ะ ต้วนชิงหมิงถึงได้เพิกเฉยข้าถึงเพียง
นี้… ที่แท้เจ้าก็หลงลืมไปจนสิ้นแล้ว เหอะๆๆ ๆ ถ้าเจ้าไม่สบายสรุปแล้วเป็นโรคอะไร? ตอนนี้หายดีหรือยัง?”
ต้วนชิงหมิงยิ้มจางๆ “เรียนองค์หญิง ไม่เป็นอะไรมากแล้วเจ้าค่ะ แค่ไปแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะต้อง ทำให้สายตา
พร่ามัวไป แต่บัดนี้อาการดีขึ้นใกล้เป็นปกติแล้ว ขอบพระทัยองค์หญิงที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ!”
คราวนี้องค์หญิงอวี้หลัวไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แม้กระทั่งเหยียนหลิ่งอวี๋ที่รู้ความจริงก็เกือบกลั้นหัวเราะเอา
ไว้ไม่อยู่… หึๆๆ ๆ ไม่ควรแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะต้อง… นั่นหมายถึงองค์หญิงอวี้หลัวนี่หน่า ไหนเรื่องตาพร่ามัวก็
ต้องการบอกว่ามองคนไม่ขาด มององค์หญิงผิดไปจึงต้องซวยแบบนี้
ต้วนชิงหมิงผู้นี้ไม่เคยปล่อยให้คนที่ทำร้ายนางได้ลอยหน้าลอยตาอย่างสบายใจ ดูท่าวันนี้องค์หญิงอวี้หลัวคงไม่รู้
จะต่อปากต่อคำกับนางอย่างไรดี
สีหน้าขององค์หญิงถอดสีอย่างเห็นได้ชัด
นางตั้งใจมาเบ่งอำนาจและกดต้วนชิงหมิงให้จมธรณี แต่น่าเสียดายที่ต้วนชิงหมิงมิได้ทำให้นางสมปรารถนา
คนเราเป็นสิ่งทีชีวิตที่ประหลาดอย่างหนึ่ง ยาที่พวกเขาสนิทชิดเชื้อกัน มักคิดว่าเข้าใจอีกฝั่ายเป็นอย่างดี พอ
แตกหักเหินห่างกัน มักจะพบว่าเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเข้าใจกันมาก่อนเลย
องค์หญิงอวี้หลัวรู้สึกขึ้นมาทันที ต้วนชิงหมิงที่อยู่เบื้องหน้าเป็นคนแปลกหน้า ที่นางเหมือนไม่รู้จักมาก่อน หรือไม่
เคยเข้าใจแม้แต่นิดเดียว!
ทางด้านหงเว่ยหยังยืนมองต้วนชิงหมิงกับองค์หญิงอวี้หลัวอย่างสงบปากสงบคำ ในเวลานี้ นางหันไปพูดกับเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ขึ้น “องค์ชายสามเชิญตามสบายเจ้าค่ะ”
เมื่อกล่าวจบ นางก็ยกมือประสานทำความเคารพ
ในใจขององค์หญิงอวี้หลัวพลันเดือดดาลขึ้นมา เจ้าหงเว่ยหยังผู้นี้บังอาจช่วยเหลือต้วนชิงหมิง
ยังไม่ทันที่องค์หญิงอวี้จะเอ่ยคำใด เหยียนหลิ่งอวี๋ก็พยักหน้าตอบกลับ “เว่ยหยังก็ดูแลสุขภาพให้ดีล่ะ!”
หงเว่ยหยังพยักหน้างกๆ แทนการเอ่ยตอบ นี่เป็นครั้งแรกที่นางเลือกไม่เข้าข้างเหยียนหลิ่งอวี๋ หันไปช่วยคนอื่น
แทน เพราะนางไม่ถูกใจองค์หญิงอวี้หลัวผู้นี้เอาเสียเลย
เหยียนหลิ่งอวี๋จูงมือองค์หญิงอวี้หลัวไปหาองค์หญิงจิ่นซิ่วแทน
องค์หญิงอวี้หลัวหันไปฉีกยิ้มน้อยๆ อย่างเก้อเขินให้เหยียนหลิ่งอวี๋ สายตาของนางบ่งบอกว่านางเป็นเจ้าของบุรุษ
ที่อยู่ข้างนาง!
เหยียนหลิ่งอวี๋มิได้มีท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด เขาก้มหน้าพูดเสียงเบากับองค์หญิงอวี้หลัวสองสามประโยค จนนาง
หน้าแดงกํ่าขึ้นมา จากนั้นก็ไม่เอ่ยคำใดออกมาอีกเลย
องค์หญิงจิ่นซิ่วเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาหาเหยียนหลิ่งอวี๋ “นึกไม่ถึงเลยเสด็จพี่สามจะมีวาสนาถึงเพียงนี้ ได้พานพบ
คนเคียงข้างไปทั้งชีวิตแล้ว”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มมุมปากโดยไม่เห็นไรฟัน และมองด้วยแววตาที่อ่อนโยนกลับไป
องค์หญิงจิ่นซิ่วรู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่เย็นชาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร นางเลือกยิ้มน้อยๆ ให้องค์หญิงอวี้หลัว “อวี้
หลัว ถึงแม้เจ้าได้ใจเสด็จพี่สามมาครอบครองแล้ว แต่เจ้าได้กลายเป็นศัตรูของสตรีในต้าเซี่ยทั้งหมดแล้ว… ฮ่าๆๆ ดังนั้น
อีกหน่อยก็ระวังตัวหน่อย มิอย่างนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือนแล้วกัน!”
องค์หญิงอวี้หลัวที่ยืนหันข้างตั้งใจให้ต้วนชิงหมิงเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋จับมือนางเอาไว้และซบตัวติดกัน จากนั้นนางก็
ยิ้มอย่างสาแก่ใจ “ขอเพียงในใจขององค์ชายสามมีอวี้หลัว ไม่ว่าเจอเรื่องใดอวี้หลัวก็ไม่หวาดกลัวทั้งนั้น อวี้หลัวจะให้สตรี
ทุกคนในเมืองหลวงต้องอิจฉากันทุกคน!”
คำพูดที่อวดโอ้และขึงขังเหมือนเป็นการกล่าวอวดทุกคนในงาน
สิ่งที่องค์หญิงอวี้หลัวพูดทำให้ทุกสายตาจับจ้องนางตาเป็นมัน นับเป็นครั้งแรกที่ทุกคนต่างอึ้งกิมกี่กับความมั่นใจ
ขององค์หญิงต่างแคว้นผู้นี้
องค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นคนนำปรบมือ บรรดาคุณหนูจึงพากันทำตามไปด้วย… อย่างไรเสีย องค์ชายสามที่ยืนอยู่ใน
งานนี้ แม้พวกนางจะไม่ได้ครอบครอง เพียงแต่มองก็สุขใจมากแล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋หันมองสตรีที่อยู่ด้านข้างด้วยสายตาที่กังขา สตรีผู้นี้เพื่อหน้าตาแล้ว นางยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้
สิ่งที่ต้องการอย่างนั้นหรือ?
ข้อกังขาในใจของเหยียนหลิ่งอวี๋คงไม่ได้รับคำตอบ เพราะหลังจากที่องค์หญิงอวี้หลัวกล่าวจบ ก็จูงมือเขาเดินผ่าน
หน้าต้วนชิงหมิง พร้อมกับตั้งใจทำเป็นเดินชนเข้าอย่างแรง
องค์หญิงอวี้หลัวเป็นคนที่ฝึกวรยุทธ์ พลกำลังของนางย่อมมากกว่าต้วนชิงหมิงเป็นไหนๆ แต่ด้านหลังของนาง
เป็นอาหง หากนางหลบคนที่โดนชนต้องเป็นอาหงอย่างเลี่ยงไม่ได้… ในจุดนี้ องค์หญิงอวี้หลัวเข้าใจเป็นอย่างดี ต้วนชิงห
มิงไม่มีทางปล่อยให้คนรอบตัวต้องได้รับอันตรายอย่างแน่นอน!
ชั่วพริบตาเดียว องค์หญิงอวี้หลัวได้เดินผ่าน โดยใช้ข้อศอกกระแทกเข้าไปที่ท้องของต้วนชิงหมิงอย่างแรง จนนาง
งอตัวลงฟุบนั่งลงไปกับพื้น
เมื่อองค์หญิงอวี้หลัวเห็นเข้า แสร้งทำเป็นพูดอย่างห่วงใย “อุ๊ย ชิงหมิงไม่เป็นไรใช่ไหม… ข้าไม่ได้ตั้งใจเลยนะ อย่า
โทษข้าเลย!”
ต้วนชิงหมิงพยายามฝืนความเจ็บปวดยืนขึ้นมา ฉีกยิ้มให้องค์หญิงอวี้หลัว “ถ้าองค์หญิงไม่ได้จงใจ ชิงหมิงก็ไม่ถือ
โทษโกรธเคืองเจ้าค่ะ ต่อให้องค์หญิงจงใจ ชิงหมิงก็ก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองเช่นกันเจ้าค่ะ!
องค์หญิงอวี้หลัวได้ฟังก็สะดุ้งไปนิดนึง ก่อนถามกลับไปว่า “ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นละ?”
ต้วนชิงหมิงตอบเสียงเรียบ “ถ้าองค์หญิงไม่ได้จงใจ ชิงหมิงก็ไม่ถือโทษหรอกเจ้าค่ะ ถ้าองค์หญิงจงใจ ชิงหมิงถือ
โทษโกรธเคือง องค์หญิงจะปล่อยชิงหมิงไปหรือเจ้าคะ?”
คำพูดนี้ทำเอาองค์หญิงอวี้หลัวหน้าแดงกํ่าขึ้นมา พร้อมกับจะอ้าปากสวนกลับ ทันใดนั้นสายตาของเหยียนหลิ่งอ
วี๋จับจ้องมาที่นางด้วยความรู้สึกเคียดแค้น ทำให้องค์หญิงอวี้หลัวปิดปากเงียบสนิทในทันใด
ต้วนชิงหมิงทำความเคารพทั้งสองคน จากนั้นอาหงประคองนางเดินจากไป
หงเว่ยหยังพูดเสียงตํ่า “ชิงหมิง เจ้าไม่ควรฝืนทำตัวแข็งแกร่งเลย”
หงเว่ยหยังมองออก หากต้วนชิงหมิงหลบไปอีกทาง คนที่ต้องบาดเจ็บต้องเป็นนางอย่างเลี่ยงไม่ได้
ต้วนชิงหมิงยิ้มจางๆ “องค์หญิงจงใจเล่นงานข้ากับเจ้า คนที่บาดเจ็บถ้าไม่ใช่เจ้าก็เป็นข้า มันก็ไม่แตกต่างกันเสีย
หน่อย?”
สายตาของหงเว่ยหยังแสดงความประหลาดใจ “อย่างน้อยที่สุด ข้าไม่อยากให้เจ้าได้รับบาดเจ็บ เพราะข้าเป็นต้น
เหตุ!”
หงเว่ยหยังรู้ว่าองค์หญิงอวี้หลัวต้องการเล่นงานอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นคนที่บาดเจ็บเป็นต้วนชิงหมิง ในใจของนางจึง
รู้สึกเสียใจมิน้อย
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้า “อาหง องค์หญิงจงใจเล่นงานข้าอยู่แล้ว ถ้าข้าหลบเอาตัวรอดไป พวกเราสองคนก็ต้องถูก
หัวเราะเยาะกันทั้งคู่”