การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 76 เชวียหนิงเชี่ยนที่ไม่บิดพลิ้ว
ดูท่าแล้วต้วนชิงหมิงผู้นี้ไม่ใช่ธรรมดา หนิงเชี่ยนไม่ใช่คู่ปรับของนางจริงๆดังนั้นเรื่องเร่งด่วนในตอนนี้คือ ห้ามไม่ให้
ต้วนชิงหมิงพูดต่อไปอีกแล้ววิธีที่ดีที่สุดคือให้เชวียหย่งเฉียงขัดให้นางหยุดพูด
ฮูหยินเชวียที่นั่งอยู่ด้านข้างโกรธจนพูดไม่ออกความสามารถกลับผิดเป็นถูกของซานอี๋เหนียง นับวันยิ่งหนักข้อขึ้น
ทุกวันดูท่าแล้วถ้าไม่ทำอะไรนางบ้าง นางคงกำเริบเสิบสานยิ่งไปกว่านี้
นางย่นหัวคิ้วเข้าหากันน้อยๆกำลังจะขยับลุกขึ้นจัดการ ทว่าต้วนชิงหมิงกลับส่ายหน้าและส่งสายตาให้วางใจได้
ตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงปรากฏตัวฮูหยินเชวียก็จับตามองนางอยู่ตลอด ตอนนี้ดูท่าทางที่มั่นใจของนางแล้วจึงได้แต่ฝืน
เก็บความโกรธไว้ภายใน……นางต้องกัดฟัน บีบผ้าเช็ดหน้าที่มือจนแน่นถึงจะคลายความโกรธให้สงบลงได้……ท่าทางคุณ
หนูจวนต้วนผู้นี้จะมีวิธีการจัดการซานอี๋เหนียงที่ปกติพูดลื่นไหลให้เงียบจนพูดไม่ออกเป็นแน่
เมื่อได้ยินคำพูดซานอี๋เหนียงคล้ายเห็นสายตาของเชวียหย่งเฉียงมีแววไม่พอใจระคนโกรธเคือง หันมองไปยังต้วน
ชิงหมิงท่าทีของเขาแสดงอย่างชัดเจนว่าเชื่อคำพูดของซานอี๋เหนียงและมั่นใจว่านางและเชวียหนิงหรานร่วมมือกันกลั่น
แกล้งบุตรสาวคนเล็ก!
นางมองตอบกลับไปไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่สักกระผีกเดียว ยืนตัวตรงขึ้นและเผยยิ้มน้อยนิด “เช่นนั้น ซานอี๋
เหนียงก็เพียงฟังความด้านเดียวของคุณหนูสามจากนั้นก็วิ่งมาถามหาความผิดจากฮูหยินเชวียและคุณหนูลูกภรรยาเอก
ขอถามว่าการกระทำเช่นนี้ นับว่าเป็นการฟังความข้างเดียวด้วยหรือไม่?”
ซานอี๋เหนียงในตอนนี้ถึงกับปากจุกจนพูดอะไรไม่ออก!
นางหยุดเว้นจังหวะทำหน้าเคร่งขรึมและพูดต่อไปว่า “ที่จริงเรื่องมาถึงตรงนี้ก็คล้ายว่าไม่มีอะไรแล้วพี่สาวเชวียจึง
พาหลานเดินออกมา ในตอนนั้นคุณหนูใหญ่กลับพูดว่านางและคุณหนูสามจะต้องไปหาท่านลุงเพื่อเลือกชุดร่วมงานเลี้ยง
ด้วยกันคุณหนูสามยังไม่วายตั้งใจพูดแขวะคุณหนูเชวียว่ามีเพียงเจ้าที่จะไม่ได้เลือกชุดหลานเห็นพี่สาวเชวียเสียใจมาก จึง
พูดติดตลกไปสองสามประโยคว่า ‘’ไม่แน่นะว่า เมื่อพี่สาวเชวียกลับถึงห้องแล้ว ชุดก็อาจส่งมาแล้วเป็นได้!‘’เพราะ
ประโยคนี้ทำให้คุณหนูสามโกรธเคืองขึ้นมาจึงผลักต้วนชิงหมิงแต่คุณหนูเชวียกลับใช้ร่างบังแทน ทำให้ตกลงไปนํ้า
แทน……ส่วนคุณหนูใหญ่ถูกมือที่ชักกลับของคุณหนูสาม ชนจนล้มไปในนํ้าพร้อมกัน”
ต้วนชิงหมิงยังไม่ทันได้พูดจบซานอี๋เหนียงพูดเสียงแหลมขึ้นมา “เจ้าพูดเหลวไหลหนิงเชี่ยนของพวกเราจะไม่ทำ
เรื่องแบบนี้เป็นอันขาด หนิงเชี่ยนของพวกเรา……”
หรือว่าหนิงเชี่ยนจะกล้าผลักเชวียหนิงหรานลงไปในนํ้าอย่างนั้นหรือ? ทว่าสิ่งที่เชวียหนิงเชี่ยนพูด กับสิ่งที่ต้วนชิง
หมิงพูดไม่เหมือนกันแม้แต่น้อย! แต่ถ้าเรื่องเป็นจริงเหมือนที่นางพูดต้องแย่เป็นแน่เชวียหย่งเฉียงไม่เพียงแต่จะไม่สนใจเช
วียหนิงหรานเขากลัวว่าเรื่องนี้ถ้าล่วงรู้ไปถึงท่านปูั่ท่านย่า พวกท่านคงไม่ยอมปล่อยพวกนางไว้
ซานอี๋เหนียงตกใจจนขวัญหนีดีฝั่อในเวลานี้ทำได้เพียงกัดฟันส่ายหน้าไปมาไม่ยอมรับสักอย่าง อย่างไรต้วนชิงหมิ
งก็เป็นคนนอกไม่ว่าจะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนคำพูดของเชวียหนิงหราน ก็ไม่ได้รับความเชื่อใจจากเชวียหย่งเฉียง
แม้แต่น้อยนางเอาแต่ก้มหน้า ไม่พูดเอาอกเอาใจ ไม่แน่ว่าอีกเดี๋ยวเรื่องนี้ก็คงผ่านไป!
ซานอี๋เหนียงพูดไปก็ก้มหน้าเช็ดนํ้าตาไปด้วยหันหน้าไปพูดกับเชวียหย่งเฉียงว่า “ท่านพี่ข้าเชื่อว่า หนิงเชี่ยนของ
เราไม่ทำเรื่องแบบนี้!” ต่อให้ทำขึ้นมาจริงให้ตายยังไงก็จะไม่ยอมรับ!
หน้าตาเชวียหย่งเฉียงแทบดูไม่ได้เขากำลังจะพูด ทว่าทางด้านต้วนชิงหมิงกลับยิ้มและเอ่ยขัดขึ้นมาอีกครั้ง “หวัง
ว่าท่านลุงจะให้อภัยความเขลาเบาปัญญาของหลานเมื่อครู่ชิงหมิงยังเคารพกฎในจวนเชวียที่เข้มงวดของท่านลุงอย่างเชื่อ
มั่นมิสั่นคลอน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าซานอี๋เหนียงที่เป็นตัวแทนของท่านลุงและท่านปั้าจะ”
คำพูดของนางเหมือนตีแสกหน้าเชวียหย่งเฉียง……ซานอี๋เหนียงผู้นี้กลับผิดเป็นถูกครั้งแล้วครั้งเล่านางจึงอดรนทน
ดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ถ้าไม่จัดการนางเสียหน่อยไม่รู้ว่าจะรอถึงเมื่อไหร่? อย่างน้อยที่สุดต้องให้เชวียหย่งเฉียงรับ
ทราบเสียหน่อยว่าซานอี๋เหนียงเวลาไปอยู่ต่อหน้าคนอื่นไม่เพียงจะช่วยเขาไม่ได้ยังสร้างความด่างพร้อยให้กับเขาอีกด้วย!
เด็กสาวตรงหน้ากล่าววาจาจนเขาจุกแทบพูดอะไรไม่ออกพลางไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรพูดตำหนิอย่างโกรธ “จะยืน
ร้องไห้อะไรตรงนี้ยังไม่รีบกลับห้องของเจ้าอีกหรือ?”
ซานอี๋เหนียงแม้จะไม่ยอมแพ้ทว่ากลับถอยไปด้านหลังทีละก้าว ทีละก้าว……ก่อนจะไปยังไม่ลืมที่จะหันมาค้อน
คล้ายจะถลกหนังนางต้วนชิงหมิง……ชื่อนี้ข้าจำได้ขึ้นใจแล้ว!
เมื่อนางเดินออกไปแล้วเชวียหย่งเฉียงค่อยโล่งอกไป แต่เขากลับไม่เชื่อคำพูดของต้วนชิงหมิงแล้วเพราะว่าเขาไม่
เชื่อเด็ดขาดว่าลูกสาวที่เอ็นดูมาตลอด จะพูดคำพูดเช่นนั้นออกมา……ต่อให้พูดออกมาจริง ในนั้นต้วนชิงหมิงคงต้องใส่สีตี
ไข่ผสมเข้าไปด้วยเป็นแน่!
เขายังคงพูดเรียบนิ่งว่า “เช่นนั้น แผลที่ขาของเจ้า อย่าบอกนะว่าหนิงเชี่ยนเป็นคนทำ?”
คำพูดเชวียหย่งเฉียงเหมือนเป็นการเสียดสีอย่างตรงไปตรงมาเขากำลังจะเสียดสีคำพูดฟังความข้างเดียวของต้วน
ชิงหมิง ที่โยนความผิดทั้งหมดให้กับเชวียหนิงเชี่ยน……เป็นที่รู้กันดีว่าเวลาเชวียหนิงเชี่ยนอยู่ต่อหน้าผู้เป็นบิดาจะเชื่อฟัง
ทำตามโดยตลอด ฉะนั้นเขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าบุตรสาวจะพูดจาร้ายกาจและทำเรื่องเลวร้ายได้เช่นนี้?
คำถามนี้แหละที่นางรอคอย! เขาติดกับดักของนางเสียแล้ว เดิมทีนางไม่อยากจะผลักความผิดให้เชวียหนิงเชี่ยน
โดยจะหาข้ออ้างอื่นพูดออกไปแทน แต่ตอนนี้เขากลับพูดขึ้นแทนบุตรสาวคนโปรด!ถ้านางไม่ลงมือจัดการตอนนี้ แล้วจะ
รอถึงเมื่อไร? จึงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“หลานไม่กล้าปิดบังท่านลุง ท่านลุงพูดถูกต้องแล้ว!หลังจากพี่สาวเชวียถูกคุณหนูสามผลักตกนํ้าชิงหมิงทั้งโกรธ
ทั้งเสียใจจึงต่อว่าคุณหนูสาม เป็นเพราะชิงหมิงคือลูกสาวภรรยาเอกนางจึงพาลเกลียดชิงหมิงเลยผลักให้ตกนํ้าไปด้วย
ถ้าเพราะเพียงแค่เป็นลูกสาวภรรยาเอกทำให้คุณหนูสามไม่มีความสุข ชิงหมิงยินดีไปหาท่านลุงกับนางเพื่อหาข้อสรุป
คาดไม่ถึงว่าเมื่อคุณหนูสามได้ยินคำว่า ‘ลูกสาวภรรยาเอก’ก็คลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที ทั้งยังพูดเสียงดังอึกทึกว่าจะฆ่าหลาน
ให้ตาย! ในตอนนั้นหลานตกใจมาก สายตาของคุณหนูสามช่างน่ากลัวจนไม่กล้าพูดและขยับตัว นางจึงเข้ามาผลักหลาน
อย่างแรงให้ตกลงไปในนํ้า……”
ตอนนี้เชวียหย่งเฉียงหน้าซีดชาจนซีดขาวไปหมด จนอธิบายไม่ถูกว่าดูไม่ได้ขนาดไหน!
นางพูดถึงคนคลุ้มคลั่งคนนั้นที่หมายถึงเชวียหนิงเชี่ยนที่กำลังก้มหน้าคุกเข่าตรงหน้าเขาจริงหรือ? ไม่ต้องพูดเลย
ว่ายังไงเขาก็ไม่เชื่อที่นางพูดแม้แต่คำเดียว
ในเมื่อเชวียหนิงเชี่ยนก้มหน้าคุกเข่าไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว ดูนิ่งสงบอย่างมากดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนคลุ้มคลั่ง
เหมือนที่นางพูดแต่ว่าตัวของต้วนชิงหมิงไม่เปียกนํ้าแม้แต่หยดเดียว ทำไมพูดไปถึงเรื่องตกนํ้าเล่า?
เมื่อเห็นเชวียหย่งเฉียงมีท่าทางไม่เชื่อต้วนชิงหมิงจึงพูดหน้าเคร่งขรึมต่อไป “เรื่องเหล่านี้คำพูดเหล่านี้ หาได้เป็น
ความด้านเดียวของชิงหมิง ขอเพียงท่านลุงเรียกบ่าวรับใช้มาถามก็จะรู้ความจริง……ที่จวนต้วนของหลานท่านพ่อให้
ความเท่าเทียมระหว่างพี่สาวกับน้องสาวไม่เคยแบ่งแยกว่าเป็นลูกภรรยาเอกหรือลูกอนุ ทว่าหลังมาถึงจวนเชวียชิงหมิง
เห็นคุณหนูใหญ่ คุณหนูสามและคุณหนูรองแต่งตัวไม่ได้แตกต่างกันมากแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดคุณหนูสามถึงต่อต้านคำว่า ‘ลูก
ภรรยาเอก’ได้ถึงเพียงนี้! ชิงหมิงไม่มีอะไรจะพูดต่อแล้วหวังว่าท่านลุงจะให้ความกระจ่างปรากฏ!”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมายังไม่ทันได้พูด ฮูหยินเชวียขยับลุกขึ้นมาแล้วมองไปที่เขาพร้อมพูดว่า “ท่านพี่
ว่าเรื่องนี้จะจัดการอย่างไรจึงเหมาะสม……”
คุณหนูภรรยาเอกของจวนต้วนได้รับความไม่เป็นธรรมในจวนเชวียต่อให้เชวียหย่งเฉียงไม่อยากเข้ามาจัดการ แต่
นางไม่สามารถนิ่งดูดายได้ถ้าเกิดเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป จวนเชวียของเขาจะหาที่ยืนได้จากไหนอีกทั้งหน้าของฮูหยินเช
วียจะเอาไปไว้ที่ไหนกัน?
สีหน้าของเชวียหย่งเฉียงไม่สู้ดีอย่างน้อยที่สุดคำพูดของต้วนชิงหมิงคงมีความจริงอยู่ครึ่งหนึ่งทว่าเชวียหนิงเชี่ยน
จะโหดร้ายได้ถึงเพียงนั้นหรือนางเป็นแค่สาวน้อยที่อายุยังไม่ถึงสิบปีเลย
เดิมทีเรื่องเรือนด้านหลังในจวนเป็นหน้าที่ของฮูหยินเชวียตัดสิน ทว่าเขากลัวว่าฮูหยินเชวียจะใจร้ายกับเหล่าอนุ
จึงมักจะออกมาเป็นคนตัดสินประจำ แต่ตอนนี้ความจริงทั้งหมดกองอยู่ตรงหน้าต่อให้เขาอยากจะปกปั้องเพียงไร ก็ไม่มี
ประโยชน์อีกต่อไป!
ถึงตอนนี้เชวียหย่งเฉียงทำได้เพียงผายมืออย่างอ่อนแรง กำลังจะเดินออกไปทว่าหันหลังกลับมากำชับกำชาฮูหยิน
เชวีย
“ฮูหยิน เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องพูดเล่นกันก็เป็นได้!นอกจากมีพยานบุคคลและหลักฐานวัตถุ ถึงสามารถลงโทษตาม
กฎ และอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เข้าใจหรือไม่?”