การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 747 ไม่ว่าใครก็ไม่ให้อภัย
ชิงตั๋วเห็นเช่นนั้นกลับคว้าชายเสื้อของบุรุษสวมชุดดำไว้ไม่ทัน ส่วนคุณหนูทั้งหลายที่เห็นชายชุดดำโผล่เข้ามา ต่าง
ก็หลบไปด้านข้างด้วยกลัวว่าจะพลอยซวยไปด้วย
ภายในห้องที่มีการจับตัวคนไป รวมถึงการเล่นละครขององค์หญิงองค์ชาย ทำให้คุณหนูทั้งหลายแอบไม่พอใจขึ้น
มา
ต้วนชิงหมิงช่างแผนสูงเสียเหลือเกิน นางบังอาจทำให้องค์ชายชิงตั๋วร้อนใจ กลับยังมีบุรุษสวมชุดดำโผล่เข้ามาใน
งาน คว้านางไปโดยไม่สนสายตาใครทั้งสิ้น เหตุการณ์ในครั้งนี้ ชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงถือว่าปั่นปีจนสิ้น
ขนาดตะวันยังไม่ลับขอบฟั้าไปกลับมีคนกล้าบุกเข้ามาในวังหลวง หรือนี่เป็นการท้าทายอำนาจขององค์หญิงจิ่น
ซิ่ว และหยามหน้าราชวงศ์ต้าเซี่ย องค์หญิงจิ่นซิ่วจึงชี้หน้าด่าทอ “เจ้าเป็นใคร วางต้วนชิงหมิงลงเดี๋ยวนี้!”
“องค์หญิงไม่เจอกันนานเลย!” บุรุษสวมชุดดำโอบอุ้มต้วนชิงหมิงขึ้นมา หันแสยะยิ้มให้องค์หญิงจิ่นซิ่ว ก่อนจะ
กระโดดหนีไป
องค์หญิงจิ่นซิ่วมองหน้าและใคร่ครวญนํ้าเสียงของเขา ถึงกับร้องตระหนก “เจ้า… คือ……”
บุรุษสวมชุดดำตอบเสียงเรียบ “เป็นกระหม่อมเอง… ไม่คิดว่าองค์หญิงจะจำกระหม่อมได้…”
องค์หญิงจิ่นซิ่วเม้มปากแนบแน่นไม่เอ่ยคำใด
ได้ยินที่บุรุษสวมชุดดำเอ่ย “หม่อมฉันเป็นองครักษ์ของคุณหนูต้วน ตอนนี้คุณหนูต้วนบาดเจ็บแล้ว หม่อมฉันจะ
พาเขาจะพาคุณหนูกลับพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงจิ่นซิ่วหน้าซีดเผือด อำนาจที่เบ่งเมื่อครู่กลับมลายหายไป นางเอ่ยเพียงว่า “อย่างนั้นรักษานางที่นี่แล้ว
กัน อย่างไรเสีย ชิงหมิงก็ถูกพิษในตำหนักของข้า ในฐานะเจ้าบ้าน ข้าจึงมิอาจนิ่งอยู่เฉยได้……”
“เรียนองค์หญิง พิษในตัวของคุณหนูต้วนมิได้เกี่ยวข้องกับองค์หญิง นางมิอาจมีเลือดไหลออกมาจากร่างกายได้
มิเช่นนั้นพิษในตัวจะกำเริบพ่ะย่ะค่ะ” บุรุษสวมชุดดำส่ายหน้าปฏิเสธ
ตั้งแต่ที่องค์หญิงจิ่นซิ่วเกิดมาไม่เคยได้ยินพิษที่ร้ายแรงถึงเพียงนี้มาก่อน นางกำลังชั่งใจในคำพูดของบุรุษสวมชุด
ดำว่าเป็นจริงหรือเท็จกันแน่
เขาพูดสำทับต่อไปว่า “คุณหนูต้วนถูกพิษที่ร้ายแรงและหายาก หมอหลวงในวังไม่มีทางรักษาได้ เช่นนั้นองค์หญิง
จะให้คุณหนูต้วนรอความตายอยู่ที่นี่ หรือให้หม่อมฉันนำนางไปรักษาพ่ะย่ะค่ะ?”
มือขององค์หญิงจิ่นซิ่วสั่นระริกไปหมด นางฝืนใจกัดริมฝีปาก “นางถูกพิษอะไร?”
“คุณหนูต้วนเคยถูกบีบบังคับให้ตกจากหน้าผา และถูกค้างคาวพิษกัดเข้า… ดังนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคุณหนู
แม้แต่น้อย… ตอนนี้ หม่อมฉันสามารถสามารถไปได้แล้วหรือยังพ่ะย่ะค่ะ?” บุรุษสวมชุดดำเอ่ยถาม
องค์หญิงจิ่นซิ่วไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ตอบเสียงเรียบ “เจ้าไปเถอะ!”
บุรุษสวมชุดดำผู้นี้องค์หญิงจิ่นซิ่วรู้จักมาก่อนจึงปล่อยไป เหตุผลอีกอย่างที่องค์หญิงปล่อยไปนั้น ด้วยรู้ว่าต้วนชิง
หมิงผู้นี้ เคยถูกหลิวยวนปล่อยทิ้ง จากนั้นก็ถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ทิ้งไปอีก ดูแล้วนางก็เป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง องค์หญิง
จิ่นซิ่วจึงมิอยากทำให้หลิวยวนเสียความรู้สึกกับนาง เพราะเกิดจากต้วนชิงหมิง ด้วยเหตุนี้นางเลือกปล่อยให้ต้วนชิงหมิง
จากไป
ชิงตั๋วเห็นบุรุษสวมชุดดำกำลังจะพาต้วนชิงหมิงจากไป จึงพรวดขึ้นทันใด “เจ้าเป็นใคร รีบวางต้วนชิงหมิงลง
ซะ!”
เดิมที ชิงตั๋วอยากพุ่งเข้าไปแย่งต้วนชิงหมิง กลับนึกไม่ถึงว่าบุรุษสวมชุดดำกลับว่องไวปราดเปรียวกว่านางมากนัก
ชิงตั๋วแค้นเคืองรีบสั่งห้ามออกไป “วางชิงหมิงลงเดี๋ยวนี้!”
บุรุษสวมชุดดำแสยะยิ้มให้ชิงตั๋ว “หรือว่าองค์ชายชิงตั๋วอยากให้คุณหนูต้วนตายลงที่นี่?”
ชิงตั๋วชะงักไปครู่หนึ่ง เขาไม่ได้อยากให้นางตาย แค่ไม่อยากให้บุรุษสวมชุดดำพานางออกจากที่นี่ไปเท่านั้น!
บุรุษสวมชุดดำจึงพูดอย่างเย็นชาต่อไปว่า “หากองค์ชายยังรั้งให้อยู่ที่นี่ต่อไปอีก ชีวิตของคุณหนูต้วนก็ยิ่งเฉียด
อันตรายเข้าไปทุกจังหวะ… องค์ชายชิงตั๋วอยากให้นางอยู่หรือตาย ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจแล้ว!”
ชิงตั๋วยืนตะลึงงันไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยคำใด
ในเมื่อบุรุษสวมชุดดำผู้นี้สามารถรอดจากองค์หญิงจิ่นซิ่วไปได้ นั่นหมายถึงฐานะของเขาย่อมไม่ธรรมดา อีกอย่าง
หากเขารั้งเอาไว้ ชีวิตของต้วนชิงหมิงย่อมตกอยู่ในอันตรายเข้าไปทุกที ถึงตอนนั้นคนซวยจะพาลตกมาที่เขาแทน
อย่างไรก็ตาม ชิงตั๋วเป็นคนที่เฉลียวฉลาด เขาชั่งใจอยู่ประเดี๋ยวก่อนตอบกลับไป “เอาล่ะ เจ้าพานางไปได้ แต่ถ้า
นางเป็นอะไรไปแม้แต่น้อย ข้าจะตามล่าเจ้าสุดล่าฟั้าเขียว ฉีกร่างเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น!”
“ในเมื่อรู้อย่างนี้จะเสียเวลามารั้งไว้ทำไมเล่า?” บุรุษสวมชุดดำแขวะใส่
พูดจบก็อุ้มต้วนชิงหมิงเดินออกจากงานเลี้ยงไป
**
บุรุษสวมชุดดำ สีหน้าเคร่งขรึม ผิวสีเหลืองแทน หากปะปนในกลุ่มผู้คนก็ยากจะมองเห็น แต่องค์หญิงอวี้หลัว
เพียงปรายตามองก็รู้สึกว่าบุรุษสวมชุดดำผู้นี้ คล้ายกับคนที่นางรู้จักมาก่อน
แต่ทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวในเมืองหลวงแห่งนี้ได้เล่า
องค์หญิงอวี้หลัวยืนตะลึงมองเขาอุ้มต้วนชิงหมิงเดินออกจากงานเลี้ยงไป
ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ก็นิ่งเงียบไม่ได้ท้วงติงคำใด
ถึงแม้ต้วนชิงหมิงจะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับนางแล้วอาจหมายถึงชีวิต เพราะหากไม่มีต้วนอวี้ช่วยไล่
ค้างคาวในตอนนั้น ต้วนชิงหมิงอาจถูกกัดจนถึงแก่ชีวิตไปแล้วก็เป็นได้
เหยียนหลิ่งอวี๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมององค์หญิงอวี้หลัว “บุรุษสวมชุดดำเดินออกไปแล้ว องค์หญิงยัง
อยากมองเขาต่อไปอีกหรือ?”
“ท่านพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านพูด” นางตอบบ่ายเบี่ยง
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงตอบเสียงเรียบ “บุรุษสวมชุดดำคนนั้นพาคุณหนูต้วนออกไปแล้ว คงต้องพาไปที่จวนต้วนอย่าง
แน่นอน หากองค์หญิงอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร เหตุใดไม่ตามไปสืบที่จวนต้วนด้วยเล่า?”
องค์หญิงอวี้หลัวดวงตาเปล่งประกายหลังจากที่ได้ฟังเหยียนหลิ่งอวี๋แนะ “ใช่แล้ว!”
บุรุษสวมชุดดำพูดออกมาว่าเป็นองครักษ์ของต้วนชิงหมิง ขอเพียงไปที่จวนต้วนย่อมพบเขาอย่างแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้น องค์ชายไปจวนต้วนเป็นเพื่อนข้าหน่อยจะได้หรือไม่?” องค์หญิงอวี้หลัวเอ่ยถาม
“กระผมยังมีธุระอย่างอื่นที่ยังสะสางไม่เสร็จ มิอาจไปเป็นเพื่อนองค์หยิงได้……” เหยียนหลิ่งอวี๋ปฏิเสธ
พอเห็นสีหน้าที่ผิดหวังของนางปรากฏขึ้นมา เหยียนหลิ่งอวี๋ถึงกับยิ้มมุมปากและเอ่ยว่า “องค์ชายชิงตั๋วจะต้องไป
เป็นเพื่อนองค์หญิงได้อย่างแน่นอน เพราะเขาคงอยากไปหาคุณหนูต้วนกระมัง”
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าขึ้นมองทางที่ต้วนชิงหมิงถูกโอบอุ้มออกไป ก่อนเอ่ยนิ่งๆ “อย่างนั้น องค์หญิงก็ให้องค์ชาย
ชิงตั๋วไปเป็นเพื่อน ส่วนกระผมต้องขอตัวไปทำธุระอื่นต่อแล้ว!”
เมื่อเขากล่าวจบก็เดินจากไป โดยไม่รีรอฟังคำตอบขององค์หญิงอวี้หลัว เพราะนางยังคงยืนเหม่อจ้องไปทางที่
บุรุษสวมชุดดำเดินพาต้วนชิงหมิงจากไป
ใช่แล้ว มีเพียงการไปดูถึงจวนต้วนเท่านั้น ถึงจะรู้ว่าเป็นบุรุษที่นางรู้จักมาก่อนหรือไม่ และจะได้รู้ว่าต้วนชิงหมิง
เป็นอะไรกันแน่!
บัดนี้ องค์หญิงอวี้หลัวตัดสินใจแน่วแน่ไม่ผันเปลี่ยน นางต้องไปจวนต้วนเพื่อดูต้วนชิงหมิง รวมทั้งถือโอกาสไปดู
หน้าบุรุษสวมชุดดำให้ชัดๆ
งานเลี้ยงวันเกิดขององค์หญิงจิ่นซิ่วที่ถูกจัดเตรียมเป็นอย่างดี กลับเสียบรรยากาศไปหมดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
สีหน้าของชิงตั๋วบูดเบี้ยวไม่พอใจ เขายังคงมองไปทางที่ต้วนชิงหมิงถูกอุ้มออกไป แม้กระทั่งองค์หญิงอวี้หลัวเดิน
เข้ามาประชิดตัว เขาก็ยังไม่รู้สึกตัว
องค์หญิงอวี้หลัวเดินเข้ามาประชิดชิงตั๋ว พร้อมกดเสียงตํ่าเรียก “เสด็จพี่สาม…”
ชิงตั๋วหันหน้ามาตอบรับ ด้วยนํ้าเสียงนิ่งเรียบ “มีเรื่องอะไร?”
พอเห็นสีหน้าและแววตาของชิงตั๋ว องค์หญิงอวี้หลัวรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านขึ้นมา จนกดเสียงให้ตํ่าอีกครั้ง “ต้วนชิง
หมิงกลับไปแล้ว เสด็จพี่อยากไปดูนางไหม… อย่างนั้นพวกเราไปจวนต้วนด้วยกันเถอะ!”
“อวี้หลัวไปกับเหยียนหลิ่งอวี๋เถอะ… พี่ดูออกว่าเขาอยากไปหาต้วนชิงหมิงเหมือนกัน ส่วนพี่อยากไปหาเมื่อไหร่ก็
ไปได้ แต่จะไปพร้อมกับอวี้หลัวไม่ได้!”
หลังจากที่นางได้ยินก็อึ้งจนพูดไม่ออก
ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชิงตั๋วไม่ค่อยใส่ใจนางเหมือนที่เคยเป็นมา ราวกับไม่ว่านางอยากพูดสิ่งใด ชิงตั๋วมักทำท่า
ทำงานไม่ค่อยแยแส