การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 756 ถ้าข้าอยู่ จะไม่ให้เจ้าแผลงฤทธิ์ (2)
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 756 ถ้าข้าอยู่ จะไม่ให้เจ้าแผลงฤทธิ์ (2)
เมื่อต้วนอวี้หรานเห็นเยวี่ยซิ่วอ่อนแรง จึงจ้องเขม็งตาโตค้อนไปหนึ่งที ราวกับวว่าเยวี่ยซิ่วเป็นต้นเหตุให้นางโดน
ลงโทษ เยวี่ยซิ่วมิกล้าร้องโอดครวญออกมาแต่อย่างใด นางพยายามใช้มือลูบท้องพยุงตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ทางด้านเยวี่ยชิวทนดูต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว นางจึงเดินเข้าไปประคองเยวี่ยซิ่วให้ลุกขึ้นยืน แม้เยวี่ยซิ่วจะหวาดก
ลัวต้วนอวี้หราน แต่ถ้านายหญิงถูกลงโทษต้องมาระบายอารมณ์ที่นางเป็นแน่แท้ ดังนั้นเยวี่ยซิ่วรีบพยุงตัวขึ้นตรง พร้อม
กับหันไปขอบคุณเยวี่ยชิว ก่อนเข้าไปช่วยต้วนอวี้หรานจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เรียบร้อย
เสื้อผ้าและผมเผ้าของต้วนอวี้หรานสกปรกรุงรังไปหมด ทำให้ต้วนเจิ้งที่เห็นโกรธขึงขึ้นมา ในตอนนี้แม้นางจะไม่
พอใจเท่าไหร่ แต่เมื่อท่านพ่อต่อว่าก็ได้แต่ก้มหน้ารับ และใช้มือหยิกเยวี่ยซิ่วเพื่อเป็นการระบายความโกรธ แต่เยวี่ยซิ่วก
ลับไม่ร้องออกมาสักแอะเดียว ได้แต่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่อย่างนั้น
เยวี่ยหวาที่ทำทุกอย่างคล่องแคล่วได้จัดสภาพของต้วนอวี้หรานให้ดูเรียบร้อย ก่อนจะหันไปส่งสายตาให้เยวี่ยซิ่ว
เยวี่ยซิ่วจึงถอยหลังไปเตรียมยกนํ้าชามา ต้วนอวี้หรานจึงไม่มีโอกาสทรมานนางต่อได้
เยวี่ยหวาพูดเสียงแผ่วเบา “คุณหนู เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานรีบปัดเสื้อผ้าหน้าผม ก่อนเดินเข้าไปคารวะต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวน
ต้วนเจิ้งยังไม่ทุเลาความโกรธลง เขาสะบัดแขนเสื้อด้วยความไม่พอใจเดินไปนั่งบนเก้าอี้ด้านข้าง
ต้วนชิงหมิงที่นอนอยู่ยนเตียงยังคงอยู่ในสภาพสลบไสล สีหน้าซีดเหลืองไร้เลือดฝาด ตาของนางหลับปีเข้าหากัน
โดยไม่สนใจลืมมองคนรอบข้างในห้อง เห็นได้ว่าต้วนชิงหมิงที่เงียบสงบเช่นนี้ ต้วนเจิ้งเห็นเป็นครั้งแรก ถึงแม้ในห้องของ
นางมีเรื่องเสียงดังเอะอะเกิดขึ้น กระนั้นนางก็ยังไม่ได้สติกลับมาดังเดิม
ต้วนเจิ้งมองใบหน้าของต้วนชิงหมิงด้วยสายตาสงสารจับใจ จากนั้นคิดถึงคำพูดวางมาดอวดเบ่งของต้วนอวี้หราน
และการมาหาเรื่องถึงเรือนต้วนชิงหมิง สีหน้าของต้วนเจิ้งพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขาปรายตามองต้วนอวี้หราน
พลางเอ่ยขึ้น “หรานเอ๋อร์… พี่สาวของเจ้าถูกพิษนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ก็เป็นเรื่องน่าเศร้ามากเพียงพอแล้ว แต่เจ้า
กลับไม่ห่วงหาอาทร กลับมาสร้างเรื่องขึ้น หาเรื่องรังแกบ่าวใช้อีก… หรานเอ๋อร์ พ่อผิดหวังในตัวเจ้าที่สุด”
สิ่งแรกที่ทำให้ต้วนเจิ้งผิดหวังก็คือหลิวรง ตอนนี้ยังมีต้วนอวี้หรานเพิ่มขึ้นมา ราวกับว่าแม่ลูกคู่นี้หาเรื่องให้เขาไม่
สบายใจตลอดเวลา
ต้วนอวี้หรานเบือนปากด้วยไม่พอใจเสียเท่าไหร่
ต้วนเจิ้งเห็นสีหน้าต้วนอวี้หรานที่ไม่แยแส ในใจจึงพุ่งพรวดความโกรธและเปล่งเสียงดังลั่นขึ้นมา “คุกเข้าเดี๋ยว
นี้!”
นํ้าเสียงของต้วนเจิ้งดังไปทั่วบริเวณ จนขาทั้งสองข้างของต้วนอวี้หรานอ่อนแอ ลงไปฟุบอยู่กับพื้น
ด้านหลังของต้วนเจิ้งตามมาด้วยตู้ชิงหรวน อันที่จริงนางอยากเข้าไปนั่งข้างกายต้วนเจิ้ง ทว่าได้ยินต้วนเจิ้งพูดด้วย
ความเดือดดาล ตู้ชิงหรวนจึงยื่นมอออกไปจับแขนของต้วนเจิ้ง พูดเสียงค่อนข้างเบา “พี่ต้วน อย่าถือโทษพวกเด็กๆ ไป
เลย… หรานเอ๋อร์ยังเด็กอยู่เลย”
ต้วนอวี้หรานมองตาแข็งใส่ตู้ชิงหรวน… เพราะนางคนนี้แท้ๆ เพราะการปรากฏตัวของนาง ชีวิตของต้วนอวี้หราน
ถึงได้เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ นางมาเพื่อแย่งตำแหน่งในใจของต้วนเจิ้งจากหลิวหรง บัดนี้นางคงอยากเห
ยียบให้ต้วนอวี้หรานจมธรณีไปอยู่ใต้บาทา
ต้วนอวี้หรานมีแต่ความเกลียดชังประดาเต็มอยู่ในหัวใจ นางกำมือจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดพรั่งพรูมิหยุด
หย่อนจนนางต้องสูดหายใจเข้าไปลึกๆ
ต้วนอวี้หรานในปัจจุบันหาใช่คนเดิมอีกต่อไปไม่ ตู้ชิงหรวนไม่ใช่หลิวหรง ดังนั้นยามที่เสียเปรียบ ต้วนอวี้หราน
ต้องเรียนรู้ที่จะทนทุกข์ทรมานและโอนอ่อนผ่อนตาม และรู้ว่าไม่ควรปะทะต้วนเจิ้งอย่างไม่ลดราวาศอก อย่างน้อยนาง
ต้องตามนํ้าให้ต้วนเจิ้งไปจากที่นี่ ก่อนแผลงฤทธิ์ดังเดิมก็ไม่สาย
ส่วนตู้ชิงหรวนกับต้วนชิงหมิงที่ไม่ยอมให้ต้วนอวี้หรานอยู่อย่างสงบสุข นางจึงเกลียดสองคนนั้นเข้ากระดูกดำ
ทางที่ดีที่สุดคนหนึ่งต้องไม่ฟืนขึ้นมา ให้อีกคนทรมานดั่งคนตายทั้งเป็น
เมื่อต้วนเจิ้งได้ยินสิ่งที่ตู้ชิงหรวนเอ่ยออกมาเมื่อครู่ สีหน้าก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ตู้ชิงหรวนชี้ไปที่ต้วนชิงหมิงที่กำลัง
สลบไสลอยู่ พร้อมชำเลืองเห็นสายตาที่ไม่พอใจของต้วนอวี้หราน จากนั้นต้วนเจิ้งได้พูดขึ้น “ชิงหรวนเจ้าดูสิ… นางเป็น
บุตรสาวของพี่ แต่น้องสาวกลับวิ่งมาอาละวาดในห้องโดยไม่สนใจเป็นตายร้ายดี ทั้งยังเรียกให้บ่าวใช้เล่นงานบ่าวใช้เรือน
นี้อีก… ดูสิ ยังมีความเป็นผู้ดีหลงเหลืออยู่ตรงไหนบ้าง!”
ตู้ชิงหรวนแวบมองต้วนอวี้หรานเพียงแวบหนึ่งก็เข้าใจความคิดของต้วนอวี้หรานทันที แต่ต่อหน้าต้วนเจิ้งนั้น ตู้ชิง
หรวนมิกล้าเอ่ยตามความจริง จึงเลือกพูดอย่างอ้อมค้อม “พี่ต้วน เด็กๆ ยังไม่รู้ประสาจึงต้องคอยแนะนำพรํ่าสอน มิใช่
เอะอะก็ต่อว่าด่าทอ… หากทำเช่นนี้จะทำให้เด็กๆ ตกใจได้!”
ต้วนเจิ้งหันมองหน้าต้วนอวี้หรานด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ตู้ชิงหรวนเลยพูดยิ้มๆ ออกมา “พี่ต้วน พวกเราใกล้วัน
แต่งงานกันแล้ว อีกหน่อยเรื่องในจวนต้วน น้องจะเป็นคนดูแลจัดการทั้งหมด เอาอย่างนี้แล้วกัน เรื่องของหรานเอ๋อร์ ให้
น้องเป็นคนจัดการแล้วกัน ท่านพี่ว่าดีหรือไม่?”
ต้วนเจิ้งมองตู้ชิงหรวนด้วยแววตาอ่อนโยน เขาครุ่นคิดอยู่ประเดี๋ยวก่อนตอบว่า “เอาอย่างนั้นก็ได้ เอาตามที่น้อง
ว่ามาเลย!”
ในเมื่อท้ายที่สุดคนที่ดูแลจัดการจวนต้วนเป็นตู้ชิงหรวน อย่างนั้นตอนนี้นางจึงอยากลองจัดการเรื่องภายในจวนดู
โดยเริ่มจากต้วนอวี้หรานที่ไม่เป็นปฏิปักษ์และสร้างเรื่องมากที่สุด เพื่อให้ต้วนเจิ้งวางใจ
เดิมทีต้วนเจิ้งอยากเห็นตู้ชิงหรวนจะลงโทษต้วนอวี้หรานอย่างไร แต่เขาก็กลัวตู้ชิงหรวนใจอ่อน ไม่ก็ถูกต้วนอวี้
หรานจัดการเล่นงานคืน ถึงตอนนั้นตู้ชิงหรวนคงยากรับมือ
ในระหว่างนี้เอง เถี่ยเฟิงได้เดินเข้ามาบอกว่ามีแขกมารอต้วนเจิ้งอยู่ที่ห้องโถง ต้วนเจิ้งมองดูต้วนชิงหมิงอีกครั้ง
ก่อนเดินจากไป ฝากให้ตู้ชิงหรวนกับต้วนอวี้หรานอยู่ในห้องต้วนชิงหมิงต่อไป
เมื่อต้วนเจิ้งออกไปแล้ว ต้วนอวี้หรานไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป นางลุกขี้นสะบัดก้นเดินออกไปข้างนอก
ทันที!
ทว่าเสียงของตู้ชิงหรวนดังขึ้นมาจากข้างหลัง “ต้วนอวี้หราน วันนี้ถ้าเจ้ากล้าเดินออกจากห้องไปแบบนี้ พรุ่งนี้ข้า
จะใช้กฏจวนให้ท่านพ่อเจ้า ขับเจ้าออกจากจวนไปซะ!”
ต้วนอวี้หรานมิชอบขี้หน้าและไม่มีทางยอมให้ตู้ชิงหรวนกดขี่วางมาดใส่ ทว่าต้วนเจิ้งเชื่อฟังคำพูดของตู้ชิงหรวน
ที่สุด ด้วยเหตุนี้เมื่อได้ยินเสียงตู้ชิงหรวนเอ่ยวาจาเช่นนั้น ต้วนอวี้หรานจึงหยุดยืนอยู่หน้าประตูมิกล้าก้าวต่อไป
ตู้ชิงหรวนค่อยๆ ลุกขึ้นมาอย่างเนิบนาบและก้าวไปยืนด้านหน้าต้วนอวี้หราน ก่อนเหน็บเสียงเรียบ “เจ้าฟังข้าให้
ดี ข้าไม่ใช่หลิวหรง ไม่ใช่ชิงหมิง ยิ่งไม่ใช่ใครก็ได้ที่เจ้าจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ… หากเจ้ากล้าเป็นปฏิปักษ์กับข้า จุดจบ
เป็นเช่นไร คงมิต้องให้ข้าบอกใช่ไหม……”
ตู้ชิงหรวนจ้องเขม็งด้วยแววตาเย็นยะเยือก มิเหมือนคนที่ปั่วยซูบผอมจะแสดงออกมาได้ หากมองเข้าไปในดวงตา
ให้ดีจะพบว่าสายตานั้นแหลมคมยิ่งกว่าหอกดาบพร้อมที่บั่นคอต้วนอวี้หรานได้ทุกเมื่อ
ต้วนอวี้หรานรีบยกมือขึ้นมาลูบไล้คอ พลางตอบอย่างไม่พอใจ “เชอะ! เจ้ามาแย่งตำแหน่งของท่านแม่ข้า ยังกล้า
เบ่งอำนาจแบบนี้ข่มใครกัน!”
ตู้ชิงหรวนหัวเราะคิกคักอย่างมีเลศนัย ก่อนตอบกลับว่า “ไม่ว่าข้าแสดงให้ใครดูก็ไม่ได้แสดงให้เจ้าดู… สรุปแล้ว
เจ้าจงจำคำข้าไว้ให้ขึ้นใจ ในจวนต้วนแห่งนี้มีข้าอยู่ เจ้าจะไม่มีทางสร้างเรื่องสร้างราวได้ มิอย่างนั้นคุณหนูรองจวนต้วน
อาจหายตัวไปจากจวนต้วนตลอดกาลก็เป็นได้!”
คำพูดที่เหี้ยมโหดและเลือดเย็นหลุดออกมาจากปากตู้ชิงหรวน ทำเอาต้วนอวี้หรานสั่นสะเทิ้มไปทั้งตัว เพียงแต่
คนที่โอหังวางมาดจนเคยตัว ย่อมไม่อยากยอมแพ้ใครโดยง่าย ดังนั้นต้วนอวี้หรานจึงแสยะยิ้มกลับ “เชอะ! คำขู่แบบนี้
ใครก็พูดได้… แต่เจ้าคงลืมไป ข้าไม่มีทางตกใจขนาดนั้นหรอก!”