การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 77 คุณหนูสามจวนเชวียที่องอาจห้าวหาญ
เมื่อได้ยินที่เชวียหย่งเฉียงพูดต้วนชิงหมิงจึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวพลางทอดถอนใจดูเชวียหย่งเฉียงที่คอยปกปั้องจน
ออกหน้าออกตา หลักฐานความผิดของเชวียหนิงเชี่ยนก็เห็นกันอยู่ชัดเจนถ้าไม่เชื่อก็สามารถเรียกบ่าวรับใช้มาถามได้ทว่า
เมื่อความจริงใกล้ปรากฏเชวียหย่งเฉียงยังไม่ลืมที่จะคอยคุ้มครองลูกสาวอนุเหมือนกลัวว่านางจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
จากฮูหยิน! และสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือยิ่งทำเช่นนี้ก็ยิ่งสร้างปัญหาให้ฮูหยินและลูกสาวของนางมากขึ้น
เชวียหนิงหรานที่ยืนพิงเก้าอี้ตัวสั่นอยู่จับมือต้วนชิงหมิงไว้แนบแน่น กลัวว่าถ้านางทนไม่ไหวจะพูดออกไป
ฮูหยินเชวียหันมองเพียงปราดเดียว
คำพูดผู้เป็นสามีเห็นได้ชัดว่ากำลังพูดโน้มน้าวระคนเตือนสตินางละม้ายถ้านางลงโทษเชวียหนิงเชี่ยนหนักเกินที่
จำเป็นหรือเอาเรื่องนี้ไปบอกท่านปูั่ท่านย่า เขาจะไม่ปล่อยนางไปแน่
ทำไมนางจะไม่เข้าใจความหมายที่ผู้เป็นสามีต้องการสื่อ? เขาต้องการที่จะปกปั้องลูกสาวอนุแต่ก็กลัวว่าเขาจะดู
เป็นตัวตลกเมื่อท่านปูั่ท่านย่ารู้เรื่องและต่อว่าเขากับอนุภรรยา ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ให้ฮูหยินรับไว้ทั้งหมด!
ร่วมหอลงโรงเป็นสามีภรรยากันมากกว่าสิบปีแต่กลับเย็นชากันได้ถึงเพียงนี้ ในใจของฮูหยินเหมือนถูกความหนาว
เหน็บทิ่มแทงนางมองไปยังเชวียหย่งเฉียงที่มองมาอย่างเตือนจึงเผยยิ้มขึ้นบางๆ……ในที่สุดนางก็เห็นใบหน้าที่แท้จริงของ
ชายคนนี้ชัดเจนสักทีเขามัวแต่คิดว่าจะเอาอกเอาใจอนุของอย่างไรโดยไม่เคยคำนึงถึงความรู้สึกของนางและลูกสาวถึง
เวลาที่จะต้องให้พวกนั้นได้เจอดีเสียบ้าง!
“ท่านพี่วางใจได้ เรื่องนี้ เชี่ยเซิน[1]จะสืบหาความจริงให้ถึงที่สุดเพื่อคืนชื่อเสียงให้กับลูกสาวของท่าน!”
เชวียหย่งเฉียงเดิมที่ไม่ชอบท่าทางที่แข็งกร้าวของฮูหยินเมื่อได้ยินที่นางพูดก็ยิ่งไม่ชอบใจขึ้นไปอีก……ความหมาย
ของเขาคือให้สืบแบบคร่าวๆก็พอ แต่ความหมายของฮูหยินกลับตรงข้าม!
เมื่อได้ฟังประโยคสุดท้ายที่นางพูดว่า ‘คืนชื่อเสียงให้กับลูกสาวของท่าน’ เขากลับพูดอะไรไม่ออกอีก!คำพูดและ
เรื่องราวเหล่านี้ มีความสัมพันธ์กับชื่อเสียงของบุตรสาวอย่างมากยิ่งไปกว่านั้นยังเกี่ยวโยงไปถึงบุตรสาวภรรยาเอกจวนต้
วนอีก
คิดถึงจุดนี้เชวียหย่งเฉียงจึงไปแต่โบกมือไปมา “ช่างเถอะเรื่องนี้ให้เจ้าจัดการแล้วกัน!”
ฮูหยินเชวียตอบตกลงนางรู้ว่าแม้เขาจะให้นางจัดการ แต่หน้าตาและจิตใจกลับไม่ได้ยินดี
ทางด้านต้วนชิงหมิงเมื่อได้เห็นสีหน้าของฮูหยินเชวียทำได้แต่ถอนหายใจ คนที่จะปกปั้องเชวียหนิงหรานแท้จริง
ยังคงเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดนางทว่านางไม่อยากเห็นฮูหยินเชวียกับเชวียหย่งเฉียงมองหน้ากันไม่ติดจึงปรายตามองไปยังเชวีย
หนิงเชี่ยนที่คุกเข่าอยู่ พูดเสียงตํ่าว่า
“คุณหนูสามทำความผิด จะต้องได้รับโทษแน่นอน!”
เชวียหนิงเชี่ยนที่ข่มความโกรธมานานแล้วในตอนนี้จึงอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้วงชิงหมิงอ
ย่างโกรธแค้นชิงชัง ไม่สนใจใครอื่นเบิกตาโตพร้อมกำมือไว้แน่น พูดอย่างโมโหอีกฝั่ายเป็นที่สุด “เจ้ามันคนไร้ความ
สามารถ……ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!”
ถึงตรงนี้ความจริงทั้งหมดก็เผยออกมาครั้งนี้ต่อให้เชวียหย่งเฉียงอยากจะปกปั้องเชวียหนิงเชี่ยนมากแค่ไหนก็ไม่
อาจจะทำได้อีกแล้ว!
ต้วนชิงหมิงไม่สนใจสายตาของเชวียหย่งเฉียงอีกต่อไปหัวเราะออกมาเสียงเบา “ถึงแม้ข้าจะไร้ความสามารถแต่ก็
ไม่เคยคิดทำร้ายพี่น้องของข้า แต่คุณหนูสามเล่า? ไม่เพียงแต่จะผลักข้าตกนํ้ายังผลักพี่น้องของตนเองลงนํ้าหรือเจ้าไม่
กลัวว่าข้าจะตามไปหลอกหลอนถึงเตียงตอนกลางดึกกลางดื่นหรอกหรือ?
นางหันไปมองทางเชวียหนิงเชี่ยนด้วยสายตาที่เย็นยะเยือกและโหดเหี้ยมราวกับเป็นปีศาจชั่วร้ายกลับมาเกิด
ต้องการจะกลืนกินนางลงไป! เชวียหนิงเชี่ยนไม่เคยเห็นสายตาเช่นนี้มาก่อนจึงร้องเสียงดังลั่นออกมา “ข้าบอกแล้วไงข้า
แค่ผลักนางเบาๆ เท่านั้น……”
พริบตาเดียวเสียงภายในห้องโถงรับรองก็เงียบลงอย่างฉับพลันเชวียหย่งเฉียงมองบุตรสาวคนเล็กด้วยความผิด
หวังจนไม่สามารถเอื้อนเอ่ยวาจาได้อีกแล้ว
“หนิงเชี่ยน ลูกทำจริงๆ ใช่หรือไม่?”
แต่ก่อนเขาเห็นแต่เชวียหนิงเชี่ยนที่น่ารัก จิตใจดี ทว่าตอนนี้เด็กอายุไม่ถึงสิบปีกลับกล้าผลักพี่สาวลงนํ้า อีกทั้งยัง
กล้าผลักคุณหนูจวนอื่นตกนํ้าอีกด้วย?
ลูกสาวที่อยู่ต่อหน้าเขานั้นเป็นลูกของเขาจริงหรือ?
ถึงตอนนี้ภายนอกห้องโถงรับรองจู่ๆ มีเสียงก้องกังวานที่เปียมไปด้วยอำนาจดังมา “คุณหนูสามเป็นคนลงมือ…ข้า
เห็นกับตา!”
เมื่อได้ยินเสียงจากด้านนอกเกือบทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมอง!
ด้านนอกเห็นบุรุษสง่างามผู้หนึ่งรัศมีสุกสว่างดั่งมีทองคำเปล่งประกายไปรอบตัวดึงดูดทุกสายตามาไว้ที่ตัวของเขา
ก้าวเดินเข้ามาในห้องโถงรับรองทีละก้าว ทีละก้าวไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป!
ชายหนุ่มผู้นั้นมีผิวพรรณที่ขาวหมดจดดวงตาลุกวาวละม้ายสามารถมองทะลุอดีตได้ มีรอยยิ้มเหมือนพระจันทร์
เสี้ยวที่สุกกวาวบนท้องนภายามคํ่าคืนแต่เมื่อเวลาจริงจังก็ดุดันเหี้ยมโหดและเลือดเย็นจนหนาวเหน็บ
เมื่อมองใบหน้าที่สดใสจากด้านข้างจะเห็นรูปหน้าคมคาย มีสัดส่วนชัดเจนทว่ากลับไม่สูญเสียความหล่อเหลาไป
ใครได้เห็นเป็นต้องตกอยู่ในห้วงภวังค์!
สำหรับคนนี้ไม่ต้องพูดอะไรมากเป็นเพราะในใจของต้วนชิงหมิงรู้ว่าองค์ชายสามเป็นเหมือนเทพเจ้า
นางเงยหน้ามองขึ้นก็พอดีกับสายตาที่นิ่งเรียบของเหยียนหลิ่งอวี๋มองมาพอดี จึงก้มหน้าลงในทันทีร้องขึ้นว่า
“องค์ชายสามเพคะ!”
ไม่รู้ว่าองค์ชายมาร่วมผสมโรงอะไรที่นี่?
นางรู้ดีว่านายท่านเชวียเคยเป็นครูใหญ่และเหยียนหลิ่งอวี๋นับว่าเป็นลูกศิษย์ของเขา อีกทั้งเชวียจื่อซวนก็เป็น
เพื่อนอ่านหนังสือของเขาดังนั้นเขาจึงไปมาจวนเชวียเป็นเรื่องปกติ! แต่เหตุใดเขาถึงไม่รอให้นางไปก่อนค่อยปรากฏ
ตัว……ต้วนชิงหมิงยอมรับว่าไม่ว่าองค์ชายสามจะอยู่ที่ไหนนางจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกกดดันที่นั่น!
เมื่อเชวียหย่งเฉียงและฮูหยินเชวียเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ทั้งคู่และทุกคนต่างรีบลุกขึ้น ลงไปคุกเข่าต้อนรับ “เชี่ยเซิน
คารวะองค์ชายสาม!”
เขาดึงชายเสื้อขึ้นพูดขึ้นว่า “ลุกขึ้น ตามสบาย!” ทุกคนต่างลุกขึ้นมาส่วนเชวียหย่งเฉียงและฮูหยินเชวีย ผายมือ
ไปที่นั่งเพื่อให้ผู้ที่มาใหม่ได้นั่ง!
เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนทำอะไรตามอำเภอใจ เขาจึงเดินไปที่นั่งตรงกลางห้องโถงรับรอง พูดว่า “ท่านเชวีย วันนี้ข้า
ไปเจอเรื่องน่าขันที่ศาลากลางนํ้าอย่างมากเรื่องหนึ่งจึงอยากจะเล่าให้ท่านเชวียได้ฟัง ไม่ทราบว่าท่านเชวียเต็มใจฟังหรือ
ไม่?”
เชวียหย่งเฉียงจะกล้าพูดว่า ‘ไม่เต็มใจ’ หรือ? เขารีบพยักหน้าตอบรับ “องค์ชายสามเชิญเล่าพ่ะย่ะค่ะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้นํ้าตาลแดงอย่างสบายอารมณ์มองไปโดยรอบ จากนั้นหยุดสายตาลงที่ใบหน้าเช
วียหนิงเชี่ยนยิ้มเล็กน้อยออกมาและพูดว่า “คุณหนูสามจวนเชวีนผู้นี้มีความกล้าหาญและหนักแน่น ข้าชอบยิ่งนัก!”
เมื่อได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดสายตาของคนห้องโถงรับรองต่างก็แปลกใจกันไม่น้อย
เชวียหย่งเฉียงสามารถยืดอกด้วยความภาคภูมิใจกับเชวียหนิงเชี่ยนที่เขาเอ็นดูเมื่อได้ฟังเหยียนหลิ่งอวี๋ชมลูกสาวที่
เขารักที่สุด แน่นอนว่าเขาดีใจเป็นอย่างมาก
สีหน้าฮูหยินเชวียกลับหม่นหมองลงหรือว่าฟั้าดินไม่อยากให้นางลงโทษเชวียหนิงเชี่ยนในวันนี้? เมื่อครู่เชวียหย่ง
เฉียงให้นางทำเรื่องใหญ่ให้เล็กทำเรื่องเล็กให้มลายหายไป ตอนนี้องค์ชายสามก็มาชื่นชมเชวียหนิงเชี่ยนหรือว่าเรื่องผลัก
เชวียหนิงหรานตกนํ้าจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้?
ทางด้านเชวียหนิงโหรวส่งสายตามองไปยังเหยียนหลิ่งอวี๋ พร้อมกับถอนหายใจ ถ้านางอายุน้อยกว่านี้สักสองปีถ้า
ได้เกี่ยวดองกับองค์ชายสามที่รูปโฉมงดงาม จะดีขนาดไหนกัน?
ส่วนเชวียหนิงเชี่ยนเดิมทีตระหนกตกใจการมาเหยียนหลิ่งอวี๋จนลมออกหู ทว่าประเดี๋ยวเดียว เมื่อเห็นอีกฝั่าย
ช่วยพูดให้ ก็อดดีใจเสียไม่ได้จนหาทางไปไม่เป็น!
แม้กระทั่งเชวียจื่อซวนที่ยืนอยู่ด้านข้างยังต้องผงะไปนิดหน่อย เพราะองค์ชายสามเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเกิด
อะไรขึ้นบ้างแต่ไม่ช่วยน้องสาวระบายความโกรธกลับยังช่วยคนที่ใช้กำลังและอำนาจในการทำร้ายคนอื่น?
มีเพียงต้วนชิงหมิงเมื่อได้ยินคำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋ จึงรีบก้มหน้าก้มตาเม้มปากที่บอบบางดังบุปผา……ก่อนอื่น
เขาจะยกยอให้อีกฝั่ายลอยสูงขึ้นหลังจากนั้นค่อยปล่อยให้ตกลงมาอย่างแรงนี่ต่างหากที่เป็นวิธีที่องค์ชายสามชํ่าชอง
ที่สุด!
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือเวลาคนยืนอยู่บนที่สูง เมื่อตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บปวดส่วนองค์ชายสามถ้าไม่ปล่อยให้
ตกลงมาเจียนตาย ก็จะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด!
ในห้องโถงรับรองเสียงเชวียหนิงเชี่ยนดังขึ้นด้วยความดีใจ “ขอบพระทัยองค์ชายสามเพคะ!”
…
[1]เชี่ยเซิน คือ สรรพนามที่ฮูหยิน (ภรรยาเอก) เรียกแทนตนเอง