การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 759 องค์ชายปีนข้ามกำแพงมา (2)
ถ้าการที่ชิงตั๋วปีนข้ามกำแพงมาหาต้วนชิงหมิงถูกคนอื่นรู้เข้า ชื่อเสียงของนางต้องปั่นปีและถูกคนอื่นรังเกียจใน
ความบัดสี ถ้าต้วนอวี้หรานรู้เรื่องนี้เข้า ย่อมมิปล่อยโอกาสที่ดีในการโค่นต้วนชิงหมิงลงได้หรอก
ด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ได้ยินคำพูดของชิวหนิงที่มีนัยยะบางอย่าง นางก็ลากตัวเยวี่ยเจียมาถาม “เอาล่ะ เยวี่ยเจีย
เจ้าอย่าได้เข้าไปสร้างเรื่องอีกเลย… พี่ขอบอกเจ้าให้หยุดความคิดลงก่อน และฟังสิ่งที่ชิวหนิงพูดให้จบได้ไหม?”
เยวี่ยเจียยกมือขึ้นปิดปากโดยไม่เอ่ยคำใดอีก และหันมองไปทางเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ชิวหนิงเห็นเยวี่ยเจียเงียบลงแล้ว จึงพูดต่อไปว่า “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ข้าคิดว่าองค์ชายชิงตั๋วผู้นี้ทำสิ่งต้องห้ามอย่าง
ปีนเข้ามาจวนคนอื่น เนื่องจากถูกนายท่านปฏิเสธมิให้เข้าพบคุณหนู หากองค์ชายมิได้พบหน้าคุณหนูย่อมไม่มีทางกลับ
ไปแน่ หากพวกเรายังขืนขัดขวางองค์ชายอีก เขาอาจทำเรื่องให้ใหญ่โต จนทุกคนในจวนต้วนรู้เข้า……”
คำพูดของชิวหนิงทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับเยวี่ยเจียพยักหน้าเห็นด้วยไม่หยุด เยวี่ยเจียก็อยากถามชิวหนิงว่าคิดเห็น
อย่างไรกับเรื่องนี้ แต่เมื่อเหลือบเห็นแววตาที่ดุดันของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ นางจึงรีบก้มหน้าก้มตามิกล้าปริปาก
ชิวหนิงเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อไปว่า “องค์ชายชิงตั๋วผู้นั้นหยุดยืนอยู่หน้าเรือนในตอนนี้ เพื่อให้ข้าเข้ามา
รายงานพวกพี่ แต่เมื่อข้าเดินเข้ามาในห้องกลับคิดเรื่องหนึ่งออกมาได้… ถ้าทำเรื่องนี้ให้ใหญ่ มิสู้ทำให้เรื่องนี้เล็กลง
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และให้องค์ชายชิงตั๋วยอมถอยกลับไปแต่โดยดี… แต่ข้าคิดว่า ในเมื่อองค์ชายชิงตั๋วอยากเห็นหน้า
คุณหนู พวกเราก็ใช้แผนซ้อนแผน ให้เขาได้ฟังคุณหนูปฏิเสธจากพบหน้า อย่างนี้เขาก็จะกลับไปแต่โดยดีมิใช่หรือ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หันหน้ามองไปที่ต้วนชิงหมิงที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง และพูดอย่างกระอักกระอ่วน “ชิวหนิง แต่เจ้า
ดูท่าทางของคุณหนูสิ ไม่ต้องพูดถึงออกประตูไปพบหน้าองค์ชายชิงตั๋วหรอก แค่พยายามลืมตาขึ้นก็ยากเต็มทนแล้ว!”
ทางด้านเยวี่ยเจียตาเปล่งประกายขึ้นมาทันที “ข้าเข้าใจความหมายของพี่ชิวหนิงแล้ว… พี่ชิวหนิงอยากบอกว่า
ให้หาคนปลอมตัวเป็นคุณหนู จากนั้นให้ไล่องค์ชายชิงตั๋วกลับไป?”
ชิวหนิงหันมองเยวี่ยเจียอย่างชื่นชม และพยักหน้ารับ “ถูกต้องแล้ว ข้าต้องการอย่างนี้นี่แหละ!”
เมื่อได้ยินชิวหนิงชื่นชม เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับส่ายหน้าอีกครั้งหนึ่ง “ชิวหนิง ความคิดนี้ไม่เลวเลย แต่เจ้าคิดบ้างหรือ
ไม่ พวกเราจะหาครมาปลอมตัวเป็นคุณหนู… ดูอย่างส่วนสูงของข้าก็ไม่เท่าคุณหนู แถทอายุก็ยังมากกว่าอีก… อีกอย่าง
องค์ชายชิงตั๋วเคยเห็นหน้าพวกเราทั้งสามคน ไม่ว่าใครมาปลอมตัวเปั้นคุณหนู ข้าเชื่อว่าองค์ชายมองออกอย่างแน่นอน!”
เยวี่ยเจียเป็นห่วงคุณหนูจนคิดแผนการต่างๆ นานาไปเรื่อย ตอนนี้เมื่อได้ยินที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แสดงความคิดเห็น เย
วี่ยเจียกลับเงียบโดยไม่รู้จะพูดสิ่งใด
ชิวหนิงหันมองเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และเอ่ยขึ้น “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ปัญหานี้ข้าคิดกาทางแก้ไขมาแล้ว… พวกเราสามคน
นอกจากเยวี่ยเจียที่อายุมากกว่าคุณหนูนิดหน่อย ถ้าให้ปลอมตัวย่อมไม่มีปัญหา อีกอย่างองค์ชายชิงตั๋วก็ไม่รู้จักเยวี่ยเจีย
ดังนั้นให้นางปลอมตัวย่อมไม่มีปัญหาแน่!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ส่ายหน้าให้เยวี่ยเจีย พร้อมเอ่ยขึ้น “เอาเยวี่ยเจียเนี่ยนะ……”
เยวี่ยเจียรีบเข้าไปจับแขนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ขึ้นมาขอร้อง “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ข้าอยากลองช่วยคุณหนู!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตอบกลับไป “เยวี่ยเจียไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อเจ้าหรอกนะ แต่การปลอมตัวเป็นคุณหนู ทั้งเสียงและรูปร่าง
ก็ไม่เหมือนแล้ว แค่ท่าทางซุ่มซ่ามของเจ้า คนอื่นมองดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คุณหนู!”
ชิวหนิงครุ่นคิดไปมา ก่อนพูดขึ้นว่า “รูปร่างมิใช่ปัญหาใหญ่ ข้าคิดว่าพิษในร่างกายคุณหนูยังกำเริบอยู่ จึงไม่
จำเป็นต้องออกไปนอกเรือนพูดกับองค์ชาย ขอเพียงเยวี่ยเจียยืนอยู่ตรงหน้าต่างให้องค์ชายมองเข้ามา จากนั้นพูดไล่องค์
ชายกลับไป ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุด คือเยวี่ยเจียเป็นคนพูดไวเกินไป และนํ้าเสียงที่ไม่คล้ายก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลมากที่สุด!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เสริมขึ้นว่า “ใช่แล้ว เยวี่ยเจียเป็นคนทำอะไรว่องไว ไม่มีตรงไหนที่เหมือนคุณหนูเลย… เฮ่อ!”
เยวี่ยเจียยืดอกขึ้นอย่างมั่นใจ “เรื่องนั้นง่ายดายมาก… พวกพี่ยอมให้ข้าเป็นปลอมตัวเป็นคุณหนูเถอะ!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หันมองเยวี่ยเจีย พลางอยากถามกลับไปว่า นางไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน
เยวี่ยเจียจึงรีบอธิบาย “คุณหนูนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานแล้ว รูปร่างจึงซูบผอมต่างไปจากเดิม ส่วนเรื่องเสียง
นั้นก็สามารถเลียนแบบได้ และความเร็วในการพูดแค่ปรับให้ช้าลงก็เพียงพอ… พวกพี่ก็รู้นี่หน่า พวกเราอยู่รับใช้คุณหนู
มาเป็นเวลานาน ดังนั้นการแต่งตัวเลียนแบบคุณหนูจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย”
ถึงแม้เยวี่ยเจียจะมีความมั่นใจอย่างสูง ทว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับยังคงคัดค้านสิ่งนี้เสียงแข็ง!
ส่วนชิวหนิงอยู่ๆ ได้เอ่ยถามเยวี่ยเจียขึ้นมา “เยวี่ยเจีย ความเร็วในการพูดสามารถปรับให้ช้าลงได้ แต่นํ้าเสียง
ละ?”
เยวี่ยเจียหันซ้ายมองขวาก่อนพุ่งออกไปข้างนอกห้อง ไม่นานนัก นางก็ถือบางอย่างอยู่ในมือ นั่นก็คือผงพริกที่ถูก
ตำจนละเอียด
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับชิวหนิงเป็นคนที่ชอบกินพริกอย่างมาก หากไม่กินจะอารมณ์ไม่ดี แต่ต้วนชิงหมิงกลับไม่กินพริก
เเม้แต่น้อย จนเยวี่ยเจียที่รับใช้คุณหนูมานานก็พลอยไม่กินพริกตามไปด้วย เพื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แล้ว นางตั้งใจไปซื้อพริก
กลับมาให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ โดยตำจนละเอียดและใส่เข้าไปในอาหาร ให้ชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทานอาหารเผ็ดร้อนจน
ติดใจ!
พอเห็นเยวี่ยเจียถือขวดใส่ผงพริกเข้ามา เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึงกับขมวดคิ้วออกมา “เยวี่ยเจีย เจ้าจะทำอะไร? หรือว่า
เจ้าอยากใช้มันเพื่อบีบนํ้าตาออกมา… การปลอมตัวเป็นคุณหนูมิจำเป็นต้องร้องไห้นี่หน่า!”
ชิวหนิงเหมือนเดาใจเยวี่ยเจียออก นางจึงคว้ามือเยวี่ยเจียขึ้นมา “เยวี่ยเจีย เจ้าไม่ควรแตะต้องมัน!”
ชิวหนิงไม่อยากให้เยวี่ยเจียแตะต้องมัน ด้วยเหตุผลสองข้อ ข้อแรก เยวี่ยเจียไม่ชอบทานพริกปั่นมาแต่ไหนแต่ไร
ข้อสอง เยวี่ยเจียกินพริกปั่นต้องเกิดผื่นขึ้นเต็มตัว ที่ไม่อาจรักษาให้หายในครึ่งเดือน จึงมิอยากให้นางกินมันลงไป!
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คาดเดาความคิดของเยวี่ยเจียออก นางจึงส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “เยวี่ยเจีย ล้มเลิกความคิดนี้เสีย
เถอะ… ต่อให้เจ้ากินพริกปั่น ก็มิอาจเลียนเสียงของคุณหนูได้ พวกเราคิดหาวิธีทางอื่นกันเถอะ!”
เยวี่ยเจียดันมือของชิวหนิงกลับ และพูดขึ้นว่า “ไม่ พวกเราสามารถลองดูสักครั้ง… พวกพี่ลองคิดดู คุณหนูถูกยา
พิษจนเสียงเปลี่ยนไป เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลก อีกอย่างองค์ชายชิงตั๋วก็ไม่รู้ว่าคุณหนูไปโดนพิษอะไรเข้า และมีผลข้างเคียง
อะไรบ้าง ดังนั้นถ้าเสียงของข้าไม่เหมือนคุณหนูไปบ้าง องค์ชายก็คงไม่รู้หรอก อีกอย่างข้าแค่เลียนแบบท่าทางของคุณ
หนู และพูดให้องค์ชายตกใจเสียหน่อย… พี่ชิวหนิงรีบออกไปถ่วงเวลาองค์ชายชิงตั๋วเสียก่อนเถอะ พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ช่วยรีบ
หาเสื้อผ้าเก่าของคุณหนูมาปลอมตัวให้ข้าหน่อยเถอะ……”
ระหว่างที่เยวี่ยเจียพูดไปก็หยิบขวดพริกปั่นกรอกเข้าปากอย่างเร็ว จนหน้าที่ซีดเซียวของนาง พลันแดงกํ่าและ
สำลักอย่างฉับพลัน จนนางไอออกมาอย่างรุนแรง
ชิวหนิงเห็นท่าทางของเยวี่ยเจียจึงเกิดความรู้สึกเห็นใจ ระหว่างที่จะเอ่ยปากพูด ด้านนอกได้มีเสียงดังขึ้นมา ชิว
หนิงจึงหันมองเยวี่ยเจียและพูดขึ้น “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ รีบออกไปดูข้างนอกเร็วเถอะ อย่างน้อยไปถ่วงเวลาองค์ชายชิงตั๋วไว้
ก่อนก็ยังดี ส่วนเยวี่ยเจียก็รีบเปลี่ยนชุดของคุณหนูเร็วเข้า!”
ถึงตอนนี้แล้ว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยากคัดค้านก็ไม่ทันเสียแล้ว นางรีบไปหยิบชุดของคุณหนูออกมา ส่งให้เยวี่ยเจียโดย
เร็ว
ชิวหนิงเปิดประตูแง้ม เห็นองค์ชายชิงตั๋วสีหน้าโกรธเคืองที่เห็นบ่าวใช้เด็กมาขวางทางเขา จึงต่อว่าขึ้น “รีบถอย
ไปซะ… ข้าเอายารักษามาให้คุณหนูเจ้า มิใช่มาทำร้ายเสียหน่อย… เจ้าต้องเข้ามากีดกันข้าแบบนี้เชียว? หรือกลัวข้าจะมา
เยาะเย้ยคุณหนูของพวกเจ้า?”