การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 746 เพราะสลบไปจึงเกิดเรื่องวุ่นขึ้น
ต้วนชิงหมิงถูกจับข้อมือไว้แนบแน่นเพื่รั้งให้นางสามารถยืนได้ตรง ส่วนมือข้างที่ขูดกับเก้าอี้จนถลอกมีเลือดไหล
ซิบออกมาทีละหยดๆ ลงพื้น
เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองกลับผงะไปชั่วขณะ “องค์ชายชิงตั๋ว”
ไม่ผิดหรอก บุรุษที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนางไว้ เป็นพี่ชายแท้ๆ ขององค์หญิงอวี้หลัว
ในเวลานี้ ใบหน้าของชิงตั๋วเต็มไปด้วยความร้อนรนกังวลใจ เขารีบประคองต้วนชิงหมิงไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วถาม
อย่างลนลาน “ชิงหมิงเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดถึงไม่ระวังเช่นนี้?”
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงได้ยินเสียงถามอย่างอาทร กลับกลั้นหัวเราะจนท้องแข็งไปหมด นางมองไปที่ชิงตั๋วกล่าวว่า
“ไม่เป็นไร… หม่อมฉันไม่เป็นไรเจ้าค่ะ!”
แม้ปากจะพูดว่าอาการเป็นปกติดี ต้วนชิงหมิงกลับไม่ยอมละสายตาจากเขา เพื่อมิให้ชิงตั๋วเข้ามาประชิดตัวเกิน
งาม
ชิงตั๋วที่แสนฉลาด รู้ทันว่าต้วนชิงหมิงต้องการสร้างระยะห่างกับเขา เขาจึงยืดตัวไปอยู่ด้านข้างและเอ่ยอย่าง
เหนื่อยใจ “ชิงหมิงต้องระวังให้มากกว่านี้นะ……”
ต้วนชิงหมิงได้แต่พยักหน้ารับแทนการเปล่งวาจา
ยามต้องเผชิญหน้ากับองค์ชายชิงตั๋วและองค์หญิงอวี้หลัว ต้วนชิงหมิงเกิดความรู้สึกสับสนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
นางเกลียดชังที่พวกเขาหลอกใช้นาง ไปทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋โดยที่นางก็ไม่รู้ตัว ในขณะเดียวกันก็ทำลาย
มิตรภาพที่มีให้จนขาดสะบั้นลง
ในฐานะองค์หญิงและองค์ชายจากแคว้นอื่น ย่อมเห็นแก่ผลประโยชน์ของแคว้นตนเป็นหลักนถือว่าไม่ผิด แต่การ
ที่หลอกใช้ต้วนชิงหมิงเพื่อให้ถึงเปั้าหมาย โดยทำร้ายเหยียนหลิ่งอวี๋จนสำเร็จ นับว่าเป็นสิ่งที่น่าละอายใจและไม่ควรเก็บ
มิตรภาพที่เคยมีให้กันไว้อีก
ต้วนชิงหมิงก้มหน้าเล็กน้อย พร้อมใบหน้าที่กังขา ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ชิงตั๋วเอ่ย
หากมีใครคนหนึ่งที่ถือมีดมากระซวกเข้า แล้วดึงมีดกลับไปเก็บดังเดิม หลังจากนั้นทำเป็นเหมือนไม่มีเรื่องใดเกิด
ขึ้น สิ่งนี้ต้วนชิงหมิงมิอาจยอมรับได้และไม่มีวันคิดกระทำเยี่ยงนี้ ดังนั้นนางจึงเลือกใช้ความเงียบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ที่แท้จริงของนาง
เมื่อเห็นองค์ชายชิงตั๋วเดินเข้าไปหา ด้านองค์หญิงอวี้หลัวก็ยิ้มออกมา “เสด็จพี่สามมาแล้วหรือ รีบไปทักทายองค์
หญิงจิ่นซิ่วก่อนเถอะ!”
เขาพยักหน้ารับ ตามหลักความถูกต้องแล้ว ชิงตั๋วควรเข้าไปทักทายองค์หญิงจิ่นซิ่วเจ้าของงานเลี้ยงวันเกิดก่อน
เขาหันมองต้วนชิงหมิงอย่างห่วงใยแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปเคารพองค์หญิงจิ่นซิ่ว
ด้านข้างตัวขององค์หญิงจิ่นซิ่วนั้นเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋
สายตาขององค์ชายทั้งสองต่างมองเข้าหากัน เหยียนหลิ่งอวี๋แอบชำเลืองมองชิงตั๋ว ด้วยสายตาที่หมดหวัง
ชิงตั๋วก็ปรายตามองเหยียนหลิ่งอวี๋กลับ แต่ก็ปิดความเกลียดชังในสายตาไว้ไม่มิด… เหยียนหลิ่งอวี๋ ข้าไม่อยากขุด
คุ้ยเรื่องอดีต ไม่ถามหาอนาคต ข้าเพียงอยากรู้ว่าในเมื่อเจ้าเลือกอวี้หลัว ก็จงตัดความคิดเกินเลยกับต้วนชิงหมิงซะ
องค์หญิงจิ่นซิ่วมองชิงตั๋วด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม และพูดอย่างใจกว้าง “การมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดขององค์ชายชิงตั๋ว
นับเป็นเกียรติยิ่งนัก!”
“องค์หญิงพูดเกินไปแล้ว ได้ยินว่าอีกไม่นานจะมีงานมงคลขององค์หญิงใกล้เข้ามา!” ชิงตั๋วเอ่ย
ระหว่างพูดไป เขาก็สั่งให้คนยกของขวัญเข้ามา
องค์หญิงจิ่นซิ่วกวาดสายตามองดูของขวัญก็ต้องประหลาดใจอยู่มิน้อย
นึกไม่ถึงงานเลี้ยงวันเกิดขององค์หญิงจิ่นซิ่วในวันนี้ ชิงตั๋วกลับส่งของขวัญที่ลํ้าค่าถึงเพียงนี้มาให้นาง
ชิงตั๋วได้แต่ยืนนิ่งๆ โดยไม่ทำอะไร แต่สายตาเกือบทุกคู่กลับจับจ้องไปที่เขา นี่เป็นครั้งแรกของชิงตั๋วที่ไม่ได้รูป
งามเทียบเท่าเหยียนหลิ่งอวี๋ ใช้ความสงบนิ่งดึงดูดสายตาให้มาอยู่ที่เขา
เหยียนหลิ่งอวี๋มองทะลุสิ่งที่อยู่ในใจของชิงตั๋ว โดยยิ้มอย่างเย็นชายากคาดเดา จากนั้นแวบสายตามองไปที่ต้วนชิง
หมิงด้วยความขัดเคือง
เขาเคยกำชับนักกำชับหนากับอั้นเยวี่ยแล้ว ต้องไม่ให้ต้วนชิงหมิงโดนทำร้ายแม้แต่ปลายเส้นผม แต่กระนั้นก็มิ
วายเป็นแผลจนได้ ตอนนี้ อั้นเยวี่ยหายหัวไปอยู่ที่ไหนแล้ว ปล่อยให้นางถูกฉุดไปฉุดมาจนเป็นแผลที่ข้อมือเข้าแล้ว
ด้านชิงตั๋วก็พูดนั่นพูดนี้กับองค์หญิงจิ่นซิ่วไม่หยุดหย่อน มีบ้างที่องค์หญิงอวี้หลัวพูดเสริมเข้ามาประโยคสอง
ประโยค ทำให้บรรยากาศไม่เงียบงันเหมือนเมื่อครู่
คงมีเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ร้อนรนใจจนพูดไม่ออก สายตาของเขามองทอดไปด้านหลังองค์หญิงจิ่นซิ่ว โดยไม่รู้ว่า
กำลังเสาะหาสิ่งใด
การมาถึงขององค์ชายชิงตั๋วทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น บรรดาคุณหนูสูงศักดิ์ต่างเริ่มพูดคุยกันสนุกสนาน
หัวเราะหัวร่อกันไปมา เพื่อรองานเลี้ยงเริ่ม จู่ๆ มีเสียงสตรีร้องเสียงเอ็ดตะโรดังลั่นขึ้นมา
ที่แท้ มือของต้วนชิงหมิงมีเหลือไหลหยดลงใส่ชายกระโปรง ทางด้านหงเว่ยหยังที่เห็นจึงร้องลั่นอย่างคุมตัวไม่อยู่
“ชิงหมิงเกิดอะไรขึ้น ทำไมเลือดถึงไหลอย่างนี้?”
เรื่องนี้เป็นเหมือนเรื่องร้อน ที่ทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ไม่เป็นสุขได้อีก
เขาดูลุกลี้ลุกลนอยากเข้าไปดูบาดแผลให้ต้วนชิงหมิง แต่นางกลับหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาพันแผล จากนั้นหันพูด
กับหงเว่ยหยังด้วยเสียงเรียบนิ่ง “แค่บาดภายนอกนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย!”
หงเว่ยหยังจับมือของต้วนชิงหมิงขึ้นมาดู พลางพูดอย่างเสียใจ “เห้อ ข้าผิดเองที่ไม่ได้ช่วยดึงเจ้าไว้!”
เมื่อได้ยินที่หงเว่ยหยังพูดเช่นนั้น อาจื๋อที่หัวช้าจึงวิ่งเข้ามาดูและจับมือต้วนชิงหมิงขึ้น “ชิงหมิงเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ข้าไปที่อื่นเพียงครู่เดียว เจ้ากลับเปลี่ยนไปขนาดนี้ลยหรือ?”
ต้วนชิงหมิงหันไปพูดกับอาจื๋อด้วยรอยยิ้มจางๆ “ไม่ต้องเป็นกระต่ายตื่นตูมไป ข้าไม่เป็นไรแล้ว……”
พอพูดมาได้ครึ่งหนึ่ง จู่ๆ ต้วนชิงหมิงรู้สึกเวียนหัวเหมือนบรรยากาศรอบข้างกำลังหมุนเคว้งคว้าง “เกิดอะไรขึ้น?
หัวของข้า……”
ยิ่งเวียนหัวมากขึ้นเท่าไหร่ สีหน้าของต้วนชิงหมิงก็ซีดขาวลงไปเรื่อยๆ ราวกับว่าชั่วเวลาครู่เดียว สามารถเปลี่ยน
ให้ดอกแไม้ที่แย้มยิ้ม เป็นดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาไปได้
หงเว่ยหยังรีบเข้าไปคว้าต้วนชิงหมิงเข้ามาข้างกาย และเอ่ยเสียงตํ่า “ชิงหมิงเกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่?”
อาจื๋อเม้มปากแนบแน่น ไม่คิดว่าต้วนชิงหมิงจะร่างกายอ่อนแอถึงเพียงนี้ แค่เลือดไหลหยดติ๋งๆ ออกมาเท่านั้น
ตอนนี้กลับอ่อนแอปวกเปียกไม่เป็นท่า
จากนั้น อาจื๋อก็ร้องเสียงหลง “อาหงดูมือของชิงหมิงเร็วเข้า!”
หงเว่ยหยังรีบก้มหน้าลงมอง พร้อมกับใช้มือปั้องปากมิให้คนอื่นเห็น ทว่านํ้าเสียงของหงเว่ยหยังกลับเปลี่ยนไป
อย่างเห็นได้ชัด “ยาพิษ… ชิงหมิงถูกวางยาพิษเข้าแล้ว!”
แต่ที่น่าคิดคือต้วนชิงหมิงไปถูกวางยาพิษอะไรกัน
ทางด้านองค์หญิงจิ่นซิ่วได้ยินสีหน้าก็สลดไปทันที นางเป็นเจ้าของงานในวันนี้
ตอนนี้อาหงเสียงดังลั่นว่าต้วนชิงหมิงโดนพิษเข้าแล้ว ไม่แน่ว่าคนที่แอบทำอาจเป็นนางก็เป็นได้
องค์หญิงจิ่นซิ่วรีบผายมือให้บ่าวใช้ในวัง “ไปตามหมอหลวงมา!”
การตามหมอหลวงมาที่ ไม่เพียงช่วยรักษาต้วนชิงหมิงแล้ว ยังเป็นการยืนยันในความบริสุทธิ์ขององค์หญิงจิ่นซิ่ว
ในเวลาเดียวกัน
ด้านต้วนชิงหมิงกำลังอ่อนแอพับลงไปกับพื้น ทว่าอาหงและอาจื๋อต่างเข้าไปจับนางคนนางข้างเพื่อประคองมิให้
ล้มคะมำไปกับพื้น
ไม่นานนัก ต้วนชิงหมิงได้สลบไสลเข้าสู่ห้วงนิทรา
ชิงตั๋วตกใจกับสีหน้าต้วนชิงหมิงอยู่ไม่น้อย เขาอยากพุ่งตัวเข้าดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่
จากนั้นมีบุรุษสวมชุดดำแวบผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว เข้าประชิดต้วนชิงหมิง และอุ้มนางจากความช่วยเหลือ
ของอาหงและอาจื๋อจากไป