การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 755 ถ้าข้าอยู่ จะไม่ให้เจ้าแผลงฤทธิ์ (1)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 755 ถ้าข้าอยู่ จะไม่ให้เจ้าแผลงฤทธิ์ (1)
เมื่องูพิษทั้งสองตัวเป็นอิสระจึงเลื้อยขดเคี้ยวไปทั่ว งูตัวหนึ่งเลื้อยอย่างรวดเร็วบนก้อนอิฐสีดำ ราวกับมองหามุม
หลบซ่อนตัว ส่วนอีกตัวเลื้อยตรงไปทางต้วนอวี้หราน ราวกับต้องการได้รับการปกปั้องจากนาง
ต้วนอวี้หรานที่ตกใจสุดขีดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในเวลานี้นางยิ่งกลัวจนขนลุกขนซู๋ไปหมด แผดเสียงตะโกนดังสนั่น
“ใครก็ได้… ช่วยข้าที!!!”
พอเห็นชิวหนิงตกใจจนหน้าซีดเหมือนกัน นางไม่ได้วิ่งหนีไปหลบที่ไหน กลับวิ่งเข้าไปปกปั้องต้วนชิงหมิงด้วยชีวิต
ด้านต้วนอวี้หรานยังคงตะโกนเสียงดัง “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้าไปของบ้าๆ แบบนี้มาแกล้งให้ข้าตกใจขนาดนี้ขนาดนี้เลย!”
เป็นที่รู้กันว่า งูเป็นสัตว์เลือดเย็นและมีลวดลายตามลำตัว ดูทีไรก็ชวนให้ขนลุกขนซู่ทุกที
เยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่วเห็นงูตัวหนึ่งเลื้อยตามต้วนอวี้หรานไป ใจอยากช่วยแทบขาด แต่ก็หวาดกลัวกลัวตาย ทั้ง
สองจึงได้แต่ยืนล้อมต้วนอวี้หราน ตะโกนดังสนั่น “คุณหนู รีบวิ่งไปหลบเร็วเจ้าค่ะ!”
แต่กระนั้นงูตัวนั้นได้พุ่งตัวด้วยความเร็วพุ่งเข้าไปหาต้วนอวี้หราน โดยแทบจะไม่ต้องเปลืองแรง ประหนึ่งมัน
อยากแซงหน้าต้วนอวี้หรานเลื้อยเข้าไปหลบในช่องที่ไกลกว่า
ต้วนอวี้หรานเห็นงูเลื้อยใกล้ประชิดตัว พลันหลับตากรีดร้อง “ช่วยด้วย!!!”
ในเวลานี้ บุรุษผู้หนึ่งยื่นมือเข้ามาจับงูสองตัวเก็บเข้าถุงดังเดิม
เยวี่ยหวาและเยวี่ยซิ่วที่ตกใจจนกลัวตาย รีบเข้าไปประคองต้วนอวี้หรานขึ้นมา พร้อมปลอบเสียงแหบแห้ง “คุณ
หนูไม่มีอะไรแล้ว รีบลุกขึ้นเถอะเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้หรานยังคงหลับตาปี ส่ายหน้าสุดแรง ตะโกนอย่างตกใจ “ไม่ ข้าไม่เอา มีงู… งูนั่นๆๆ ๆ”
เยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่วต่างสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่เยวี่ยหวาจะเอ่ยขึ้น “คุณหนูวางใจได้ มีคนจับงูพวกนั้นไปแล้ว
เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เห็นบุรุษรูปร่างเตี้ยคนหนึ่งถือถุงใบนั้นอยู่ในมือ ยืนอยู่นอกประตูมองมาที่ต้วน
อวี้หรานด้วยใบหน้าเปือนยิ้ม
ต้วนอวี้ชี้ไปที่ถุง และยังกรีดร้องออกมา “งู งู งู……”
ถึงแม้งูถูกจับไปแล้ว แต่พวกมันยังมีชีวิตอยู่ พอคิดถึงภาพที่งูเลื้อยพุ่งมาที่ตัว ต้วนอวี้หรานก็ยังคงหวาดกลัวจน
ตัวสั่นสะเทิ้ม
บุรุษผู้นั้นหยิบถุงขึ้นมากวัดแกว่งไปมา “คุณหนูท่านนี้วางใจได้แล้ว งูถูกข้าน้อยจับไว้แล้ว ตอนนี้พวกมันทำร้าย
คุณหนูมิได้อีกแล้วขอรับ!”
ต้วนอวี้หรานยังคงมิกล้ามองไปที่ถุงใบนั้น นางยกมือขึ้นปิดตาทั้งสองข้าง “โยนทิ้งไปเลย ไม่ก็ฆ่ามันให้ตายซะ!”
บุรุษผู้นั้นส่ายหน้าปฏิเสธ “งูสองตัวนี้ฆ่าไม่ได้ขอรับ!”
ต้วนอวี้หรานเห็นบุรุษผู้นั้นไม่เชื่อฟังคำสั่งของนาง จึงโกรธขึงขึงขึ้นทันที “ข้าบอกว่าฆ่าก็ต้องฆ่า… ทำไมจะฆ่าไม่
ได้?”
“งูสองตัวนี้ใช้สำหรับรักษาคุณหนูใหญ่ หากฆ่างูแล้วก็เท่ากับไร้ผลนะสิ” บุรุษผู้นั้นตอบกลับ
ต้วนอวี้หรานได้ฟังดังนั้น พลันพูดเดือดดาล “ข้าไม่สนว่าเจ้าเอาพวกมันมาทำอะไร ตอนนี้มันทำให้ข้าตกใจ เจ้า
ต้องข้ามัน ฉีกมันสองตัวออกเป็นชิ้นๆ ได้ยินหรือยัง?”
บุรุษผู้นั้นถือถุงเดินถอยหลังก้าวหนึ่ง แต่ยังคงยืนหยีดปฏิเสธการฆ่างู “ทำอย่างนั้นมิได้… คนที่ซื้องูไม่ให้ฆ่า
กระผมก็มิอาจฆ่าพวกมันได้ขอรับ”
ต้วนอวี้หรานโกรธจนเลือดขึ้นหน้าและกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจยิ่ง “ข้าสั่งให้เจ้าฆ่างูสองตัวนั้นซะ!!!”
บุรุษนั้นมองต้วนอวี้หรานด้วยสายตาหยาดเหยียด ทันใดนั้นยกถุงในมือขึ้น พูดอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “กระผม
ไม่มีทางฆ่ามัน… ถ้าคุณหนูอยากฆ่าก็เอาไปฆ่าเองเถอะขอรับ!”
พอสิ้นเสียง เขาก็หยิบถุงที่ใส่งูเดินเข้าไปหาต้วนอวี้หรานเบื้องหน้า ด้วยความรู้สึกสาแก่ใจ
ทว่าต้วนอวี้หรานกลับผงะถอยหลังไปหลายต่อหลายก้าว ชี้หน้าต่อว่าเขาด้วยความโกรธ “เจ้า… เจ้า……”
ส่วน “เจ้า” อะไรต่อจากนั้น ต้วนอวี้หรานก็มิได้เอ่ยต่อออกมา
เมื่อบุรุษคนนั้นเห็นต้วนอวี้หรานมิกล้าเอ่ยต่อ จึงยิ้มเย้ยหยัน “คุณหนู ต่อให้เป็นงูก็มีหนึ่งชีวิตเหมือนกัน มิใช่คุณ
หนูอยากฆ่าก็ฆ่าได้ เหมือนเป็นผักเป็นปลา”
ต้วนอวี้หรานโกรธจนพูดไม่ออก ได้แต่จ้องเขม็งเอาเลือดเอาเนื้อกับบุรุษที่บังอาจมาสั่งสอนเขา
เมื่อบุรุษคนนั้นกลับหลังให้และถือถุงเดินจากไป โดยไม่สนใจคุณหนูสูงศักดิ์แม้แต่น้อย ด้านต้วนอวี้หรานก็เดิน
จากไปโดยไม่สนใจเช่นกัน
ต้วนอวี้หรานเดินลงนํ้าหนักที่เท้าตึงตัง ด้วยความไม่พอใจที่บุรุษมิยอมฆ่างูสองตัวนั้น นางได้แต่ยืนมองเขาเดิน
จากไป
ท่าทางที่เสียอาการอย่างมากของต้วนอวี้หรานเมื่อครู่ มิอาจเทียบกับความโกรธแค้นในใจที่ปะทุอยู่ตอนนี้ เยวี่ย
หวากับเยวี่ยซิ่วเดินเข้ามาช่วยต้วนอวี้หรานจัดเสื้อผ้าและรวบผมที่ยุ่งเหยิง
เนื่องจากต้วนอวี้หรานยังคงมีความโกรธคับอยู่เต็มอก นางจึงเหยียบขาเยวี่ยหวาสุดแรง และถีบเยวี่ยซิ่วอย่างแรง
จนกระเด็นไป
จากนั้นนางเดินขึงขังเข้าไปด้านหน้าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ กัดฟันกรอดๆ “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ไอ้บ่าวชั้นตํ่า กล้ามาเล่นงานคุณ
หนูอย่างข้า!”
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานพูดจบลง มือของนางก็ฟาดประทับลงบนใบหน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นการตอบแทน
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สีหน้าไม่เปลี่ยน นางแค่ยกมือขึ้นมาปิดแก้มที่ถูกตบ พร้อมเอ่ยขอร้องเสียงสูง “คุณหนูรองไว้ชีวิต
ด้วย… บ่าวบอกคุณหนูแล้วนิเจ้าค่ะ ว่าดูของในถุงไม่ได้ แต่คุณหนูยังดึงดันแย่งไปจากมือบ่าว บ่าวจนปัญญาที่จะแย่ง
กลับมาจากมือคุณหนูรองนะเจ้าค่ะ……”
“ทำไมเจ้าไม่บอกข้าก่อนหน้านี้ ว่าในถุงนั่นมีงู… ห๊ะ!เจ้าจงใจกลั่นแกล้งข้าใช่ไหม?” ต้วนอวี้หรานตะคอกเสียงลั่น
โชคยังดีที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นคนทักษะดี นางหลบฝั่ามือของต้วนอวี้หรานเมื่อครู่ไว้ได้ทัน นางรีบฝั่ามือที่ตีพยายามตี
ลงมาอีก พร้อมกับร้องสะอึกสะอื้นวิงวอน “คุณหนูรอง ฟั้าดินเป็นพยาน บ่าวมิทราบจริงๆ ว่าในถุงนั้นมีสิ่งใด… พี่ชุนถา
วยื่นมาให้บ่าวแล้วกำชับห้ามใครดูทั้งสิ้น เพราะกลัวจะทำให้หวาดกลัว บ่าวก็บอกคุณหนูรองตามที่ถูกกำชับมา… บ่าวมิ
ทราบจริงๆ บ่าวก็กลัวงูขึ้นสมองเหมือนกันเจ้าค่ะ หากบ่าวรู้ว่าในถุงเป็นงู มีหรือที่บ่าวจะเอาขึ้นมาอุ้มแนบอกรักษาเท่า
ชีวิตนะเจ้าคะ?”
แต่ละคำที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอื้อนเอ่ยออกมาล้วนมีเหตุมีผลทุกคำ ทว่าต้วนอวี้หรานอับอายขายขี้หน้าในครั้งนี้ เพราะ
คนปั่าคนเขาที่ไม่เคยพบหน้าคาดตามาก่อน กลับหยาดเหยียดดูแคลนนางเสียไม่มีดี เช่นนั้น มีหรือที่นางจะยอมกลืนเก็บ
ความคับแค้นนี้ไว้ในใจเพียงผู้เดียว
ต้วนอวี้หรานยังคงต่อว่าด่าทอด้วยความโกรธา “เจ้าตัวดีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ สรุปแล้วสิ่งที่เจ้าพูดต้องการสื่อว่าคุณหนู
อย่างข้าทำผิดเอง… ข้ารู้ว่าต้วนชิงหมิง นายหญิงของเจ้าชั่วช้าเพียงใด บ่าวใช้ข้างกายมันแต่ละตัวก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน กล้า
บังอาจมารังแกคุณหนูอย่างข้า ถ้าเจ้ามีความสามารถก็เรียกให้ต้วนชิงหมิงฟืนขึ้นมาเลยสิ!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยายามถอยลงข้างหลัง ขณะที่ต้วนอวี้หรานก็พยายามเดินเข้าไปประชิดตัว ทั้งสองคนต่างไล่ตาม
กันมาอยู่ภายในห้องเล็กๆ
ไม่นานนัก เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถูกต้วนอวี้หรานดึงข้อมือมาจับไว้ คราวนี้นางทั้งด่าทอและง้างฝั่ามือหมายตบเข้าหน้าเซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์ ทันใดนั้น มีเสียงปริศนาดังขึ้นจากด้านหลัง “หยุดเดี๋ยวนี้!”
มือของต้วนอวี้หรานหยุดชะงักลงในทันที
นางหันหลังกลับไปมองเห็นใบหน้าขึงขังของต้วนเจิ้ง มองนางด้วยสายตารังเกียจและพรูพรั่งด้วยความโกรธ
บัดดลนั้น ความโกรธแค้นในใจของต้วนอวี้หราน พลันมลายหายไปจนหมดสิ้นในพริบตา นางรีบปล่อยมือเซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ หันมาฉีกยิ้มให้ต้วนเจิ้งแทน “ท่านพ่อ… มาได้ยังไงเจ้าคะ?”
ต้วนเจิ้งพูดอย่างขุ่นเคือง “หึ!ถ้าพ่อไม่มาจะรู้เหรอว่ามีลูกสาวทำเรื่องงามหน้าถึงเพียงนี้?ในห้องพี่สาวของเจ้าเอง
ที่นางตกอยู่ในสภาพนี้ ยังกล้าหยาดเกียรติโดยไม่ไว้หน้าเลย… หรานเอ๋อร์กำลังจะบอกว่าพ่อคนนี้สอนลูกสาวไม่ได้เรื่อง
ไม่ได้ราวใช่ไหม?”
สิ้นเสียงของต้วนเจิ้ง สีหน้าต้วนอวี้หรานซีดเป็นไก่ต้มพร้อมไหว้เจ้าไปแล้ว
ไม่ใช่ว่าต้วนเจิ้งไม่เคยโกรธต้วนอวี้หราน ทว่าครั้งนี้กลับหนักกว่าทุกครั้ง จนกระทั่งเขาพลั้งปากว่า “สอนลูกไม่ได้
เรื่องไม่ได้ราว” ออกมา
พอเห็นต้วนเจิ้งโมโหจริงจัง ต้วนอวี้หรานถึงกับหวาดกลัวจนตัวสั่น ยืนนิ่งอยู่กับที่โดยมิกลาขยับเขยื้อน มิกล้าเอ่ย
ปากแก้ต่างให้กับตัวเอง ด้วยกลัวหากพูดผิดไปประโยคเดียว อาจโดนลงโทษและกักบริเวณเหมือนครั้งก่อน
เยวี่ยหวาที่ถูกผลักไปชนโต๊ะจนจุก ขณะนี้นางพยุงร่างเดินกะเผลกเข้ามา ช่วยต้วนอวี้หรานจัดเสื้อผ้าหน้าผม
ส่วนเยวี่ยซิ่วที่ถูกถีบกระแทกเข้ากับเก้าอี้ไม้ ขณะนี้ล้มกระเด็นกระดอนจนหน้าถลอกปอกเปิกไปหมด และนางพยายาม
ดันตัวขึ้นนั่งบนพื้นอย่างทุลักทุเล เมื่อทบ่าวใช้ทั้งสองคนเห็นต้วนเจิ้งเดินมาได้แต่ขยับตัว โดยปราศจากเรี่ยวแรงที่จะยืน
ให้นิ่งตรงดังเดิม