การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 745 ต้วนชิงหมิงบาดเจ็บแล้ว?
องค์หญิงอวี้หลัวถึงกับหันหน้าหลบรอยยิ้มมุมปากนั้นไม่ทัน เหยียนหลิ่งอวี๋คลายมือที่จับมือของนางออก เคลื่อน
ไปคว้าข้อมือนางไว้แทน หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ปล่อยมือออก ข้อมือก็มีรอยจํ้าเลือดเป็นแนวยาวปรากฏ
ขึ้นอย่างชัดเจน
องค์หญิงอวี้หลัวมองรอยจํ้าเลือดเป็นแนวยาวที่กำลังแผ่ไปรอบๆ ด้วยความตกใจ โดยที่นางไม่ทันรู้สึกตัวมาก่อน
เลย
ในชั่วพริบตาเดียว องค์หญิงอวี้หลัวสะบัดแขนของเหยียนหลิ่งอวี๋ออก พูดอย่างหัวเสีย “เจ้าเป็นคนทำใช่ไหม?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับ ก้มหน้าพูดเสียงตํ่าที่ได้ยินเพียงสองคน “อวี้หลัว… เจ้าก็รู้นี่หน่า ทำไมข้าถึงยอมให้
เจ้าชิดใกล้ข้า จับมือถือแขนได้แบบนี้… นั่นเพราะว่าข้าได้วางยาที่ยากจะถอดได้ในตัวเจ้า และมันก็เริ่มออกฤทธิ์แล้ว!”
เขาพูดไปพลาง ชี้นิ้วชี้ไปทางต้วนชิงหมิงไปพลาง “สิ่งที่เจ้ากับไว้กับนาง วันนี้ข้ามาเอาคืนให้นางโดยเฉพาะยังไง
ล่ะ!”
องค์หญิงอวี้หลัวได้ยินสีหน้าถอดสี โซเซขาอ่อนถอยไปด้านหลัง เหยียนหลิ่งอวี๋คว้านางไว้ได้ทัน ยื่นหน้าเข้าไป
กระซิบข้างหูของนาง “อวี้หลัว มันสายเกินไปแล้ว… ตอนที่เจ้าวางยาพิษที่ตัวนางนั้น เจ้าก็ควรรู้ไว้ ข้าต้องมาเอาคืนเจ้า
เป็นร้อยเท่าพันทวี ให้สาสมกับสิ่งที่เจ้าทำไว้กับนาง!”
นํ้าเสียงขององค์ชายสามช่างหวานหยาดเยิ้ม น่าใหลหลงทุกถ้อยคำ “เจ้ามิได้อยากแสดงละครหรอกหรือ… นับ
จากนี้ต่อไป ข้าจะแสดงละครเป็นเพื่อนเจ้า จนกว่าเจ้าไม่แสดง……”
สีหน้าขององค์หญิงอวี้หลัวยิ่งดูไม่ได้หนักขึ้นไปอีก จนนางตะลึงงันอ้าปากไม่ออกเลย
ข้างหูของนางเสียงของเหยียนหลิ่งอวี๋กลับกลายเป็นฝันร้ายไปในพริบตา “องค์หญิงอวี้หลัวคงจะไม่ได้กลัวไป
หรอกนะ… นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นเอง”
นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เป็นนํ้าจิ้มก่อนเอาจริง!
องค์หญิงอวี้หลัวรู้สึกหวาดกลัวบุรุษที่อยู่ข้างกายขึ้นมา นางพบว่าสายตาของเขาเปียมล้นด้วยความเคียดแค้น ที่มิ
อาจใช้กลบรอยยิ้มมุมปากได้เลย
เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้ไม่ได้เป็นเทพบุตรอย่างที่ทุกคนเห็นเบื้องหน้า อย่างมากก็เป็นได้แค่ปีศาจร้ายในคราบเทพบุตร
เท่านั้น!
เมื่อหลายเดือนก่อน องค์หญิงอวี้หลัวยังตกหลุมเสน่ห์ในความหล่อเหลาขององค์ชายรูปงามผู้นี้อย่างถอนตัวไม่
ขึ้น มาบัดนี้เขาเป็นยิ่งกว่าปีศาจร้ายที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อต้วนชิงหมิง แม้จะโหดเหี้ยมเลือดเย็น เขาก็จะทำโดยไม่สนสิ่ง
ใดทั้งสิ้น
ทันใดนั้น องค์หญิงอวี้หลัวพบว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนแปลกหน้าที่ไม่นางไม่เคยได้รู้จักมักจี่มาก่อนเลย!
จู่ๆ นางรู้สึกเวียนหัวจนโซซัดโซเซแทบล้มทั้งยืน แต่ด้านหลังของนางกลับมีมือยื่นเข้ามาลองเอาไว้ “ระวังด้วย!”
เหยียนหลิ่งอวี๋เอามือและตัวเข้าไปรอง จนทุกคนที่เห็นต่างร้องเสียงหลง เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูพูดเสียง
แผ่วเบา “ยาพิษออกฤทธิ์ไม่เลวเลยใช่ไหม? อันดับแรกเจ้าจะควบคุมการทรงตัวไม่ได้ ต่อมาจะรวมรวบพลังกายไม่ได้
จากนั้นทำได้เพียงนั่งนิ่ง โดยไร้เรี่ยวแรงก้าวเดิน… อวี้หลัว นับจากนี้ต่อไป เจ้าก็เป็นแค่คนพิการดีๆ คนหนึ่งเท่านั้น!”
องค์หญิงอวี้หลัวเงยหน้าขึ้นมองพร้อทยิ้มแสยะยิ้มออกมา… บุรุษผู้นี้หน้าตาหล่อเหลาดึงดูดทุกสายตา แต่จิตใจ
กลับเหี้ยมโหดเลือดเย็นได้ถึงเพียงนี้ สิ่งที่นางคิดไม่ถึงก็คือ เขาเกลียดชังนางจนยอมใช้แผนทุกวิถีทางให้บรรลุถึงเปั้า
หมาย!”
เมื่อก่อนนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นเหมือนเทพบุตรจากสรวงสวรรค์ที่อยู่ในต้าเซี่ย เขาไม่เคยเล่นงานสตรีคนไหนมา
ก่อนเลย แต่บัดนี้เขากลับทำร้ายองค์หญิงอวี้หลัวหนักหนาสาหัสถึงปานนี้… นับจากนี้องค์หญิงจะกลายเป็นคนพิการง่อย
เปลี้ยตามที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดไว้ไม่มีผิด
องค์หญิงอวี้หลัวยกมือชี้หน้าด่าทอด้วยความแค้นเคือง “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้ามันคนชั่วช้าเลวทรามยิ่งนัก!!!”
เหยียนหลิ่งอวี๋จ้องมองไปที่นาง พลางยกมือขึ้นโบกปัดไปมา “ชมเกินไปแล้ว ชมเกินไปแล้วจริงๆ อวี้หลัว… ข้าจะ
คิดว่านี่เป็นคำชื่นชมที่มอบให้แล้วกัน เพราะข้าแค่ใช้วิธีที่เจ้าทำไว้กับคนอื่นมาทำคืนบ้างเท่านั้นเอง!”
เหยียนหลิ่งอวี๋และองค์หญิงอวี้หลัวต่างจ้องตากันด้วยความไม่พอใจ แต่ในสายตาของคนอื่นที่มองมา กลับคิดว่า
พวกเขากำลังพลอดรักต่อหน้าให้คนอื่นชม เมื่อทั้งสองคนก้มหน้าแนบชิดกัน เหยียนหลิ่งอวี๋ได้โอบอุ้มองค์หญิงขึ้นมา
โดยจับแขนนางไว้ และพูดในสิ่งที่ทุกคนฟังไม่เข้าใจ จนทุกคนต่างหันหน้ามองตากันด้วยความฉงน ปล่อยให้ความเงียบ
งันเข้ามาแทนที่
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงหันหน้าไปพูดกับทุกคนว่า “ข้าเหยียนหลิ่งอวี๋ได้องค์หญิงอวี้หลัวมาเป็นคนรัก นับเป็นวาสนายิ่ง
นัก จากนี้ข้าจะมอบสิ่งที่ดีคืนนางเป็นสิบเท่า ร้อยเท่าและพันเท่าคืนนาง ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นพยานให้ข้าด้วย!” `
การสารภาพรักดูออกจากล้าสมัยไปหน่อย แต่คนที่กล่าวเป็นถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ ทุกคนจึงต่างเลือกปรบมือโดยมิได้
นัดหมายอย่างพร้อมเพรียง
ต้วนชิงหมิงได้ยินคำพูดนั้นถึงกับคิ้วทั้งสองข้างกระตุก… การที่บอกว่าจะมอบสิ่งที่ดีคืนนางเป็นสิบเท่า ร้อยเท่า
และพันเท่าคืนนาง คงหมายถึงเอาคืนในสิ่งที่นางทำไว้กับเขาทั้งหมดทั้งมวลกระมัง
ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขึ้นมา… คนคนนั้นเคยให้คำสัญญาสาบานกับนางว่าจะซื่อสัตย์ไปทั้งชีวิต แต่เผลอ
แปั๊บเดียวกลับไปยืนข้างกายสตรีอื่น ปล่อยให้มารังแกและดูถูกหยามเกียรตินาง บุรุษเช่นนี้ต่อให้สาบานอีกมากมาย
เพียงใด ก็มิอาจเชื่อคำพูดพกลมได้อีกแล้ว
คำสัญญาสาบานที่พรํ่าเพรื่อหลอกลวง คงมีเพียงเขาที่ทำได้อย่างไม่ละอายใจ
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดเสร็จแล้วก็หันหลังเดินจากไป
ผู้คนในงานเลี้ยงที่มากหน้าหลายตา และเสียงอื้ออึงไปหมด จนต้วนชิงหมิงมิทันได้คิดหน้าคิดหลังมากนัก
ท่ามกลางผู้คนมีเสียงของคุณหนูชุดแดงดังขึ้นมา “องค์ชายสามจะรับนางเป็นพระชายาใช่ไหม?”
“ขอเพียงองค์หญิงอวี้หลัวยินยอมสมัครใจ มีหรือจะเป็นไปไม่ได้” เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มจางๆ
การแสดงออกของเหยียนหลิ่งอวี๋ในวันนี้ ดูอดทนและจริงใจต่างจากปกติวิสัยไปมาก ดังนั้นคุณหนูอีกคนร้องถาม
ขึ้น “องค์ชายสามจะรักและดีต่อองค์หญิงอวี้หลัวไปทั้งชีวิตเลยหรือ?”
“นางทำอย่างไร ข้าก็ทำเช่นนั้นตอบกลับนาง!” เหยียนหลิ่งอวี๋หันสบตาองค์หญิง
ในเวลานี้ ทุกคนที่อยู่ในงานต่างแสดงสายตาที่อิจฉาและตาร้อนผ่าวๆ ออกมากันถ้วนหน้า
คงมีเพียงองค์หญิงอวี้หลัวที่ได้แต่ฝืนยิ้ม… เหยียนหลิ่งอวี๋ช่างใจกล้าหน้าด้านเต็มประดา ริอาจพูดปดต่อหน้าทุก
คนถึงเพียงนี้
บรรดาคุณหนูและแขกมีเกียรติที่ร่วมงาน ต่างเดินมาห้อมล้อมส่งเสียงจอแจข้างองค์หญิงอวี้หลัว โดยที่ไม่มีใคร
สังเกตเห็นสายตาที่เย็นชากำลังจ้องเขม็งเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยความโกรธแค้น
ต้วนชิงหมิงถูกคนเบียดเสียดจนนางไหลไปอยู่ด้านหลัง แต่กระนั้นนางก็ยังกระหยิ่มยิ้มย่องเดินจากไปโดยไม่
แยแส
วันนี้เป็นวันที่ดีเสียเหลือเกิน มีคนสารภาพรักต่อกัน มีคนหมั้นหมายต่อกัน มีเพียงนางเท่านั้นที่ถูกลืมทิ้งไว้
ปล่อยให้โดดเดี่ยวเปลี่ยวใจเพียงผู้เดียว
ต้วนชิงหมิงแอบผ่อนลมหายใจยาวออกมา… เหยียนหลิ่งอวี๋ ถ้าเจ้าเลือกเช่นนี้ ข้าจะเลือกลืมเลือนเจ้าไปจาก
หัวใจดวงนี้ให้หมดสิ้น!
ในระหว่างที่ต้วนชิงหมิงกำลังจะหันหลังเดินออกไป ไม่รู้ว่าใครเดินมาชนไหล่ของนาง จนล้มลงไปกับพื้น
ดูเหมือนเกือบทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋กับองค์หญิงอวี้หลัว แต่สายตาของเขากลับสอดส่องตา
มหาต้วนชิงหมิง เมื่อเห็นนางประสบอันตรายเข้า เหยียนหลิ่งอวี๋แทบอยากกระโจนตัวพุ่งเข้าไปช่วย แต่เพียงเสี้ยววินาที
เดียว ต้วนชิงหมิงกลับได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “ชิงหมิง ระวังหน่อยสิ!”
ทั้งตัวของต้วนชิงหมิงไถลเซไปชนกับเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้าง และถูกคนใช้แรงดึงจนล้มลงไปอีกทาง ด้วยแรงดึงทำให้
ตัวนางกลับไปกลับมา จนกระทั่งมือของนางเสียดสีไปกับเก้าอี้อย่างแรง ทำให้ผิวหนังชั้นนอกที่มือถลอก
ความเจ็บปวดและแสบร้อนถาโถมเข้ามาทันที จนต้วนชิงหมิงต้องกำหนดสมาธิสูดหายใจเข้าลึกๆ