การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 757 ใครสำคัญกว่ากัน
หากพูดถึงเมื่อก่อน ตู้ชิงหรวนมีสายตาที่แหลมคมและเย็นชามากกว่านี้ ทั้งความกล้าหาญ ความสามารถระบือไป
ทั่วทุกทิศจนหาตัวจับยาก
ต้วนอวี้หรานผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง นิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา
ตู้ชิงหรวนเดินเนิบนาบออกไปหน้าประตู หันมาเตือนสติต้วนอวี้หราน “ต่อไปถ้าข้าไม่อนุญาต อย่าได้คิดแตะต้อง
ต้วนชิงหมิงเป็นอันขาด… ตอนนี้ไสหัวออกไปได้แล้ว!”
ต้วนอวี้หรานเดินลงส้นเท้าตึงตังออกไปด้วยความไม่พอใจ ที่ถูกตู้ชิงหรวนขู่ถึงเพียงนี้
หลังจากต้วนอวี้หรานไปแล้ว ชุนถาวที่อยู่ห้องด้านข้างจึงเดินเข้ามา
นางมองไปที่ตู้ชิงหรวนเอ่ยว่า “คุณหนู เจ้าต้วนอวี้หรานคนนี้ดูยังไงนิสัยก็เหมือนหลิวหรงสมัยเด็กไม่มีผิด เจ้าเล่ห์
เพทุบาย มารยาร้อยเล่มเกวียน… ดีที่วันนี้คุณหนูมาด้วยตัวเอง มิอย่างนั้นบ่าวไม่รู้จะทำอย่างไรดีเจ้าค่ะ!”
“นี่เป็นแผนที่เจ้าวางไว้แล้วมิใช่หรอกหรือ… ต้องการนำทางท่านพี่มาดูให้เห็นกับตา” ตู้ชิงหรวนเอ่ยเสียงเรียบ
ชุนถาวรีบหัวเราะคิกคักที่ถูกตู้ชิงหรวนรู้ทัน จึงยกนิ้วโปั้งขึ้นชม “คุณหนูปรีชายิ่งนัก ดูทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง…
บ่าวดูต้วนอวี้หรานเดินเข้าประตูมาก็หาเรื่องหาราว สร้างเรื่อง รังแกคนอื่น จนไม่เป็นอันสงบเลยเจ้าค่ะ ดังนั้น……”
ตู้ชิงหรวนรีบพูดต่อให้แทน “ดังนั้น เจ้าจึงให้ข้ากับท่านพี่มาที่นี่ เพื่อจะได้ให้นางไม่ได้รับการเอ็นดู และช่วยลด
ความโอหังวางมาดของนางอย่างนั้นสินะ?”
ชุนถาวอมยิ้มโดยไม่ตอบคำใด
นายบ่าวคู่นี้อยู่ด้วยกันมานานนับสิบปี ผ่านทั้งสงครามและความเป็นความตายมานับมิถ้วน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์
ร่วมต้านไม่เคยทอดทิ้งกันไปไหน ดังนั้น หลายต่อหลายครั้งต่อให้ไม่ได้พูดออกมา แต่แค่มองตากันก็เข้าใจความคิดของ
อีกฝั่ายแล้ว
ตู้ชิงหรวนมองดูการประดับตกแต่งของต้วนชิงหมิง ก่อนถอนหายใจออกมา “อันที่จริง ข้าก็พอเดาได้ว่าเจ้าอยาก
ให้ข้าลดความจองหองของต้วนอวี้หรานลงก่อนแต่งงานเข้าจวนต้วน เพื่อให้ทุกคนเกรงข้าบ้าง แต่ว่าชุนถาวเอ๋ย การทำ
เช่นนี้ข้าไม่ชอบเอาเสียเลย ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าได้เห็นพี่สะใภ้กับบรรดาอนุภรรยาต่างสู้กันไปกันมา ดังนั้นชีวิตเเบนี้ข้าไม่
ต้องการเลย… หลายปีมานี้ ถึงแม้มีเพียงเจ้ากับข้า พวกเราก็สามารถมีชีวิตที่อิสระเสรี… หรือว่าเจ้าอยากเห็นข้าต่อสู้กัน
จนตายกันไปข้างหนึ่ง?”
ชุนถาวหรี่ตาลงเล็กน้อย พูดเสียงอ่อย “คุณหนูแต่ว่าที่จวนต้วนแห่งนี้มีชิงหมิง อวี้เอ๋อร์และนายท่านที่รักท่าน
จากใจจริง ที่นี่จึงเหมือนสรวงสวรรค์ที่ไม่ว่าอยากทำสิ่งใด บ่าวใช้ต่างวิ่งแย่งกันทำให้เจ้าค่ะ”
ตู้ชิงหรวนแอบยิ้มมุมปากออกมา ที่นี่จะเป็นสวรรค์ที่มีเสียงขับขาน บรรเลงเพลงรื่นเริงอย่างนั้นจริงหรือ?
ในใต้หล้าแห่งนี้ ขอเพียงที่ที่มีคนอยู่ ย่อมมีการโต้แย้งโต้เถียงกัน ขอเพียงที่ใดมีคนอยู่ ย่อมหลีกหนีการใช้
แผนการเล่นงานกันไม่ได้ ขอเพียงเข้าในอยู่ในวงล้อย่อมมิอาจหลีกหนีออกมาได้
ตู้ชิงหรวนถามชุนถาวขึ้นมา “ชิงหมิงเป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อเอ่ยถึงต้วนชิงหมิง สีหน้าของชุนถาวพลันไม่สู้ดี นางได้แต่ส่ายหน้า “พูดตามตรงนะคุณหนู ชิงหมิงไม่ดีเอา
เสียเลย!”
ตู้ชิงหรวนขมวดคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “ความหมายของเจ้าคือ เจ้าก็หาทางช่วยนางไม่ได้หรือ?”
ชุนถาวยกมือปฏิเสธ ฝืนยิ้มออกมา “เป็นอย่างที่คุณหนูว่ามาแหละเจ้าค่ะ หาบ่าวหาทางช่วยได้ก็ไม่ต้องไปหา
หมอทจนทั่วเมืองหลวงหรอกเจ้าค่ะ ถึงตอนนี้ทุกคนต่างอับจนปัญญากันไปหมดแล้วเจ้าค่ะ”
ตู้ชิงหรวนหันหน้ากลับมองไปที่ต้วนชิงหมิง พลางเห็นนํ้าตาของบ่าวใช้รินไหลลงมาอาบแก้ม นางจึงพูดขึ้นว่า
“ข้ารู้มาว่ามีของบางอย่างที่บางทีอาจช่วยชีวิตนางได้!”
พอชุนถาวได้ยินรีบร้องอย่าลืมตัว “ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาดเจ้าค่ะ!”
ตู้ชิงหรวนพูดอย่างฉงน “ข้ายังไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย เจ้าจะรู้ได้ยังไง?” `
ชุนถาวตอบเพียง “คุณหนูจะมีวิธีใดได้ละเจ้าค่ะ คงอยากใช้ยาวิเศษใช่ไหมเจ้าคะ?”
ตู้ชิงหรวนเอ่ยว่า “ทุกสรรพสิ่งในใต้หล้าล้วนพึ่งพาซึ่งกันและกัน ที่สำคัญนี่คือชิงหมิง ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเสีย
หน่อย!”
ชุนถาวส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้อแรก ยาวิเศษยังมีส่วนประกอบไม่ครบ ขาดเพียงสมุนไพรหนึ่งชนิด หากตอนนี้ไปเด็ด
หญ้าวิเศษมา วันข้างหน้าย่อมหาไม่ได้อีกแล้ว ข้อสอง หญ้าวิเศษยังไม่ได้ออกดอก ผลลัพธ์ของมันย่อมไม่สมบูรณ์เต็มที่
ต่อให้คุณหนูเอาไปให้ชิงหมิงทานเข้าไป ก็คงไร้ผล!”
ตู้ชิงหรวนกล่าวอย่างขึงขัง “แม้มิอาจให้คนตายฟืนขึ้นมาใหม่ได้ แต่ถ้าได้ลองเอามาช่วยชีวิตชิงหมิงแล้ว ก็ควรค่า
แก่การลอง… ชุนถาวมิต้องพูดสิ่งใดให้มากความแล้ว เจ้าไปเด็ดหญ้าวิเศษนั้นกลับมาโดยเร็ว!”
ชุนถาวได้ยินถึงกับอ้าปากค้างจนมิรู้จะเอ่ยคำใด
หญ้าวิเศษนั้นขึ้นบนยอดเขาสูงลิบ มีเพียงแค่ต้นเดียวเท่านั้น หลายปีมานี้ การสร้างห้องเก็บความเย็นเพื่อรักษา
สภาพมันเอาไว้ พูดได้ว่าทุ่มเทเงินไปมหาศาลกว่าจะทำสำเร็จ
เดิมที ตั้งใจจะเอามาหญ้าวิเศษมาหลังจากงานแต่ง เพื่อให้ตู้ชิงหรวนได้ทานลงไป แต่ตอนนี้ตู้ชิงหรวนกลับยอม
เสียสละให้ต้วนชิงหมิงโดยไม่เสียดาย
ชุนถาวได้แต่ถอนหายใจออกมา “อย่างนั้นแล้วคุณหนูละ? ร่างกายของคุณหนูจะทำยังไง?”
ตู้ชิงหรวนเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ “ชุนถาว เจ้ายังจำสงครามที่หุบเขาจวินได้หรือไม่?”
ชุนถาวพยักหน้าแสดงว่ายังจำได้… สงครามที่หุบเขาจวินเป็นสงครามที่ตู้ชิงหรวนล้างแค้นเพื่อตระกูลตู้ สงคราม
ในครั้งนั้นตู้ชิงหรวนและชุนถาวเกือบเอาชีวิตแทบไม่รอด จนเลือดไหลไหลชุ่มตามทางไปถึงยอดเขา แม้ว่าเรื่องราวผ่าน
ไปกว่าสิบปีแล้ว ทว่าบัดนี้ภาพความทรงจำนั้นยังคงตราตรึงติดอยู่ในใจ
จากนั้น ชุนถาวเอ่ยเสียงแหบแห้ง “ไม่มีทาง บ่าวไม่มีทางเรื่องราวครั้งนั้นได้เลยเจ้าค่ะ!”
ภาพเลือดไหลอาบตามทาง จนพวกนางสองคนแทบเอาชีวิตไม่รอด ภาพฝันร้ายในครานั้นชุนถาวมิอาจลืมมันไป
ได้ ไม่ว่าคิดขึ้นมายามใดย่อมรู้สึกไม่ดีขึ้นทุกครั้ง
ตู้ชิงหรวนเดินเข้าไปลูบไหล่ของชุนถาวอย่างเบามือ ก่อนเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ “ชุนถาว ที่จริงแล้วในตอนนั้น ข้า
นึกว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว… จากนั้นเวลานับสิบปี ที่พวกเราเอาชีวิตรอดจากนรกมาได้ ใช้ชีวิตไปเพียงวันต่อวัน… บัดนี้
ข้าแก้ปมในชีวิตจนได้แต่งงานกับพี่ต้วน พูดก็พูดเถอะทั้งหมดเป็นความพยายามของต้วนชิงหมิง ดังนั้นเจ้าไปช่วยข้าทำ
เรื่องหนึ่งได้ไหม……”
ชุนถาวก้มหน้าลงเพื่อให้ผมบังสีหน้าของนาง… บางคำพูดที่ทุกคนไม่ได้พูดออกมา หาใช่ว่าทุกคนจะลืมไปแล้ว
แต่เมื่อรื้อฟืนเอากลับขึ้นมาพูดใหม่ ย่อมเลี่ยงความเสียใจที่มีให้เกิดขึ้นมิได้!
ชุนถาวเลือกที่จะก้มหน้าอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งตู้ชิงหรวนเดินจากไปไกลแล้ว ไม่รู้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ชิ
วหนิงจึงเดินเข้ามากระซิบ “พี่ชุนถาวทานข้าวได้แล้ว……”
ตั้งแต่เช้าตรู่ชุนถาวยังไม่ได้ดื่มนํ้าสักหยด ข้าวสักเม็ดเลย ตอนนี้ บาดแผลต้วนชิงหมิงได้ทำความสะอาดตามที่ชุน
ถาวได้กำชับไว้เรียบร้อยแล้ว รอยบวมจึงไม่ได้ขยายออกไป แต่เหตุใดชุนถาวแทนที่จะดีใจ กลับดูเสียใจขึ้นมา?
ชุนถาวสะดุ้งขึ้นมา หันมองไปยังชิวหนิงพร้อมกับส่งยิ้ม “เอาล่ะ พี่ยังไม่หิว เจ้าไปทานก่อนเถอะ อย่าลืมไปบอก
เยวี่ยเจียกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ว่าพี่จะออกไปข้างนอกหน่อย และจะกลับมาในวันพรุ่งนี้ก่อนตะวันโผล่พ้นขอบฟั้า ช่วงที่พี่ไม่
อยู่ พวกเจ้าต้องดูแลชิงหมิงให้ดีที่สุด เข้าใจไหม?”
ชิวหนิงพยักหน้ารับอยู่หลายครั้ง จากนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ตบไปที่ไหล่ของนางเบาๆ และเดินออกจวนต้วนไป
ก่อนที่จะหันหลังจากไป นํ้าตาหยดหนึ่งของชุนถาวได้ไหลอาบแก้มหยดลงบนพื้น… เรื่องบางอย่างต้องรู้จักปล่อย
วาง ไม่ว่านางหรือตู้ชิงหรวนต้องเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ และเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง……
เมื่อชุนถาว จากไปแล้ว บรรดาบ่าวใช้ต่างก็รีบทำงานของตน มีเพียงชิวหนิงคนเดียวยังคงยืนเม้มปากแน่นยืนอยู่
ในห้อง มองตามทางที่ชุนถาวเดินจากไป พร้อมกับกำมือแนบแน่น!
บทสนาทนาระหว่างตู้ชิงหรวนกับชุนถาวเมื่อครู่ ชิวหนิงได้ฟังเต็มสองรูหู เวลานี้เมื่อเห็นชุนถาวไปหา “หญ้า
วิเศษ” ชิวหนิงรู้ได้ทันที ต้วนชิงหมิงมีทางรอดแล้ว!